อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 3 วันที่ 4 ก.พ. 59

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 3 วันที่ 4 ก.พ. 59

เมขลาเดินมาที่ศูนย์เด็กเล็ก บัวผาดตามมาอย่างเอาเรื่อง ทั้งสองหยุดเผชิญหน้ากัน กุ้งเดินมาถามว่ามีอะไรกัน

บัวผาดใส่ไฟว่าเมขลาเป็นบ้าไปแล้ว จะตามมาตบตน เมขลาพุ่งไปชี้หน้าด่าว่าใส่ร้ายกัน กุ้งผสมโรงเข้าผลักเมขลาอย่างแรงถามว่าสองรุมหนึ่งนี่กล้าเหรอ เมขลาไม่พูดพรํ่าทำเพลงกระโจนเข้าตบกุ้ง แต่กุ้งหลบทัน ฝ่ามือเลยไปตบเอาบัวผาดเข้าเต็มๆ สามคนเลยตะลุมบอนกันอุตลุด

“หยุด นี่มันเรื่องอะไรกัน” เพ็ญตวาด ทั้งสามจึงหยุด บัวผาดชิงฟ้องก่อนว่าตนยืนอยู่ดีๆ เมขลาก็เข้ามาตบเลย กุ้งบอกตนมาช่วยเลยโดนด้วย


“แต่เขาหาเรื่องฉันก่อนนะคะ ถ้าไม่เชื่อสาบานให้ฟ้าผ่าตายกันทั้งสามคนเลย” กุ้งกับบัวผาดร้อง ลั่นว่าไม่เอา เมขลายืนยันว่า “จริงๆนะคะ เขาทำก่อนแล้วทำไมจะเอาคืนบ้างไม่ได้”

“รู้ว่าเขาทำไม่ดี แล้วไปทำอย่างเขาทำไม ใช้กำลังแก้ปัญหาแบบโง่ๆ ฟัดกันเหมือนหมาเหมือนแมวไปได้ จำไว้อยู่บ้านนี้ห้ามทะเลาะตบตีกัน โดยเฉพาะเธอต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็ก ถึงจะอยู่ในป่าในดง แต่ก็ไม่ควรทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้ อย่าให้รู้ว่ามีเรื่องกันอีก ไม่งั้นแม่จะจับเชือดให้หมด” เพ็ญคาดโทษ

เมขลาเงียบ แต่บัวผาดกับกุ้งยังลอบมองเมขลาอย่างไม่พอใจ

ooooooo

กลับถึงบ้านพัก เมขลายังอารมณ์ค้างเลยเล่นบทบู๊เองอย่างเมามันระบายอารมณ์ รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ข้างหลังก็ตีลังกาตลบหลังเตะตัดขาแล้วเงื้อไม้จะฟาด

“ครูๆๆ ผมเอง” อรัญปัดป้องอุตลุด อรัญชมทึ่งว่าบทบู๊ของเธออย่างกับนักกีฬาทีมชาติหรือไม่ก็นักกายกรรม ถามว่า “ครูปริมเรียนต่อสู้จากไหนครับ” เมขลาตอบงงๆ ว่าไม่รู้ นึกไม่ออกเหมือนกันสงสัยตนชอบดูหนังแอ็กชั่น “ผมว่าไม่น่าจะแค่นั้นนะ แต่ละท่าไม่ธรรมดาเลย แม่นขนาดนั้นต้องเคยฝึกมาอย่างดีแน่ๆ”

พอดีพญาเดินมาเขาถามประชดอรัญว่าที่อำเภอไม่มีงานทำรึไง อรัญไม่ตอบแต่ถามอย่างตื่นเต้นว่ามาทันเห็นครูปริมบู๊หรือเปล่า เจ๋งมากเลย พญาตอบหน้านิ่งว่าเห็นใบสมัครบอกว่าเคยสอนพละ จะเล่นบู๊อะไรบ้างก็ไม่เห็นแปลก อรัญถามว่าเธอจำได้ไหมว่าฝึกพวกนี้มาจากไหน เมขลาบอกว่าจำไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ ใจเย็นๆ ค่อยๆนึกไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าวันนึงคุณจะจำทุกอย่างได้” อรัญให้กำลังใจ แต่พญาฟังแล้วกังวล กลัวว่าถ้าเมขลาจำอะไรได้ขึ้นมาความจริงจะถูกเปิดเผย

ooooooo

เมขลาอารมณ์เสียจนไม่มีสมาธิจะสอนเด็ก เลยชวนเด็กๆไปวิ่งเล่นข้างนอกแข่งกันเดินข้ามสะพานดูว่าใครจะถึงก่อน เทิดมาเห็นคิดแกล้งวิ่งไปปลดเชือกที่มัดเสาสะพานไม้ออก ทำให้น้ำตาลตกน้ำ เมขลาโดดน้ำไปช่วยขึ้นมาได้

