อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 1 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 1 มี.ค. 59

แรมว่าเธอเป็นแม่ ว่าอย่างไรลูกก็คงไม่ขัด และห้องหับก็มีมาก ไรวินท์อยู่คนเดียว นี่ตนเป็นพ่อกลับมาทั้งคน วารีขอให้ถามลูกก่อน แรมชักโมโหว่าบ้านเราแท้ๆ ทำไมต้องถามลูก วารีอึกอัก แรมโกรธให้ไปตามลูกมาคุย ไม่ทันไร ไรวินท์เปิดประตูเข้ามา เขาอยู่ในวัยหนุ่มหล่อสง่าใบหน้าเยือกเย็น ยืนจ้องหน้าแรมเขม็ง วารีอกสั่นมองพ่อลูกประจันหน้ากัน

ที่มุมหนึ่งของบ้าน แพรขาวกับไรวินท์ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า ไรวินท์หน้าเศร้ากับการกระทำในอดีตของตัวเอง



วารีบอกให้ลูกไหว้พ่อ แต่เขายืนนิ่งสักพักแล้วเอ่ยถามเสียงห้วนว่าพ่อมีอะไร แรมเอ็ดโต เป็นหนุ่มป่านนี้ยังไม่รู้จักมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่อีก แล้วหันไปต่อว่าวารีเลี้ยงลูกไม่ดี ไรวินท์กัดฟันกรอดมองนิ่งอย่างท้าทาย วารีขอโทษแทนลูกตามเคย แรมโกรธจัดกระแทกไม้เท้าลงพื้นอย่างแรง ลุกยืนสั่งเสียงดังว่าตนจะกลับมาอยู่เรือนนี้ ให้จัดห้องใหญ่ชั้นบนให้ด้วย

“แล้วน้าน้อยจะกลับมาอยู่ด้วยหรือจะให้เธอไปอยู่ที่อื่นครับ”

“เขาก็ต้องอยู่ที่นี่สิ ถามพิกล” แรมกราดเกรี้ยว

“ถ้าเช่นนั้นผมก็ให้น้าน้อยอยู่บนเรือนนี้ไม่ได้ ผมอนุญาตให้พ่อมาอยู่ได้คนเดียวเท่านั้น”

“ไอ้วิน! กล้าดียังไงมาออกคำสั่งใส่ฉัน ว่าให้ใครอยู่ได้ใครอยู่ไม่ได้ เรือนนี้แม่น้อยน้าของแกเขาอยู่มาตั้งแต่เกิด แกไม่มีสิทธิ์มาห้ามเขา”

“สิทธิ์ที่น้าเล็กให้ผมเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้โดยสมบูรณ์ไงล่ะครับ คุณพ่อเรียนกฎหมายย่อมทราบในเรื่องสิทธิ์นี้ดีกว่าผมกระมัง”

“ไอ้เด็กเนรคุณ! ญาติพี่น้องแกยังใจร้ายกับเขาได้ลงคอ ยโสโอหังที่สุด ก็ให้มันรู้ไปสิว่าแม่น้อยจะกลับมาอยู่บ้านของตัวเองไม่ได้”

ไรวินท์เสียงแข็งว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ วารีปรามลูกให้พูดดีๆกับพ่อ เขาไม่ฟัง “ผมยอมให้พ่ออยู่เพราะพ่อเป็นพ่อ แต่สำหรับผู้หญิงคนนั้น พ่อคงไม่รู้ว่าที่บ้านนี้ตัดขาดเขาออกไปนานแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์กลับมาเรือนนี้อีก ตราบเท่าที่ผมถือกรรมสิทธิ์เจ้าของเรือนหลังนี้” แรมตะลึงตัวสั่นเทิ้ม ฟังลูกกล่าวโทษ

“แม่รักพ่อมากแค่ไหน พ่อก็ทราบดี แต่พ่อก็ยังไป...สำเริงกับผู้หญิงคนนั้น ผมจะบอกให้เอาบุญเถอะ ถ้าพ่อไม่ไต่เต้าจากครูจนๆขึ้นมาเป็นขุนนางมหาดไทย สองตาผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีทางมาแลพ่อ”

แรมโกรธจัดเงื้อมือตบหน้าลูก...แพรขาวตกใจร้องว้ายก่อนรีบเอามือปิดปาก วารีร้องพร้อมกับวิ่งไปขวางไม่ให้แรมทำลูกอีก ไรวินท์เสียงกร้าวให้ปล่อยพ่อ ถ้าพ่อทำอะไรตนหรือแม่อีกพ่อจะไม่มีวันได้กลับมาอยู่บ้านนี้

แรมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหาว่าท้าทาย เงื้อไม้เท้าฟาด ไรวินท์จับแม่หมุนหลบได้อย่างหวุดหวิด แรมเข้ากระชากวารีเหวี่ยงล้มหัวโขกโต๊ะเลือดซิบ ไรวินท์ถลาเข้าดูแม่ แรมเงื้อไม้เท้าฟาดอีก ไรวินท์หันมาจับไม้ไว้ แรมจึงกดน้ำหนักลง แต่แล้วก็สู้แรงคนหนุ่มไม่ได้ ไรวินท์ลุกขึ้นมาจ้องแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน วารีได้สติร้องห้ามลูกอย่าทำอะไรพ่อ

แพรขาวแทบไม่อยากเดาหันมาถามไรวินท์ที่ยืนอยู่ด้วยกัน “นี่ อย่าบอกนะว่าคุณจะ...”

