อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/3 วันที่ 10 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/3 วันที่ 10 ก.พ. 59

อินทนิลใบหน้าเขียวช้ำจากการถูกแทมมี่ตบวิ่งร้องไห้เข้าไปในห้องแล้วปิดประตูปัง “กรี๊ดๆๆๆ !”
เกล้ามาศวิ่งตามเข้ามาหมุนลูกบิด แต่ล็อคจึงเคาะประตูห้อง “คุณแม่คะ คุณแม่เปิดประตูให้มาศนะคะ” อินทนิลไม่ตอบ แต่มีเสียงปาของและกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง เกล้ามาศยิ่งใจไม่ดี “เปิดประตูให้มาศเถอะนะคะ มาศขอร้อง”
เสียงนิลร้องไห้โฮ “ไปให้พ้น! ชั้นอยากอยู่คนเดียว”
เกล้ามาศร้องไห้ “คุณแม่ขา...มาศรักคุณแม่นะคะ คุณแม่ต้องเข้มแข็งเพื่อมาศนะคะ”
เสียงริ้วทองหัวเราะด้วยความสะใจดังขึ้นแว่วๆ เกล้ามาศมองหาที่มาของเสียง สีหน้าเศร้าเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ

เกล้ามาศวิ่งน้ำตานองหน้ามายังริมสระน้ำ แหงนหน้ามองหาที่มาของเสียงหัวเราะ “ชั้นไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร และชั้นก็ไม่รู้ว่าท่านทวดรัมภาเคยทำอะไรให้เธอโกรธ แต่มันยุติธรรมแล้วเหรอที่เธอจะมาลงกับชั้นกับคุณแม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย” เสียงหัวเราะของริ้วทองดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ “ถ้าเธออยากจะเอาคืน ขอให้มาลงที่ชั้น อย่าทำร้ายคุณแม่” เสียงหัวเราะของริ้วทองยังดังก้อง เกล้ามาศร้องไห้และทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทุกข์ใจอย่างหนัก



พล ประยงค์ นุชคุยกัน
“นี่แสดงว่าถ้าคุณนิลไม่ได้แกช่วยไว้ สภาพจะต้องยับเยินกว่านี้นะสิ” ประยงค์ถาม
“ก็ใช่นะสิ เฮ้อ...เวรกรรมอะไรของคุณนิล ถึงต้องมานั่งเสียใจเรื่องความรักครั้งแล้วครั้งเล่า แถมครั้งนี้ยังพิเศษใส่ใข่สองใบด้วย”
“พิเศษยังไง”
“อ้าว ก็เจ็บใจ แล้วแถมยังตัวด้วยไงล่ะ”
“น่าเห็นใจคุณนิลเนอะ...เนี่ย...พ่อของคุณนิลเจ้าชู้ ทำผู้หญิงช้ำใจมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ชั้นว่าต้องเป็นเวรกรรมจากพ่อตกถึงลูกแน่ๆ”
“กรรมใดใครก่อสิป้า แล้วถ้าเรื่องของคุณนิลจะโทษกรรม ก็คงเป็นกรรมที่เกิดจากตัวคุณนิลทำตัวเองมากกว่า”
“คุณนิลทำอะไรวะ”
“ตั้งแต่ชั้นมาอยู่ที่นี่ ชั้นยังไม่เคยเห็นคุณนิลสนใจไยดีท่านทวดเลย ทั้งที่ท่านทวดรักคุณนิลม๊ากมาก ถามหาคุณนิลตลอด แต่คุณนิลก็เบลอใส่ตลอดเหมือนกัน ทำให้คนที่รักเราทุกข์ใจแล้วจะไปหวังให้คนอื่นรักเราได้ยังไง ไม่เหมือนคุณมาศ คุณมาศใส่ใจท่านทวด ท่านทวดมีความสุขขึ้นก็เพราะคุณมาศเลยนะ” นุชบอก
พลอธิษฐาน “งั้นก็ขอให้ผลบุญที่คุณมาศทำให้ท่านทวดณีสุขกายสบายใจ ช่วยให้คุณมาศเจอผู้ชายดีๆ สมหวังในความรัก อย่าให้เจอปัญหารักสามเส้าเราสามคนเหมือนคุณนิลเลย”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

