อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 29 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 29 ก.พ. 59

ทุกวันที่แรมกลับบ้าน วีณาจะดูตื่นเต้น แต่พอวารีเดินมา แรมก็จะเลี้ยวไปเรือนเล็ก เหมือนวารีจะรู้ถึงความเปลี่ยนไปของสามีกับน้องสาวแต่ไม่ตีโพยตีพาย...

แพรขาวแดกดันว่าพ่อเขาก็เลยกลายเป็นคุณหลวงเทครัว ไรวินท์มองแพรขาวอย่างเคืองๆปนเอ็นดู

จนคืนหนึ่งวารีเอ่ยถามแรมว่าดูเขาเหนื่อยๆ

งานยุ่งหรือ เขาอ้างเรื่องเตรียมย้ายตำแหน่ง วารีขอไปอยู่ปรนนิบัติที่นั่น แต่เขากลับบอกให้เธออยู่กับลูกที่นี่ อย่าไปให้ต้องกังวล เธอจึงถามตรงๆ



“เรื่องแม่น้อย...ฉันอยากรู้ความจริง...”

แรมสะดุ้งโหยง...แพรขาวกับไรวินท์ยืนอยู่หน้าบ้าน แพรขาวซักถามว่าแม่เขาให้พ่อเลิกกับน้องไหม หรือยอมปล่อยให้มีสองบ้าน “ใจเย็นสิแม่หนู พ่อยอมรับกับแม่ตามตรงเรื่องน้าน้อย ขอโทษแม่แม่ก็เชื่อตามพ่อว่าพ่อย้ายไปเรื่องก็จบไปเอง แม่เลยยอมอดทนเก็บปากเก็บคำ”

“แม่คุณฉลาดนะคะ รู้จักอดทนสยบเรื่องแย่ๆอย่างใจเย็น เก่งกว่าฉันมาก ถ้าอย่างนั้นเรื่องน้าน้อยก็จบไป หมดปัญหา”

“เธอทายผิดอีกครั้ง...” ไรวินท์ยิ้มถอนใจทำเอาแพรขาวเหวอ “ไม่นานพ่อก็นัดแนะให้น้าน้อยตามไปอยู่กับพ่อที่กำแพงเพชร แล้วทั้งสองก็อยู่ด้วยกันที่นั่น”

แพรขาวใจหายพอดีได้กลิ่นน้ำอบไทยที่วารีทำอยู่กับบ้านเพื่อให้ลืมๆเรื่องสามี...นานๆทีแรมจะกลับมาเวลามีราชการที่กระทรวง แพรขาวถามทั้งสองทะเลาะกันไหม ไรวินท์บอกแม่ใจดีกับพ่อทุกครั้งที่กลับมา แต่สำหรับตนไม่แน่ใจว่าคิดถึงหรือชิงชังพ่อกันแน่

ooooooo

ที่ระเบียงหน้าเรือนเล็กในอดีต ไรวินท์เล่าให้แพรขาวฟังว่า ตอนตนอายุได้หกขวบ พ่อกลับมายังหล่อเนี้ยบดูสง่า กิจการน้ำอบน้ำปรุงของแม่ไปได้ดี คนงานในบ้านต้องช่วยกันทำ แม่ออกมาต้อนรับพ่อและจัดหาของกินให้อย่างเอาใจใส่

บ่ายแก่ๆแพรขาวเห็นเด็กชายไรวินท์เดินงัวเงียออกมาร้องหาแม่ พอเจอพ่อก็ชะงักไม่ยอมเข้าไปหา แรมเอ็ดหาว่าดื้อ วารีเดินมาบอกให้เข้าไปไหว้พ่อ ก็ยัง ไม่ยอม ยืนจ้องพ่อเขม็ง...แพรขาวแซวว่าตอนเด็กเขาร้ายไม่ใช่เล่น...พอโดนบังคับมากๆเด็กชายไรวินท์ก็หยิบจานข้าวเหวี่ยงใส่แรม เขาโมโหมากจับไรวินท์มาตีหลายป้าบ วารีตกใจกับการกระทำของลูก

เสียงร้องไห้ของเด็กชายไรวินท์ทำให้น้าเล็กเดินกะเผลกออกมาต่อว่าแรมทำไมต้องตีด้วยเด็กตัวนิดเดียว ตนยังไม่เคยตีหลานสักครั้ง เด็กชายวิ่งมากอด แรมบอกลูกเขวี้ยงจานข้าวใส่

“ครูก็ดุเอาก็ได้นี่ครับ โปรดอย่ามาหาว่าผมเถียงครูล่ะ ผมกลัว เดี๋ยวจะมาตีผมเข้าอีก” พอเล็กเห็นรอยช้ำที่แขนหลานก็หาว่าตีกันอย่างกับตีวัวตีควาย เด็กชายไรวินท์ร้องไห้หนักขึ้น

