อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[4] วันที่ 20 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[4] วันที่ 20 ก.พ. 59

ธูปมอดหมดดอก ร่างเกล้ามาศหงายหลังล้มตึง ! อินทวงศ์ พริม อาร์มร้องเรียกเกล้ามาศพร้อมกัน !
“คุณมาศ ! / มาศ !”
อินทวงศ์ พริม อาร์มปราดเข้าไปประคองร่างไร้สติของเกล้ามาศด้วยความห่วงใย
ส่วนริ้วทองลืมตาปึง ! “อีล้อมเพชร !”
พระปราบหันมามองริ้วทอง “อโหสิกรรมให้เขาเถิดนะโยมริ้วทอง”
ริ้วทองไม่ตอบแต่มีสีหน้าอาฆาตแค้น

อินทนิลนั่งอยู่ในห้อง พริมเดินเข้ามาหา “น้านิลค่ะ เกล้ามาศเข้าโรงพยาบาลค่ะ” อินทนิลตกใจ

โรงพยาบาล ทุกคนเดินกระวนกระวายอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน คุณหมอเดินออกมา
“ยัยมาศเป็นยังไงบ้างค่ะ”


“สภาพร่างกายของคุณมาศดีทุกอย่าง แต่ว่าไม่มีการตอบสนองรับรู้ใดๆ”
อินทนิล พริม อินทวงศ์ อาร์มมองหน้ากันอย่างหนักใจ

เหมยกุยกับล้อมเพชรนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ท่อนบนเปลือยผ้า ปล่อยผมสยาย ล้อมเพชรนอนมองเพดาน บรรยากาศบ้านที่แสนจะธรรมดา“ข้าวของที่เหมยขโมยมาจากวังศุภมาศก็มีอยู่มาก เราเอาไปขาย แล้วเอาเงินไปซื้อที่ดินในเมืองปลูกเรือนสักหลังได้ ไม่เห็นต้องมาอยู่ชนบท นอนฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรเช่นนี้เลย”
“เราอยู่ในเมืองหลวง เราจะกล้าไปเสนอหน้าทำมาหากินอะไร เรื่องท่านชายดิเรก รัมภา และริ้วทองตายเพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือน พวกเขายังไม่ลืมเรื่องเราแน่”
“เหมยก็ใช้วิชาอาคมทำให้ทุกคนที่รู้เรื่อง ตายไปให้หมดเลยสิ”
“ชั้นไม่อยากทำกรรมอีกแล้ว” ล้อมเพชรหน้าบึ้งๆ ไม่ค่อยสบอารมณ์ เหมยกุยขยับเข้าไปกอดล้อมเพชร “ชั้นจะทำให้ล้อมมีความสุขด้วยน้ำพักน้ำแรงของชั้น ไม่ต้องใช้วิชาอาคมอีกแล้ว ชั้นจะขยันทำงานเก็บเงิน และถ้ามีช่องทางหากินในเมืองหลวง จะพาล้อมกลับเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงที่ล้อมชอบ อดทนต่ออีกนิดนะจ๊ะล้อม”
ล้อมเพชรจำใจยอม “จ้ะเหมย”
ทั้งสองนอนกอดกันด้วยความสุขใจ โดยเฉพาะเหมยกุย

วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงภรณีนอนสลบอยู่บนเตียง...ที่หัวมีผ้าพันแผล..สักพักหม่อมเจ้าหญิงภรณีรู้สึกตัวตื่น บัวกับเจิมใส่ชุดดำ
“ท่านหญิงณี...ท่านหญิงฟื้นแล้ว ท่านหญิงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ”
ภรณีมองหน้าเจิมกับบัวอย่างใช้ความคิด เริ่มสติไม่ค่อยสมประกอบแล้ว “ใคร ?”
เจิมกับบัวมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
“บัวไงมังคะ ท่านหญิงจำหม่อมชั้นไม่ได้หรือเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีคิดออก “บัว... เจิมกับบัว ชั้นจำได้แล้ว โอ๊ย ! ปวดหัว ชั้นเป็นอะไรไป”
“หลายคืนก่อน พวกบ่าวมันไปพบท่านหญิงหมดสติอยู่ที่ป่าท้ายวังมังคะ ท่านหญิงทรงจำได้บ้างไหมมังคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีนิ่วหน้าใช้ความคิด “น้องรัมภา...”
เจิมอยากรู้ รีบถาม “ ท่านหญิงจำได้หรือมังคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านหญิงรัมภา”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีคิดก่อนตอบ “น้องรัมภาทำอะไร...ชั้นจำไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับน้องรัมภา”
เจิมโกหก “ไม่มีอะไรมังคะ ท่านหญิงเสด็จไปทรงงานด่วนที่ต่างประเทศ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีพยักหน้ารับแล้วมองชุดของเจิมกับบัว “เจิมกับบัวใส่ชุดดำทำไม”
เจิมกลั้นร้องไห้เต็มที่ “มีบ่าวในครัวตายมังคะ ท่านหญิงบรรทมต่อเถิดมังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีล้มตัวลงนอนหลับตา...สีหน้าเหยเกเพราะปวดหัว เจิมกับบัวแอบร้องไห้กันเงียบๆ

