อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7 วันที่ 10 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7 วันที่ 10 ก.พ. 59

สถานะที่เปลี่ยนไปของริ้วทอง ไม่ได้ทำให้เธอแค่ภูมิใจ แต่ทำให้ลำพองใจขึ้นด้วย จนเมื่อเจิมซึ่งตามมาเอาเรื่อง โทษฐานที่เธอขัดคำสั่งหม่อมเจ้าหญิงรัมภา หนีออกจากห้องเก็บของ นักเชิดหุ่นสาวก็ไม่กลัว
เจิมโกรธมาก ถลาไปจิกผมและตบเต็มแรง จนร่างของริ้วทองล้มคว่ำบนพื้น

“นี่เป็นค่าที่แกกล้าดีขัดคำสั่งท่านหญิง ปีนหน้าต่างออกมา...และเป็นค่าเตือนความจำว่าอย่าริทำตัวเก่งกับกู!”

แต่ครั้งนี้ริ้วทองไม่ยอมถูกกระทำอีกต่อไป จังหวะที่เจิมจะซ้ำ เธอก็คว้ามือไว้แล้วตบกลับ “นี่เป็นค่าขี้โคลนที่พวกแกเคยบังคับให้ฉันลงไปคลาน” เจิมเลือดกบปาก แต่ไม่ทันขยับก็ถูกตบอีกรอบ “นี่เป็นค่าน้ำชาที่แกเอาสาดฉัน” เจิมหน้าหัน และเมื่อหันกลับ ก็ถูกซ้ำอีกรอบ “และนี่คือค่าข้าวของเครื่องใช้ของบ้านฉันที่พวกแกทำพัง!”



ริ้วทองตาวาว จิกผมเจิมมาที่สระน้ำ แล้วถีบตกลงไปเต็มแรง

“แล้วก็ช่วยจำเอาไว้ ถึงพวกฉันจะจน แต่พวกฉันก็เป็นคน มีมือมีตีนเหมือนกัน”

เจิมกรีดร้องเสียงหลง ตะโกนโหวกเหวกด่าริ้วทองจนปรุงได้ยิน จึงจับทั้งสองแยกกัน และพยายามซักไซ้น้องสาวว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสร้อยคอของหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ที่หายไปจากคอเธอแล้ว

ริ้วทองเชิดหน้า ตอบเสียงนิ่งแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ “ทิ้งไปแล้ว...ต่อไปนี้ฉันจะไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ใครมาบังคับให้ฉันทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ หรือทำแล้วจะทำให้ฉันกับท่านชายเข้าใจผิดกัน ฉันจะไม่ทำ!”

การเปลี่ยนแปลงของริ้วทอง จากหญิงชาวบ้านและนักเชิดหุ่นสาวธรรมดา กลายเป็นคนรักของหม่อมเจ้าชายดิเรก ทำให้เธอไม่เกรงกลัวใคร โดยเฉพาะเจ้านายในวังติณชาติอีกต่อไป

แต่กระนั้น...เรื่องระหว่างเธอกับราชนิกุลหนุ่ม ก็เป็นความลับ เพราะฝ่ายชายยังไม่มีโอกาสทูลท่านพ่อท่านแม่ทราบ แถมที่วังศุภมาศก็มีเรื่องวุ่นๆ เพราะเสด็จพระองค์หญิง เสด็จป้าของหม่อมเจ้าชายดิเรก มีพระอาการไม่ค่อยดี ตรอมพระทัยจากการสูญเสียพระสวามีเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เลยทำให้ราชนิกุลหนุ่มตัดสินใจยังไม่บอกใครเรื่องริ้วทอง...

อินทวงศ์ดึงตัวเองจากภวังค์ในที่สุด ภาพจากอดีตเลือนหายไปแล้ว แต่เรื่องราวเหล่านั้นยังชัดเจนดีในความรู้สึกเขา และไม่รอช้าจะโทร.หาเกล้ามาศ เพื่อจะบอกถึงสิ่งที่คิด แต่เธอก็ไม่ยอมรับสาย เขาเลยส่งข้อความไปแทนว่าเขาเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำร้ายทรัพย์มณี

แต่ก็น่าเสียดาย เพราะเกล้ามาศปิดมือถือก่อนจะได้รับข้อความนั้น และเมื่อตื่นมาอีกครั้ง ความทุกข์ใจก็ยังอยู่ ด็อกเตอร์สาวเลยไปหาแม่เพื่อหาที่ระบาย แต่อินทนิลก็มัวขลุกตัวกับทรรศนะ เธอเลยไปหาคุณทวดภรณีแทน