วันต่อมา ที่วังติณชาติ รถของอินทวงศ์ขับเข้ามาจอดหน้าตึก พลวิ่งมาจากประตูรั้วมายืนต้อนรับ
“คุณมาศอยู่ไหมครับ”
“อยู่ครับ แต่ว่า...เอ่อ..คือ คุณมาศสั่งเอาไว้ว่าวันนี้ไม่ต้อนรับแขกครับ”
อินทวงศ์ผิดหวัง แต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียงแตกเพล้งออกมาจากในบ้าน ตามด้วยเสียงประยงค์ร้อง “คุณมาศ !”
อินทวงศ์กับพลหันไปมอง ด้วยความเป็นห่วงเกล้ามาศ อินทวงศ์วิ่งเข้าไป พลตาม

อินทวงศ์เดินเร็วๆ เข้ามาจากทางหน้าวัง พลตามเข้ามา แล้วเจอเกล้ามาศยืนโอนเอนอยู่ในอ้อมกอดของประยงค์ บนพื้นเต็มไปด้วยข้าวต้มจากชามตกลงพื้น
อินทวงศ์เป็นห่วง “คุณมาศ !”
เกล้ามาศคาดไม่ถึงว่าเขาจะมา “คุณต๊ะ ! พล...”
“บอกแล้วครับว่าคุณมาศไม่รับแขก แต่ไม่ทัน” พลยิ้มแห้ง
อินทวงศ์ถามประยงค์ “คุณมาศเป็นอะไรไปครับ”
“คุณมาศจะยกชามข้าวต้มขึ้นไปให้คุณนิลแต่หน้ามืดค่ะ คงเป็นเพราะคุณมาศนั่งเฝ้าคุณนิลทั้งคืน”
“คุณนิลเป็นอะไรครับ”
ประยงค์กับพลมองหน้ากันไม่กล้าพูด จึงเปลี่ยนเรื่อง “ยังไงก็รบกวนคุณต๊ะพาคุณมาศไปนั่งเถอะค่ะ เดี๋ยวป้ากับไอ้พลจะเก็บทำความสะอาดตรงนี้แล้วก็จะเอาข้าวต้มขึ้นไปให้คุณนิลเองค่ะ”
“ชั้นไม่เป็นอะไร” เกล้ามาศจะเดินผ่านอินทวงศ์จะเดินไปที่โซฟาเอง แต่เกิดหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน จึงเซจะล้ม
“คุณมาศ !” ด้วยความตกใจทำให้อินทวงศ์ใช้สองแขนรวบกอดร่างเกล้ามาศจากทางด้านหลังไม่แน่น เกล้ามาศหันหน้ามองอินทวงศ์ ปลายจมูกของอินทวงศ์แตะโดนแก้มของเกล้ามาศพอดี
พล/ประยงค์อุทานพร้อมกัน “อุต๊ะ !” พลกับประยงค์ปฏิเสธกันพัลวัน “ไม่เห็นครับไม่เห็น ไม่เห็นเลยจริงๆ”
อินทวงศ์ยิ้มให้เกล้ามาศ เกล้ามาศค้อนใส่อินทวงศ์ อินทวงศ์ประคองร่างเกล้ามาศ เกล้ามาศยอมให้เขาประคองแล้วพาเดินไปที่โซฟา ก้มหน้าเขินอายกับตัวเอง

