อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 5 วันที่ 7 ก.พ. 59

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 5 วันที่ 7 ก.พ. 59

สองแม่ลูกยิ่งสงสัยเพราะเมขลาที่รู้จักนั้นไม่เคยมีน้ำใจช่วยเหลือใคร เลยวางแผนพิสูจน์ต่อไปให้ชัดๆ ชัวร์ๆ ฝันหวานกันว่า ถ้าเมขลาความจำเสื่อมจริงๆ ไข่มุกก็จับเสี่ยส่งให้อยู่จะได้ทั้งไร่เสี่ยและป่าสายน้ำผึ้ง ส่วนมาการีนก็จับพญาให้ได้จะได้เป็นคุณนายไร่ภูพญา

เมขลาตั้งใจสอนเด็กๆมาก วันนี้ก็พาไปริมไร่ภูพญาที่ติดกับไร่เสี่ยส่ง สอนเรื่องการปลูกป่า คุณประโยชน์ของต้นไม้ใหญ่ที่มีรากลึกคอยอุ้มน้ำไว้เวลาฝนตกทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านเรือน เห็นไร่เสี่ยส่งพ่นยาฆ่าแมลงจนเหมือนหมอกควันก็สอนว่า ยาฆ่าแมลงแถวนี้เวลาฝนตกก็ไหลลงไปที่ราบ จึงไม่แปลกใจเลยว่าคนไทยตายเพราะโรคมะเร็งเป็นอันดับหนึ่ง



พญาเห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเมขลา เขาให้รางวัลเธอด้วยการพาไปเที่ยวสวนดอกไม้ เมขลาดีใจมากเดินชมสวนดอกไม้อย่างตื่นตาตื่นใจ พญาดูแล้วก็นึกละอายใจที่ตนทำผิดกับเธอ

เมขลาตื่นเต้นกับความสวยงามของสวนดอกไม้ เผลอจูงมือพญาพาไปดูทางโน้นทางนี้ เมื่อพญาซื้อไอศกรีมให้กิน เธอก็คะยั้นคะยอป้อนเขา พญาบ่ายเบี่ยงเลยกลายเป็นหยอกล้อหัวเราะกันอย่างร่าเริง โดยไม่รู้ว่าถูกสายลับแอบถ่ายรูปไว้หมด

ooooooo

วันนี้พญาจะไปส่งของ เมขลาเอารายการของเด็กที่ต้องใช้ในการเรียนฝากให้ช่วยดูให้ด้วย อรัญเพิ่งมาถึงถามว่าเธออยากได้ของใช้ส่วนตัวอะไรบ้าง เมขลาขอลิปสติกสีสวยๆสักสองแท่ง อรัญยินดีและเต็มใจซื้อให้

พญาเขม่นเร่งให้รีบขึ้นรถเดี๋ยวสาย อรัญบ่นอุบอิบว่ายังคุยไม่จบเลยกันท่าจัง พญาสั่งเมขลาว่า

“ฉันเข้ากรุงเทพฯสองคืน ดูแลตัวเองดีๆ อย่ามีเรื่องกับใครอีกเข้าใจไหม”

“ไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ ใครไม่หาเรื่องฉันก่อน ฉันก็ไม่หาเรื่องด้วยหรอก” เมขลารับปากอย่างมีเงื่อนไข

พอรถออกไปแล้ว แอนนี่เพิ่งกระหืดกระหอบมาบ่นว่าออกไปเช้าจังอุตส่าห์มาส่ง เมขลาหันจะเดินกลับ ก็แกล้งบอกขอบใจที่อุตส่าห์ตื่นมาส่งพญาแทนตน บ่นพญาว่ารอหน่อยก็ไม่ได้ ทีเมื่อก่อนล่ะรอได้ เมขลารู้แกวบอกว่าก็แค่เคย มันเป็นอดีตไปแล้ว ว่าแล้วก็ขอตัวไปสอนเด็ก แอนนี่จิกตามองตามอย่างฝากไว้ก่อน

