อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 59

เวลาเดียวกันที่วังติณชาติ...อินทวงศ์พาเกล้ามาศไปส่งตามที่อีกฝ่ายขอ ก่อนจะถอนใจยาว เมื่อต้องรับศึกหนัก ถูกคาดคั้นและซักไซ้ถึงเรื่องที่เกิดบนเวทีงานประมูลเครื่องประดับของแม่ แต่กระนั้น...ด็อกเตอร์สาวก็กระดากเกินกว่าจะนั่งคุยลำพังกับเขา เลยสั่งให้สาวใช้เตรียมของว่างที่สวนด้านนอก

อินทวงศ์ไม่อยากให้เธอตากลมเพราะยังไม่หายดี แต่ท่าทางแข็งขืนฝืดๆของเธอก็ทำให้ถึงบางอ้อ แซวยิ้มๆ

“ถ้าคุณกลัวว่าเราสองคนอยู่ข้างในกันตามลำพังจะน่าเกลียด ก็ให้นายพลนั่งอยู่ด้วยก็ได้”



เกล้ามาศจะเถียง แต่เขาก็ยืนยันให้เธอนั่งคุยกับเขาข้างในดีกว่า

“อย่าดื้อเลยครับ ผมไม่อยากเห็นคุณป่วยอีก ถ้าคุณไม่ยอมเข้าไปดีๆ ผมจะอุ้มคุณเข้าไปข้างในนะคุณมาศ”

ด็อกเตอร์สาวหน้าแดง ร้องห้ามเสียงหลง สถาปนิกหนุ่มนึกสนุก แกล้งยั่ว “ไม่ต้องห่วงว่าผมจะหนัก เมื่อคืนผมอุ้มคุณตั้งหลายนาที ผมกะน้ำหนักถูกแล้วว่าควรจะอุ้มคุณยังไงให้สบายที่สุด ถ้าไม่เชื่อลองดูก็ได้นะครับ”

พูดจบก็ขยับตัว เกล้ามาศผงะถอย แล้วเกิดเสียหลักจะหงายหลัง โชคดีที่อินทวงศ์ปราดมารับทัน จนหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ด็อกเตอร์สาวถึงกับหน้าแดงก่ำ และยอมเปลี่ยนใจในที่สุด อินทวงศ์ได้แต่มองตามหลังขำๆ...รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เย้าแหย่และแกล้งให้เธอเขินแบบนี้

สายตากรุ้มกริ่มของเขา ทำให้เกล้ามาศนึกประหม่า แต่ความอยากรู้เรื่องบนเวทีเมื่อคืนก็ทำให้ต้องโพล่งถามออกไปว่าเกิดอะไรกับเธอกันแน่ อินทวงศ์ถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจบอกข้อสันนิษฐานของตน

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณเมื่อคืนเป็นเพราะใครบางคนทำให้คุณเป็น...ใครบางคนที่มาจากกำไล”

เกล้ามาศถึงกับอึ้งไปอึดใจ ครุ่นคิดถึงเรื่องกำไลมาศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์แปลกๆที่ผ่านมา

“จำได้แล้ว...วันนั้นที่สร้อยดาวทำร้ายฉันที่บ้านคุณสร้อยดาวก็ใส่กำไลวงนั้น”

“สร้อยดาวก็ยืนยันว่าไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เหมือนกับที่เมื่อคืนคุณก็ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเหมือนกัน”

“แต่ฉันไม่เคยเกี่ยวข้องกับกำไลวงนั้น ทำไมเขาถึงต้องคอยตามทำร้ายฉันครั้งแล้วครั้งเล่า”

“อย่าบอกนะครับ ว่าที่คุณเคยบอกว่าคุณถูกตามทำร้าย คุณหมายถึง...ผี”

“ใช่ค่ะ...และทุกครั้งที่ฉันถูกทำร้าย ฉันจะได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกฉันว่ารัมภา”

