อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 28 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 28 ก.พ. 59

แพรขาวมองไปยังเรือนเล็ก ไรวินท์รับว่าใช่ ชมพูเป็นเด็กดี จิตใจสะอาด ใครๆรวมถึงตนจึงเข้าใกล้ได้ง่าย แพรขาวเริ่มเข้าใจทุกสิ่งชัดเจน ไรวินท์ถามมีอะไรจะบอก หญิงสาวอ้ำอึ้งรู้ได้อย่างไร...บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ สีนวลจับขอบหน้าต่างมือสั่นเทามองอย่างโกรธแค้น

แพรขาวเดินมาใกล้ไรวินท์กล่าวขอบคุณที่ช่วยตนกับลูกตลอดมา จนตนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร ท่านเจ้าเรือนบอกว่าตนยินดี มันเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลทุกคนที่อยู่บ้านนี้ ตราบใดที่เธอกับลูกยังอยู่ในบ้านนี้ ตนรับปากจะดูแลไม่ให้ภยันตรายใดๆมาแผ้วพาน

“ขอบคุณท่าน...เอ่อ คุณวินอย่างมากค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะ” แพรขาวพนมมือไหว้



“เอาล่ะไม่ต้องไหว้ฉัน ไหว้แล้วไหว้อีกเช่นนั้นแม่หนู”

“คุณเรียกฉันว่าแม่หนูเหรอ คุณดูแก่กว่าฉันไม่ เท่าไหร่เอง”

ไรวินท์บอกว่าตนแก่กว่าที่เธอคิด แพรขาวนึกได้ว่าเขาคงอยู่ที่นี่มานานประมาณอายุปู่ของตนได้ เขาบอกเธอต้องเรียกเขาว่าคุณเทียด คือพ่อของทวด แพรขาวแอบเหน็บ

“อ๋อ...คุณให้ชมพูเรียกคุณลุง แต่จะให้ฉันเรียกคุณว่าคุณเทียด นับญาติกันแบบนี้งงแย่”

ไรวินท์ขำบอกเรียกแบบเดิมก็ได้ แพรขาวแกล้งเรียก...เทียดวินท์ แล้วบอกมีอีกเรื่องอยากถาม เขาแทรกว่าเรื่องที่ตนห้ามวันนี้ หญิงสาวประหลาดใจพยักหน้ารับว่าใช่ เขาถอนใจ

“เมื่อหัวค่ำนี้เธอไปสัมผัสกับสิ่งเหนือธรรมชาติบางอย่างจากที่นั้นแล้ว...ใช่ไหม”

แพรขาวนึกถึงสิ่งที่เจอที่ร้านสปาลลิต แต่กลับถามหมายถึงผีในคลองฝั่งโน้นใช่ไหม ไรวินท์บอกว่าผีพวกนั้นไม่เห็นแล้ว เธอจึงถามแล้วมันคืออะไร

“บางครั้งฉันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดถึงวิบากกรรมของ... สิ่งอื่นๆ โลกของฉันเองถึงแม้เป็นโลกเสมือน ก็ใช่ว่าฉันจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา เพราะฉันก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเหมือนกัน”

“คนตายแล้วต้องมีข้อกำหนดอะไรด้วยหรือคะ นึกว่ามีแต่คนเป็นๆเสียอีก ที่ต้องเจอเงื่อนไขอะไรมากมาย”

“ข้อกำหนดก็อย่างเช่น ฉันต้องอยู่ตรงนี้ไปไหนไม่ได้ ออกไปจากอาณาเขตบ้านนี้ไม่ได้ เป็นต้นแล้วก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องอยู่ไปอีกนานแค่ไหน ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” แพรขาวทำหน้าเห็นใจ ไรวินท์เตือน “เธอจะเห็นอะไร แปลกๆอีกมากที่ฝั่งโน้น อย่าไปเกี่ยวข้อง ฉันเตือนเธอได้แค่นี้ ภาพลวงตามีอยู่มาก เสือสมิงแปลงกายเป็นคนก็เพราะจ้องจะจับเหยื่อมิใช่หรือ”

“คุณทำให้ฉันนึกถึงพ่อ พ่อชอบยกนิทานต่างๆ ที่น่ากลัวมาเปรียบเทียบ เพื่อสอนลูก เพื่อหวังว่าเราจะไม่กล้าทำเรื่องที่ท่านห่วงว่าอาจจะเป็นอันตราย”

