อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ก.พ. 59

“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันก็อยากจะรู้ว่าพวกเราทำผิดอะไร”

“ถ้าอยากรู้ ฉันจะบอกให้เอง พ่อแม่ของเธอผิดที่ไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูกสาวให้เจียมเนื้อเจียมตัว ส่วนเธอ...ผิดที่กล้าเป็นศัตรูกับฉัน ฉันเคยเตือนเธอแล้วไม่ใช่หรือ ว่าถ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข ก็จงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่นี่เธอถึงกับเอาน้ำร้อนราดใส่มือตัวเองเพื่อใส่ร้ายฉัน”

ริ้วทองอึ้งไปอึดใจ เปิดโอกาสให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาซ้ำเติม



“เธอคิดว่าฉันจะโง่ ปล่อยให้เธอลอยหน้าลอยตาอยู่ในวังนี้ได้อีกหรือริ้วทอง”

นางรื่นกับนางรวยร้อนรนมาก ปรี่ไปกระชากตัวลูกสาวมาคาดคั้นความจริง แต่ริ้วทองก็ปฏิเสธ ปรุงไม่มีทางเลือก ต้องช่วยน้องสาว และต่อปากต่อคำกับเจิมจนนางรื่นต้องโพล่งแทรก

“ท่านหญิงเพคะ นังริ้วยังเด็ก ถ้ามันทำสิ่งใดให้ท่านหญิงไม่พอพระทัย อภัยให้มันเถอะนะเพคะ ถ้าหม่อมฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็ไม่รู้จะไปซุกหัวกันที่ไหน”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาปรายตามองเหยียดๆ ย้อนเสียงเรียบ “ฉันเห็นใจน้ารื่นนะ แต่ลูกสาวของน้ารื่นจะทำอะไรยังไม่เห็นจะรู้จักนึกถึงหัวอกพ่อแม่ แล้วทำไมฉันจะต้องนึกถึงแทนด้วย”

พูดจบก็ตะโกนสั่งให้คนงานเร่งมือเก็บของ โดยมีเจิมคอยสนับสนุน ปรุงถลาไปขวาง กระชากตัวคนงานมาต่อย แต่สุดท้ายก็สู้แรงเหล่าคนงานไม่ไหว ถูกซัดจนหมอบ

ริ้วทองเห็นพี่ชายถูกซ้อมปางตายก็ลืมความโกรธก่อนหน้าเสียสิ้น ปรี่ไปประคอง แต่ก็ถูกลูกหลงจนกระเด็นไปอีกทาง หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ ซึ่งได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากหม่อมเจ้าภรณีมาเห็นพอดี เลยร้องห้ามไว้

“จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น ริ้วทองต้องอยู่ที่นี่!”

ooooooo

แม้หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์จะช่วยไม่ให้ครอบครัว ริ้วทองต้องออกจากวัง แต่ริ้วทองก็ถูกพ่อแม่ทำโทษอย่างหนัก โทษฐานหาเรื่องใส่ร้ายหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ปรุงเห็นน้องเจ็บ ก็ถลาไปขวางเหมือนเคย นางรื่นกับนายรวยเลยใจอ่อน ยอมรามือ แต่ไม่วายไล่ไปให้พ้นหน้า เพราะไม่อยากหัวเสียมากไปกว่านี้

ปรุงพาริ้วทองไปเก็บของที่เรือนพัก แต่ก็มีท่าทีห่างเหินและเย็นชาจนอีกฝ่ายรู้สึกผิด

“พี่ปรุง...ขอบคุณที่ช่วยปกป้องฉัน ฉันดีใจที่มีพี่ปรุงเป็นพี่ชาย”

หัวใจของปรุงแทบสลาย แต่ก็ต้องพยายามข่มใจ แล้วลูบหัวน้องสาวเบาๆ

“งั้นพี่ก็จะเป็นพี่ชายของเอ็งไปตลอดชีวิต”

ริ้วทองเข้าไปกอดพี่ชาย ก่อนจะดึงตัวออก ยิ้มกว้างสดใส ขอให้เขาสาบาน

ปรุงยกมือพนมเหนือหัว “สาบาน...ฟ้าดินเป็นพยาน พี่ปรุงคนนี้จะคอยดูแลริ้วทองน้องพี่ไปจนสิ้นลมหายใจ และจะขอติดตามไปช่วยเหลือเอ็งให้ได้พบพานแต่ความสุขทุกชาติไป”

เวลาเดียวกันภายในห้องโถงวังติณชาติ...หม่อม เจ้าหญิงรัมภากำลังโวยวายใส่พี่ชายคนเดียว ที่ขัดขวางภารกิจขับไล่พวกริ้วทองออกจากวัง แถมยังทำท่าเหมือนจะเลี้ยงคณะละครไว้เองด้วย