คุณทวดภรณีเห็นหลานสาวทำหน้าเครียดเหมือนไม่สบายใจ เลยปลอบด้วยการเล่าเรื่องพระลักษณวงศ์ให้ฟัง

“เอาตอนที่นางยี่สุ่นรู้ความจริงแล้วว่าพราหมณ์เกสรคือนางทิพเกสร คนรักของพระลักษณวงศ์ปลอมตัวมาดีกว่า หลังจากนั้นนางยี่สุ่นกับคนใช้ก็ช่วยกันใส่ร้ายพราหมณ์เกสรต่างๆนานา เพื่อให้พระลักษณวงศ์และทุกคนเกลียดพราหมณ์เกสร โดยที่นางทิพเกสรไม่รู้เรื่องด้วยเลย”

“ถูกใส่ร้าย...แล้วนางทิพเกสรทำอย่างไรคะ”

“อภัยจ้ะ...การให้อภัยเป็นเสมือนน้ำเย็นที่ช่วยดับไฟ ส่วนใครที่จุดไฟแห่งโมหะขึ้นมา ถ้าเขาไม่ดับมัน ไฟนั้นก็จะเผาไหม้ทำลายคนคนนั้นไปเอง...”

ooooooo

สวิตายังเป็นนางเอกที่มีฝีมือเหมือนเดิม แม้จะหงุดหงิดใจเรื่องอินทวงศ์กับเกล้ามาศ แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมในตัวเธอลดลง ส่วนที่เปลี่ยนไปกลับเป็นบรรยากาศระหว่างเธอกับแทมมี่ หลังจากข่าวฉาวในกองถ่ายเมื่อหลายวันก่อน สองนักแสดงสาวก็กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด

แต่ที่น่าหัวเสียกว่าคือแทมมี่ไม่ได้เอาความสามารถเข้าสู้ แต่ใช้ลูกเล่นน่าเบื่อทำให้สวิตารำคาญใจ อย่างเช่นวันนี้ ที่แทมมี่หอบหิ้วทองแถมมาด้วย และป่วนจนนางเอกสาวอยากจะส่งผีริ้วทองไปบีบคอ!

สวิตาเกือบทำตามตั้งใจแล้ว ถ้าไลยจะไม่โทร.มาให้เธอต้องถ่อสังขารไปโรงพักต่างจังหวัดในวันเดียวกัน เพราะมีการขุดพบโครงกระดูกอายุกว่าร้อยปี พร้อมสมุดบันทึกสีดำเล่มเก่า ที่มีชื่อเจ้าของว่าล้อมเพชร แสงเพชร!

วันเดียวกันที่วัดชานเมือง...เกล้ามาศกับพริมแวะมาทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร อาร์มตามมาด้วย พร้อมกับมะลิ ซึ่งอ้างว่าจะมาช่วยเขาจับสังเกตเกล้ามาศ ว่ามีใจให้เขาหรือไม่

แต่จนแล้วจนรอด มะลิก็ไม่ได้ทำตามที่อ้าง มัวถ่ายรูปเล่นในวัดจนอาร์มเอือมระอา แต่การเดินเล่นของเธอ ก็ทำให้คณะของเกล้ามาศได้เจอกับพระปราบเป็นครั้งแรก

พระปราบเห็นเกล้ามาศแล้วถึงกับอึ้งไปอึดใจ แต่เพราะรู้ดีว่าเป็นกรรมเก่า ทำให้ต้องเจอกันอีก ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นสงบนิ่ง และเมื่อด็อกเตอร์สาว ซึ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอย่างประหลาด ตั้งท่าจะถาม เขาก็โพล่งออกไปก่อน

“ไม่ว่าใครจะทำร้ายโยมให้ทุกข์ใจทุกข์กายเพียงใด โยมต้องอโหสิกรรมให้เขา อย่าผูกบ่วงกรรมกันอีก”

คำพูดเตือนสติของพระหนุ่ม ทำให้เกล้ามาศสะกิดใจ อดคิดถึงเรื่องแปลกๆในระยะนี้ไม่ได้

“หลวงพี่พูดเหมือนรู้ว่ามีใครจะทำร้ายมาศ บอกมาศได้ไหมคะ มาศจะได้ระวังตัว”

