อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 59

วันเดียวกันที่คอนโดหรูของทรรศนะ...แทมมี่เพิ่งเสร็จจากกองถ่าย แวะมาหาแฟนหนุ่มนายแบบด้วยความคิดถึง แต่กลับถูกเขาไล่กลับ เพราะอินทนิล เจ้าของคอนโดตัวจริงกำลังเดินทางมา

“ไม่ไป...คุณต้องบอกแทมมี่มาก่อนว่าทำไมคุณถึงต้องเอาใจมัน”

ทรรศนะไม่ตอบและจะลากเธอออกไป แต่เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น แทมมี่เลยสะบัดตัวออก ปรี๊ดแตก

“ไหนๆก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนผัวเมีย เคลียร์กันให้รู้เรื่องไปเลยแล้วกัน”



นายแบบหนุ่มพยายามข่มอารมณ์โมโห ผลักแฟนสาวเข้าข้างฝา ขู่เสียงเรียบ “ฟังผมให้ดีๆ ถ้าคุณทำให้พี่นิลรู้เรื่องของเรา ผมเดือดร้อนไม่เกินสามวันหรอก เพราะผมมีวิธีทำให้มันใจอ่อนกับผม แต่คนที่จะซวยคือคุณ คุณจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ถ้าคุณยอมกลับไปดีๆ คุณยังมีผม มีทุกอย่างเหมือนเดิม...เลือกเอานะแทมมี่”

แทมมี่คิดหนัก สุดท้ายก็ตัดสินใจทำตามเขาบอก แต่ไม่วายอาฆาตแค้นอินทนิล

“มีความสุขกันเข้าไป อย่าให้ถึงวันอีแทมมี่บ้างแล้วกัน กูจะทวงคืนจากมึงให้หมดเลยอีแก่นิล!”

ooooooo

สวิตายังมีอาการจิตตกและประสาทหลอน ไลยเป็นห่วงมาก แต่ก็ไม่กระโตกกระตากให้ผิดปกติ ไม่อยากให้ใครๆมองลูกสาวว่าเป็นบ้า แต่สวิตาก็ทำให้ความตั้งใจของเธอเป็นหมัน เพราะทันทีที่มาถึงกองถ่าย ลูกสาวคนเดียวก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเพราะเจอกำไลมาศในกระเป๋า!

ฝีมือผีริ้วทองที่ไม่ลดละความพยายามจะใช้ร่างของนางเอกสาวนั่นเอง แถมตามมาปรากฏร่างให้เห็นอีกต่างหาก สวิตากลัวมาก แต่ครั้งนี้เธอฮึดสู้ และจัดการเอากำไลไปฝังในมุมลับตา ไม่ไกลจากกองถ่ายนัก

แต่ที่สวิตาไม่รู้คือผีริ้วทองไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆและทันทีที่อินทวงศ์ ซึ่งแวะมาหานางเอกสาวเพราะไลยโทร.ไปขอร้องปรากฏตัว ผีร้ายก็สำแดงอิทธิฤทธิ์ห้อยหัวลงมา จนสวิตาสติแตก ถลาไปกอดสถาปนิกหนุ่มแทบไม่ทัน

ภาพนางเอกสาวซบอกสถาปนิกหนุ่มคนดัง กลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งกองถ่าย อินทวงศ์จะดึงตัวออก แต่สวิตาก็หวาดกลัวตัวสั่นจนไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น

“คุณป้าไลยโทร.ไปบอกว่าคุณไม่สบาย เขาให้ผมมาคุยกับคุณ ขอให้คุณรักตัวเอง”

“วิอุตส่าห์หลงดีใจคิดว่าคุณอยากมาหาวิ ที่แท้เป็นคำสั่งของคุณแม่”

“วิ...ถ้าคุณเครียด คุณน่าจะพักผ่อนให้มากกว่านี้ อย่าโหมทำงานหนักมากเกินไปเลย”

“วิไม่ได้เป็นอะไร ต๊ะนั่นแหละเปลี่ยนไป”

“ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมยังเป็นเพื่อนคุณเหมือนเดิม”

คำว่าเพื่อนของเขา ทำให้สวิตาปรี๊ดแตก โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“คำก็เพื่อนสองคำก็เพื่อน วิไม่ได้อยากเป็นเพื่อนคุณ!”