เทิดใจเสียที่คิดจะแกล้งเมขลาลูกตัวเองกลับรับเคราะห์ซ้ำเมขลายังได้รับคำชมที่เสี่ยงชีวิตโดดลงไปช่วยน้ำตาลด้วย แต่เธอก็ถูกพญาเรียกไปตำหนิที่พาเด็กๆไปเสี่ยงอันตราย ดุว่า

“หัดเป็นครูที่สงบเสงี่ยม เลิกเถียง เลิกอวดดีซะที ไม่ใช่ลูกเศรษฐีอีกแล้ว อย่ามาทำนิสัยเสีย...ปรับปรุงตัวเองเสีย ถ้าเป็นคนที่ดีกว่านี้เธออาจจะโชคดีกว่าที่คิด”

“ฉันมองไม่เห็นเลยว่าจะมีอะไรดี มีแต่โดนคุณด่าเป็นชุดทุกวัน” เมขลาเดินบ่นไปเซ็ง ยิ่งคิดก็ทำใจไม่ได้ถามตัวเองว่า “ทำไมต้องทนให้เขาโขกสับขนาดนี้ อยากกลับบ้าน บ้านเราอยู่ไหนเนี่ย? โอ๊ย...ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว เคยอยู่ที่ไหน ทำไมจำไม่ได้ นึกให้ออกสิ จะได้กลับบ้านเสียที นึกๆๆๆบ้านอยู่ไหน...”

เมขลาขยี้หัวตัวเองจะเค้นให้คิดออก แต่ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี

ooooooo

ไข่มุกและมาการีนหนีพวกทวงหนี้ไม่กล้าอยู่ที่บ้าน จนวันนี้กลับมาอีกครั้งก็เจอพวกทวงหนี้มาดักอยู่ เมื่อไม่ได้เงินมันก็จะทำร้าย ไข่มุกตะโกนร้องขอความช่วยเหลือโชคดีที่ชาวบ้านมาเห็นมันจึงพากันหนีไป

เมื่อหมดหนทาง ไข่มุกจึงจะเอาของใช้ของเมขลาซึ่งยังมีแฟนคลับคลั่งไคล้อยู่ไปประมูล โดยให้ศนิเป็นคนดำเนินการ วันนี้จึงพากันมาเอาของที่บ้าน ศนิเห็นรูปเมขลาในกรอบจึงขอไปเป็นที่ระลึก ไข่มุกให้แต่รูปเพราะจะเอากรอบอย่างดีนั้นไปขาย เมื่อเก็บของหมดแล้ว ก็ให้ทำบัญชีของและให้เบอร์บัญชีธนาคารไว้ กำชับว่าขายได้เท่าไรให้โอนเข้าบัญชีให้หมด

ไข่มุกมองหากระดาษจะจดรายการของที่เอาไป มาการีนหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลโยนมาแปะที่หน้าไข่มุกพอดี มาการีนร้องด้วยความดีใจที่เจอแผ่นมาส์กหน้า ไข่มุกมองมาการีนนึกว่าเจอพินัยกรรม เอาซองทิ้งถังขยะอย่างไม่สนใจ มาการีนก็ทิ้งซองที่มาส์กหน้าลงถังขยะไปทับซองเอกสารที่ไข่มุกโยนลงไปพอดี

ที่แท้ซองที่ไข่มุกโยนทิ้งถังขยะคือ พินัยกรรม!