ป้าแหวงกับบัวผาดซุบซิบกันว่าระยะนี้ดูนายกับครูปริมแปลกๆกัน เพราะเมื่อก่อนพูดกันคำสองคำก็เถียงกันแล้ว เดี๋ยวนี้มีพาไปเที่ยวด้วย ป้าแหวงระแวงว่า “หรือยายครูตัวแสบทำเสน่ห์กับนายเรา”

เพ็ญมาข้างหลังได้ยินเต็มสองหู ปรามทั้งคู่ว่านินทาเจ้านาย ถ้าได้ยินอีกจะหักเงินเดือนนาทีละห้าสิบบาท ทั้งสองโอดว่าโหด ตนแค่พูดถึงเท่านั้น ถามว่าหรือแม่เพ็ญไม่เห็นเหมือนตน

เพ็ญทำหน้าเข้มใส่ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน

ฝ่ายเสี่ยส่งรุกไข่มุกอย่างต่อเนื่องหมายจะตัดหน้าซื้อป่าสายน้ำผึ้งก่อนพญา วันนี้ก็พาไปกินอาหารกันในร้านที่ตัวเมือง กินกันจนอาหารหมด พนักงานมาเก็บเงินรวมแปดร้อยห้าสิบบาท เสี่ยส่งอืดควักไม่ออก ไข่มุกก็ทำทีขอไปเข้าห้องน้ำ เดินบ่นไปตามทางว่าไอ้เสี่ยขี้ตืด ฝ่ายเสี่ยก็บ่นอย่างรู้ทันว่า “นังคุณนายขี้เหนียว ลูกไม้ตื้นๆ ทำลุกไปเข้าห้องน้ำ”

แต่ในที่สุดเสี่ยส่งก็ต้องจ่ายเพราะไข่มุกบอกว่าไม่ได้พกเงินสดมา และลืมกดเอทีเอ็ม ให้เสี่ยออกไปก่อน

ooooooo

พญาและอรัญไปกองโรงเรียนสามัญศึกษาเพื่อขอเอกสารเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องศูนย์เด็กเล็ก บังเอิญไปเจอศนิ อรัญจำศนิได้ครู่เดียวศนิก็นึกได้ว่าเคยเจอกันที่งานศพเมขลา เธอสงสารเพื่อนที่มาจากไปเร็วแบบนี้ เพราะตนกับเมขลาสนิทกันตั้งแต่เด็ก

ศนิบอกว่าเมขลาจากไปทั้งที่ละครเรื่องสุดท้ายยังเล่นไม่จบ พญาถามว่าเรื่องอะไรหรือ

“นักฆ่าสาว” ศนิบอกแล้วเล่าชีวิตที่น่าสงสารของเมขลาให้ฟังว่าพ่อแม่ตาย โดนน้าที่ไม่เคยรักเลยเอาแต่ถ่ายเทเงินทองของเมขลาไปให้ลูกสาวตัวเอง มาการีนไม่เคยทำงานเลยแต่หิ้วกระเป๋าใบละหลายแสน เมื่อเงินหมุนไม่ทันก็กู้นอกระบบแล้วโยนภาระให้เมขลา อรัญถามว่านิสัยอย่างเมขลาทำไมถึงยอมให้น้าทำแบบนั้นได้

“ลึกๆแล้วเมขลาไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เห็นหรอกค่ะ เขาโดดเดี่ยวมาก ในโลกนี้ก็มีญาติเหลือแค่สองคนแค่นั้นเอง โดนเอาเปรียบยังไงก็ต้องยอม ชีวิตเขาน่าสงสารกว่าที่ทุกคนคิด” ศนิเล่าชีวิตของเพื่อนแล้วเศร้า

ooooooo

วันนี้พวกเด็กๆ เล่นวิ่งไล่กัน ปลากัดปีนต้นไม้หนี เวลาหนีก็ปีนขึ้นไปอย่างเร็ว แต่พอจะลงเกิดหวาดเสียวไม่กล้าลง บอกเมขลาที่มาดูว่ากลัวตก เมลขาเลยรีบปีนขึ้นไปช่วย