ไรวินท์ติงคิดว่าเรื่องเสือเป็นเรื่องเล่ามาขู่เธอหรือ แล้วที่พ่อเธอทำแบบนั้นเพราะท่านรักและปรารถนาดี แพรขาวกลับคิดว่า เพราะตนเชื่อพ่อถึงกลายเป็นคนขี้ขลาด ขี้หวาดระแวง เลือกแต่สิ่งที่คิดว่าชัวร์ที่สุด มั่นคงปลอดภัยที่สุด คิดว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอไม่กล้าแหวกกรอบออกไปทำอะไรให้ตัวเอง เพราะคิดว่าโลกภายนอกมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด หากออกไปจะไม่รอด แพรขาวถอนใจไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวมากนัก...ไรวินท์มองเคืองๆ แพรขาวเดาอารมณ์ออกเปลี่ยนท่าทีมายิ้มประจบเอาใจ

“ไม่เอาละพูดเรื่องของฉันมากพอละ มาพูดเรื่องคุณบ้างดีกว่า คุณเป็นใครมาจากไหน ทำไมต้องมาอยู่ตรงนี้แล้วไปไหนไม่ได้”

ไรวินท์ทึ่งในความห้าวหาญของหญิงยุคใหม่

ไม่เคยมีใครกล้าถาม “เรื่องของฉันไม่มีอะไรน่าสนใจดอก เรื่องของคนที่หมดชื่อ หมดรูปไปนานแล้ว รู้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

แพรขาวเห็นไรวินท์จะเดินหนีจึงรีบถามขึ้นว่า ทำไมเขาถึงชื่อวินท์ วินภาษาอังกฤษที่แปลว่าชนะหรือลม หรือวินมอเตอร์ไซค์ ใครตั้งชื่อให้ แล้วทำไมถึงเล่นเปียโนได้เก่ง เพลงที่เล่นประจำชื่อเพลงอะไร มันเพราะมาก...

ไรวินท์ถอนใจยอมแพ้บอก “ฉันชื่อไรวินท์ พ่อของฉันเป็นคนตั้งให้ โดยนำอักษรชื่อของพ่อกับแม่มารวมกัน พ่อของฉันชื่อแรม ส่วนแม่ของฉันชื่อวารี”

“คุณแม่ของคุณชื่อเพราะจัง ท่านคงสวยมาก”

ไรวินท์หน้าเสียบอกไม่เลย แล้วนึกถึงอดีต

“แม่เป็นผู้หญิงดีมากแต่ไม่ใช่คนสวย เมื่อเทียบกับพี่ๆน้องๆ แม่ขี้ริ้วกว่าเพื่อน แม่รู้ว่าพี่สาวและน้องสาวหน้าตาสะสวยกว่าจึงทำให้แม่เจียมตัว ยอมเป็นเบี้ยล่างให้พี่น้องเสมอ ราวกับเป็นคนรับใช้...ส่วนพ่อเป็นคนเรียนเก่ง เขียนหนังสือได้สละสลวย พูดจาสุภาพ เวลานั้นพ่อเรียนกฎหมายแต่หาลำไพ่สอนหนังสือตามบ้าน ท่านเป็นศิษย์โปรดของอาจารย์สอนกฎหมาย จึงได้รับความเมตตาแนะนำให้มาสอนหนังสือให้ลูกชายคนเล็กของเพื่อนสนิทของอาจารย์ถึงบ้าน”

น้าเล็กเป็นเด็กอ่อนแอเดินเหินไม่สะดวก ความอ่อนโยนของวารีทำให้แรมสนใจ วารีขอเรียนหนังสือด้วยคน แรมเขียนกลอนหวานๆทำนองจีบให้ไปฝึกอ่านทุกวัน แพรขาวฟังแล้วรู้สึกอิน โพล่งออกมา “ฉันรู้แล้ว โรแมนติกเพราะความใกล้ชิดกัน ระหว่างพ่อของคุณมาสอนที่เรือน ท่านก็ได้เห็นว่าคุณแม่ของคุณแม้จะสวยสู้พี่น้องไม่ได้แต่เป็นผู้หญิงที่ดีมาก เลยตกหลุมรัก”