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินชะเง้อมองหาไปรอบๆ สีหน้าครุ่นคิด “ใครจะมาน้า...ทำไมคิดไม่ออก” หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันไปเห็นพวกบ่าวชายกำลังรื้อโรงละครหุ่นกระบอก จึงเข้าไปใกล้ “ทำอะไรกัน”
“เสด็จฯ รับสั่งให้รื้อโรงละครออกกระหม่อม”
“ถ้ารื้อ แล้วพวกเขาจะแสดงกันที่ไหนเล่า ไปๆ จะไปทำอะไรก็ไปทำเถิด ชั้นจะทูลท่านพ่อให้เองว่าให้รักษาโรงละครนี้ไว้”
“กระหม่อม” พวกบ่าวพากันออกไปอย่างงงๆ
หม่อมเจ้าหญิงภรณียืนมองสำรวจโรงละคร สักพักบัวกับพวกบ่าวหญิงเดินมาจากทางเรือน บัวถือหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นกับหุ่นกระบอกพระลักษณวงศ์ของปรุง บ่าวหญิงคนอื่นแบกหีบหลายใบ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันไปเห็นจึงทัก ”บัว อะไร ?”
“ข้าวของเครื่องใช้ที่เรือนนายรวยเพคะ ในหีบนี้เป็นชิ้นส่วนหุ่นกระบอกที่พวกนายรวยถอดเก็บไว้แล้ว จะเหลือที่ยังไม่ถอดแค่สองตัวนี้ หม่อมชั้นไม่กล้าถอด กลัวจะไปแตะต้องของมีครูเข้า”
“เอาหุ่นกระบอกมาให้ชั้น”
“มังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีรับหุ่นกระบอกพระลักษณวงษ์ไปพิจารณาดู เธอบอกบัว “ชั้นจะเก็บหุ่นกระบอกพวกนี้เอาไว้เอง หุ่นกระบอกของเขา เดี๋ยวเขาก็กลับมาเอาคืน” แล้วจู่ๆ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็อาเจียน
“ท่านหญิง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งไปอาเจียนหลังพุ่มไม้ บัวตามไปลูบหลัง...ไม่แปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภรณีอาเจียน

เสด็จฯ ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นหม่อมเจ้าหญิงภรณีกำลังก้มอาเจียนอยู่กับพุ่มไม้ บัวลูบหลังให้ แววตาของเสด็จฯ เศร้าหมอง..รู้ว่าภรณีกำลังท้องกับปรุง...ไหนจะยังเรื่องหม่อมเจ้าหญิงรัมภาตาย หม่อมเจ้าอรรถรัตน์หายตัวไป ตอนนี้เสด็จฯเป็นชายชราที่ไม่มีความสุขเอาเลย เจิมยืนอยู่ข้างหลังเสด็จฯ
“นังริ้วทองกับไอ้ปรุงหายหน้ากันไปจะครบสามเดือนแล้ว พวกมันคงจะไม่กลับมาแล้ว หม่อมชั้นก็เลยให้พวกบ่าวไปเก็บข้าวของของมันออกมา แล้วก็ปิดเรือนพักนายรวยแล้วนะมังคะ”
“สั่งทุกคนหรือยังว่าห้ามใครพูดชื่อไอ้ปรุงให้เป็นเสนียดอีก”
“สั่งแล้วมังคะ ฝ่าบาทมังคะ...อีกไม่กี่วันก็ถึงงานศพครบร้อยวันของท่านหญิงรัมภากับท่านชายดิเรกแล้ว หม่อมชั้นทูลบอกความจริงกับท่านหญิงณีได้หรือยังมังคะ”
“ยังไม่ต้องบอก”
“แต่ท่านหญิงรัมภาน่าจะอยากให้ท่านหญิงณีเสด็จไปส่งเป็นครั้งสุดท้าย”
เสด็จฯหงุดหงิด “จะให้หญิงณีไปอ้วกแพ้ท้องให้อับอายผู้คนหรือไง !”
“ถ้าฝ่าบาทไม่สบายพระทัย ให้หม่อมชั้นไปหายาขับเลือดมาให้ท่านหญิงเสวยมั้ยมังคะ”
“ใช่ว่าชั้นไม่อยากทำ แต่ชั้นไม่อยากสร้างบาปสร้างกรรมอีก ที่ผ่านมาชั้นทำกรรมอะไรไว้หรือเจิม เมียกับลูกของชั้นถึงต้องมีอันเป็นไปทุกคน หญิงณีกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน รัมภาต้องมาตายอย่างน่าเวทนา อรรถรัตน์ก็หายตัวไป มันเกิดอะไรขึ้นกับชั้นหรือเจิม”
“ฝ่าบาททำพระทัยให้ดีก่อนนะมังคะ บางทีท่านชายอรรถรัตน์อาจจะยังมีชีวิตอยู่”
“แต่อรรถรัตน์ไม่เคยหายหน้าไปนานเช่นนี้”
ชดหน้าตาตื่นเข้ามา “ฝ่าบาทกระหม่อม ฝ่าบาท !”
“มีอะไร”
“ไอ้แคล้วมันไปขุดหาหัวมันในป่าท้ายวัง แล้วมันก็เจอ....” ชดยังไม่พูดจบ เสด็จฯหน้าเครียด !