เมื่อเมขลาทายาทที่ตระกลระบุไว้ในพินัยกรรมเสียชีวิต ทนายจึงมาคุยกับพญาว่าเช่นนี้แล้วป่าสายน้ำผึ้งก็ต้องตกเป็นของทายาทโดยธรรมลำดับต่อไป ซึ่งก็คือไข่มุกน้าที่เลี้ยงเมขลามา แต่ยังไม่แน่ใจว่าเขาได้เห็นพินัยกรรมหรือยังเพราะยังไม่มีการติดต่อมา

ทนายจะลงไปกรุงเทพฯเพื่อทำเรื่องส่งมอบมรดก พญารีบบอกว่าไม่ต้อง ตนจะไปหาไข่มุกเอง

ooooooo

แอนนี่หาเหตุที่จะสัมพันธ์ใกล้ชิดพญายิ่งขึ้น เธอมาที่ศูนย์เด็กเล็ก บอกพญาว่าที่ไร่ตนก็มีเด็กหลายคน จะฝากมาเรียนที่นี่ได้ไหม พญายินดีเพราะเด็กเยอะๆ จะได้สนุกกัน บอกว่าตอนนี้ตนยกให้ครูปริมดูแลทั้งหมด แต่เธอยังเข้ากับที่นี่ไม่ค่อยได้

“ถ้าคุณมาช่วยจัดการก็คงดี ผมดีใจนะที่คุณไม่รังเกียจผมแล้ว” แอนนี่ทำตาโตถามว่าตนเคยรังเกียจเขาที่ไหน “คุณเป็นลูกเสี่ยส่ง รวยที่สุดในแถบนี้ แต่ผม เป็นแค่ชาวไร่ธรรมดา ผมรู้สึกมาตลอดว่าเราต่างกันมาก”

“แต่ตอนนี้เราเท่ากันแล้วนะคะ”แอนนี่กุมมือพญา เอ่ยตาเชื่อม “แอนนี่รู้สึกดีมากเลยนะที่พญายอมให้แอนนี่ เข้ามาใกล้คุณมากขึ้น”

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของน้ำอ้อยกับเมขลา น้ำอ้อยถามเมขลาว่าทำไมเขามองกันแบบนั้น

“ครูรู้สึกเหมือน...แม่มดกำลังวางแผนร้าย” เมขลาจิกมองไม่วางตา ไกลออกไปเพ็ญก็มองมาอย่างจับสังเกตเช่นกัน

วันนี้พญาจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เขาฝากแม่ให้ดูแลครูปริมด้วย ปํ้าๆเป๋อๆอย่างนี้กลัวจะไปสร้างปัญหาขึ้นอีก

“แม่ยังแปลกใจไม่หาย ยัยคนนี้ดูจากใบสมัครที่ส่งมาก็เรียบร้อยดี แต่พอเจอตัวจริงไหงกลายเป็นลิงไปได้ไงไม่รู้ แต่อย่างครูปริมนี่น่ะปากร้ายแต่ใจดี ไม่เหมือนพวกที่ทำออเซาะ ปากหวานแต่ก้นเปรี้ยว เราอย่าไปหลงคนปากหวานแล้วกัน”

เพ็ญพูดเป็นนัยๆ พญาได้แต่ฟังนิ่ง หลังจากนั้นเขาขับรถไปเจอเมขลาเดินทอดอารมณ์ในไร่ จึงจอดรถเรียกมาเตือนว่าตนจะลงไปกรุงเทพฯสองสามวันอย่าก่อเรื่องอีกล่ะ พอเมขลาทำเสียงอือรับทราบ เขาถามว่าจะฝากซื้ออะไรไหม

เมขลาแปลกใจที่วันนี้เขาใจดี พญาเร่งยิกๆ แล้วตัดบทว่าคิดช้าก็ไม่ต้องเอา แล้วขับรถไปเลย

“อะไรของเค้า เยอะตลอด...โอ๊ยประสาทกิน จะทนไม่ไหวแล้วนะ”

“ทนไม่ไหวก็ต้องทน ลูกจ้างอย่างเธอจะมีปัญญาทำอะไรนอกจากต้องทน” เสียงแอนนี่ดังมาจากข้างหลัง เมขลาหันขวับถามว่ามาทำอะไร แอนนี่วางมาดเจ้านายบอกว่า “ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะมาดูแลศูนย์เด็กเล็ก หรือพูดง่ายๆมาเป็นเจ้านายอีกคนของเธอ ระวังตัวไว้ก็ดีนะ เพราะคงไม่ได้อยู่แบบสบายๆแล้วล่ะ” แอนนี่มองข่มยิ้มอย่างเป็นต่อ

ooooooo

ไข่มุกกับมาการีนกลัวพวกทวงหนี้จนขวัญผวา เมื่อพญาไปกดออดเรียก ถามหาไข่มุก เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่อยู่ แล้วพยายามหลบหน้า จนกระทั่งพญาถามว่าจะติดต่อไข่มุกได้อย่างไร ไข่มุกอาศัยจังหวะที่พญาเผลอบอกให้มาการีนรีบหนี