อินทวงศ์ประคองเกล้ามาศมาที่โซฟา “คุณนิลไม่สบายเป็นอะไรหรือครับ”
เกล้ามาศไม่อยากพูด “อีกไม่นานคุณก็จะรู้จากข่าวเองค่ะ คุณต๊ะมาที่นี่มีธุระอะไรกับชั้นหรือคะ”
“ทำไมคุณไม่รับสายผม”
เกล้ามาศเมินหน้าไปทางอื่น “ชั้นยังไม่อยากคุยกับใคร”
อินทวงศ์จับไหล่เกล้ามาศให้หันมาสบตากับเขา “งั้นไม่ต้องคุย ฟังผมอย่างเดียว ผมไม่เชื่อว่าคุณทำร้ายคุณย่า เพราะคุณเป็นคนดี คนอย่างคุณไม่มีวันทำร้ายใครได้ แต่ผมเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกำไลวงนั้น เขาที่มากับกำไลต้องการทำร้ายคุณ ถ้าคุณเปิดใจ ไว้ใจผม ผมจะช่วยคุณหาคำตอบว่าทำไมเขาต้องตามทำร้ายคุณ” อินทวงศ์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเกล้ามาศ เกล้ามาศมองอินทวงศ์ตอบอย่างซาบซึ้ง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับนุชเข้ามาขัดจังหวะพอดี “ค่อยๆ เดินค่ะท่านทวด เดี๋ยวหกล้มค่ะ”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์รู้สึกตัว ผละออกจากกัน นุชประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้ามา หม่อมเจ้าหญิงภรณีมีสีหน้าตื่นตระหนก
เกล้ามาศลุกขึ้นไปหาภรณี อินทวงศ์ตาม “จะไปไหนกันคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเป็นห่วงมาก “นุชบอกว่านิลไม่สบาย นิลไม่เคยป่วย ทำไมถึงป่วย แล้วหมอมาหาหรือยัง”
“ท่านทวดใจเย็นๆ ค่ะ คุณแม่แค่ไม่สบายนิดหน่อย พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย”
“ขอทวดไปดูนิลหน่อยเถิด” หม่อมเจ้าหญิงภรณีจะเดินไป
เกล้ามาศขวางทาง “แต่คุณแม่เพิ่งจะนอนหลับไปเอง อย่าเพิ่งขึ้นไปกวนคุณแม่เลยนะคะ ท่านทวดคะ คุณต๊ะค่ะ”
อินทวงศ์ยกมือไหว้หม่อมเจ้าหญิงภรณี หม่อมเจ้าหญิงภรณีรับไหว้และพิจารณาหน้าอินทวงศ์ “เอ...หน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
“คุณต๊ะเคยมาที่นี่บ่อยๆ ค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีพยักหน้ารับ แต่ก็ยังนิ่วหน้าสงสัยอยู่
“ท่านทวดคะ คุณต๊ะอยากฟังท่านทวดเล่าเรื่องพระลักษณวงษ์ ท่านทวดเล่าให้คุณต๊ะฟังหน่อยสิคะ”
อินทวงศ์มองเกล้ามาศงงๆ เกล้ามาศขยิบตาให้อินทวงศ์ อินทวงศ์เออออตาม “ครับ ผมอยากฟัง”
“งั้นไปเล่าที่เรือนของท่านทวดนะ จะได้ดูหุ่นกระบอกประกอบไปด้วย” เกล้ามาศเข้าไปประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณี แต่จู่ๆ เกล้ามาศก็เซจะเป็นลม
อินทวงศ์ประคองกอดเกล้ามาศ “คุณมาศ !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองภาพอินทวงศ์ประคองเกล้ามาศแล้วภาพอดีตก็แว่บเข้ามาในหัว

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะลุกขึ้น แต่อยู่ๆ ก็เกิดจะเป็นลมขึ้นมากะทันหัน ทุกคนตกใจ
“น้องรัมภา!” หม่อมเจ้าดิเรกปราดเข้าไปประคองกอดหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองภาพอินทวงศ์ประคองเกล้ามาศ เหมือนกับภาพของหม่อมเจ้าดิเรกและหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็จำได้ “จำได้แล้ว !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีปราดเข้าไปก้มกราบอินทวงศ์ทันที “เจ้าพี่ดิเรก !”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์หันมามองหม่อมเจ้าหญิงภรณีอย่างประหลาดใจ
ภรณีจำได้ว่าอินทวงศ์หน้าเหมือนหม่อมเจ้าดิเรกจึงย่อตัวลงกับพื้นกำลังจะก้มกราบเท้าอินทวงศ์ที่กำลังประคองร่างเกล้ามาศ
“ท่านทวด! อย่าครับท่านทวด” อินทวงศ์ร้องห้ามพร้อมกับย่อตัวจับมือหม่อมเจ้าหญิงภรณี
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นหน้าอินทวงศ์ถนัดตาก็ยิ่งคร่ำครวญ “เจ้าพี่ดิเรก! จ้าพี่หายไปไหนมาคะ ทำไมไม่มาที่นี่บ้างเจ้าพี่รู้หรือยังคะว่าน้องรัมภาตายแล้ว ทุกคนทิ้งน้องกันไปหมด” หม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้โฮ เพราะใจถวิลหาไปถึงปรุงชายคนรักที่หายไปจากชีวิตของเธอ หม่อมเจ้าหญิงภรณีทำท่าจะร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ
เกล้ามาศขยับเข้าไปใกล้ จับมือผู้เป็นย่าทวดมาลูบปลอบใจ “ท่านทวดขา ท่านทวดอย่าร้องไห้เลยนะคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเงยหน้าขึ้นมองเกล้ามาศ ใบหน้าของเกล้ามาศอยู่ในระยะประชิด หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกตะลึง “น้องรัมภา!” เธอผลักเกล้ามาศออก “น้องรัมภาตายไปแล้ว น้องรัมภาเป็นผี !” เกล้ามาศจะขยับเข้าไปหา หญิงชรายิ่งขยับถอย “ไป! ไปให้พ้น! น้องรัมภาอย่ามาหลอกพี่ พี่เป็นพี่สาวของน้องนะ”
คำพูดสุดท้ายเหมือนกับคำพูดในเหตุการณ์ที่ทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจสุดขีด เหตุการณ์ครั้งนั้นแว่บกลับเข้ามาในหัว