พระปราบถอนใจยาว ไม่ตอบคำถาม แต่พูดทิ้งท้ายเป็นนัยๆ “ทุกคนมีกรรมของตัวเอง ไม่มีใครช่วยใครได้ แต่เชื่อเถิดว่ากรรมคือสิ่งยุติธรรมที่สุด กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นจะคืนสนอง...ไม่ช้าก็เร็ว”

ระหว่างที่เกล้ามาศครุ่นคิดถึงคำพูดของพระปราบ...สวิตาก็หมกมุ่นกับการอ่านบันทึกของล้อมเพชร แสงเพชร คุณทวดของเธอ และข้อความเกี่ยวกับวังติณชาติในตอนนั้น ก็ทำให้เธอตะลึงงัน

“วังใหญ่โตหรูหราน่าอยู่ที่สุด แต่คนในวังมีจิตใจคับแคบนัก โดยเฉพาะนังท่านหญิงรัมภาน้องสาวของท่านชายอรรถรัตน์ มันพูดจาดูถูกฉัน เพราะว่าฉันไม่ได้มีเชื้อผู้ดีเช่นกัน ฉันชังน้ำหน้าผู้ดีเช่นมัน ฉันชังน้ำหน้ามันนัก ฉันขอสาบาน ถ้ามีโอกาสเมื่อใด คนเลือดไพร่อย่างฉันจะทำให้ผู้ดีอย่างมันพบพานแต่ความฉิบหาย...อีรัมภา!”

บันทึกของคุณทวด ตรงกับคำบอกเล่าของผีริ้วทอง ที่ว่าล้อมเพชรไม่ถูกกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา แต่ที่น่าสนใจกว่า คือบันทึกถึงเหมยกุย ลูกพี่ลูกน้องของคุณทวด หญิงสาวลูกครึ่งไทยจีน ซึ่งได้พบกันโดยบังเอิญ

คุณทวดล้อมเพชรบันทึกว่าเจอญาติสาวกำลังขโมยของกินในตลาด เลยพากลับมาบ้าน และเมื่อเธอขอเตี่ย พ่อแท้ๆและเจ้าของร้านทองตัวจริง ให้เหมยกุยพักอยู่ด้วย ก็ถูกด่ากระเจิง

“อั๊วบอกว่าไม่ก็คือไม่ อย่ามาทำอวดดีกับอั๊ว ไม่งั้นจะเจอดีเหมือนแม่ลื้อ”

คำขู่ของเตี่ยมาพร้อมกับการใช้กำลังทุบตีเธอเหมือนเคย แต่ไม่ทันตอบโต้ เจ้าหนี้ที่เตี่ยไปกู้เงินไว้ก็มาทวงเงิน และเหตุการณ์นั้นเองที่ทำให้สองพ่อลูกได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับญาติสาว...

“เหมยกุยได้รับสืบทอดวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำมาจากแม่ ที่ผ่านมาเหมยกุยไม่อยากใช้วิชาเพราะเกรงจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่เหมยกุยยอมใช้วิชาช่วยฉันกับเตี่ย เตี่ยถึงใจอ่อนยอมให้เหมยกุยอยู่ด้วย

เหมยกุยสาบานกับเตี่ยว่า...จะขอเป็นทาสรับใช้อาแปะกับล้อมเพชรไปจนวันตาย!”

ooooooo

อินทวงศ์ติดต่อเกล้ามาศไม่ได้ กลุ้มใจมาก แต่ก็ไม่ละความพยายามจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเธอ ด้วยการพาตัวบัลลพมาตรวจสอบที่บ้าน และผลก็เป็นไปตามคาด คือไม่มีร่องรอยหรือหลักฐานบ่งบอกว่าด็อกเตอร์สาวเป็นคนนำกำไลเข้ามาในบ้าน นอกเสียจากว่าจะมีคนสมรู้ร่วมคิดด้วย

“แต่ฉันเชื่อว่าคุณมาศไม่ได้ทำเลย...คุณมาศถูกอะไรบางอย่างจากกำไลเล่นงาน”

อะไรบางอย่างของอินทวงศ์คงหมายถึงผี บัลลพถึงกับนิ่วหน้า ไม่อยากเชื่อหู

“เฮ้ย...นี่คุณมาศทำอะไรเพื่อนฉันวะ”

“ฉันรู้ว่านายไม่เชื่อ แต่ฉันขออย่างเดียว ว่าอย่าตัดสินคุณมาศเป็นคนไม่ดี เพราะฉันไม่อยากมีปัญหากับนาย”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7 วันที่ 10 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