ไรวินท์ยืนนิ่งสีหน้าปวดร้าวจนแพรขาวรู้สึกได้ เสียงเขาแผ่วเบาว่า “ผมไม่ควรเลย...”

แพรขาวหันไปดูเหตุการณ์ต่อ สองพ่อลูกจ้องกันเขม็ง แล้วไรวินท์ในอดีตก็ประกาศกร้าว “พอกันที! นับจากนี้ บ้านหลังนี้จะไม่ขอต้อนรับพ่อและผู้หญิงของพ่ออีก”

ไรวินท์สะบัดมือที่จับไม้เท้าออกแล้วเดินลิ่วไป แรมเสียหลักหน้าคะมำ วารีเข้าประคองมองหน้าสามีอย่างทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจเดินตามลูกออกไปปล่อยแรมยืนหน้าชาเหมือนล้มทั้งยืนที่ไม่มีใครเห็นความสำคัญ...แพรขาวชำเลืองมองไรวินท์ที่ยืนนิ่งข้างๆ อย่างรู้สึกสงสาร

หลังจากนั้นแรมก็เดินปึงปังออกจากเรือนใหญ่ เก็บกลั้นความระทมขมขื่นถือไม้เท้าด้วยมือสั่นเทิ้ม แพรขาวตกใจเห็นไรวินท์ก้าวเข้าไปจ้องพ่อด้วยสายตาปวดร้าวไม่แพ้กัน พยายามจะพูดบางอย่างแต่พูดไม่ออก ทันใดมีเสียงเปียโนทำนองดุดันดังขึ้น แรมสูดลมหายใจเข้าเหมือนตัดสินใจอะไรได้ เชิดหน้าสวมหมวกเดินอย่างทะนงต่อไป วารีวิ่งออกมาร้องเรียกแต่แรมไม่หันกลับมา...แพรขาวสงสารไรวินท์อยากจะปลอบโยนแต่ไม่กล้า

ไรวินท์อดีตยังคงเล่นเปียโนเพลงดุดันแสดงถึงความโกรธ เสียใจ แรมรับรู้ถึงอารมณ์ของลูกชายจึงเดินตรงไปยังรถ วารีวิ่งตามออกมาแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นวีณานั่งรออยู่ในรถ วารีหน้าซีดแทบล้มทั้งยืน...วีณาเห็นสีหน้าแรมก็จี้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แรมไม่ตอบสั่งคนรถขับออกไป วีณาโวยวายจะไปอยู่ที่ไหน แรมนิ่งซ่อนความเจ็บปวดอย่างทะนง

แพรขาวกับไรวินท์ยืนมองวารีที่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกด้วยความสงสาร...เสียงเปียโนจบลง ไรวินท์อดีตนั่งนิ่งเหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์ออกจนหมด แพรขาวมองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็น กระซิบกับไรวินท์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆว่า “ฝีมือคุณไม่เลวเลย...ฉันหมายถึงเพลงนะคะ แต่ฉันก็อยากจะบอกว่าไม่เคยเห็นใครกล้ากับพ่อได้เท่าคุณจริงๆ”

ไรวินท์ยิ้มเศร้าๆแทนคำตอบก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า จากวันนั้นพ่อก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย แพรขาวเหน็บเขาทำขนาดนั้นเป็นตนก็ไม่กลับมา ไรวินท์ยิ้มบางๆบอกถึงพ่ออยากกลับก็คงไม่ได้ เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วัน ตนบอกขายเรือนใหญ่และมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเกษียณราชการมาจากกาญจนบุรี ซื้อเอาไว้โดยไม่ต่อสักสลึงเฟื้อง แล้วตนก็ย้ายไปอยู่เรือนเล็กกับแม่