“แล้วมันจะเป็นอะไรไปเล่า ถ้าพี่จะแบ่งสมบัติของเราให้ว่าที่เมียของพี่ใช้บ้าง”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับหม่อมเจ้าหญิงภรณีมองหน้ากันอึ้งๆ ต่างจากหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ สารภาพอย่างไม่อายว่าตกหลุมรักเสน่ห์และความงามของริ้วทองตั้งแต่แรกเห็น จนถึงขั้นอยากแต่งงานด้วย

คำว่าแต่งงานจากปากพี่ชายคนเดียว ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มร้าย

“แต่เจ้าพี่ต้องสัญญากับหญิงนะคะ ว่าจะทำให้ริ้วทองรักเจ้าพี่เร็วที่สุด”

หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์นิ่วหน้า ไม่เข้าใจ น้องสาวคนสวยได้แต่ยิ้ม แล้วตอบเป็นนัยๆ “หญิงแค่อยากเห็นเจ้าพี่มีความสุขค่ะ เพราะความสุขของเจ้าพี่ ก็เป็นความสุขของหญิงเช่นกัน!”

คุณทวดภรณีดึงตัวเองจากอดีต ยังจำได้ดีถึงแววตา ร้ายกาจของน้องสาวคนเดียว แต่ครั้งนั้นเธอไม่ได้คิดติดใจอะไรมาก นอกจากพยายามอยู่ร่วมกับพวกคณะละครอย่างเป็นสุขเท่านั้น แต่น้องสาวคนเดียวก็ก่อเรื่องจนได้

เกล้ามาศกับพริมเบิกตาโพลง รีบถามต่อด้วยความอยากรู้ แต่คุณทวดกลับมีท่าทีอึกอัก ก่อนจะตีหน้านิ่ง บอกว่าจำไม่ได้ แต่สองสาวก็ไม่เชื่อ และคิดว่าคุณทวดต้องปิดบังความจริงอะไรบางอย่างไว้แน่

และทันทีที่ได้อยู่ตามลำพัง สองสาวก็ไม่รีรอจะถกกันเรื่องที่คุณทวดภรณีปกปิดไว้

“คำพูดโกหกได้ แต่แววตาโกหกไม่ได้ แววตาท่านทวดไม่ได้พยายามจะคิดเรื่องอดีตอย่างที่ท่านพูดเลยสักนิด”

พริมพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ถ้าแกแน่ใจ แล้วทำไมแกไม่กล่อมให้ท่านทวดเล่าออกมาล่ะ ไม่แน่นะ...เรื่องวันนั้นอาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่แกเจอผีตามเล่นงานอยู่ตอนนี้ก็ได้”

“ฉันจะไม่เอาความกลัวของตัวเองมาทำร้ายท่านทวด ท่านทวดอายุมากแล้ว จะทำอะไรต้องรอบคอบที่สุด เราต้องไม่ทำให้ท่านเครียด กดดัน เพราะฉันมั่นใจว่าเรื่องที่ท่านทวดปิดบังเรา...ต้องมีผลกับจิตใจของท่านทวดอย่างมาก”

ooooooo

ระหว่างที่เกล้ามาศกับพริมตามหาความจริงที่คุณทวดภรณีปิดบังไว้ อินทวงศ์ก็ไล่เปิดดูกล้องวงจรปิดทุกตัวในบ้าน แต่ก็ไม่พบใครน่าสงสัยจะเอากำไลมาศออกจากบ้านได้ นอกจากสวิตา!

แต่กระนั้น...สถาปนิกหนุ่มก็ไม่ปักใจเชื่อ และตัดสินใจโทร.หาบัลลพตำรวจหนุ่มเพื่อนรักให้ช่วยตามล่าหาความจริงแทน โดยไม่รู้เลยว่าผีริ้วทองคอยจับตามองเขาตลอด และเฝ้าคอยเวลาจะได้อยู่กับเขาอีกครั้ง

ด้านคุณทวดภรณี...รู้ตัวดีว่าทิ้งความสงสัยไว้แก่หลานสาว แต่ก็คิดว่าตัดสินใจถูก ที่ไม่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต เพราะไม่อยากขุดคุ้ยให้เสื่อมเสียและสะเทือนใจกันไปมากกว่านี้

แต่กระนั้น...ความทรงจำในอดีต ก็ทำให้อดคิดถึงความรักครั้งเก่าไม่ได้ และหุ่นกระบอกตัวพระลักษณ–วงศ์ ซึ่งนุชนำมาให้เธอนั่งดูก่อนนอน ก็ทำให้ต้องร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น...