ไรวินท์หัวเราะเบาๆบอกแม่ของตนต่างหากที่หลงรักพ่อ เพราะพ่อเป็นหนุ่มรูปงาม พูดจาอ่อนหวานมีเสน่ห์ ความรู้ดี แม้จะยากจน...แพรขาวถามทำไมต้อง เน้นเรื่องแม่ไม่สวยสำคัญหรือ

“ตอนแรกยัง แต่ต่อๆมาแล้ว...สำคัญมาก”

ไรวินท์เล่าอีกว่าแม่เคยท่องกลอนที่พ่อเขียนให้ให้ฟัง...บางระมาดมาดหมายสายสวาท ว่าสมมาดเหมือนใจแล้วไม่เหมือน แสนสวาทมาดหมายมาหลายเดือน มีแต่เคลื่อนแคล้วคลาดประหาดใจ...แพรขาวชมว่าหวานมาก พ่อเขาคงหลงรักแม่เข้าแล้ว ไรวินท์บอกแม่ก็ว่าอย่างนั้น

“แต่ฉันคิดว่าตอนนั้นพ่อคงดูออกว่าแม่มีใจให้พ่อจึงออกอุบายอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าเพราะแม่ก็เป็นถึงลูกสาวท่านพระยา ตาของฉันท่านมีตำแหน่งใหญ่ในกระทรวงธรรมการ”

แพรขาวเดาว่าทุกอย่างสวยงาม อยากเห็นคนยุคนั้นกับตา ไรวินท์ถามจริงหรือ เธอพยักหน้า เขาจึงบอกจะทำให้เห็น เธอรีบถามว่าเมื่อไหร่ เขาว่าอย่าใจร้อนอดีตไม่หนีไปไหน...ท่ามกลางความมืดมีดวงตาของสีนวลวาวโรจน์เคืองแค้น หันมาหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ooooooo

เช้าวันใหม่ แพรขาวตื่นสายกว่าปกติจนชมพูแกล้งนับเลขถอยหลัง เสียงแพรขาวร้องว่าเสร็จแล้วๆ ทันแน่ ทันใดมีโทรศัพท์เข้ามาเป็นพัสกร เธอจึงให้ลูกรอสักครู่ กดรับสายถามเสียงเข้มว่ามีธุระอะไร พัสกร แขวะทำเป็นไม่อยากคุย คงมีหนุ่มๆมาให้เลือกเพียบ

แพรขาวพยายามระงับอารมณ์ถามธุระของเขาอ้างต้องรีบไปส่งลูกโรงเรียน พัสกรตวาด “เอาลูกกูคืนมา!” แพรขาวปฏิเสธ เขาเสียงกร้าว “จนจะตายแล้วจะแข่งกะคนรวยเหรอ แม่จนๆไม่มีวันชนะพ่อรวยๆหรอกเว้ย เธอเป็นแม่ที่เลว ฉันจะทำให้เธอไม่เหลืออะไรเลย”

แพรขาวตัดสายทิ้งหูชาตั้งสติ สีนวลยืนมองมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าไม่ประสงค์ดี...พัสกรหงุดหงิดปามือถือทิ้งบนโซฟา ดิวเข้ามาปลอบเป่าหูว่าแพรขาวคงมีคนใหม่แน่ ขนาดเขาดีแสนดีอย่างนี้ยังไม่กลับมา ด้านแพรขาวไม่มีแก่ใจจะทำงาน พยายามคุมสติอารมณ์ ให้ตั้งใจทำงาน ตกบ่ายก็รีบออกไปเปิดท้ายขายของ

เธอขายตุ๊กตาน่ารักๆแต่ยังขายไม่ได้

สาโรจน์แอบสังเกตการณ์ เห็นใจจึงจ้างเด็กคนหนึ่งไปซื้อ ท่าทางเธอดีใจมากเอาธนบัตรตบๆบนของที่เหลือทำนองให้เฮงๆๆอย่างแม่ค้าอาชีพ...จนเย็นนับเงินที่ได้ไม่กี่สตางค์ ก็ถอนใจแต่ไม่ท้อ คุยโทรศัพท์กับชมพู ได้ยินลูกบอกว่าคิดถึงก็ชื่นใจมีกำลังใจขึ้น

สาโรจน์ถ่ายรูปแพรขาวขายของมาให้เขมินี เธอมองอย่างสมเพชหาว่าทำเป็นนางเอกโอชินต้องสู้ชีวิต สาโรจน์บอกเป็นการหารายได้เพิ่ม เขมินีเยาะว่าเมื่อก่อนเงินเดือนแพรขาวมีไว้แต่งตัวอย่างเดียว ทุกอย่างแม่ออกให้หมด เขายิ่งแปลกใจที่เธอยอมลำบากไม่รับความช่วยเหลือ