ชื่อรัมภาทำให้อินทวงศ์นิ่วหน้า เกล้ามาศเลยอธิบายว่าเป็นชื่อของคุณทวดอีกคนของเธอ ซึ่งเธอไม่คิด ว่าจะเกี่ยวข้องกับกำไลมาศ แต่ทว่าท่าทางเป็นกังวลของเธอ ก็ทำให้อินทวงศ์นึกเป็นห่วง

“ไม่ต้องกังวลนะครับคุณมาศ ถ้าคุณมาศมั่นใจในความดีของตัวเอง ความดีจะช่วยคุ้มครองคุณมาศจาก อันตรายทั้งปวงเอง และในฐานะที่ผมเอากำไลมาร่วมประมูล ทำให้คุณต้องเดือดร้อน ผมจะขอรับผิดชอบด้วยการช่วยคุณแก้ปัญหาเรื่องนี้...ตกลงไหม”

“ยินดีค่ะ...เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ ฉันคงหาคำตอบคนเดียวไม่ไหวแน่”

ooooooo

สวิตาหนีจากสตูดิโอคัดตัวไปหาอินทวงศ์ถึงบ้าน อยากเล่าให้ฟังใจแทบขาดว่าเธอต้องขวัญผวาแค่ไหนที่ต้องได้ยินเสียงหลอน แต่นางเอกสาวก็ต้องผิดหวัง เพราะเขาไม่อยู่บ้าน

สร้อยดาวเป็นคนมาต้อนรับ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆเหมือนหวาดระแวงอะไรบางอย่างของสวิตา ผีริ้วทองซึ่งแอบตามนางเอกสาวมาเห็นกล่องกำไลมาศ ซึ่งเปิ้ลเลขาสาวของอินทนิลนำมาคืนให้อินทวงศ์ ก็แสยะยิ้มร้าย แล้วจัดการทำให้กำไลเข้าไปอยู่ในกระเป๋าถือของสวิตาจนได้

ด้านเกล้ามาศ...แม้จะตอบตกลงอินทวงศ์ให้เขาช่วยสืบเรื่องกำไลมาศ แต่เมื่อเขาบอกว่ามีชื่อริ้วทองสลักบนกำไล ก็ถึงกับคิดหนัก ไม่อยากเล่าสิ่งที่เคยได้ยินมาจากคุณทวดภรณี เพราะกลัวจะเสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล

เมื่อพริมรู้เรื่องในบ่ายวันเดียวกันก็พยายามทักท้วง

“คุณต๊ะไม่ใช่คนอื่น เขาเป็นคนที่แกรับปากเขาไปแล้วว่าจะให้เขาช่วยแกแก้ปัญหาเรื่องกำไลผี”

“ก็ตอนนั้นฉันยังไม่รู้...ว่าเรื่องจะมาเกี่ยวข้องกับท่านทวดรัมภา แล้วอีกอย่างนะพริม ฉันมาคิดดู...คุณต๊ะเขามีแฟนอยู่แล้ว มันคงจะดีถ้าเขาจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับฉันมากๆ”

“กลัวใจตัวเองหวั่นไหวหรือจ๊ะ”

“กลัวถูกมองว่าเป็นมือที่สามต่างหากล่ะ แค่ฉันกับเขาเป็นข่าวด้วยกันทุกวันก็แย่มากพอแล้ว”

“เชื่อฉันเถอะ ไม่มีอะไรแย่เท่าเรื่องกำไลที่แกเจออยู่ตอนนี้หรอก”

เกล้ามาศหน้าเสีย เครียดจริงจัง พริมเข้าไปโอบกอด และให้กำลังใจ

“สรุปว่าตอนนี้มีความเป็นไปได้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ว่าผีตนนั้นคือริ้วทอง”

“อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์หายไปไหน”

“ก็เผื่อไว้ว่าท่านทวดรัมภาอาจจะไม่ได้มีปัญหากับริ้วทองคนเดียวไง เพราะฉะนั้น...เราต้องแน่ใจให้ได้ก่อนว่าเรื่องชื่อในกำไลตรงกับชื่อคู่ปรับท่านทวดรัมภาเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือว่าเป็นริ้วทองคนเดียวกันจริงๆ”