ความคิดของคุณทวดภรณีกลับสู่อดีตอีกครั้ง... เธอยังจำได้ว่าต้องพยายามแค่ไหน จะทำดีกับพวกคณะละคร เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่ความบาดหมางในวันวาน ก็ทำให้เธอเข้าหน้าพวกเขาไม่ติด จนต้องใช้ให้บัวสาวใช้ต้นห้องนำของว่างคาวหวานที่เธอทำเองไปให้แทน

แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะระหว่างรอให้บัวนำของไปให้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็เกือบถูกงูฉกตาย ถ้าปรุงซึ่งซ่อนตัวอยู่แถวนั้นจะไม่โถมตัวไปผลักเธอออกเสียก่อน!

ปรุงพาหม่อมเจ้าหญิงภรณีไปรักษาและประคบยาไม่ให้ข้อเท้าบวมที่เรือนพัก ก่อนจะได้หน้าซีดเผือด เมื่อเจิมกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ซึ่งแอบเห็นท่าทางใกล้ชิดระหว่างพี่สาวกับนักเชิดหุ่นหนุ่มในป่ารกมาตามไปพบท่านพ่อ

และทันทีที่เจอหน้าลูกสาวคนโต เสด็จในกรมฯก็ทรงถลาไปตบเต็มแรง ก่อนจะตวาดลั่น

“แกจำเอาไว้นะหญิงณี ปล่อยให้งูกัดตายก็ยังดีกว่าปล่อยให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างไอ้ปรุงมาแตะเนื้อต้องตัวให้เสื่อมเสียพระเกียรติเลือดติณชาติในตัวแก”

หม่อมเจ้าหญิงภรณียกมือกุมปากห้อเลือด พยายามจะอธิบายความจริงว่าปรุงเป็นคนช่วยชีวิต แต่เสด็จในกรมฯก็กริ้วจนเลือดขึ้นหน้าเสียแล้ว

“ท่านพ่อห่วงแต่หน้าตาตัวเอง มากกว่าห่วงชีวิตของลูก”

“แกเข้าใจผิดแล้ว ฉันห่วงชีวิตของแกมากที่สุด เพราะชีวิตของแกแลกมาด้วยชีวิตของเมียฉัน ถ้าแกรักษาชีวิตให้ดี ไม่ให้แปดเปื้อนความสกปรกไม่ได้ ก็ไปตายซะ!”

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเจ็บช้ำน้ำใจมาก ทั้งโกรธและน้อยใจท่านพ่อที่กล่าวหารุนแรงถึงเพียงนี้ ปรุงไม่กล้าเข้าไปหา กลัวเธอจะถูกลงโทษหนักกว่าเดิม เลยได้แต่ฝากลูกประคบไว้กับบัว

น้ำใจของนักเชิดหุ่นหนุ่ม ทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีถึงกับน้ำตาซึม ก่อนจะปาดมันทิ้ง แล้วทำท่าจะออกจากห้อง บัวถลาตามติด พยายามทักท้วงเพราะไม่อยากให้เจ้านายสาวถูกลงโทษ

“ฉันจะไปหาปรุง เพราะต่อให้ฉันทำตัวดี ท่านพ่อก็ไม่เคยพอพระทัย ไม่เหมือนพี่อรรถกับน้องหญิง สองคนนั้นทำตามใจตัวเองตลอด แต่ท่านพ่อก็ยังรัก ถึงเวลาที่ฉันจะต้องทำตามใจตัวเองบ้าง เผื่อจะทำให้ท่านพ่อรักฉันขึ้นมาบ้าง”

“ท่านหญิงจะทำอะไรหรือมังคะ”

“ฉันจะรักคนที่ฉันอยากรัก!”

คุณทวดภรณีดึงตัวเองจากอดีตอีกรอบ กอดหุ่นกระบอกตัวพระแน่น ร้องไห้น้ำตาซึม

“ปรุงไปอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่จะกลับมาหาฉัน ฉันคอยปรุงอยู่ทุกลมหายใจ”

พระปราบซึ่งรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษ ว่ามีคนคิดถึง ได้ถอนใจหนักหน่วง เห็นใจแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้...

ด้านอินทวงศ์...พยายามโทร.หาสวิตาในเช้าวันต่อมา เพื่อถามเรื่องกำไลมาศ แต่กลับไม่ได้เรื่องอะไรนัก เพราะผีริ้วทองคอยขวาง ไม่ให้เขารู้ว่ากำลังจะทำให้นางเอกสาวเป็นตัวช่วยของตน

ธุระกับสวิตายังไม่ได้คำตอบ อินทวงศ์ก็จำต้องพักไว้ก่อน มุ่งหน้าไปรับเกล้ามาศที่วังติณชาติ เพื่อให้เธอมาดูอาการของย่า แต่ไม่ทันเจอเธอ ก็ได้ยินเรื่องน่าสนใจจากนุชเสียก่อน ที่เล่าให้เขาฟังแบบไม่คิดมากว่าคุณทวดภรณีชอบชมละครหุ่นกระบอกมาก จนถึงขั้นเล่าให้เกล้ามาศฟังบ่อยๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับนักเชิดหุ่นที่ชื่อริ้วทอง!