คนใช้ชายมุงดูบนพื้น เสด็จฯ เดินเร็วๆ เข้ามา เจิมกับชดตามหลังมาติดๆ พวกคนใช้ชายหันไปเห็นว่าเสด็จฯมาก็รีบหลบและย่อตัวคุกเข่าลง เสด็จฯ จึงเห็นสิ่งที่วางอยู่บนพื้นใกล้กับหลุมยาว ว่าเป็นโครงกระดูก..ใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกับของหม่อมเจ้าอรรถรัตน์แต่มีสภาพเก่าเกือบเปื่อยแล้ว
เสด็จฯ อึ้ง ! แล้วโผเข้าไปกอดหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ ร้องไห้อย่างสิ้นอาย “อรรถรัตน์ลูกพ่อ !!!!!”
ทุกคนเศร้าไปด้วย

ตลาดเล็กๆ เป็นแค่ถนนกรวด สองข้างทางมีแม่ค้าพ่อค้าวางของขายกับพื้น มุมหนึ่งมีร้านกาแฟตั้ง มีโต๊ะกินอยู่ 2-3 โต๊ะ ล้อมเพชรกับเหมยกุยนั่งอยู่ที่โต๊ะนึง ล้อมเพชรนั่งหันหน้าไปทางหน้าร้าน
“ดำรง”..หนุ่มใหญ่วัยประมาณ 50 ปี หน้าตาหล่อ สมาร์ท แต่งตัวภูมิฐานแบบเศรษฐีไม่ใช่ผู้ดีเดินเข้ามาในร้านกับลูกน้อง
เจ้าของร้านกาแฟหันไปเห็นก็กุลีกุจอทักทาย “เชิญก่อนขอรับคุณดำรง” ล้อมเพชรเงยหน้ามอง แล้วสบตากับดำรงเข้าพอดี ทั้งสองต่างตะลึงในความหล่อสวยของกันและกัน “วันนี้รับอะไรดีครับ”
ดำรงไม่ตอบ เอาแต่มองล้อมเพชรและยิ้มนิดๆ ให้เธอ ล้อมเพชรก้มหน้าเขินอาย เหมยกุยเห็นอาการของล้อมเพชรก็หันไปมองตาม เห็นว่าดำรงยังมองที่ล้อมเพชร ล้อมเพชรก็เบี่ยงมองเขินอาย เหมยกุยชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็เก็บอารมณ์ไว้

เหมยกุยนั่งหวีผมแต่งตัวจะออกไปข้างนอก
ล้อมเพชรเดินมาส่งกระดาษให้เหมยกุย “ของที่ชั้นจะให้ซื้อชั้นเขียนให้หมดแล้ว ชั้นไม่เข้าไปซื้อของในเมืองกับเหมยแล้วนะ ชั้นไม่ค่อยสบาย”
เหมยกุยตกใจ เป็นห่วงมาก “ไม่สบาย !? เป็นอะไร”
“ไม่เป็นอะไรมาก แค่เวียนหัว ได้นอนพักก็หาย”
“งั้นชั้นอยู่กับล้อมดีกว่า”
“อย่าเลย ชั้นไม่เป็นอะไรมากจริงๆ เหมยรีบไปรีบกลับแล้วกัน ชั้นเป็นห่วง”
เหมยกุยยิ้มรับ