“โอ้โห...ปีนเร็วกว่าลิงอีก” น้ำตาลร้องทึ่ง เด็กๆ พากันมองครูปริมกับปลากัดลุ้นกันตื่นเต้น

ปลากัดขยับยื่นมือมาจับมือเมขลา เหยียบเอากิ่งไม้เปราะหัก เมขลาพุ่งเข้าจับตัวปลากัดไว้เลยกอดกันตกลงไปทั้งคู่

ผลปรากฏว่าปลากัดแขนหัก เมขลาเป็นแผลที่แขนและศอก ไข่มุกและมาการีนรุมกันตำหนิเมขลา

หาว่าพาเด็กเล่นจนเกิดอุบัติเหตุ เป็นโรงเรียนอื่นเขาไล่ออกแล้ว แอนนี่ผสมโรงบอกเพ็ญว่า “มีครูแบบนี้ คุณน้าต้องคิดหนักนะคะ”

“เธออยากช่วยก็ควรเรียกคนงานให้ช่วย ประมาทเกินไป” เพ็ญตำหนิ พอดีพญากลับมาจึงโยนกลองให้เขาจัดการ

“ทราบเรื่องตั้งแต่เข้าไร่มาแล้วครับ ได้คุยกับเด็กอื่น ครูปริมจะปีนขึ้นไปช่วย ที่ตกลงมาเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครผิดทั้งนั้น ต่อไปนี้ก็ต้องระวังให้มากกว่านี้” พญาเอ่ยแล้วมองปลากัดเตือนว่า “เราก็อย่าซนให้มากนัก”

ไข่มุกติงพญาว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตเด็ก เขาจะปล่อยไว้แบบนี้หรือ อรัญเดินเข้ามาดูปลากัด บอกว่าถ้าครูปริมไม่ขึ้นไปช่วย อาจหนักกว่านี้อีก เพราะเด็กกระดูกอ่อน

ตกกลางคืนเมขลาไปเคาะประตูห้องนอนพญาขอบคุณที่ช่วยพูดให้ และขอโทษที่ตนก่อเรื่องขึ้นอีก พญาพูดหน้านิ่งว่าชินแล้ว พลางเอาของฝากให้ เมขลาดีใจมากที่ได้เสื้อสวยถูกใจ ชมว่าเขาก็มีน้ำใจเหมือนกันนะเสียแต่ชอบด่าชอบสอนมากไปหน่อย

“เพราะเธอไม่มีใครสอน ฉันถึงต้องสอน จะได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เรื่องวันนี้เธอก็มีส่วนผิด เด็กก็คือเด็ก เขาไม่รู้ว่าทำแล้วจะอันตรายแค่ไหน ผู้ใหญ่ต้องคอยบอกคอยสอนให้ระวังไม่ปล่อยให้เล่นซนแบบนั้น”

“ค่า...ได้ค่า...รับทราบค่า...บ่นจัง ไปนอนดีกว่า” เมขลาทำทะเล้นทีเล่นทีจริงแล้วผละไป แต่เอี้ยวแรงไปหน่อยเจ็บเอวที่เคล็ดจนร้อง พญารีบเข้าประคองถามว่ายังเจ็บอีกหรือ เดินไหวไหม “ค่ะ...ยังปวดแปลบตอนเดิน ทายาหม่องที่แม่เพ็ญให้แล้วยังไม่ดีขึ้น แปลกนะ ตอนจะตกต้นไม้ ไม่รู้ฉันคิดยังไง ถึงได้เอาด้านข้างลำตัวลง ยังโชคดี ขืนลงตรงๆได้แขนหักเหมือนปลากัดแน่ สงสัยเคยเรียนวิชาบู๊ตึ๊ง”

พญามองอย่างหมั่นไส้แกมระอาที่เจ็บตัวขนาดนี้แล้วยังมีอารมณ์คุยโม้อีก

เพ็ญบอกพญาว่าแปลกใจที่วันนี้เขาพูดเข้าข้างครูปริม และแปลกใจที่ไข่มุก มาการีน และแอนนี่พากันถล่มเธอเหมือนกับอยากให้ออกจากไร่เราไปให้ได้ พญาบอกว่าตนตำหนิครูไปแล้ว แต่ถ้าถึงกับไล่ออก ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะไปอยู่ไหน เพ็ญฟังแล้วชื่นชมที่พญาใช้ทั้งพระเดชและพระคุณในการปกครองคน