เกล้ามาศผ่านมาได้ยินพอดี เลยส่งสายตาดุไปให้ นุชหน้าเสีย แล้วตัดสินใจยอมรับผิดแต่โดยดี เมื่อเจ้านายสาวตามมาต่อว่าถึงในครัว

“คุณมาศขา...หนูขอโทษค่ะ วันหลังหนูจะไม่พูดมากแล้วค่ะ”

“ไม่ใช่แค่ไม่พูดมาก แต่ต้องไม่พูดเลย ฉันไม่อยากให้คนอื่นมารับรู้เรื่องของครอบครัวฉันมากเกินไป ถือซะว่าเห็นใจฉันแล้วกัน ทุกวันนี้แค่เรื่องคุณแม่ ติณชาติก็เสื่อมเสียมากพออยู่แล้ว”

“ค่ะคุณมาศ หนูสัญญาค่ะ หนูจะรูดซิปปากไม่พูดเรื่องในวังให้คนอื่นฟังอีกแล้ว”

ooooooo

แม้ว่าเกล้ามาศจะปรามสาวใช้ในวังไม่ให้พูดมากเรื่องริ้วทองได้ แต่ก็ปกปิดท่าทางพิรุธ เหมือนมีความลับบางอย่างจากอินทวงศ์ไม่ได้ และเมื่อเธอมาดูอาการย่าที่บ้าน พร้อมกับบัลลพ ซึ่งแวะมาบอกเรื่องสืบหาโจรขโมยกำไลมาศ สถาปนิกหนุ่มก็อดไม่ได้จะต้องระบายให้เพื่อนรักนายตำรวจฟัง

“คุณมาศมีอะไรบางอย่างปิดบังฉันอยู่ เธอไม่ไว้ใจฉันมากพอจะเล่าให้ฉันฟัง”

“เกี่ยวกับเรื่องอะไรวะ”

“นายอย่ารู้เลย ฉันมั่นใจว่าคุณมาศไม่ได้อยากให้ใครรู้เรื่องมากนัก”

“เดี๋ยวนี้มีความลับกับเพื่อน ถ้าให้ฉันแนะนำ ฉันก็จะบอกว่าแกต้องสร้างความไว้ใจด้วยความจริงใจ”

อินทวงศ์นิ่วหน้า บัลลพส่ายหน้าเบาๆ แล้วถือโอกาสบอกเคล็ดลับจีบสาว

“ฉันแน่ใจว่าตอนนี้ใจของแกมีความห่วงใยและหวังดีให้คุณมาศ ขอแค่อย่ากั๊ก ฟอร์มจัด ปล่อยไปตามความรู้สึกที่แกมีให้เขา เดี๋ยวคุณมาศก็จะมองเห็นความจริงใจของแกเอง”

สถาปนิกหนุ่มเริ่มทำตามที่เพื่อนแนะทันที เมื่อเธอเสร็จจากดูอาการของย่า โดยมีบัลลพเป็นคนเปิดทาง ด้วยการพูดชงให้เพื่อนรักตอบมุก ซึ่งอินทวงศ์ก็ทำได้ดี เกล้ามาศถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย

“คุณย่ากับคุณอาดูมีความสุขเวลาได้คุยกับคุณ... ท่านชอบคุณ”

สายตากรุ้มกริ่มของเขา ทำให้เกล้ามาศถึงกับทำหน้าไม่ถูก ทั้งเขินทั้งประหม่า แต่ยังปั้นหน้านิ่ง ขอตัวไปทำธุระต่อดื้อๆ ทิ้งอินทวงศ์ให้มองตามตาละห้อย โดยมีบัลลพคอยค่อนขอดไม่ได้ห่าง

“โธ่เอ๊ย...ไอ้ต๊ะ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ากั๊กอย่าฟอร์ม อุตส่าห์ชงให้ขนาดนี้แล้ว”

“ฉันพูดไม่ได้...เพราะว่าฉันรู้สึกกับคุณมาศมากกว่าคำว่าชอบ”

“ครั้งหน้าฉันชงให้อีก ขอให้แกพูดแบบนี้ ถ้าไม่พูด... เลิกคบ!”

วันเดียวกันที่คอนโดหรูของทรรศนะ...แทมมี่เพิ่งเสร็จจากกองถ่าย แวะมาหาแฟนหนุ่มนายแบบด้วยความคิดถึง แต่กลับถูกเขาไล่กลับ เพราะอินทนิล เจ้าของคอนโดตัวจริงกำลังเดินทางมา

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