อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/4 วันที่ 10 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/4 วันที่ 10 ก.พ. 59

วันต่อมา ที่วังศุภมาศ ริ้วทองนั่งพับเพียบกับพื้นและเชิดหุ่นกระบอกตัวเดียวกับนางยี่สุ่นแต่วันนี้ใส่ชุดออกสีแดงเชิดเป็นนางมัทธา
“โอ้ว่าอนาถใจ ละไฉนนะเป็นฉะนี้, แต่ไรก็ไม่มี มะนะนึกระเหระหน,
ไม่เคยจะเชื่อว่าระตินั้นจะสัประดน มาสู่ ณ ใจตน และจะต้องระทมระทวย”
บทกลอนนี้มาจากเรื่องมัทนะพาธา เป็นตอนที่นางมัทนาหญิงสาวผู้ไม่เคยคิดจะรักใครกำลังรำพึงรักครั้งแรกที่มีต่อพระชัยเสนพระเอกของเรื่อง ซึ่งเหมือนกับความรู้สึกของริ้วทองที่มีต่อหม่อมเจ้าดิเรก ดังนั้นระหว่างที่ริ้วทองเชิดหุ่นกระบอกจึงสบตามองหม่อมเจ้าดิเรกเป็นระยะๆ

ปรุงนั่งถือหุ่นตัวพระชัยเสนอยู่ข้างๆ ริ้วทองเตรียมเข้าฉาก ปรุงเห็นสายตาที่ริ้วทองมองหม่อมเจ้าดิเรกก็มีอารมณ์หงุดหงิด...จนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น นายรวยสีซออู้ นางรื่นตีฉิ่งให้จังหวะอยู่ด้านหลังริ้วทอง พระองค์หญิงดวงใจ พระองค์ชายศุภมาศก็ไม่เห็นเพราะว่ามัวแต่เพลิดเพลินไปกับการแสดงของริ้วทอง แต่มีผู้ที่จ้องจับผิดอยู่คือหม่อมเจ้าหญิงถมยา ซึ่งจ้องริ้วทองเขม็ง


ริ้วทองร้องต่อ “ครานี้สิพบชาย วรรูปวิเศษวิศาล ใจวาบและหวามปาน ฤดินั้นจะโลดจะลอย”
นายรวยกับนางรื่นหยุดเล่นดนตรีเพราะจะเข้าสู่บทพูด
นายรวยเอ่ย “พระชัยเสนได้ยินนางมัทธารำพันรักถึงตน จึงกล่าวว่า...พี่นี้ดีใจยิ่งนักที่เจ้าก็มีใจให้กับพี่เช่นกัน” นายรวยเริ่มพูด
ปรุงเล่นตามบท “พี่นี้ดีใจนักที่เจ้าก็มีใจให้กับพี่เช่นกัน”
ริ้วท้องย้อน “หม่อมฉันเคยได้ยินว่าผู้ชายเมื่อยามรักก็พูดได้ราวกับมีลายลิ้น”
“ถ้าพี่มีหลายลิ้น ทุกๆลิ้นของพี่ก็ล้วนแต่รุมบอกรักน้องมัทนา”
“หากพระองค์ทรงดำรัสคำปฏิญญาณ หม่อมฉันก็จะจงรักและภักดีต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว”
“เช่นนั้นพี่ก็ยินดี”
องค์หญิงดวงใจปรบมือชื่นชม “เชิดได้ดี ป้าไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมดิเรกถึงชื่นชมหุ่นกระบอกคณะนี้ให้ป้าฟังทุกวัน”
หม่อมเจ้าดิเรกชวน “เสด็จป้าร่วมแสดงด้วยนะคะ”
“ไม่ไหวกระมัง ยากเหลือเกิน”
ริ้วทองเอ่ย “ท่านชายดิเรกทูลว่าฝ่าบาทมีพระปรีชาสามารถด้านการรำอยู่แล้ว ก็จะช่วยให้เชิดหุ่นกระบอกได้ง่ายขึ้นเพคะ”
“ลองเชิดดูก่อนเถิดเพคะ ริ้วทองเอาหุ่นไปถวายฝ่าบาทสิ” นางรื่นบอกลูก ริ้วทองจึงคลานเข่าเอาหุ่นกระบอกเข้าไปให้องค์หญิงดวงใจ แต่ริ้วทองเหยียบผ้าถุงตัวเองทำให้เกือบล้ม
“ริ้วทอง !” หม่อมเจ้าดิเรกปราดเข้าไปประคองริ้วทอง ทั้งสองสบตาหวานให้กันแว่บนึง
หม่อมเจ้าหญิงถมยามองอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ !

ริ้วทองเดินถือกล่องใส่ส่วนประกอบของหุ่นกระบอกจะเอาไปเก็บในรถ
คนใช้เข้ามาเรียก “ริ้วทอง หม่อมถมยาเรียกพบ”
ริ้วทองแปลกใจ

ริ้วทองเปิดประตูเข้ามาในห้อง หม่อมเจ้าหญิงถมยานั่งอยู่บนเก้าอี้ ริ้วทองคุกเข่าลงตรงหน้า
“หม่อมมีสิ่งใดให้หม่อมชั้นรับใช้หรือเพคะ”
“ตกลงว่าจะแสดงหุ่นกระบอกเรื่องอะไร”
“เรื่องมัทนะพาธาเพคะ เพราะเป็นเรื่องที่พระองค์หญิงทรงโปรด”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาพยักหน้ารับแล้วถาม “เธอมีผ้าตัดมางานของเจ้าพี่หรือยัง”
“ยังเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปหยิบพับผ้าแพรสีเรียบ “ชั้นให้ เหมาะสมกับเธอดี”
“ขอบพระทัยเพคะ”
ถึงผ้าจะสีเรียบแต่ก็ดูสวยมากสำหรับสาวบ้านนอกอย่างริ้วทอง ริ้วทองคลานเข่าเข้าไปรับผ้ามาจากหม่อมเจ้าหญิงถมยา แล้วถอยกลับไปนั่งดูผ้าด้วยหัวใจพองโต...เข้าใจไปว่าหม่อมเจ้าหญิงถมยาเอ็นดูตน
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น คนใช้เปิดประตูเข้ามานั่งคุกเข่ารายงานถมยา “ท่านหญิงรัมภาเสด็จมาถึงแล้วเพคะ”
ริ้วทองตะลึง หันขวับไปมองที่ประตู! หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มให้หม่อมเจ้าหญิงถมยา แต่พอเห็นว่าริ้วทองนั่งอยู่ด้วย...รอยยิ้มก็หายไป...แต่มองด้วยหางตาอย่างดูถูก ริ้วทองหลบสายตาหม่อมเจ้าหญิงรัมภา คนใช้ออกไป ในห้องเหลือเพียงสามคน...บรรยากาศในห้องอึมครึมน่าอึดอัด
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกมือไหว้ “ท่านป้าเรียกหญิงมา มีสิ่งใดหรือคะ”
“ป้ามีผ้าจะให้หญิงเอาไปตัดชุดใส่วันงานของเจ้าพี่ดวงใจ”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหยิบพับผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นผ้าผืนสวยงาม ปักลวดลายวิจิตร ต่างจากผ้าในมือริ้วทองอย่างสิ้นเชิง “ผ้าผืนนี้ป้ารักมาก ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ใส่วันแต่งงานของดิเรก แต่ป้าคิดว่าเหมาะสมกับหญิงรัมภามากกว่า ดูสิ...สีผ้าขับกับสีผิว หญิงรัมภาใส่แล้วจะต้องงดงามสมกับเป็นที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายของชายดิเรก เธอเห็นด้วยไหมริ้วทอง” ริ้วทองอึ้ง ยังไม่ทันตอบ หม่อมเจ้าหญิงถมยาก็ถามต่อ “ไม่ได้ยินที่ชั้นถามหรือริ้วทอง เธอเห็นด้วยกับชั้นหรือไม่ ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับชายดิเรกเท่าหญิงรัมภาอีกแล้ว”
ริ้วทองอย่างอดทน “เพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองริ้วทองและยิ้มในหน้าด้วยความสะใจ
คนใช้เดินเข้ามาพร้อมกับถาดแก้วน้ำ แล้วจะออกไป แต่หม่อมเจ้าหญิงถมยาห้าม “อย่าเพิ่งไป เอาผ้าไปแจกกัน”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาเปิดผ้าที่ใช้คลุมพับผ้าแพรที่เหมือนของริ้วทองทุกประการ “กำชับทุกคนด้วยว่าวันงานของเจ้าพี่ ทุกคนจะต้องนุ่งผ้าที่ชั้นให้เท่านั้น จะได้ดูดีสมกับเป็น "คนรับใช้" ของวังศุภมาศ”
ริ้วทองอึ้ง! แน่ใจแล้วว่าตัวเองโดนเล่นงานเข้าแล้ว มือริ้วทองจิกกำแน่นอย่างโกรธจัด !