ส่วนพ่อไปเช่าบ้านอยู่ เงินเดือนที่ได้จากการทำงานก็น้อยลง ค่าใช้จ่ายในพระนครสูง ประกอบกับพ่อน้อยใจที่เห็นเพื่อนร่วมรุ่นรุ่งเรือง จึงหันมาดื่มเหล้า น้าน้อยทนไม่ได้ออกเที่ยวทุกวัน จนวันหนึ่งพ่อบังคับให้น้าน้อยอยู่บ้าน แต่เธอกลับมีหนุ่มใหญ่ขับรถหรูมารับหน้าบ้าน น้าน้อยผลักพ่อออกวิ่งหนีไปขึ้นรถ พ่อเจ็บปวดเสียใจมาก...โชคชะตายังให้บททดสอบแก่พ่ออีก เจ้าของสำนักกฎหมายที่พ่อทำงานเสียชีวิต กิจการปิด พ่อตกงาน น้าน้อยทิ้งพ่อไปอยู่กับชายอื่น

ooooooo

หลังจากเห็นสภาพของแรมแล้ว ไรวินท์ก็พา แพรขาวกลับมาที่เรือนของแม่ แพรขาวคิดว่าในที่สุดวารีก็ชนะ สามีกลับมา ไรวินท์ส่ายหน้าบอกพ่อทิฐิเกินกว่าจะกลับ ท่านกลายเป็นตาแก่ขี้เหล้า ส่วนน้าน้อยก็ไปอยู่กับป้าใหญ่ ทั้งสองโกรธแม่กับตนที่ได้รับมรดกทั้งหมด

แพรขาวยังสงสัย “โอเค คุณทำบาปกรรมกับพ่อของตัวเองก็จริงอยู่ แต่การไล่พ่อออกจากบ้านอย่างนั้น มันทำให้คุณต้องติดอยู่กับเรือนหลังนี้เลยหรือคะ ไม่ยุติธรรมเลย”

ไรวินท์เดินหนี แพรขาวตามถามมีเรื่องอะไรอีก เขาหันมาสบตาบอกยังมีเรื่องราวอีกมากที่เกิดขึ้นในเรือนสองหลังนี้ แพรขาวอยากรู้รบเร้าให้เล่าต่อ เขายิ้มมองไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น แพรขาวมองตามตกใจที่เช้าแล้ว

และแล้วแพรขาวก็ตื่นสายอีกจนได้ ชมพูเล่นลูกบอลอยู่ที่สนาม สีนวลยืนมองอยู่บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ เสียงกรุ๊งกริ๊งเหมือนเพลงกล่อมเด็กดังลงมา ทำให้ชมพูเงยหน้ามองอย่างสนใจ เผอิญนลินเดินมาถามถึงแพรขาว ชมพูจึงรู้สึกตัวหันกลับมาบอกว่าแม่แต่งตัวอยู่ หนูน้อยเงยหน้ามองไปข้างบนอีกครั้ง หน้าต่างบานนั้นได้ปิดลงแล้ว

พอเดินผ่านศาล ชมพูก็บอกนลินว่าตนจะเล่นอยู่ตรงนี้ นลินพยักหน้ารับแล้วเดินไปที่เรือนเล็ก...ชมพูวิ่งมามองกุหลาบขาวในแจกันหน้าศาล เพราะมีแสงเรืองรอง เสียงไรวินท์ถามสวยใช่ไหม ชมพูหันมองยิ้มดีใจเรียก...คุณยุง...คุณยุง...

นลินนั่งรอแพรขาว เห็นเธอออกมาในชุดผ้าซิ่นไทย เกล้าผมดูสวยแปลกตาก็ตะลึง แพรขาวต้องไปทำงานร้านสปาจึงฝากดูแลชมพู นลินบอกสบายมาก ชมพูเป็นขวัญใจคนบ้านนี้ไม่ต้องห่วง...แพรขาวคว้ากระเป๋าและกุญแจรถรีบไป ชมพูวิ่งถือดอกกุหลาบขาวมาให้แม่เสียบผม แพรขาวฉงนแต่ก็ยิ้มอย่างรู้ทันว่ามาจากใคร นลินมองสองแม่ลูกไปมา

ในขณะเดียวกัน สาโรจน์ส่งนักสืบมาถ่ายคลิปแพรขาว ตั้งแต่ออกจากบ้านไปยังร้านสปา แล้วส่งกลับให้เขา สาโรจน์เปิดดูเห็นแพรขาวถือกล่องอาหาร ถุงขนมรีบเข้าร้าน ถึงกับเคลิ้มในความสวยของเธอ จนต้องเตือนตัวเองว่าไม่ควรๆ เขาเลื่อนไปอีกไฟล์เป็นคลิปเธอออกจากบ้าน ต้องผงะเมื่อเห็นมีชายชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์จอดซุ่มถ่ายภาพเธอ และขี่รถตามเธอไปจนถึงร้าน จึงรีบตามนักสืบกลับมาสอบถาม จนรู้ว่ามีนักสืบอีกทีมที่พัสกรจ้างมา สาโรจน์รู้สึกเป็นห่วงเธอ

ooooooo

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 1 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