คุณหญิงจีบเดินเข้ามา แรมชะงักยกมือไหว้ เด็กชายรีบวิ่งไปฟ้องยาย...แพรขาวมองเหตุการณ์แล้วกระซิบไรวินท์ “คุณพ่อคุณท่าทางจะยังไม่ได้สะเดาะเคราะห์ก่อนเข้าเรือนสิเนี่ย”

ไรวินท์เองก็มองเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกสำนึกผิด มองยายที่รักตนมากเอ็ดแม่ที่ปล่อยให้ตนร้องและว่าคืนนี้ให้ตนไปนอนด้วยจะได้ไม่มีเรื่อง ยายมองพ่อตาขุ่นเหน็บว่าลูกเป็นผู้ชายมีซนบ้างจะให้พับเพียบเป็นผ้าพับไว้หรืออย่างไร น้าเล็กเสริมต้องให้กินยาแก้ไข้กันไว้ แรมยืนอึ้ง

แพรขาวชำเลืองมองไรวินท์เห็นหน้าเศร้าๆก็ส่ายหัวขำๆ “คุณวินท์ตอนเล็กๆนี่ร้ายมาก คุณยายกับน้าคุณคงโอ๋คุณมาก...แล้วคุณกับพ่อมาดีกันตอนไหนคะ”

“ไม่เลย หลังจากวันนั้นฉันก็เลี่ยงไม่เข้าใกล้พ่ออีกเลย พ่อเข้าบ้านมาวันไหน ฉันก็หนีไปดื้อๆต่อหน้าต่อตา ไม่ว่าพ่อจะพูดดีหรือร้าย ฉันก็ไม่ยอมเข้าใกล้อีก”

แพรขาวถอนใจหันมองเหตุการณ์ต่อ...แรมกินข้าวอย่างฝืดคอ ติงวารีว่าตามใจลูกมากจนดื้อ วารีบอกลูกไม่คุ้นเคยกับพ่อมากกว่า อีกสองสามวันคงคุ้นไปเอง แรมว่าลูกไปอยู่กับยายแล้วตนคงไม่เห็นหน้าลูกอีกหลายวัน ครั้งนี้ตนมาแค่อาทิตย์เดียว วารีนิ่งเงียบไม่ซักไซ้อะไรทั้งที่ใจรอฟัง พอทานข้าวเสร็จแรมขอพักนอน วารีรู้สึกผิดที่ยังไม่ได้เตรียมที่นอนให้ แรมฉุนๆบ่น

“นึกว่าตอนเดินทางมานี่ ฉันหลับสบายมาตามทางรึไง”

แพรขาวเห็นแล้วทนไม่ไหวบ่นออกมาว่าไม่ไหวเลยผู้ชายคนนี้ ไรวินท์นิ่งแววตาเศร้า หญิงสาวนึกได้กล่าวขอโทษ ทนไม่ไหวจริงๆที่ภรรยาเลี้ยงลูกคนเดียว เฝ้ารอสามีนานๆกลับมาที กลับมาแล้วมาเป็นแบบนี้ ไรวินท์บอกแม่เป็นคนเจียมตัว อ่อนให้พี่น้องทุกคน ภักดีต่อพ่อ พ่อหลงผิด แม่ก็ให้อภัยได้เสมอ แพรขาว ถามแล้วพ่อรับแม่ไปอยู่กำแพงเพชรด้วยไหม เขาส่ายหน้า

“อ้าว...แล้วคุณแม่คุณไม่อาละวาดเลยหรือ”

“แม่ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่มีปากมีเสียง ท่านถูกเลี้ยงมาให้ทนปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา แต่ยังโชคดีที่เหมือนมีอะไรเข้าข้างแม่อยู่บ้าง” ไรวินท์ให้แพรขาวเห็นภาพต่อมาตอนเขาอายุได้ 7 ขวบ

ยายเจ็บหนัก เรียกทนายมาทำพินัยกรรมใหม่ “ในเมื่อนังน้อยมันแย่งผัวแม่กลาง แม่กลางเสียเจ้าแรมให้มัน ฉันก็จะขอแก้พินัยกรรม ยกของที่เป็นของนังน้อยทุกอย่างมาให้แม่กลางเหมือนกัน เข้าใจไหมคะคุณทนาย” ทนายแย้งน่าจะแบ่งที่ดินหรือเงินสดให้บ้าง “นังน้อยมันใจร้ายกับพี่น้องกับหลานในไส้ได้ลงคอ ฉันก็จะใจร้ายกับมันบ้าง มันจะได้รู้สึก”

วารีซาบซึ้งน้ำตารื้น ส่วนน้าเล็กสาแก่ใจ...เวลาผ่านไปบ้านก็ได้รับการปรับปรุงดูใหม่ขึ้น ไรวินท์โตเป็นหนุ่มอายุ 17 น้าเล็กเป็นหนุ่มใหญ่สอนเขาเล่นเปียโนอย่างมีความสุข จู่ๆวันหนึ่งน้าเล็กก็เกิดอาการไอรุนแรงจนล้มฟุบลง จากนั้นก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดจนถึงแก่กรรมตอนอายุ 26 น้าเล็กเขียนพินัยกรรมยกเรือนใหญ่ที่คุณยายยกให้และทรัพย์สินทั้งหมดแก่ไรวินท์โดยจะมีสิทธิ์ตอนอายุ 21 ปี...ยังมีโชคดีอีกอย่าง น้ำอบน้ำปรุงของแม่ขายดีจนเป็นเศรษฐี