ที่เรือนพักคณะนายรวย ห่อผ้าที่ถมยาให้ริ้วทองถูกปาลงพื้น ริ้วทองเอาเท้าเหยียบย่ำไปบนผ้าด้วยความโกรธแค้น จนสาแก่ใจ “พวกแกจะได้เห็น ว่าชั้นต่างหากที่เหมาะสมกับท่านชายดิเรก !”

วันต่อมา ที่เรือนพักคณะนายรวย ริ้วทองช่วยยกกล่องใส่หุ่นกระบอกออกมาจากบ้าน รวยกับรื่นช่วยกันด้วย หม่อมเจ้าดิเรกเดินยิ้มเข้ามา
“ท่านชาย!” รวย รื่นรีบยกมือไหว้
หม่อมเจ้าดิเรกรับไหว้ “พร้อมกันหรือยัง ชั้นมารับไปซ้อมหุ่นกระบอกที่วัง”
รวยกับรื่นยิ้ม แต่ริ้วทองพูดหน้าตึงๆ “พ่อจ๊ะ แม่จ๊ะ วันนี้ชั้นไม่ไปนะ ชั้นไม่ค่อยสบาย อยากนอนพักวัน” ริ้วทองเดินออกไปโดยที่ไม่มองหม่อมเจ้าดิเรกเลยสักนิด หม่อมเจ้าดิเรกมองตามอย่างไม่สบายใจ
ริ้วทองเดินมาหยุดยืน
หม่อมเจ้าดิเรกตามเข้ามา “ริ้ว!” ริ้วทองอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะหันกลับมาหา “ริ้วโกรธชั้นเรื่องอะไร หรือว่าริ้วโกรธเรื่องที่ชั้นยังไม่ทูลบอกท่านพ่อท่านแม่ให้รู้เรื่องของเรา”
“เปล่าเพคะ เรื่องนั้นหม่อมชั้นเข้าใจดี”
“เช่นนั้นริ้วเป็นอะไร ถ้าริ้วไม่ยอมบอก ชั้นจะกอดริ้วเอาไว้แบบนี้ จะหอมริ้วให้แก้มช้ำเลยด้วย” ดิเรกทั้งกอดและกระหน่ำหอมแก้มริ้วทอง
ริ้วทองดิ้นขัดขืน “หม่อมชั้นบอกแล้วเพคะ !” หม่อมเจ้าดิเรกยอมปล่อย ริ้วทองปั้นหน้าเศร้า “หม่อมชั้นแค่ไม่อยากไปงานของพระองค์หญิง”
“ทำไมเล่า”
“หม่อมชั้นไม่อยากเห็นหญิงคนอื่นๆ เข้าใกล้ท่านชาย”
“หึงชั้นหรือไง ชั้นสัญญาว่าชั้นไม่มีวันเห็นหญิงใดดีกว่าเมียของชั้น”
“หม่อมชั้นมั่นใจความรักของท่านชายเพคะ แต่หม่อมชั้นไม่มั่นใจจิตใจตัวเอง หม่อมชั้นยังเป็นคนธรรมดาที่มีรักโลภโกรธหลง หม่อมชั้นเกรงว่าเมื่อเวลาที่หม่อมชั้นเห็นผู้หญิงที่มางานพากันแต่งตัวโก้หรู ขณะที่หม่อมชั้นมีเพียงชุดกระโปรงตัวเก่า เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่มี จะยิ่งตอกย้ำให้หม่อมชั้นรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงคนมาจากโคลนตม ไม่มีสิ่งใดคู่ควรกับท่านชายดิเรกเลย”
“อย่าร้องไห้ ชั้นสัญญา ชั้นจะทำให้ริ้วไม่ต้องรู้สึกต่ำต้อยอีกต่อไป”
ริ้วทองยิ้มสมใจอยู่ในอ้อมกอดของหม่อมเจ้าดิเรก โดยไม่รู้เลยว่ามีปรุงยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บช้ำ !