ฝ่ายอาร์ม...นั่งรอมะลิ สาวลูกครึ่งคนสวย ลูกสาวเพื่อนสนิทของอนรรฆที่สนามบินด้วยความหงุดหงิด เพราะเครื่องบินมาถึงผิดเวลามาก แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าสวยใสของอีกฝ่ายก็ถึงกับตะลึง พูดไม่ออกไม่อึดใจ

มะลิเห็นหน้าอาร์ม ลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อก็ถลาไปหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ตามประสาคนมีอัธยาศัยดี แต่เมื่อถูกเขาทำเก๊กและพูดจากวนประสาทใส่ สาวลูกครึ่งก็หน้างอและเล่นงานกลับ จนเขาต้องยอมให้แบบเสียไม่ได้

ส่วนอินทวงศ์...หลังแยกจากเกล้ามาศก็กลับไปหากำไลมาศที่บ้าน เพื่อถ่ายรูปรอยสลักชื่อริ้วทองตามที่เธอขอ แต่ก็กลับต้องแปลกใจมากกว่า เพราะกำไลไม่ได้อยู่ในกล่องที่อินทนิลให้เลขาเอามาคืน

“กำไลหายไปไหน!”

ooooooo

สวิตาโวยวายด้วยความหัวเสีย เมื่อได้ยินจากแม่ว่าโปรดิวเซอร์รายการที่เธอไปคัดตัวเมื่อกลางวัน ตัดสินใจเลือกคนอื่น ไลยถอนใจ ไม่ปลอบ แถมซ้ำเติมอีกต่างหากว่าเป็นเพราะความไร้สติของอีกฝ่ายเอง

“ก็วิไปทำท่าเหมือนคนบ้าต่อหน้าเขา ใครเขาจะเลือกวิ”

“จะให้วิบอกแม่กี่ครั้ง ว่าวิถูกผีหลอก”

“ตกลงจะให้แม่เชื่อวิใช่ไหม”

“ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อวิก็ตามใจเถอะค่ะ วิเหนื่อยจะพูดแล้ว”

พูดจบก็ผละไปโทร.หาโปรดิวเซอร์รายการ เพราะอยากรู้เหตุผล แต่กลับต้องโยนมือถือทิ้งแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงหลอนอันคุ้นเคย แถมต้องผวาหนักกว่าเดิม เมื่อเห็นอะไรบางอย่างในกระเป๋าขยับไปมา!

สวิตาสติแตกมาก แต่ต้องพยายามข่มใจเปิดประเป๋า แล้วก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นกำไลมาศในนั้น

“ช่วยริ้วด้วยคุณล้อมเพชร...ใส่กำไลสิคะ ยอมให้ริ้วใช้ร่างคุณทำในสิ่งที่ริ้วต้องการ”

ขาดคำผีริ้วทองก็ปรากฏร่างให้เห็น สวิตาพยายามสะบัดตัวออก แต่ผีริ้วทองก็ดึงไว้

“ช่วยริ้วเถอะค่ะ ริ้วจะตอบแทนคุณ ช่วยให้คุณสมหวังทุกอย่าง”

สวิตากลัวแทบขาดใจ และกำลังจะบ้าตาย โชคดีที่ไลยเคาะประตูขัดจังหวะ เพื่อแจ้งข่าวดีว่าโปรดิวเซอร์รายการเปลี่ยนใจเลือกเธอแล้ว นางเอกสาวถึงกับลืมความกลัวชั่วขณะ และเมื่อเหลือบมองที่กำไลก็เห็นว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ แถมไม่มีเสียงหลอนอีกต่อไปแล้ว

“ไม่จริง...เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับแก!”