ทัศนคติต่อเมขลาที่เปลี่ยนไปทำให้ท่าทีต่อเมขลา ของพญาเปลี่ยนไป มีความอ่อนโยน ผ่อนปรน ทำให้เมขลาที่แข็งกร้าวต่อต้านเขาก็อ่อนลงด้วย

เพื่อตอบแทนที่พญาช่วยพูดให้ เมขลาจึงทำดีตอบแทน ปรับปรุงตัวเองตามคำแนะนำของเขา ทำให้พญายิ่งรู้สึกผิดที่ตนทำให้เธอต้องอยู่ที่นี่ในสภาพที่ความจำเสื่อมจนจำไม่ได้แม้แต่ตัวเอง

ฝ่ายแอนนี่ที่จ้างนักสืบติดตามการเคลื่อนไหวของเมขลานั้น เสี่ยส่งเห็นว่าเป็นการลงทุนมากเกินไป เพราะดูไปแล้วครูปริมก็เหมือนครูบ้านๆทั่วไปไม่ต้องสืบกันถึงขนาดนั้น แอนนี่ชี้แจงกับเสี่ยว่า

“หนูสังหรณ์ใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา น่าจะมีอะไรมากกว่าที่เราคิด” สั่งนักสืบว่า “ฉันต้องการรู้ว่าครูปริมเป็นใครกันแน่”

ooooooo

เพื่อให้เมขลาเข้าใจความเป็นจริงของการทำงาน พญาพาเธอไปที่ไร่องุ่นเพื่อจะได้คุยกับลูกค้าได้ถูก พญาถ่ายรูปพวงองุ่นอย่างตั้งใจ เมขลามองอย่างขัดหูขัดตา ดึงกล้องไปถ่ายเองอย่างชำนาญ คุยว่าเรื่องถ่ายรูปขอให้บอกตน

เมขลาถ่ายรูปทั้งองุ่นและตัวเธอบอกให้ส่งไปทั้งสองรูป รับรองลูกค้าสั่งสินค้ารับออเดอร์ไม่ทันแน่ พญาเห็นการโพสท่าและจัดองุ่นถ่ายรูปอย่างชำนาญและสวยงามของเธอ ก็มองทึ่ง มองเพลินจนเธอถ่ายรูปเสร็จ

ถ่ายรูปแล้ว เมขลาเดินลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าลุกไม่ขึ้น พญาจึงเข้าไปช่วย ตัวเองก้าวพลาดลื่นถลาหน้าไปจุ๊บแก้มเมขลาเข้าเต็มๆ ต่างตกใจมองกันอึ้ง หายตะลึงแล้วต่างก็เขิน

เมื่อเมขลามาช่วยงานแปล กุ้งโยนงานให้เมขลาทำแล้วตัวเองไปนั่งจิบกาแฟสบายใจเฉิบ เมขลาหงุดหงิดกระหน่ำนิ้วลงบนแป้นอย่างแรง จนพญาเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวแป้นคอมพ์พังหมด แล้วชวนออกข้างนอกกัน

พญาขี่มอเตอร์ไซค์ให้เมขลาซ้อนพาผ่านไปทางแปลงกุหลาบ ที่นั่นไข่มุกกับมาการีนกำลังถ่ายรูปกับแปลงกุหลาบอยู่ พญาขี่มอเตอร์ไซค์ไปอย่างเร็วผ่านหลุมมีน้ำขัง น้ำกระเด็นใส่สองแม่ลูกจนร้องกรี๊ดมาการีนมองตามบอกว่า

“นั่น นังเม ซ้อนไปกับคุณพญา จะไปไหนกัน เดี๋ยวก่อน รอด้วย” แล้วมาการีนและไข่มุกก็พากันวิ่งตามไป