คืนนั้น หม่อมเจ้าดิเรกครุ่นคิด “จะทำอะไรให้ริ้วทอง” เขานึกถึงที่ริ้วทองเคยพูดถึงกำไล

หม่อมเจ้าดิเรกไล่มองไปตามตัวหุ่นโดยเริ่มจากศีรษะ...ใบหน้า...เสื้อผ้า “ชั้นไม่เคยเห็นหุ่นกระบอกที่ไหนงดงามเท่านี้มาก่อน งานละเอียดมาก” แล้วสายตาของหม่อมเจ้าดิรกก็เจอเข้ากับกำไลบนข้อมือของหุ่นกระบอก “แม้กระทั่งกำไลอันเล็กนิดเดียวก็ยังทำได้งดงามเหลือเกิน ริ้วของชั้นเก่งเหลือเกิน”

หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มออก รีบเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกระดาษกับดินสอขึ้นมา มือของหม่อมเจ้าดิเรกตวัดปลายดินสอรูปกำไล เขาเพ่งมองบนกระดาษใช้สมาธิอย่างสูงในการวาดรูป นึกภาพกำไลบนข้อมือของนางยี่สุ่นที่ดิเรกเคยเห็นแล้วเริ่มวาดภาพกำไลมาศ
บัวถือถาดตั้งโถอาหารมีฝาครอบเข้ามาแถวชานหน้าบ้าน ภายในบ้านมืดสนิทเพราะไม่มีใครอยู่ หม่อมเจ้าหญิงภรณียืนสั่ง บัวเอาถาดอาหารไปวางไว้บนที่ๆสามารถวางได้ ระหว่างนั้นเสียงเหมือนคนล้มลงพื้นดังขึ้นแว่วๆ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองไปเห็นปรุงนอนกองอยู่บนพื้น ในมือกอดไหเหล้า เขาพยายามจะลุกขึ้นไป แต่ลุกไม่ไหวเพราะเมาหนัก หม่อมเจ้าหญิงภรณีอุทานเสียงเบา “ปรุง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันมาหาบัว บัวกำลังจะก้าวเข้ามาใกล้และชะเง้อมองไปทางที่เกิดเสียง
“บัวเอาสำรับไปไว้บนเรือน พวกนายรวยไปซ้อมหุ่นกระบอกที่วังศุภมาศกลับมาจะได้กินกันเลย”
“มังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองจนบัวเดินลับไป แล้วรีบเข้าไปหาปรุง

ปรุงเมาแอ่นพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น แต่ก็ทรุดล้มลงอีก
หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งเข้ามารีบช่วยประคอง “ปรุงรีบลุกขึ้นเถอะ ท่านพ่อไม่ชอบให้ใครเมาอยู่ในวังติณชาติ ประเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าเอาไปฟ้องท่านพ่อ ปรุงจะลำบาก”
ปรุงปรี่ตามอง “ใคร?”
“หญิงเอง”
“อ๋อ...ท่านหญิงณี ขนมของท่านหญิงรสชาติดีที่ซู๊ดดดดด”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มขำปรุง “หยุดพูดได้แล้ว” เธอลุกขึ้นหันไปบอกบัว “เดี๋ยวบัวกลับไปก่อนนะ ชั้นจะอยู่ขอเจอริ้วทอง” หม่อมเจ้าหญิงภรณีหิ้วปีกปรุงเข้าไปทางเรือนพัก