กว่าเกล้ามาศจะรู้เรื่องกำไลมาศหายไปจากบ้านอินทวงศ์ก็คืนเดียวกัน พริมแวะมาคุยด้วย เลยอาสาจะไปบรรยายรูปร่างลักษณะของกำไลให้คุณทวดภรณีฟังเอง แต่เมื่อไปถึงที่กลับต้องยั้งปากไว้ก่อน เพราะคุณทวดกำลังทำพิธีขอขมาที่เกล้ามาศทำหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นหัวขาดเมื่อหลายวันก่อน และแผลบนหัวเกล้ามาศก็เป็นหลักฐานอย่างดี ทำให้ด็อกเตอร์สาวไม่ปฏิเสธจะไหว้ขอขมาบ้าง

“ถ้ามาศทำสิ่งใดที่เป็นการล่วงเกิน มาศต้องขอโทษด้วย มาศไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

พูดจบก็ยกมือไหว้และนำพวงมาลัยไปวางหน้าหุ่นกระบอก พลันสายตาก็เหลือบเห็นกำไลบนแขนของหุ่น คุณทวดภรณีมองตามสายตาหลานสาว แล้วเอ่ยยิ้มๆว่าหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นนี้เป็นของริ้วทอง!

เกล้ามาศกับพริมถึงกับผงะ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มตั้งคำถาม

“กำไลที่หุ่นสวยมาก ริ้วทองมีกำไลของจริงแบบนี้ไหมคะ”

“มีนะ...เป็นกำไลทอง งดงามมาก แต่ทวดจำไม่ได้ว่าริ้วทองเอากำไลมาจากไหน”

“แต่ท่านทวดเคยบอกว่าริ้วทองกับครอบครัวเดือดร้อนเรื่องฐานะเป็นอยู่ ถึงได้มาอาศัยวังติณชาติ แบบนี้ถ้าท่านทวดรัมภาเห็นว่าริ้วทองมีของประดับสวยๆใส่ ท่านไม่โกรธแย่หรือคะ”

“สองคนนี้น่ะหรือ...ต่อให้ไม่มีกำไล เขาก็มีเรื่องให้โกรธกันอยู่แล้ว...”

ooooooo

เรื่องราวในอดีตถูกคุณทวดภรณีรื้อฟื้นอีกครั้ง... ความเจ็บแค้นฝังใจของริ้วทองทำให้เกิดทิฐิอยากเอาชนะหม่อมเจ้าหญิงรัมภาซึ่งเคยดูถูกและเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอ

ริ้วทองเฝ้ารอคอยเวลาอย่างอดทน แม้จะถูกตราหน้าว่าใฝ่สูง คิดจับหม่อมเจ้าชายดิเรก เธอก็ไม่หวั่น และแล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อราชนิกุลหนุ่มแวะมาเยี่ยมถึงเรือนพักในเย็นวันหนึ่ง นายรวยกับนางรื่นถวายการต้อนรับอย่างดี ก่อนจะมองหน้ากันงงๆ เมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะให้ความสนใจและห่วงใยริ้วทองเป็นพิเศษ

ทันทีที่เห็นหม่อมเจ้าชายดิเรกออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าหาเธอที่ป่าท้ายวัง ริ้วทองก็วิ่งหน้าตั้งกลับไปที่ที่ตัวเองตั้งหม้อต้มผ้าย้อมสีไว้ แล้วตัดสินใจคิดแผนร้าย ราดน้ำร้อนใส่แขนตัวเอง!

หม่อมเจ้าหญิงภรณีผ่านมาเห็น ก็อดแปลกใจไม่ได้ ที่เห็นนักเชิดหุ่นกระบอกสาวทำร้ายตัวเอง แต่ไม่ทันเข้าไปถาม ก็ต้องรีบผละไปเสียก่อน เพราะเสด็จในกรมฯมีรับสั่งหา

ริ้วทองเลยยังไม่ถูกจับได้ แต่กระนั้น...ก็ปิดบังปรุงไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายรู้ทันและพยายามคาดคั้นความจริง “ทำไมเอ็งต้องเจ็บตัวเพื่อเขาถึงเพียงนี้”