อินทวงศ์ถึงกับอึ้ง แต่สวิตาก็ไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว “ไหนๆวิก็พูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจมานานแล้ว วิจะไม่เก็บเอาไว้อีกต่อไป วิอยากรู้ค่ะต๊ะ สักวันต๊ะจะมองวิเป็นมากกว่าเพื่อนไหม”

สายตาเว้าวอน เต็มไปด้วยความคาดหวัง ทำให้อินทวงศ์พูดไม่ออก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดตามจริง

“ผมคิดกับวิได้แค่เพื่อน”

สวิตาเสียใจมาก สะบัดตัวออกและวิ่งหนีดื้อๆ

ผีริ้วทองเห็นเป็นโอกาสเหมาะ เลยปรากฏร่างให้เห็นอีกครั้ง และอาสาจะช่วยให้สมหวัง แต่นางเอกสาวก็ไม่เชื่อ ตวาดลั่น

“ไปให้พ้น...แกจะช่วยอะไรฉันได้”

“ช่วยได้ทุกอย่างที่คุณต้องการค่ะ อยากรู้ไหมคะว่าทำไมเขาถึงไม่รักคุณ”

ชื่อของเกล้ามาศผุดขึ้นในหัวสวิตา ผีริ้วทองแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะพูดเสริม

“ค่ะ...ฉันเองก็เกลียดมันไม่ต่างจากคุณ”

นางเอกสาวนิ่วหน้า แต่ผีริ้วทองก็ไม่อธิบายอะไรมากไปกว่าพูดเป็นนัยๆ “ฉันอยากเห็นมันไม่เหลืออะไรเลย แต่ฉันทำคนเดียวไม่ได้ คุณต้องช่วยฉัน แล้วฉันจะตอบแทนให้คุณสมหวังทุกอย่าง”

“แล้วทำไมแกต้องช่วยฉันด้วย”

“เพราะว่าคุณไม่เหลือใครอีกแล้ว...นอกจากฉัน ช่วยฉันนะคะ”

เพราะความเสียใจจนขาดสติแท้ๆ ทำให้สวิตายอมตกลง ผีริ้วทองสาสมใจมาก และจัดการพานางเอกสาวไปทำพิธีกรีดเลือดร่วมสาบานกลางกองถ่าย

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยาน ข้าพเจ้าจะยอมให้ดวงวิญญาณของริ้วทองใช้ลมหายใจ ใช้เลือดเนื้อของข้าพเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข ขอเชิญดวงวิญญาณของริ้วทองเข้ามาสิงสถิตในร่างของข้าพเจ้านับตั้งแต่บัดนี้”

จบคำก็เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง...ร่างสวิตากระตุกอย่างแรง เพราะถูกผีริ้วทองเข้าสิง โดยที่ไม่ต้องสวมกำไลแต่อย่างใด ดวงตาคมของนางเอกสาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงวาบ พร้อมกับไฟแค้นในอกที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง!

ooooooo

อินทวงศ์พยายามโทร.หานางเอกสาวเพื่อปรับความเข้าใจ แต่เธอก็ไม่รับสาย จนเขาเกือบจะปลงตกอยู่แล้วเมื่อกลับถึงบ้าน แต่กลับได้แปลกใจแทน เมื่อสร้อยดาวมาบอกว่าสวิตาแวะมาหา

ผีริ้วทองในร่างสวิตาดลบันดาลให้เสียงเพลงประกอบละครหุ่นกระบอกดังขึ้น พร้อมกับเยื้องย่างไปกราบเท้า อินทวงศ์รีบยอบตัวลงไปหา ตกใจมากที่เห็นอีกฝ่ายทำท่าแปลกๆ

“วิ...ไม่เอา คุณอย่าทำแบบนี้ ผมไม่สบายใจ”

แต่ผีริ้วทองในร่างสวิตาก็ไม่สนใจ เงยหน้าและโถมตัวกอดเขาทันที

“คิดถึง...คิดถึงใจจะขาด”

อินทวงศ์ไม่สบายใจเลย ไม่อยากให้เธอคิดกับเขามากกว่าเป็นเพื่อน แต่ก็ต้องพูดถนอมน้ำใจ

“คิดถึงขนาดนั้นเชียว เราเพิ่งเจอกันไปเองนะ”

“แต่ไม่ได้กอด อยากกอดให้หายคิดถึง”

“อยากกอดก็กอด แต่กอดแล้วต้องหยุดร้องไห้ ต้องเข้มแข็งเหมือนเดิมนะ”

พูดจบก็กอดตอบอย่างเพื่อน แต่ผีริ้วทองในร่างสวิตาไม่รับรู้ เข้าใจไปเองว่าเขาก็คิดถึงและโหยหาเสน่หาของเธอไม่ต่างกัน และไม่รอช้าจะสะกดจิต ให้เขาคิดถึงอดีต...เมื่อครั้งเขากับเธอเคยรักกันมาก

“เราเคยกอดกัน...กอดกันทั้งคืน จำได้บ้างไหม”

อินทวงศ์ทำหน้างงๆ ผีริ้วทองในร่างสวิตาเลยจัดการทำให้เขาเห็นภาพในอดีต เรื่องราวระหว่างเธอกับหม่อมเจ้าชายดิเรก ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนถึงวันที่เขามอบกำไลมาศให้