หม่อมเจ้าหญิงภรณีหิ้วปีกปรุงเข้ามาในเรือนพักอย่างทุลักทุเล ภายในบ้านมืดสนิท
ปรุงกับหม่อมเจ้าหญิงภรณีถลาล้มเข้ามาข้างใน ปรุงเห็นใบหน้าของเธอเป็นริ้วทอง “ริ้วทอง...”
“ปรุงพูดว่าอะไรนะ”
“ทำไมไม่รักพี่ พี่รักเอ็ง” ปรุงดึงตัวหม่อมเจ้าหญิงภรณีมากอดแน่น
“ว้าย! ปรุง ปรุงจะทำอะไรชั้น !”
“รู้ไหมว่ารัก รักมานานแล้ว รักมาก รักคนเดียว”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีอึ้ง “ปรุงรักชั้น...” สิ้นคำปรุงไซร้ซอกคอหญิงสาว เธอดิ้นขัดขืน “ปรุงอย่า !”
แต่ปรุงไม่หยุด จากใบหน้าตื่นตระหนกของหม่อมเจ้าหญิงภรณีกลายเป็นเคลิ้มไปกับสัมผัสเร่าอารมณ์ที่ปรุงมอบให้ ร่างของหญิงสาวอ่อนปวกเปียก ปรุงประคองกอด ล้วงมือเข้าไปในเสื้อ ปลายจมูกของเขาไล่ลงมาที่ต้นคอของเธอ หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ่งสะท้าน ปล่อยตัวปล่อยใจล่องลอยไปกับปรุง จนกระทั่ง ได้ยินเสียงกลุ่มริ้วทอง รวย รื่นคุยกันเข้ามา
ริ้วทองเปิดประตูเข้ามาในบ้าน เจอปรุงนอนสลบไสลอยู่บนพื้น “พี่ปรุง!” เธอปราดเข้าไปดูปรุง “ทำไมมานอนตรงนี้” แล้วคนพูดก็ผงะกลิ่นเหล้า
นายรวย นางรื่นตามเข้ามาดูปรุง แล้วต้องผงะกับกลิ่นเหล้าไปเหมือนริ้วทอง
“กลิ่นเหล้าหึ่ง! ดูมันนะ บอกว่าปวดหัวไม่อยากไปซ้อมหุ่น แต่แอบออกไปกินเหล้าเมายา เลี้ยงเสียข้าวสุขแล้วมั้ยล่ะ”
“อย่าเพิ่งบ่นน่าแม่รื่น พามันเข้าไปนอนข้างในก่อน”
ทุกคนช่วยกันประคองปรุง ปรุงเมาไม่ได้สติ

หม่อมเจ้าหญิงภรณีย่องออกมาจากด้านในเรือนพัก แล้วยืนหลบหลังต้นไม้ แย้มหน้าออกไปมองตามทางที่เดิน เมื่อไม่มีใครเดินตามมาก็ถอนหายใจโล่งอก หญิงสาวแตะที่ต้นคอตัวเอง นึกถึงสัมผัสของปรุงเมื่อสักครู่ก็ยิ้มกับตัวเอง...รักหลงปรุงจนหมดหัวใจ