“น้องรัมภา น้องรัมภาจะทำอะไรพี่ พี่เป็นพี่สาวของน้องนะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้าไปจะแทงผู้เป็นพี่สาว แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีหลบทัน หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสะบัดหน้าไปหาหม่อมเจ้าหญิงภรณี หญิงสาวตกใจสุดขีด !

หม่อมเจ้าหญิงภรณีหลงไปว่าตัวเองยังอยู่ในเหตุการณ์นั้น เธอลุกขึ้นและคว้าแขนอินทวงศ์ “เจ้าพี่หนีเร็ว! น้องรัมภาเป็นบ้าไปแล้ว!”
“ท่านทวดขา ท่านทวดใจเย็นๆค่ะ นี่มาศเองค่ะท่านทวด”
“ไป! ไปให้พ้น! ไป !!!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีปล่อยมือจากอินทวงศ์แล้ววิ่งหนีไปตรงบริเวณที่มีน้ำข้าวต้มหกอยู่บนพื้น
“ท่านทวดอย่าไปตรงนั้น !”
แต่ไม่ทันแล้ว หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งหนีไปเหยียบน้ำข้าวต้มบนพื้นลื่นอย่างแรง “กรี๊ดดดดด!” หญิงชราล้มฟาดลงกับพื้น
เกล้ามาศ อินทวงศ์ นุชตกใจสุดขีด “ท่านทวด !!!!”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีสลบ
ในอดีต หม่อมเจ้าหญิงภรณีโพล่งถาม “เจ้าพี่จะขอคณะหุ่นกระบอกไปแสดงที่วังศุภมาศ !?”
หม่อมเจ้าดิเรกอธิบาย “จ้ะ งานวันคล้ายวันประสูติของเสด็จป้าปีนี้ อยากจะให้มีการแสดงมหรสพที่เสด็จป้าโปรด เสด็จป้าจะได้คลายความทุกข์เรื่องที่ท่านลุงเสียไป ชายก็เลยเป็นตัวแทนของวังศุภมาศมาขออนุญาตจากเสด็จฯครับ”
“ลุงไม่ได้เป็นผู้ดูแลคณะหุ่นกระบอกแล้ว ต้องถามชายอรรถ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีบอก “พี่อรรถไม่อยู่ออกไปคลับตั้งแต่เช้า ถ้าพี่อรรถกลับมาน้องจะถามพี่อรรถให้”
เสด็จฯ ดุ “กว่าชายอรรถจะกลับก็ค่ำมืด จะไปรอให้เสียเวลาทำไม คนอื่นเขาไม่ได้มีเวลาว่างเหมือนตัวเองดอกนะหญิงณี” หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มหน้า “ลุงไม่อยากตัดสินใจแทนชายอรรถ ชายดิเรกก็รู้ว่าชายอรรถเป็นอย่างไร “เอาอย่างนี้ชายอรรถเกรงใจหญิงรัมภาที่สุด หญิงรัมภาตัดสินใจแทนชายอรรถไปแล้วกัน”
เจิมซึ่งมีใบหน้าบอบช้ำจากการถูกริ้วทองตบปราดเข้าไปเกาะขาหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “ท่านหญิงมังคะ โอ๊ย!” เจิมหยุดพูดเพราะเจ็บที่แผลบนหน้า หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้มลงไปสบตากับเจิม เจิมส่ายหน้าห้าม แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภามีสีหน้าเรียบนิ่งยากจะรู้ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันกลับมาถามหม่อมเจ้าดิเรก “ในพระนครมีคณะหุ่นกระบอกอื่นอีกถมเถ ทำไมเจ้าพี่จะต้องเจาะจงเลือกคณะนายรวยคะ”
“เพราะว่าไม่มีคณะไหนแสดงหุ่นกระบอกได้สนุกเท่าคณะนายรวย”
“เจ้าพี่เคยดูหมดทุกคณะแล้วหรือคะ ถึงกล้าตัดสินเช่นนั้น”
“ถ้าพี่พบสิ่งที่ดีแล้ว พี่จะไม่เสียเวลาไปเลือกหาอีก”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาอึ้ง! สายตาที่มองหม่อมเจ้าดิเรกนั้นเจ็บช้ำเหลือเกิน แล้วหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าเจ้าพี่มั่นใจมากเช่นนี้ หญิงก็คิดว่าพี่อรรถจะไม่ขัดข้อง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับเจิมมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างคาดไม่ถึง!