ที่กุหลาบอีกแปลง เพ็ญเดินมามีเทิดถือของเดินตาม เพ็ญมองไปเห็นหลังไวๆ ถามเทิดว่า

“นั่น...พญาหรือเปล่า แล้วใครซ้อนท้ายไปด้วย”

“น่าจะเป็นครูปริมนะครับ” เทิดเขม้นมอง

ooooooo

พญาพาเมขลาขึ้นเนินดินทำให้เห็นวิวบริเวณรอบๆ เมขลายิ้มอย่างมีความสุขกับธรรมชาติที่สวยงาม พอมาถึงหน้าผาเตี้ยๆ พญาหยุดรถ ถามว่าชอบที่นี่ไหม เธอบอกว่าชอบ สวยมากเลย

“มันน่าเสียดายแค่ไหน ถ้าที่นี่จะถูกทำลาย ฉันถึงต้องทำร้ายคนคนหนึ่ง เพื่อรักษาป่าผืนนี้ไว้” เมขลาบอกว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อคนอีกเยอะแยะ สักวันคนนั้นก็คงเข้าใจ “หวังว่าถึงตอนนั้นแล้ว เธอจะยังพูดเหมือนตอนนี้...เธออยากดูลำธารไหม เดี๋ยวพาไปดู”

พญาพาไปถึงลำธารที่น้ำใสสะอาด เมขลาชอบมากบอกว่าทีแรกคิดว่าป่าแถวนี้น่ากลัวมาก แต่พอเริ่มปรับตัวได้อยู่นานๆไปก็สนุกดี พญาถามว่าถ้าต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปคิดว่าอยู่ได้ไหม และถ้าวันหนึ่งเธอมีที่ไป เธอจะทิ้งที่นี่ไปไหม เมขลาบอกว่าครูจนๆอย่างตนจะไปที่ไหนได้ ตัดบทอย่างทำใจแล้วว่า ทำงานที่นี่ให้ครบสัญญาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที

เมขลาถามว่าถ้าตนขออะไรบ้างเขาจะทำให้ได้ไหม พญาถามว่าจะให้ทำอะไร พอเมขลาบอกว่าลงไปเล่นน้ำ เขาตอบทันทีว่ายกเว้นเรื่องนี้ เมขลารู้ว่าเขามีภาพฝังใจที่เลวร้ายในอดีต ชวนให้ลงมาเถอะ น้ำตื้นนิดเดียวเอง เย็นสบายดีออก หว่านล้อมว่า

“ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่คุณต้องก้าวผ่านความกลัวไปให้ได้สิ ไม่งั้นก็ต้องกลัวน้ำไปตลอดชีวิต...ฉันจะช่วยคุณเอง ลงมาเถอะ”

พญายื่นมือไปให้ พลันความหลังก็แว่บขึ้นมา ภาพพ่อถูกท่อนซุงกระแทกหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาตอนน้ำท่วมผุดขึ้นมา ก็พอดีเมขลาจะดึงเขาลงน้ำ พญาดึงมือออกตะโกนสุดเสียง “ไม่...” แล้วเดินหนีไปด้วยความรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่กล้า

เมขลามองตามอย่างรู้สึกผิด

ooooooo

พญาขี่มอเตอร์ไซค์กลับทันที เขาเครียดมาตลอดทางจนเมขลาที่ซ้อนท้ายไม่กล้าพูดอะไร พอถึงบ้านเขาส่งเธอแล้วออกรถไปเลย เมขลามองตามรู้ว่าโดนโกรธอีกแล้ว

เรื่องราวในวันที่น้ำท่วมใหญ่พ่อถูกซุงลอยมากระแทกหลุดจมน้ำหายไป กลับทำร้ายความรู้สึกเขาอย่างรุนแรง พญาโทษตัวเองว่าทำไมวันนั้นตนช่วยพ่อไม่ได้ เขาชกต้นไม้ระบายอารมณ์ จนเพ็ญบอกว่าอย่าโทษตัวเองแบบนี้ บอกว่าถ้าพ่อมองดูเราอยู่ พ่อจะเสียใจขนาดไหน พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนดีมีความสุข อย่าจมอยู่กับอดีตปล่อยให้มันผ่านไป...เห็นลูกเป็นทุกข์มากเท่าไหร่ แม่ยิ่งทุกข์มากกว่า