“ฉันจะเอาคืนอีรัมภา พี่ปรุงไปซะเถิด ท่านชายกำลังจะมาแถวนี้แล้ว”

“พี่ไม่ไป พี่จะไม่ยอมให้เอ็งหาเรื่องใส่ตัว พี่จะไปบอกความจริงกับท่านชายว่าเอ็งทำอะไร”

พูดจบก็จะผละไป ริ้วทองหน้าเสีย รีบถลาไปขวาง ขู่เสียงเข้ม

“พี่ปรุง...ถ้าพี่ปรุงบอกท่านชาย ฉันจะเกลียดพี่ตลอดไป”

“เอ็งก็ไม่ได้รักพี่อยู่แล้วนี่ เกลียดพี่ไปเลยก็ดีเหมือนกัน พี่จะได้ทรมานให้ตายไปเลย”

น้ำตาของพี่ชายนอกไส้ทำให้ริ้วทองเอะใจ แต่ไม่ทันถาม เขาก็ดึงตัวเธอมาแนบตัว

“พี่รักเอ็งไงล่ะริ้ว พี่รักเอ็ง เอ็งต้องเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น!”

ปรุงพยายามจูบซุกไซ้ ริ้วทองดิ้นรนขัดขืนกรีดร้องเสียงลั่น หม่อมเจ้าชายดิเรกได้ยินก็รีบวิ่งมาดู ทันได้เห็นภาพบาดตาบาดใจที่ทำให้เลือดขึ้นหน้า ต่อยปรุงจนหน้าคว่ำ

แต่เหตุการณ์ก็ไม่จบแค่นั้น เพราะปรุงฮึดสู้ จะเอาท่อนไม้ฟาดอีกฝ่ายให้หายแค้น แต่ริ้วทองก็ถลาไปขวาง

“อย่าพี่ปรุง...ถ้าพี่อยากทำร้ายท่านชายนัก ทำร้ายฉันก่อนเถิด แต่ถ้าไม่กล้า...ก็ไปให้พ้น!”

ปรุงมองมาด้วยแววตาผิดหวังและเสียใจ สุดท้ายก็ยอมรามือ แต่ไม่วายขู่ทิ้งท้าย

“ริ้วจำเอาไว้ ชีวิตริ้วจะต้องหายนะเพราะเขา!”

ooooooo

แม้จะโกรธปรุงแค่ไหน ริ้วทองก็พยายาม เกลี้ยกล่อมไม่ให้หม่อมเจ้าชายดิเรกเอาเรื่องพี่ชายนอกไส้ แต่สิ่งที่คาใจราชนิกุลหนุ่ม กลับเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองมากกว่า

“ปรุงกับริ้วไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆหรือ”

“ไม่ใช่เพคะ...พี่ปรุงเป็นกำพร้า ถูกทิ้งที่วัดตั้งแต่เกิด พ่อไปพบเข้าก็เลยเกิดความสงสารพามาเลี้ยงดูไม่ต่างจากลูกอีกคน ท่านชายอย่าโกรธเคืองพี่ปรุงเลยนะเพคะ พี่ปรุงกำลังโมโหเลยขาดสติยั้งคิด”

“แล้วฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าริ้วอยู่ใกล้ปรุงแล้วจะปลอดภัย”

“ท่านชายเป็นห่วงหม่อมฉันหรือเพคะ”

“มากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

พูดจบก็ดึงตัวเธอมากอด ริ้วทองปลื้มมาก สัญญาเสียงหวาน

“เช่นนั้น...หม่อมฉันสัญญาว่าจะดูแลรักษาตัวเองให้ดี ไม่ให้ท่านชายต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องพี่ปรุง ท่านชายไม่ต้องเป็นห่วงนะเพคะ หม่อมฉันรู้จักนิสัยพี่ปรุงดี พี่ปรุงไม่ใช่คนเลว แต่เขาทำไปเพราะเป็นห่วงหม่อมฉัน

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