“เดี๋ยวก่อนคุณ ผมไม่ได้มาทวงหนี้ ผมมาเรื่องพินัยกรรมป่าสายน้ำผึ้งที่คุณไข่มุกได้”

ไข่มุกเบรกจนหัวทิ่มหันขวับมองพญาตาโต “อะไรนะ ฉันได้ป่าสายน้ำผึ้ง”

“เอ่อ...ครับ คุณได้มรดก”

เมื่อไปนั่งคุยกันในบ้าน ไข่มุกยังถามอย่างไม่หายตะลึงว่าตนได้เป็นเจ้าของป่าสายน้ำผึ้งนับร้อยๆไร่

แทนเมขลาจริงหรือ พอพญายืนยัน ไข่มุกก็ด่าเมขลาว่าเนรคุณ ร้ายกาจมากไม่บอกตนสักคำ คงคิดจะฮุบไว้คนเดียว

พญาถามว่าเมขลายังมีญาติที่ไหนบ้าง ไข่มุกว่าไม่มี พ่อแม่ตายหมด ตนเป็นญาติคนเดียวที่เลี้ยงมา ย้อนถามว่าแล้วเขามาช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร

“ผมสนิทกับลุงตระกล มีไร่ติดกับป่าสายน้ำผึ้งครับ ...ถ้าคุณไข่มุกไม่ว่าอะไร ผมจะขอซื้อที่ป่าผืนนี้”

ไข่มุกดีใจมากแต่ทำฟอร์มถามว่าตนจะได้เท่าไร พญาบอกว่าตนจะให้สูงกว่าราคาทั่วไปสิบเปอร์เซ็นต์ มาการีนยุแม่ให้ขายเลย ไข่มุกยังลีลาถามพญาว่าอยากได้มากหรือ

“ที่ตรงนั้นเป็นป่าต้นน้ำ ผมอยากอนุรักษ์ไว้ ถ้าป่าถูกตัด น้ำจะท่วมตัวหมู่บ้าน คนที่นั่นจะเดือดร้อน”

มาการีนยุให้ขายเลย ไข่มุกเล่นตัวขอคิดดูก่อน มาการีนทนไม่ได้ลากแม่ออกไปคุยกันข้างนอก บอกแม่ให้ขายเสียเราจะได้มีเงินปลดหนี้ ถามว่าแม่ไม่กลัวหูหายหรือ

“รีบขายตอนนี้ก็ได้แต่เงินสิลูกขา...แต่แม่อยากมีเขยด้วย นายพญาคนนี้กล้าขอซื้อที่มากมายได้ง่ายๆ ขนาดนี้ แสดงว่าเขาต้องล่ำซำมาก ถ้าลูกมาการีนได้กับเขาละก็...”

“อ๋อ...หนูก็ได้เป็นเมียเศรษฐีสิคะแม่...” มาการีนดีใจจนเนื้อเต้น สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคัก แววตาเจ้าเล่ห์

เพราะอยากได้ทั้งเงินและเขยเศรษฐี ไข่มุกถ่วงเวลาการเจรจาขายป่าสายน้ำผึ้งว่าขอไปดูที่ก่อน บอกว่าไปแล้วจะให้พักที่ไหนก็แล้วแต่เขาสะดวกเพราะตนกับลูกอยู่ง่ายกินง่าย

ooooooo

นับแต่แอนนี่มาดูแลที่ศูนย์เด็กเล็ก เธอใช้ความเหนือกว่าทั้งทางเศรษฐกิจและหน้าที่ข่มเมขลาเต็มที่

วันนี้ขณะที่เมขลาสอนเด็กร้องและเต้นเพลงมดแดงตัวน้อยนั้น เธอก็เอาช็อกโกแลตมาแจก เด็กๆ เฮโลกันไปกินช็อกโกแลตและห้อมล้อมแอนนี่อย่างเห่อครูใหม่ ถามว่าครูชื่ออะไรทั้งสวยและใจดี