“แบบนี้เขาเรียกว่าโง่แกมหยิ่ง หายากนะเนี่ย สมัยนี้คนที่รักศักดิ์ศรีและไม่เห็นแก่เงิน อมวัดมาพูดยังไม่เชื่อเลย ว่าจะยังมีหลงเหลืออยู่จริง”

ทันใดนั้นประไพโทร.มาเล่าเรื่องดิวมีผู้ชายมาหา เขมินีฟังแล้วยิ่งเครียด บอกสาโรจน์ช่วยหานักสืบเก่งๆ ให้ที ตนคงต้องจ่ายค่าจ้างเขาเพิ่มเพราะใช้งานนอกหลายอย่าง สาโรจน์ฉงนใจ

เย็นวันนั้นแพรขาวจัดดอกกุหลาบขาวและขนมที่ซื้อมามาวางที่ศาล บอกไรวินท์ว่าให้ลองขนมฝรั่ง

ดูบ้างจะได้เปลี่ยนรสชาติ ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้น ติงคิดจะติดสินบนเชียวหรือ

“อุ๊ย...คุณวินก็ ไม่รู้ล่ะ อย่าลืมสัญญาของเรานะคะ”

ไรวินท์แกล้งถามสัญญาอะไร แพรขาวหน้างอทำท่าจะหยิบจานขนมกลับ เขาท้วงของถวายให้แล้วเอาคืนบาปกรรม หญิงสาวถามย้ำเมื่อไหร่ เขายิ้มเปรย

“ราวสองยาม เมื่อเธอได้ยินเสียงเปียโนของฉัน นั่นหมายถึงฉันพร้อมที่จะพาเธอไป”

แพรขาวตื่นเต้น รับปากจะไม่พลาดแน่ บนชั้นสอง สีนวลจ้องมองสองคนอย่างน่ากลัว...ตกดึกแพรขาวอยู่ในชุดนอนลายการ์ตูน พาชมพูเข้านอนแล้วมานั่งทำงานที่หอบกลับมา พอดีลลิตโทร.เข้ามาถามพร้อมจะทำงานเสาร์นี้หรือไม่ เธอรีบบอกว่าพร้อมเพราะต้องการวางสายเร็วๆ ลลิตดีใจล้มตัวนอนมีสาวๆนวดเฟ้นอยู่ในห้อง เขาย้ำกับแพรขาวว่า เธอจะต้องชอบงานนี้ แพรขาวขอลองทำก่อน เขารับรองว่างานสนุกเจริญก้าวหน้า อนาคตไกล

แพรขาววางสายได้ยินเสียงเปียโนดังเข้ามา เธอดีใจรีบวิ่งไปที่เตียงนอน กราบพระสามครั้งแล้วปิดไฟหัวนอน พยายามข่มตาให้หลับ...มีลมพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง แสงสีขาวฉายให้เห็นไรวินท์ในชุดขาวหล่อเนี้ยบมาดสุขุม เล่นเปียโนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างศาล

พอเพลงบรรเลงท่อนสุดท้าย แพรขาวมาอยู่ข้างหลังเขา ท่าทางหอบนิดๆ

“ทันเวลาไหมคะ...ดะเดี๋ยวสิคะ ไปเลยเหรอ ยังไม่หายเหนื่อยเลย คุณวิน...คุณวิน”

ไรวินท์ลุกยืนจับมือแพรขาว อีกมือโบกขึ้นเกิดประตูขาวเปิดอ้า เขาพาเธอก้าวเข้าไป เป็นสนามหน้าเรือนใหญ่ที่ดูสวยงามสมสมัย มีคนรับใช้ คนสวนช่วยกันกวาดใบไม้ แพรขาวอยู่ในชุดนอนลายการ์ตูนสวมรองเท้าแตะผ้านุ่มๆ ต่างจากไรวินท์ที่อยู่ในชุดวัยรุ่น ถือไม้เท้าเท่ๆย้ำว่า

“เธอกำลังเห็นทุกอย่างด้วยสายตาเธอเองจริงๆ”

เสียงคนเดินมาทางด้านหลัง เป็นหนุ่มหล่อสวมเสื้อราชปรแตน เดินผ่านตัวแพรขาวและไรวินท์ไป