“ยังดีนะคะ ฟ้ายังเข้าข้างคนดี แล้วคุณพ่อคุณท่านยังอยู่สุขสบายหรือเปล่าคะ”

ไรวินท์หัวเราะเชิงสมเพช พาแพรขาวไปดูที่กำแพงเพชร ในงานทอดกฐินประจำปีของอำเภอ ข้าราชการทุกคนต้องมาร่วมงาน คุณหญิงคุณนายช่วยกันทำชะนีผ้าสีเหลืองห้อยต้นกฐิน แต่วีณากลับแต่งตัวสวย

เดินกรีดกรายไม่ช่วยหยิบจับอะไร มีแต่คนนินทาไม่ชอบเธอ ทำให้หน้าที่การงานของแรมไม่เจริญก้าวหน้าทั้งที่ทำงานดี เข้ากับเจ้านายและชาวบ้านได้ และในงานนั้น วีณายังโวยวายด่าชาวบ้านคนหนึ่งที่ตัวเองเดินไปชนเขาแท้ๆ ทำให้แรมต้องขอโทษขอโพยแทน

“เหตุสำคัญก็มาจากภรรยาของพ่อเข้ากับใครไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือชาวบ้าน” ไรวินท์พาผ่านไปอีกหลายปี เข้าสู่การแต่งกายแบบรัชกาลที่ 7

แรมเข้าสู่วัย40ปลายๆ กลับบ้านได้ยินวีณาโวยวายด่าว่าสาวใช้สองคนที่ทำผ้านุ่งสีตกใส่ ถึงกับไล่ออก แล้วยังรบเร้าให้ย้ายกลับพระนคร บอกทนไม่ไหว เบื่อชีวิตจืดชืดที่นี่เต็มทน แถมขู่ “พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าฉันเคยมีสามีมาแล้ว ถ้าพี่ทำให้ฉันเกลียดพี่ ฉันก็พร้อมจะเป็นโสดได้ทุกเมื่อ”

ไรวินท์เล่าว่าพ่อพยายามวิ่งเต้นขอย้ายกลับเข้ากระทรวง แต่ไม่เป็นผล ในที่สุดพ่อจึงลาออกจากข้าราชการกลับมาพระนครหางานใหม่ทำ แพรขาวอุทานถึงกับลาออกตอนอายุปูนนี้...เขาว่ากันว่าพ่อโดนกลั่นแกล้งในกระทรวง ทำให้ตำแหน่งการงานไม่ก้าวหน้า...วีณาไม่รู้สึกรู้โส นั่งเป็นคุณนายในรถรอกลับพระนครสมใจ แรมยืนมองบรรยากาศบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์

ooooooo

แรมกลับมาบ้าน เห็นวารีวุ่นวายคุมคนงานบรรจุน้ำปรุงเพื่อส่งลูกค้า วารีประหลาดใจที่แรมกลับมา รีบหาน้ำมาต้อนรับ แรมนั่งเก้าอี้ประจำประมุขของบ้าน บอกวารีว่าตนกับวีณาจะกลับมาอยู่เรือนใหญ่ วารีสีหน้าสับสนก้มหน้านิ่งกล้ำกลืนความขมขื่น

“อย่างไรล่ะแม่กลาง ก็เธอไม่อยู่เรือนใหญ่ ห้องข้างบนเธอก็ปิดไว้ว่างๆ แล้วเธอก็อยู่แต่ที่เรือนเดิมของเธอ นี่ฉันกลับมาแล้ว ฉันกับ เอ่อ น้องสาวเธอ ก็น่าจะอยู่บนเรือนนี้ได้ ไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่ทราบว่าลูกจะว่ากระไร เพราะตึกนี้ทั้งคุณแม่และตาเล็กยกให้ลูก ไม่ใช่ของฉัน”

แรมว่าเธอเป็นแม่ ว่าอย่างไรลูกก็คงไม่ขัด และห้องหับก็มีมาก ไรวินท์อยู่คนเดียว นี่ตนเป็นพ่อกลับมาทั้งคน วารีขอให้ถามลูกก่อน แรมชักโมโหว่าบ้านเราแท้ๆ ทำไมต้องถามลูก วารีอึกอัก แรมโกรธให้ไปตามลูกมาคุย ไม่ทันไร ไรวินท์เปิดประตูเข้ามา เขาอยู่ในวัยหนุ่มหล่อสง่าใบหน้าเยือกเย็น ยืนจ้องหน้าแรมเขม็ง วารีอกสั่นมองพ่อลูกประจันหน้ากัน

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 29 ก.พ. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