ไม่เพียงเอาใจเด็กๆ แอนนี่ยังซื้อผ้าไหมมาฝากเพ็ญ และซื้อกระเป๋าสีสวยมาฝากพวกป้าแหวง บัวผาด และกุ้งอีกด้วย มาไม่ทันไรเธอก็กลายเป็นขวัญใจของคนในไร่ เมขลาถูกโดดเดี่ยวจนพวกป้าแหวงเย้ยว่าครูปริมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว

แอนนี่ตีสองหน้า โดยเฉพาะต่อหน้าพญา วันนี้ขณะที่เมขลาถูพื้น แอนนี่เห็นพญากลับมาก็คว้าไม้ถูไปทำเอง พอพญาทักว่าทำเองเลยหรือ ก็บอกว่ากำลังสอนวิธีถูพื้นที่ถูกต้องให้เมขลา

ตกเย็นพญาเอาของฝากไปให้เมขลาที่บ้านพัก เธอดีใจ แต่พอเปิดดูมันคือหนังสือเตรียมการสอนเด็กก่อนวัยเรียน

“หนังสืออีกแล้ว คุณจะไม่ให้ฉันทำอะไรเลยรึไงนอกจากท่องตำรา” เมลขาถามเซ็งๆ พญาบอกว่าเธอเป็นครูต้องอ่านหนังสือมากๆ จะได้สอนเด็กได้ดีขึ้น เมขลาหน้าเบ้บ่นอุบอิบ “เท่าที่อ่านอยู่ก็ปวดหัวจะแย่ เข้ากรุงเทพฯทั้งทีของฝากนึกว่าจะเป็นบลูเบอรี่ ชีสเค้ก น้ำหอมชาแนล จีวองชี่สักขวด”บ่นแล้วชะงักถามตัวเองงงๆ “ฉันรู้จักของพวกนี้ได้ไงนี่”

“เธอต้องอย่าลืมว่าเป็นแค่ครูปริม ครูต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีเงินมาก ไม่ใช่ดาราที่ใช้ชีวิตหรูหราได้ บอกตัวเองบ่อยๆหน่อย”

เมขลาบอกว่ารู้แล้วตนไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์ ตนจำชื่อตัวเองได้ พญาใจไม่ดีถามว่าจำได้จริงหรือ

“ก็แน่ล่ะสิิ ฉันชื่อปริม อาชีพเป็นครู แค่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นครูอะไร แล้วก็มาจากไหน รอให้ฉันนึกออกก่อนเถอะ”

“นึกออกแล้วจะทำไม”

“ฉันจะกลับบ้าน ไม่อยู่ให้คนใจร้ายด่าเช้าด่าเย็นโขกสับไปตลอดชีวิตหรอก”

พญาแอบโล่งใจเพราะสิ่งที่เธอบอกว่าจำได้ก็คือสิ่งที่เธอจำไม่ได้นั่นเอง ส่วนเรื่องจะกลับบ้านนั้นเขาบอกว่าเธอกลับไม่ได้เพราะทำสัญญากัน 5 ปีห้ามผิดสัญญา เมขลายิ้มเยาะว่าทำเป็นเก่ง มันก็กระดาษแผ่นเดียว ไม่ให้ไปตนหนีไปก็ได้

ooooooo

แม้เมขลาจะถูกแอนนี่ข่มอย่างหนัก แต่เธอก็ได้กำลังใจจากพญาว่าการสอนของเธอดีขึ้น และเพ็ญก็ให้กำลังใจว่า

“ฉันให้แอนนี่มาช่วยวางระบบเท่านั้นคนเป็นหลักในการสอนคือเธอ ดูเธอก็ทำได้ดีขึ้นแล้วนี่”

“งานนี้เธอทำได้ เธอเป็นครูที่ดีได้ ฉันรู้” พญาให้กำลังใจ

พวกป้าแหวง บัวผาด และกุ้ง สะใจที่เห็นเมขลาถูกแอนนี่ข่มจนเด็กเล็กก็พากันหันไปเห่อแอนนี่กันหมด เพ็ญดูออก บอกเมขลาว่าอดทนหน่อย เธอบอกว่าตน ไม่ค่อยแน่ใจไม่รู้จะทำได้แค่ไหน