ไรวินท์บอกว่านั่นคือพ่อของตน...ภายในเรือนใหญ่ ตบแต่งด้วยภาพครอบครัว ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า รูปพ่อแม่มาจนถึงสี่พี่น้อง ป้าใหญ่ กลางหรือวารี น้อยหรือวีณา และน้าเล็ก

วารีจะแต่งตัวเรียบๆต่างจากวีณาที่สวยเฉิดฉาย แต่วารีมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน จึงทำของว่างมาให้แรมและน้าเล็กทุกวัน...แพรขาวกระซิบไรวินท์ว่าเขาได้จากพ่อมาเต็มๆ เขาเหน็บจะคิดว่าเป็นคำชม เวลาพักทานของว่างจะเป็นเวลาที่แรมได้คุยกับวารี เขาจะเกี้ยวพาด้วยคำกลอนหวานๆ แพรขาวฟังแล้วปลาบปลื้มเพราะหาฟังไม่ได้แล้วในสมัยนี้

ร่างแพรขาวที่นอนอยู่กับชมพู จะหัวเราะไปตามจิตของเธอ ชมพูลืมตามองแปลกใจที่แม่ละเมอ...ระหว่างที่วารีพาน้าเล็กเข้าห้องน้ำหลังทานของว่างเสร็จ วีณาแต่งตัวหรูกลับมา ปรายตามองแรมอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขามองเธออย่างชายเห็นสาวสวยแต่งตัวเปรี้ยว ขนาดแพรขาวยังตะลึง

วารีพาน้าเล็กกลับเข้ามาเห็นวีณาก็แปลกใจถามทำไมวันนี้กลับเร็ว เธอบ่นว่าอากาศร้อนไม่อยากไปไหนต่อ และว่าซื้อของมาเต็มรถม้าข้างนอก ให้บ่าวไพร่ไปขนเข้ามาให้ที วารีเรียกเขียวไปขนของให้วีณา แรมแอบมองเป็นระยะๆ...ไรวินท์บอกแพรขาวว่า

“น้าน้อยเป็นลูกสาวคนโปรดของบ้าน เลยเอาแต่ใจ ไม่เกรงใจใส่ใจใครทั้งสิ้น เธอเป็นคนสวย คนในบ้านก็เลยรักเธอกันทั้งนั้น”

“รักหรือกลัวกันแน่ อะไรๆมันขึ้นอยู่กับความสวยความไม่สวยไปหมดเลยหรือคะ”

“ฮึๆ น่าจะใช่อย่างเธอว่า เพราะคนสวยชอบให้คนมาพะเน้าพะนอ มากกว่าเป็นฝ่ายพะเน้าพะนอใครๆ... เธอก็เหมือนกันสินะ แพรขาว”

แพรขาวค้อนเล็กๆหันไปมองเหตุการณ์ต่อไป ไรวินท์เล่าว่าความรักของพ่อแม่ก็ดำเนินต่อไปเรียบๆและซ่อนเร้น...ภาพอดีตเปลี่ยนไปตามเสียงเล่า แพรขาวกับไรวินท์ยืนอยู่ในสวน

“ไม่กี่ปีพ่อก็เรียนจบวิชากฎหมาย ได้มาประกอบอาชีพเป็นทนายความที่สำนักงานกฎหมายของอาจารย์ของพ่อ แล้วช่วงนั้นเอง...คุณย่าของแม่ก็ถึงแก่กรรม แม่เป็นหลานรักของท่าน อยู่ใกล้ชิดท่านจนวาระสุดท้าย ย่าทำพินัยกรรมยกเรือนหลังเล็กของท่านและเครื่องประดับประจำตัวหลายชิ้น กับห้องแถวที่เสาชิงช้าอีกสองห้องแก่แม่ไว้เก็บค่าเช่า แม่เลยมีเงินเลี้ยงตัวไม่ต้องพึ่งพาตากับยาย...”