เหมยกุยเปิดประตูออกมาจากในบ้านแล้วเดินออกไป ล้อมเพชรตามออกมาชะเง้อมอง....แล้วยิ้มกริ่ม ไม่มีอาการป่วยเหมือนเมื่อครู่เลย

เหมยกุยเดินมาตามทางแล้วนึกได้ “ลืมกระดาษจดของ !” เหมยกุยหันหลังกลับไป

เหมยกุยเดินเร็วๆ กลับเข้ามาที่บ้าน แต่มองไปในตัวบ้าน แล้วแปลกใจ เหมยกุย เห็นประตูปิดสนิท หน้าต่างทุกบานปิดสนิท เหมยกุยแปลกใจ “ทำไมบ้านเงียบนัก” เหมยกุยรีบเดินเข้าไปที่หน้าบ้าน แล้วเห็นรองเท้าหนังของผู้ชายวางอยู่ เหมยกุยตะลึง ! ประตูขยับจะถูกเปิดออกมาจากด้านใน เหมยกุยหันขวับไปมอง !

ดำรงเปิดประตูออกมาจากในบ้าน ล้อมเพชรนุ่งกระโจมอก...ปล่อยผมสยาย...เดินออกมาส่งดำรง เหมยกุยแอบมองอยู่หลังต้นไม้ห่างออกไป เหมยกุยเห็นล้อมเพชรยื่นหน้าเข้าไปจูบแก้มดำรง แล้วดำรงก็เดินออกไป
ล้อมเพชรกลับเข้าไปในบ้าน ขณะที่เหมยกุยมองด้วยความเจ็บช้ำ ทั้งแค้นทั้งเสียใจ

ล้อมเพชรติดกระดุมเสื้อเสร็จก็หันมาจัดเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ หมอนไปทาง ผ้าห่มไปทาง เพราะเพิ่งเสร็จกิจกับดำรง
เหมยกุยเปิดประตูผ่างเข้ามา หน้าตาบึ้งตึง ล้อมเพชรสะดุ้งตกใจ “เหมย ! ทำไมเหมยกลับมาเร็วจังเลย”
“ล้อมพลีกายให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว ??”
ล้อมเพชรอึ้ง ! แต่ยังปากแข็งไม่ยอมรับ “เหมยพูดอะไร ชั้นพลีกายให้ผู้ชายคนไหน”
เหมยกุยตบหน้าล้อมเพชรแล้วตะคอกด่า “เลิกโกหกได้แล้ว ! ชั้นเห็นคาตาว่าล้อมพามันมาทำอะไรที่นี่ ในที่ๆ มันเป็นของชั้นกับล้อม”
“เหมยใจเย็นก่อนนะ ฟังชั้นพูดก่อนนะ”
“ชั้นไม่อยากฟัง ! ชั้นเข้าใจดีทุกอย่าง...ล้อมใจง่าย เพราะล้อมอยากมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายเศรษฐี”
“ไม่เห็นจะแปลกเลยเหมย มีใครชอบความลำบากมากกว่าความสุขสบายบ้าง”
เหมยกุยร้องไห้น้อยใจ “ชาตินี้ล้อมจะมีชั้นคนเดียวไม่ได้ใช่ไหม”
“ชั้นมีคนอื่นไม่ใช่เพราะชั้นรักเขา แต่ที่ชั้นทำไปทั้งหมดก็เพื่อให้ความรักของเรามีความสุขนะเหมย เรารักกันอยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ย่อมดีกว่าบ้านนอกคอกนาที่แสนอัตคัตเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ จำไว้นะเหมย...ถึงชั้นจะมีใคร แต่ชั้นจะไม่ทิ้งเหมย เราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต”
“ฉันไม่ต้องการความสุขสบาย ฉันต้องการให้ล้อมมีฉันคนเดียว”
ล้อมเพชรเสียงแข็ง “แต่ชั้นต้องการ ! ถ้าเหมยรักชั้น เหมยก็ต้องตามใจชั้น”
เหมยกุยมองล้อมเพชรที่เดินออกไปด้วยแววตาผิดหวัง