“อย่าท้อ อย่าหมดกำลังใจแบบนี้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ดูป่าผืนนี้ ฉันกับพญาสร้างมันขึ้นมาจากไม่มีอะไรเลยจนเป็นป่าที่สมบูรณ์ขนาดนี้ เธอก็เหมือนกัน สักวันต้องเป็นครูที่ดีได้แน่”

“ขอบคุณค่ะแม่เพ็ญ” เมขลาไหว้เพ็ญอย่างรู้สึกดีขึ้นที่มีคนให้กำลังใจ

ooooooo

ไข่มุกกับมาการีนไปซื้อของเตรียมไปป่า เข้าร้านนั้นออกร้านนี้จนกระทั่งมาถึงร้านเครื่องสำอาง ซื้อทั้งครีมกันแดดครีมบำรุงผิวสารพัดครีม พอเอาบัตรเครดิตไปรูดปรากฏว่าไม่ผ่าน ก็หาว่าเครื่องเขาไม่ดีพาลออกจากร้านไปหน้าตาเฉย

เมื่อไม่มีเงินซื้อของแพงจึงแวะซื้อของถูกตามแผงลอย ก็ถูกพวกทวงหนี้ตามเจอ ถูกรุมทวงหนี้กันข้างถนนและขู่ว่าถ้าไม่ได้จะถูกตัดหูขวาไปแน่ สองแม่ลูกจูงมือกันหนีอย่างหวาดกลัว

ต่อมา พญาบอกเพ็ญที่โต๊ะอาหารว่าเจ้าของใหม่ป่าสายน้ำผึ้งจะมาดูที่ก่อน จะขายหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที เพ็ญเสนอให้พามาพักที่ไร่ภูพญา จะได้รู้จักกันเพราะลุงตระกลมีบุญคุณกับเรามาก ญาติเขาก็เหมือนญาติเรา

เทิดผ่านมาได้ยิน พญาหันเห็นพอดีเทิดเลยทำทีเข้ามาบอกว่าต้นกล้าที่ให้เตรียมพร้อมส่งแล้ว พญาพยักหน้า เทิดจึงออกไป เพ็ญถามเมขลาว่านึกออกหรือยังว่ามีญาติพี่น้องกับเขาไหม พอเมขลาบอกว่านึกไม่ออก พญาก็แอบโล่งใจที่เมขลายังจำอะไรไม่ได้

ไข่มุกกับมาการีนมาถึงสถานีรถไฟ มองรอบๆอย่างสยองว่าทำไมกันดารอย่างนี้ ขณะกำลังลังเลนั้นเทิดก็มาถึงพอดี แต่ไม่ทันเข้าไปทักเสี่ยส่งก็เข้าไปทักก่อน ทำทีมีน้ำใจจะพาไปส่ง ไข่มุกวางท่าหางตามองเสี่ยส่งบอกว่าตนนัดคนไว้แล้วเดี๋ยวคงมา แล้วชวนมาการีนเลี่ยงไปรอทางอื่น เทิดจึงเข้าไปแนะนำตัวว่าพญาไม่ว่างให้ตนมารับแทน

เทิดพาไปพักที่ป่าสายน้ำผึ้งตามคำสั่งของพญาสองแม่ลูกถามว่าทำไมไม่ให้พักที่ไร่ภูพญา เทิดบอกว่านายสั่งไว้ แล้วบอกทองหลางให้ยกกระเป๋าเข้าข้างใน แม้ผิดหวังที่ไม่ได้พักที่ไร่ภูพญา ไข่มุกบอกมาการีนว่าคืนนี้จะนอนไหนไว้ค่อยคุยกับว่าที่ลูกเขยอีกที

แม้สองแม่ลูกสบายใจที่ที่นี่ดูเถื่อนๆ แต่ก็ดีไม่ต้อง หนีเจ้าหนี้ มาการีนฝันหวานว่าตนจะได้เป็นคุณนายไร่ภูพญาแล้ว

“อย่าให้หลุดมือแล้วกัน ไม่รวยตอนนี้จะไปรวยตอนไหนลูกเอ๊ย” สองแม่ลูกฝันหวานไปด้วยกัน

ooooooo

พญาพยายามหว่านล้อมโน้มน้าวเมขลาให้เห็นความสำคัญของการรักษาป่า เพื่อรักษาต้นน้ำไว้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน แล้วเลียบเคียงถามว่าถ้าเธอได้เป็นเจ้าของป่าสายน้ำผึ้งเธอจะขายไหม