วันใหม่ หม่อมเจ้าดิเรกเดินเข้ามาในร้านของล้อมเพชร เตี่ยของล้อมเพชรยืนเช็คสินค้าในร้านอยู่ที่โต๊ะ “มารับของ”
เตี่ยยิ้มรับแล้วเดินเข้าไปในร้าน สักพักก็เดินออกมาพร้อมถาดวางกำไลมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบกำไลส่งให้หม่อมเจ้าดิเรก “นี่กระหม่อม กำไลมาศ”
หม่อมเจ้าดิเรกยื่นมือไปรับกำไลมาจากมือเตี่ย กำไลมาศบนมือของหม่อมเจ้าดิเรก...เป็นกำไลตัวเรือนสีทอง...รูปทรงเหมือนกับกำไลของหุ่นกระบอกนางยี่สุ่น
“เหมือนในแบบไหมกระหม่อม”
“เหมือน...เหมือนมาก” หม่อมเจ้าดิเรกพิจารณากำไลมาศ มีชื่อ “ริ้วทอง” ในตัวเรือนกำไลด้วย “ ชื่อที่ให้สลักเพิ่มก็ทำได้ดี ตอนแรกชั้นกังวลใจอยู่ไม่น้อยว่าสลักชื่อโดยที่ไม่ได้ร่างในแบบ ออกมาจะเป็นอย่างไร ไม่เสียแรงที่ชั้นไว้ใจให้คุณทำของให้คนรักของชั้น”
เตี่ยยิ้มภูมิใจ หม่อมเจ้าดิเรกมองกำไลด้วยความพอใจ แล้วเดินออกไป เตี่ยเขียนสมุดบันทึก

เตี่ยเก็บถาดที่ใส่กำไลมาศมาให้หม่อมเจ้าดิเรกแล้วหันไปเห็นกระดาษวาดแบบวางอยู่บนโต๊ะ “ท่านชายดิเรกลืมกระดาษ” เตี่ยหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วมองออกไปทางหน้าร้าน

หม่อมเจ้าดิเรกเดินออกมาพร้อมกับดูกำไลมาศในมืออย่างชื่นชม ก่อนจะนำใส่ถุงกำมะหยี่แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ทำให้หม่อมเจ้าดิเรกไม่ทันระวังล้อมเพชรที่เดินถือตะกร้าผักเข้ามา ทั้งสองชนกันอย่างแรง
“ว้าย!” หม่อมเจ้าดิเรกประคองล้อมเพชร ล้อมเพชรเห็นหน้าหม่อมเจ้าดิเรกชัดๆ ก็ตกตะลึงกับความหล่อ ล้อมเพชรครางออกมาว่า “ท่านชายดิเรก...”
“รู้จักชั้นด้วยรึ”
“ไม่มีใครในพระนครไม่รู้จักท่านชายดิเรก ศุภมาศดอกเพคะ” ล้อมเพชรบอกแล้วลุกขึ้นยืน
“ต้องขอโทษด้วยที่ชนเธอ”
“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมชั้นเองก็ไม่ทันระวัง”
“ถ้าเธอไม่เป็นอะไร ชั้นขอตัวก่อนนะ” หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มอบอุ่นแล้วเดินออกไป
ล้อมเพชรมองตามไม่วางตาจนกระทั่งดิเรกลับตาไป ล้อมเพชรก็จะหันกลับไปที่ร้าน เจอเตี่ยกำแผ่นกระดาษม้วนและจ้องมาที่เธอด้วยสีหน้าโกรธจัด “เตี่ย!”
เตี่ยเข้าไปฉุดมือล้อมเพชรแล้วกระชากเข้าไปในร้าน เหมยกุยถือตะกร้าผักเดินตามมาเห็นภาพเตี่ยกับล้อมเพชรเข้าก็ตกใจ “ล้อม!”

เตี่ยฉุดมือล้อมเพชรเข้ามาข้างใน มืออีกข้างของเตี่ยกำแผ่นกระดาษวาดแบบ เตี่ยเหวี่ยงร่างล้อมเพชรกระเด็นไปติดกำแพง ล้อมเพชรร้องไห้เจ็บปวด เตี่ยปากระดาษในมือทิ้ง ก่อนจะไปหยิบไม้หวายที่วางไว้บนหลังตู้
“เตี่ยจ๋า...ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ไม่ต้องโกหก! แค่เห็นสายตาที่ลื้อมองท่านชายดิเรก อั๊วก็รู้แล้วว่าเลือดร่านของแม่ลื้อมันแรงแค่ไหน”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/4 วันที่ 10 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