สถาปนิกหนุ่มเหมือนตกในภวังค์ เอ่ยคำรักเป็นกลอน เหมือนเมื่อในวันวาน “กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครสมาน ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล”

ฉับพลัน...ดวงหน้าของสวิตาก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของริ้วทอง ร่างของอินทวงศ์กระตุก ก่อนจะเบิกตาโพลง ละเมอเรียกชื่อริ้วทอง พร้อมกับโน้มตัวลงจูบริมฝีปากนางเอกสาวอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม

แต่ก่อนที่ผีริ้วทองจะได้สมหวังสมรักกับอินทวงศ์ หรือหม่อมเจ้าชายดิเรกในชาติที่แล้ว สร้อยดาวซึ่งแอบจับตามองเจ้านายหนุ่มด้วยความหึงหวงตลอด ก็โผล่มาขัดจังหวะ!

เสียงร้องด้วยความตกใจของสาวใช้ทำให้อินทวงศ์ตื่นจากภวังค์ แล้วผละตัวออก ผีริ้วทองโกรธมาก รีบออกจากร่างนางเอกสาว ส่งผลให้เจ้าของร่างเป็นลมหมดสติ อินทวงศ์ต้องถลาไปประคองด้วยความเป็นห่วง แต่ผีริ้วทองก็ไม่สนใจ เพราะกำลังโมโหที่สร้อยดาวบังอาจมาขัดความสุข

อินทวงศ์จัดการพาเพื่อนสาวไปพักในห้องรับรอง โดยมีอัญมณีตามดู เขาเลยถือโอกาสเล่าว่าเกิดอาการวูบแปลกๆเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เหมือนนอนหลับไปพักใหญ่ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อัญมณีไม่คิดมาก

เชื่อว่าหลานชายคงทำงานมากไป แล้วเกิดจิตหลอน เลยแนะนำให้พักผ่อนมากๆ

ส่วนผีริ้วทอง มุ่งมั่นจะจัดการสร้อยดาวให้หายแค้น แต่ก็ต้องพลาดท่า ถูกลำแสงสีทองจากห้องพระขัดขวาง กระเด็นกลับไปปรากฏร่างต่อหน้าพระปราบ ซึ่งรับรู้ได้จากญาณพิเศษในเวลาเดียวกัน

ผีริ้วทองคลำร่างตัวเองด้วยความเจ็บปวด ร้องไห้กระซิกๆขอความเห็นใจ

“ถ้าโยมยังไม่ปล่อยวาง โยมจะต้องพบพานกับความเจ็บปวดมากกว่านี้”

“เจ็บปวดแต่ได้รักกับท่านชายของฉัน...ฉันยอม”

“เขากับโยมอยู่กันคนละภพ ไม่มีทางจะรักกันได้”

“ฉันทำได้ เมื่อกี้ถ้าอีนังเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่มาขัดขวาง ฉันกับท่านชายก็จะมีความสุขกัน”

“โยมรู้ใช่ไหม ถ้าโยมใช้ร่างโยมผู้หญิงคนนั้นมากเท่าไหร่ จิตของเขาจะถูกทำลายลงไปมากเท่านั้น ไม่นานเขาก็จะตาย โยมกับโยมวิสร้างเวรสร้างกรรมร่วมกัน ต่างคนต่างไม่เข้าใจในธรรมชาติของสรรพสิ่ง ว่าไม่มีสิ่งใดเป็นของเราได้อย่างแท้จริง ถึงต้องมาพบเจอกันทุกชาติไป แต่อาตมาขอให้มันจบลงเท่านี้เถิด”

“พี่ปรุง...อย่าห้ามฉัน พี่ปรุงก็รู้ ถ้าฉันต้องการสิ่งใดแล้ว ต่อให้เอาแม่น้ำภูเขามาขวาง ก็ยังห้ามฉัน ไม่ได้!”

ooooooo

พระปราบถอนใจหนักหน่วง รู้ดีถึงนิสัยเอาแต่ใจของน้องสาวในอดีตชาติ และภาพเหตุการณ์ในวันวานก็ผุดขึ้นอีกครั้ง ต่อเนื่องจากวันงานฉลองต้อนรับการกลับมาของหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์...

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาร่วมมือกับพี่ชาย จะทำให้ริ้วทองพ้นจากการเป็นศัตรูหัวใจ แย่งหม่อมเจ้าชายดิเรก และแผนการขั้นแรกคือการเรียกตัวล้อมเพชร ลูกสาวเจ้าของร้านทองชื่อดัง ให้เอาเครื่องทองมาให้เลือกถึงวังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงภรณีเฝ้ามองด้วยความหนักใจ ไม่เห็นด้วย แต่ก็ขัดใจพี่ชายกับน้องสาวไม่ได้

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