แพรขาวเห็นภาพป้าใหญ่ วีณาสบตากันไม่ค่อยพอใจ

บนเรือนเล็กมีภาพถ่ายย่ากับวารีเป็นการยืนยันว่าเรือนนี้เป็นของวารี...ไรวินท์เล่าต่อ ไม่นานป้าใหญ่กับวีณาก็แต่งงานออกจากเรือนไป แม่อยู่เรือนเล็กเพียงลำพัง พ่อจึงมีโอกาสเข้าหา แต่แม่ขอให้พ่อมาสู่ขอตามธรรมเนียม พ่ออ้างว่าท่านพระยาคงไม่ชอบที่พ่อจน แม่บอกพ่อ

“ข้อเดียวที่ท่านกังวลก็คือ พี่เป็นคนรูปงาม ปากหวาน ท่านว่าพี่เจ้าชู้ ต่อไปฉันจะลำบาก แต่ฉันบอกไปว่า เท่าที่รู้จักกันมา ยังไม่เห็นอาการ ท่านก็เลยเงียบๆ เห็นทีคงไม่ขัด ฉันก็ใช่ว่าจะเป็นลูกรักเหมือนแม่น้อย คุณแม่ท่านก็บ่นอยู่เสมอว่าฉันแต่งงานไปอีกคนท่านก็หมดห่วง ไม่อยากให้ฉันเป็นสาวเทื้อคาบ้าน”

“แล้วพี่จะเอาค่าสินสอดที่ไหนมา ถ้าท่านเรียกสักห้าสิบชั่งร้อยชั่ง พี่ก็คงล้มละลายขายตัวกันละ” แรมหน้าเครียดแต่วารีเหมือนมีทางออกในใจ....

แพรขาวเห็นภาพมาถึงตรงนี้แล้วอดบ่นไม่ได้ ว่าถ้าตนเป็นวารี ไม่เอาแล้วผู้ชายแบบนี้แถน่าดู ไม่อยากแต่งมากกว่า ไรวินท์ท้วงว่านั่นพ่อตน หญิงสาวสะดุ้งรีบขอโทษที่ลืมตัว แล้วถามตกลงได้แต่งกันไหม เขาเล่าต่อว่าไม่นานคุณตาเสีย คุณยายเลยยอมให้แต่งงานกันทั้งที่ไม่เต็มใจนัก แพรขาวรู้ว่าเพราะแรมเจ้าชู้ ไรวินท์แก้ตัวแทนว่าผู้ชายก็เจ้าชู้ทั้งนั้นหรือเธอว่าไม่จริง

“ฉันว่าผู้ชายดีๆก็ต้องมี แต่คงจะหายากสักหน่อย ผู้หญิงก็เหมือนกันนั่นล่ะ คนสวยหาง่าย แต่คนดีหายากกว่าคนไม่ดี” แพรขาวหัวเราะเยาะตัวเองในลำคอก่อนจะถาม แรมทำอย่างไร

ไรวินท์กับแพรขาวเข้ามาอยู่ในห้องนอนของวารี เห็นวารีเอาเครื่องประดับที่ได้มรดกไปขายเอาเงินมาซื้อทองหยองใหม่ให้แรมใช้เป็นสินสอด แรมจึงได้เป็นเขยในบ้าน จวบจนสองปีต่อมาเด็กชายไรวินท์ก็กำเนิด แรมกับวารีอยู่กันราบรื่นถึงสี่ปี แพรขาวรีบถามเกิดอะไรขึ้น พ่อป่วยหรือ ไรวินท์ส่ายหน้าบอกพ่อแข็งแรงดี และแม่ก็เป็นภรรยาที่ดีหาที่ติไม่ได้ ลูกอย่างตนก็แข็งแรงดีเลี้ยงง่าย แพรขาวอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร ไรวินท์ยิ้มปลงๆ

วีณาหอบเสื้อผ้ากลับมาอยู่เรือนใหญ่ เพราะจับได้ว่าสามีแอบมีลูกมีเมียลับหลัง จึงหย่ากัน แต่เธอยังแต่งตัวเลิศหรูเอาแต่ใจเหมือนเดิม...วีณามาปรับทุกข์กับวารีที่เรือนเล็กแทบทุกวัน

“น้าเล็กเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวอายุประมาณยี่สิบห้า วันๆจะมาขลุกที่บ้านแม่...ผู้หญิงสาวสวย ว้าเหว่จากสามีก็ได้มาใกล้ชิดกับพี่เขยรูปหล่อปากหวาน เธอคงเดาได้ล่ะสิ”

ไม่นานขณะที่แรมเลิกงานกลับมาบ้าน เดินหาวารีเพื่อจะบอกข่าวดี มาเจอวีณานั่งจิบชาฝรั่งอยู่คนเดียว จึงทักว่าวันนี้ไม่ออกไปเที่ยวไหนหรือ เธอถอนใจบอกเบื่อไม่รู้จะไปไหน ถ้ามีทางไปคงไม่กลับมา วารีเดินมาแรมรีบบอกว่าหลวงส่งตนไปเป็นปลัดอำเภอที่กำแพงเพชร วีณาออกอาการตื่นเต้นบอกอยากไป วารีมองอึ้งๆ...