เมขลาตอบทันทีว่าขาย ตนไม่ใช่นักอนุรักษ์และไม่ได้เป็นครู สอนเด็กไม่เป็น ซ้ำยังความจำเสื่อมอีก พญาส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของเธอ บอกว่าตนให้โอกาสครั้งสุดท้ายแล้วแต่เธอยังเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ เธอทำตัวเองจะโทษตนไม่ได้

เมื่อพญาไปพบไข่มุกและมาการีน ทั้งสองขอไปพักที่บ้านพญา เขาบอกว่าพักที่นี่ดีแล้วเพราะที่บ้านตนไม่ค่อยสะดวกกลัวจะต้อนรับได้ไม่เต็มที่ พักที่นี่ดีแล้วจะได้ดูป่าสายน้ำผึ้งให้ทั่วและตีราคาได้ถูก

สองแม่ลูกเลียบเคียงถามถึงครอบครัวเขา พอพญา บอกว่าตนยังไม่มีครอบครัว สองแม่ลูกก็ยิ่งมีความหวัง

พญาบอกว่าเมื่อยังตั้งราคาขายไร่สายน้ำผึ้งไม่ได้ตนขอตัวกลับก่อน สองแม่ลูกคาดเดากันว่า ที่พญาไม่ยอมให้ไปพักที่ไร่ อาจจะซ่อนกิ๊กไว้เลยกลัวเราเจอ

ooooooo

วันนี้เมขลาไปช่วยป้าแหวงหิ้วของที่ตลาด กลับมาเดินผ่านห้องที่มีรูปของพญาถ่ายกับตระกลแขวนโชว์อยู่ เธอหยุดดูอย่างสะดุดตาบอกว่าหน้าคุ้นๆ เพ็ญบอกว่านั่นคือลุงตระกลเจ้าของป่าสายน้ำผึ้ง เพิ่งเสียไป ถามว่าเธอรู้จักหรือ

“หนูนึกไม่ออก แต่คุ้นหน้ามาก”

พอดีพญากลับมา เพ็ญถามว่าเจ้าของใหม่ป่าสายน้ำผึ้งว่าอย่างไรบ้าง พญาบอกว่าเขาจะพักที่นี่สักพักยังไม่ได้บอกราคา

เทิดที่เปลี่ยนหลอดไฟอยู่แถวนั้นได้ยินเรื่องเจ้าของใหม่จะขายป่าสายน้ำผึ้งก็เงี่ยหูฟัง เพ็ญมองตามเมขลาที่ถือของไปไว้ที่ครัว บอกพญาว่า

“ครูปริมบอกว่าคุ้นหน้าลุงตระกลมาก เออ...แปลกนะ ดูๆแล้วก็มีเค้าหน้าลุงตระกลยังไงไม่รู้ นี่ถ้าบอกว่าเป็นญาติอาจจะเชื่อนะ”

“เป็นไปไม่ได้ วันๆลุงแกก็อยู่แต่ในป่าในไร่ จะไปรู้จักครูติงต๊องแบบนี้ได้ไง แม่อย่าคิดมากเลยครับ” พญาตัดบทจนเพ็ญมองอย่างจับสังเกต

พญาต้องใจคอไม่ดีอีกครั้งเมื่อเมขลามาหาเขาที่ระเบียงบอกว่าคุ้นหน้าลุงคนนั้นมาก แล้วก็ร้องดีใจบอกว่านึกออกแล้ว พญามองขวับ เธอบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ลุงคนนั้น...หน้าเหมือนดารารุ่นเก๋าที่ฉันชอบเลย โห...กว่าจะนึกออก คิดซะแทบตาย”

พญาถอนใจอย่างโล่งอกที่เมขลายังจำอะไรไม่ได้

ไข่มุกขับรถออกจากบ้านพักที่ป่าสายน้ำผึ้งจะไปหาพญาที่บ้านไร่ภูพญา แต่พาหลงไปที่ไร่ของเสี่ยส่ง เสี่ยต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ไข่มุกมองอย่างทอดไมตรีแต่ไว้เชิงว่าหลงทางมา ที่จริงตั้งใจจะไปไร่ภูพญา กระนั้นก็ยังอ่อยไว้ว่าเอาไว้วันหลังค่อยมาใหม่แล้วกัน