“ผมขอโทษครับแม่” พญาหันมาไหว้แม่ด้วยความรู้สึกผิด

เมขลารู้สึกผิดกับเรื่องวันนี้ เธอเดินไปหาเขา พูดอย่างสำนึกว่า

“ขอโทษ...ฉันง้อนะ ต่อไปจะไม่ทำอีก สัญญา...ถ้าคุณพูดว่าไม่ ก็คือไม่ ฉันจะไม่ดื้อ ไม่เถียง ไม่ลากคุณลงน้ำแบบนั้นอีกแล้ว” พญายังคงเงียบสีหน้าเย็นชา เมขลาบ่น “ขอโทษก็แล้ว ยังไม่หายงอนอีกเหรอ จะให้ทำยังไงเนี่ยถึงจะหาย”

พญายังคงเงียบและเดินเข้าห้อง เมขลายังตามไปพูดที่หน้าห้องว่า

“คุณ...อย่าถือสาฉันเลยนะ คราวนี้ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ ต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธ บอกมาเลย ฉันยอมทำทุกอย่าง...” พูดแล้วชะงักลดเสียงเบาลงว่า “เท่าที่ทำได้นะ ...อย่าเงียบเฉยแบบนี้เลยนะคุณ ออกมาคุยกันก่อน”

พญานั่งหลับตานิ่งอย่างขมขื่นกับตัวเอง...

ด้วยความรู้สึกผิดและเพื่อตอบแทนที่พญาปกป้องตนเรื่องปลากัดตกต้นไม้แขนหัก เมขลาพยายามง้อทุกวิถีทาง จนบัวผาดกับกุ้งสงสัยว่าสองคนนี้มีอะไรกัน

ดอกปีบบอกว่าครูทำดีกับนายมาตั้งนานแล้ว กุ้งฟันธงว่าอ่อยกันชัดๆ ป้าแหวงติงว่าของแบบนี้ถ้านายไม่เล่นด้วยครูจะทำอะไรได้ บัวผาดมีข้อสังเกตว่าปกติถ้านายไม่ชอบก็จะไม่ให้อยู่ใกล้ แต่นี่ไม่ว่าอะไรเลย แค่ไม่พูดเท่านั้น

“หรือว่านายจะไม่ได้เกลียดยัยครูแสบอย่างที่ เราคิด” ป้าแหวงถาม ทุกคนมองหน้ากันไปมาอย่างสงสัยเหมือนกัน

เมื่อง้อด้วยการทำดีแล้วพญายังเมิน คืนนี้เมขลาจึงเอาดอกไม้สดไปให้ที่ห้องนอนบอกว่าได้กลิ่นดอกไม้หอมๆจะได้อารมณ์ดีขึ้น แล้วถามอ้อน “ขอโทษนะคะ โกรธมากเลยเหรอ”

“ไม่ได้โกรธเธอ โกรธตัวเองต่างหาก” พญาตอบห้วนๆแล้วเบือนหน้าหนีอย่างหงุดหงิดตัวเอง

“ไม่เข้าใจว่าคุณโกรธตัวเองเรื่องอะไร” เมขลาถามงงๆ

พญาเล่าถึงนาทีชีวิตในวันน้ำท่วมใหญ่คราวนั้น ที่พ่อช่วยตนให้ขึ้นฝั่งได้แต่พ่อกลับถูกท่อนซุงกระแทกจนถูกน้ำซัดหายไปต่อหน้าต่อตา พญาพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“พ่อช่วยฉันไว้ แต่พ่อกลับต้องตายแทนฉัน...ฉันไม่กล้าลงน้ำไปช่วยพ่อ เป็นความขี้ขลาดของฉันเอง...พ่อถึงต้องตาย” พญาเบือนหน้าน้ำตาไหล เมขลาเศร้าไปด้วย เธอจับไหล่เขาปลอบใจว่า

“ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” พญาถามว่าทำไมจะไม่ใช่ เมขลาพูดอย่างใจเย็นว่า “คุณช่วยไม่ได้หรอก ถ้าคุณทำ วันนั้นก็จะมีคนตายเพิ่มอีกคน อย่าโยนความผิดให้ตัวเองเลยค่ะ ถ้าโทษก็ต้องโทษพวกตัดป่า ที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมด” เมขลากุมมือเขาไว้ พูดเสียงอ่อนอย่างให้กำลังใจว่า “คุณทำดีที่สุดแล้ว”

เมขลาเช็ดน้ำตาให้พญาเบาๆ เขามองเธออย่างซึ้งใจ แล้วจับมือเธอมาแตะที่หัวใจตัวเองอย่างรู้สึกขอบคุณ

“ฉันรู้ว่า คุณลืมเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ให้อภัยตัวเองสักทีเถอะค่ะ ขอร้อง”

เพ็ญที่แอบฟังอยู่ มองเมขลาแล้วยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

นักสืบที่แอนนี่จ้างไปสืบประวัติของครูปริมมารายงานแอนนี่พร้อมรูปถ่าย แอนนี่รับไปดูหน้าไม่เหมือนเมขลาก็ตกใจถามว่า แน่ใจหรือว่าเป็นคนเดียวกัน ทำไมหน้าไม่เหมือนกันเลย

“ประวัตินี้เป็นของจริงครับ เธอชื่อ ปริมา บุญขาม เป็นครูคนเดียวที่เดินทางมาที่ไร่ภูพญา” นักสืบยืนยัน

“งั้น...คนที่อยู่กับพญาตอนนี้ ก็ไม่ใช่ครูปริมน่ะสิ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงต้องสวมรอยมาเป็นครูปริม ต้องการอะไรแน่?”

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดต่อกับใครเลยครับ วันๆอยู่แต่ในไร่ ไม่มีข้อมูลให้สืบได้เลย”

แอนนี่บอกว่ารับเงินไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ นักสืบรับปากว่าจะพยายาม แอนนี่ขึงตาใส่เสียงแข็งว่า

“ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องทำให้ได้ ไม่มีเบาะแสให้สืบได้แบบนี้ แสดงว่าแม่นี่...มืออาชีพแล้ว”

ooooooo

วันนี้ไข่มุกกับมาการีนเห็นเมขลาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พญาผ่านหน้าไป ไข่มุกเหล่ไปทางเพ็ญที่อยู่แถวนั้น ยุว่าทำแบบนี้ดูไม่ดีเลย คนจะเอาไปเม้าท์กันเสียๆหายๆ เพ็ญตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“เขาจะไปไหน ทำอะไรก็เรื่องของเขา ถ้ามันหนักอะไรใครก็ช่วยไม่ได้” ไข่มุกไม่ยอมเงียบ ประชดว่าดูท่าอยากได้ครูปริมเป็นสะใภ้ “เรื่องแบบนี้ ก็แล้วแต่เขาจะเลือก แต่ครูเขาก็เป็นคดี ถึงจะพูดตรงไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่พวกปากหวานก้นเปรี้ยวเหมือนอย่างใครสองคน” เพ็ญเหน็บสองแม่ลูกแล้วเดินไปอย่างไม่สนใจ

มาการีนพูดอย่างเจ็บใจว่า “เมขึ้นหิ้งบ้านนี้ไปแล้ว มีแต่คนเข้าข้างมัน”

“ถ้าจะเอาไว้ไม่ได้แล้ว แบบนี้ต้องกำจัด” ไข่มุกจิกตาร้าย

ooooooo

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 5 วันที่ 7 ก.พ. 59

ละคร วิมานเมขลา บทประพันธ์โดย กันยา กุมารี
วิมานเมขลา บทโทรทัศน์โดย เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ,เทิดโชค เกียรติสุขเกษม,วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะ
ละคร วิมานเมขลา กำกับการแสดงโดย อินทนนท์ รัตนากาญจน์
ละคร วิมานเมขลา ผลิตโดย บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัด
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร วิมานเมขลา เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559
ที่มา ไทยรัฐ