แพรขาวเองก็หน้าตื่นกับการแสดงออกของวีณา

และแล้วคืนหนึ่ง แรมวิ่งฝ่าฝนกลับมาบ้าน ไม่เจอวารีจึงมาหาที่เรือนใหญ่ เห็นวีณานุ่งกระโจมอกนอนร้องไห้อยู่ในห้องที่เปิดประตูอ้าไว้ก็ยืนตะลึง วีณาคิดว่าแม่กับพี่สาวกลับมาจึงลุกขึ้น ทำให้ผ้าขยับจะหลุด พอเงยหน้ามาเห็นว่าเป็นแรมก็สบตากัน ฟ้าร้องแปลบปลาบจุดเพลิงพิศวาสลุกโชนในใจทั้งสองคน

พอฝนซาลง แม่ น้าเล็กและวารีจูงไรวินท์กลับจากงานศพญาติ กำลังจะขึ้นเรือน แรมเดินสวนลงมาผงะนิ่งทำอะไรไม่ถูก กว่าจะบอกว่าตนมาถึงสักพักคิดว่าวารีอยู่ที่นี่จึงมาดู ตอนนี้ตนจะกลับเรือนก่อน วารีรับคำงงๆ ทั้งแม่และน้าเล็กก็สงสัย...แพรขาวฮึดฮัดไม่พอใจ

ร่างแพรขาวที่นอนอยู่กับชมพู ละเมอบ่นว่าแย่มากๆ...จนรุ่งเช้า แพรขาวตื่นมาอย่างหงุดหงิดในใจ ชมพูแต่งตัวเสร็จรอจะไปโรงเรียน แพรขาวบอกลูกขอเวลาหนึ่งนาที แล้วเดินดุ่มๆมาที่ศาล พนมมือกล่าว

“คุณวิน ฉันสงสารคุณจริงๆ คุณคงเจ็บปวดมากนะคะที่... คุณพ่อเป็นแบบนั้นกับคนในครอบครัวใกล้ชิดด้วย

มันคงเป็นเรื่องร้ายแรงของชีวิตวัยเด็กของคุณมาก คุณคงเข้าใจนะคะ ว่าทำไมฉันทนไม่ได้ที่จะให้ชมพูต้องเจอสภาพแบบนั้น ฉันถึงต้องทำแบบนี้ไงคะ”

ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นมองแพรขาวที่เดินไปอย่างอ่อนโยน แต่บนหน้าต่างชั้นสองกลับมีหน้าสีนวลที่หัวเราะเย้ยหยัน

เย็นวันนั้น แพรขาวให้ชมพูวิ่งเล่นสักพักก็ชวนอาบน้ำเข้านอน เพื่อตัวเองจะได้มีเวลาเตรียมตัวไปดูเรื่องราวในอดีตต่อ ชมพูวิ่งมาสะดุดล้ม แพรขาวจะเข้าไปหาแต่ชะงักปล่อยให้ลูกลุกขึ้นด้วยตัวเอง แล้วถึงชมว่าเก่ง เด็กน้อยยิ้มบอกว่าตนต้องเก่งเพื่อคอยดูแลแม่ แพรขาวปลื้ม

พอได้เวลาไรวินท์บรรเลงเปียโนจบ แพรขาวก็มายืนรอเร่งว่าเป็นห่วงแม่ของเขา...หลังจากวันนั้น

ทุกวันที่แรมกลับบ้าน วีณาจะดูตื่นเต้น แต่พอวารีเดินมา แรมก็จะเลี้ยวไปเรือนเล็ก เหมือนวารีจะรู้ถึงความเปลี่ยนไปของสามีกับน้องสาวแต่ไม่ตีโพยตีพาย...

แพรขาวแดกดันว่าพ่อเขาก็เลยกลายเป็นคุณหลวงเทครัว ไรวินท์มองแพรขาวอย่างเคืองๆปนเอ็นดู


อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 28 ก.พ. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