มาการีนถามว่าทำไมแม่ไปลงไปเที่ยวไร่เขาก่อน ดูท่าจะรวยไม่ใช่เล่น ไข่มุกพูดอย่างผู้จัดเจนว่า

“เราต้องมีลีลาหน่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราง่าย แต่ไม่ต้องห่วง แม่ดูสายตาอาเสี่ยนั่นออก ยังไงก็เสร็จแม่แน่อยู่แล้ว”

“โอ้โห...แม่นี่เด็ดสุดๆ เรานี่สมเป็นแม่ลูกกันมากเลยนะ” มาการีนยกนิ้วให้แม่อย่างภูมิใจ

ooooooo

กุ้งดูถูกและกีดกันเมขลาไม่ให้ใกล้ชิดกับพญา วันนี้ขณะเธอเอาเอกสารภาษาอังกฤษไปให้พญาดู เขาชี้ให้ดูศัพท์ที่ใช้ไม่ถูก กุ้งทำเป็นก้มไปดูอย่างใกล้ชิด เมขลาเปิดประตูผลัวะเข้ามา กุ้งรีบถอยออกชักสีหน้าตำหนิ

“มีมารยาทหน่อยซิครู จะเข้ามาไม่รู้จักเคาะประตู”

เมขลาจึงหันกลับไปเคาะประตู ถามว่าทำอะไรกันอยู่หรือ พญาถามเสียงขุ่นว่าเธอนั่นแหละมีธุระอะไร เมขลาบอกว่าเอาชื่อหนังสือที่สั่งเพิ่มมาให้ พญารับไปดูบอกว่า

“เน้นหนังสือภาษาอังกฤษมากหน่อย อย่างกุ้งนี่ก็ต้องฝึกเพิ่มอีกเยอะ เขียนอะไรยังใช้ไม่ค่อยได้”

กุ้งเสียงอ่อยว่าถ้านายไม่ชอบจะไปทำมาใหม่ เมขลาจึงขอดู กุ้งพยายามกีดกันว่าเสียเวลาเราต้องรีบส่งให้ลูกค้า

“จดหมายชี้แจงต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้แรงงานอย่างถูกกฎหมาย ต่างชาติเขาถือเรื่องนี้มาก ถ้าทำผิดเขาจะไม่สั่งสินค้าเรา” พญาย้ำแล้วยื่นให้กุ้ง แต่เมขลาฉวยไปก่อนใช้นิ้วไล่อ่านแล้วบอกยิ้มๆว่า

“ศัพท์ต้องแก้อีกพอสมควร แบบฟอร์มก็ยังไม่ค่อยถูก เดี๋ยวจัดให้ค่ะ” แล้วถือเอกสารเดินออกไปหน้าตาเฉย ทั้งกุ้งและพญาต่างงง

เมขลาเอาเอกสารไปแก้ พิมพ์และปริ๊นต์ออกมาอย่างคล่องแคล่ว ทำแล้วก็งงว่าตัวเองทำได้ไงเนี่ย เมื่อกุ้งและพญาเดินมาเธอจึงยื่นให้ดูบอกให้ตรวจดูก่อน มีอะไรจะปรับแก้บอกได้เลย

พญาอ่านแล้วมองหน้าเมขลาอย่างพอใจ ทั้งชมและชวนว่าวันหยุดให้มาทำงานที่นี่เดี๋ยวจะขึ้นเงินเดือนให้ กุ้งรีบบอกว่าตนจะฝึกภาษาอังกฤษให้เก่งกว่านี้ไม่ต้องให้ครูปริมมาก็ได้

“เอาตามที่ฉันบอก ต่อไปครูปริมจะมาช่วยที่นี่ เพราะเราต้องติดต่อลูกค้าอาเซียนเพิ่มขึ้นอีกมาก ต้องใช้ภาษาอังกฤษ กุ้งทำงานไม่ทันแน่”

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 3 วันที่ 4 ก.พ. 59

ละคร วิมานเมขลา บทประพันธ์โดย กันยา กุมารี
วิมานเมขลา บทโทรทัศน์โดย เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ,เทิดโชค เกียรติสุขเกษม,วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะ
ละคร วิมานเมขลา กำกับการแสดงโดย อินทนนท์ รัตนากาญจน์
ละคร วิมานเมขลา ผลิตโดย บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัด
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร วิมานเมขลา เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559
ที่มา ไทยรัฐ