ล้อมเพชรและเหมยกุยนอนอยู่ในมุ้ง เหมยกุยนอนลืมตาคิดหนัก มือของเหมยกุยกำแน่นจนเส้นเลือดปูด แล้วตัดสินใจอะไรบางอย่าง เหมยกุยลุกขึ้นยืน ก้าวเข้าไปหยิบมีดพร้าที่ซ่อนอยู่ในชั้นเสื้อผ้าออกมาเหน็บกับขอบผ้าถุง แล้วหันไปมองสมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะ... สะพายย่ามแล้วเดินออกจากบ้านไป

เหมยกุยถือสมุดและมีดพร้าเดินเข้ามาใต้ต้นไม้ เหมยกุยยกมีดพร้าขึ้น...ท่องคาถาปากขมุบขมิบ...ทำให้เกิดลมพัดแรงไปทั่วบริเวณ ฟ้าผ่าฟ้าแล่บเป็นระยะๆ เหมยกุยท่องคาถาเสร็จเป่าเพี้ยงลงบนมีด แล้วเอามีดพร้ากรีดกดแทงลงไปที่ข้อแขนตัวเอง...ปล่อยให้เลือดสดไหลลงแขน เหมยกุยเปิดสมุดบันทึกแผ่นแรกของปก หยดเลือดไหลลงสมุดบันทึก เหมยกุยท่องคาถาปากขมุบขมิบ
“เลือดของกู วิชาอาคมจงออกจากร่างกูแล้วไปสถิตอยู่ในสมุดเล่มนี้” เกิดควันสีดำรอยเหนือสมุด แล้วเกิดภาพยันต์ปรากฏขึ้นบนสมุด “ขอให้คอยปกป้องรักษา ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็อย่าให้มีสิ่งใดทำลายได้ จนกว่าความเลวของนังคนทรยศจะปรากฏ และให้มันได้ชดใช้ในสิ่งที่มันทรยศหักหลังความรักของกู ส่วนกู...ขอชดใช้ให้กับความรักความโง่เขลาของตัวเอง ณ เดี๋ยวนี้” เหมยกุยชูมีดขึ้นในอากาศแล้วปาดคอตัวเอง ฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่น !

ฟ้าผ่าเปรี้ยงดังเข้ามา ล้อมเพชรโผล่หน้าชะเง้อมองหาเหมยกุย “เหมยหายไปไหน”

ล้อมเพชรเดินถือตะเกียงมาตามทาง “เหมย เหมยอยู่ไหน เหมย” ล้อมเพชรเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอร่างเหมยกุยนอนลืมตาตายอยู่บนพื้น ใกล้กับสมุดบันทึก ล้อมเพชรตกใจสุดขีด ปราดเข้าไปดูศพเหมยกุย “เหมย !! ทำไมเหมยทำแบบนี้ ! ไหนเหมยบอกว่าเหมยรักฉันไง” ล้อมเพชรหันไปเห็นสมุดบันทึกวางอยู่ แล้วหยิบสมุดไปเปิดดู แต่ไม่เห็นรอยเลือดอยู่แล้ว ล้อมเพชรสงสัย “เหมยเอาสมุดมาทำอะไรตรงนี้” ล้อมเพชรมองที่ข้อมือของเหมยกุยที่มีเลือด มองมีดพร้าที่ตกอยู่ใกล้ๆ อย่างใช้ความคิด “ก็ดีเหมือนกันทุกอย่างจะได้ตายไปพร้อมกับเธอ เหมยกุย”
หน้าศพเหมยกุยตาแข็งดูน่ากลัว

สวิตากรีดร้องแล้วผุดลุกขึ้นนั่ง หันไปเปิดไฟ เมื่อตั้งสติได้ สวิตาก็ใคร่ครวญ แล้วจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป สวิตาถอนใจเฮือก จู่ๆ ไฟในห้องดับพรึ่บ สวิตาตกใจ...มองไปรอบห้อง...เสียงดนตรีเพลงสังขาราดังขึ้นแว่วๆ ไฟในห้องอยู่ๆก็ติดๆดับๆ “ริ้วทอง !”
“อีล้อมเพชร มึงหลอกกู !”
สวิตาตกใจรีบลุกขึ้น / สวิตาถอยไปหลบ “ชั้นไม่ได้ฆ่าเธอ คนที่ฆ่าคือทวดล้อมเพชรไม่ใช่ชั้น”
“แต่มึงรู้ว่าทวดมึงเป็นคนฆ่ากู ทำไมมึงไม่พูด !”
“ชั้นกลัวเธอคิดว่าชั้นเป็นท่านทวด แล้วเธอก็จะฆ่าชั้น”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[4] วันที่ 20 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