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินหน้าบึ้งตึงมาตามทางมุ่งหน้าไปที่ห้องนอนตัวเอง เจิมเดินตามหลังมา พูดไปก็ซี๊ดปากเจ็บแผลไป “ท่านหญิงยอมทำไมมังคะ! ปล่อยให้นังริ้วทองเข้าออกวังศุภมาศก็เหมือนยื่นเทียนไปใกล้เปลวไฟ นังริ้วทองมันจะยิ่งได้ใจ ท่านหญิงก็เห็นว่ามันทำสิ่งใดกับหม่อมชั้น”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาคิดอะไรได้ จึงหยุดเดิน หันไปมองบาดแผลบนใบหน้าของเจิม “เจิมไปแต่งตัว ออกไปข้างนอกกับหญิง”
“ไปไหนหรือมังคะ”
“วังศุภมาศ!” เจิมแปลกใจ ส่วนหม่อมเจ้าหญิงรัมภาหน้านิ่งแต่แววตาแข็งกระด้างอย่างคนที่โกรธจัด !
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมเดินเข้ามาจากด้านหน้าวังศุภมาศ เจิมถือตะกร้าใส่ผลไม้ตามหลังมา
หม่อมเจ้าหญิงถมยาออกมาจากภายในวัง หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกมือไหว้ “หญิงทราบเรื่องเสด็จฯ ไม่สบายก็เลยมาเยี่ยมค่ะ” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันไปรับตะกร้าใส่ผลไม้ที่เจิม
หม่อมเจ้าหญิงถมยามองตาม จึงเห็นใบหน้าของเจิมมีรอยฟกช้ำก็ถามขึ้น“หน้าไปโดนอะไรมาเล่าเจิม”
“ริ้วทองตบหม่อมชั้นมังคะ”
“ริ้วทอง? ลูกสาวคณะหุ่นกระบอกนายรวยน่ะหรือ มีเรื่องอะไรถึงต้องทำรุนแรงกันเช่นนี้”
“ริ้วทองไม่พอใจที่หม่อมชั้นอบรมเรื่องท่านชายดิเรก...”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแกล้งห้าม “เจิม !”
เจิมแกล้งหุบปากไม่เล่า แต่คำพูดของเจิมก็ไปจุดความสนใจให้หม่อมเจ้าหญิงถมยาเข้าแล้วตามแผน “ดิเรก!? ดิเรกไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“ท่านป้าอย่ากังวลไปเลยค่ะ หญิงจะดูแลริ้วทองให้ดีเอง”
หม่อมเจ้าหญิงถมยายิ่งอยากรู้ “เกิดอะไรขึ้นหญิงรัมภา” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแกล้งทำเป็นอึดอัด “หญิงรัมภาบอกป้ามาเดี๋ยวนี้! ดิเรกกับริ้วทองมีอะไร”
“ท่านป้าอย่าขุ่นเคืองหญิงเลยนะคะ หญิงไม่อยากพูดให้ร้ายใคร เอาเป็นว่าหญิงขอให้ท่านป้าคอยจับดูริ้วทองไว้ให้ดี แล้วตัดสินด้วยตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างไร”
หม่อมเจ้าหญิงถมยานิ่วหน้าไม่สบายใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองปฏิกิริยาของหม่อมเจ้าหญิงถมยาแล้วเห็นว่าแผนของเธอได้ จึงยิ้มนิดๆ อย่างสมใจ

วันต่อมา ที่วังศุภมาศ ริ้วทองนั่งพับเพียบกับพื้นและเชิดหุ่นกระบอกตัวเดียวกับนางยี่สุ่นแต่วันนี้ใส่ชุดออกสีแดงเชิดเป็นนางมัทธา
“โอ้ว่าอนาถใจ ละไฉนนะเป็นฉะนี้, แต่ไรก็ไม่มี มะนะนึกระเหระหน,

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/3 วันที่ 10 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