อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/5 วันที่ 11 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/5 วันที่ 11 ก.พ. 59

“เตี่ยจ๋า...ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ไม่ต้องโกหก! แค่เห็นสายตาที่ลื้อมองท่านชายดิเรก อั๊วก็รู้แล้วว่าเลือดร่านของแม่ลื้อมันแรงแค่ไหน”
“เตี่ยอย่ามาว่าม้านะ...ม้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น”
“ทำไม ก็แม่ลื้อมัน...” เตี่ยฟาดหวายไปที่หลังของล้อมเพชร
“โอ๊ย! เตี่ย ชั้นเจ็บ”
“เจ็บแล้วจะได้จำ ว่าอย่าทำตัวต่ำร่านผู้ชายเหมือนแม่ลื้อ!” เตี่ยกระหน่ำฟาดล้อมเพชรไม่ยั้งมือ ล้อมเพชรร้องไห้เจ็บปวด

เหมยกุยวิ่งเข้ามาห้าม “อาแปะ อย่าตีล้อม!” เหมยกุยเอาตัวเข้าไปขวางล้อมเพชร ทำให้เหมยกุยโดนฟาดเสียเอง
ล้อมเพชรตกใจ “เหมย!”


เตี่ยดึงตัวเหมยกุยแล้วเหวี่ยงออกไป “ลื้อไม่เกี่ยว ออกไป!”
เตี่ยหันไปฟาดหลังล้อมเพชรต่อ ล้อมเพชรร้องไห้เจ็บปวด เหมยกุยทนดูไม่ได้ จิกตามองที่มือเตี่ยแล้วท่องคาถาขมุบขมิบ มือเตี่ยที่กำลังชูขึ้นเตรียมฟาดล้อมเพชรชะงักค้าง ไม้หวายในมือตกลงพื้น
เตี่ยแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันไปมองเหมยกุย เห็นเหมยกุยท่องคาถา เตี่ยชี้หน้าด่า “ลื้อจะเล่นของใส่อั๊วเรอะอีหมอผี!”
“ชั้นไม่อยากให้อาแปะตีล้อม! ถ้าแปะอยากตี ตีชั้นเถอะ ตีชั้นเลย ตีชั้นสิ!” เหมยกุยเข้าไปจับมือเตี่ยมาฟาดๆ หน้าตัวเอง เตี่ยตบหน้าเหมยกุยเต็มแรง เหมยกุยกระเด็นล้มลง
ล้อมเพชรร้อง “เหมย !”
“ลื้อไม่ใช่ลูกอั๊ว ลื้อจะชั่วจะดีก็เรื่องของลื้อ อั๊วไม่จำเป็นต้องสั่งสอนลื้อให้เสียแรง แล้วลื้อจำเอาไว้ ถ้าลื้อยังอยากอยู่ที่นี่ต่อไป อย่าใช้วิชาหมอผีกับอั๊วอีก ไม่อย่างงั้นอั๊วกับลื้อได้เห็นดีกันแน่ !” เตี่ยหันมองล้อมเพชร “ส่วนลื้อ 3 วันจากนี้ไป ห้ามไปไหนเด็ดขาด ถ้าลื้อไม่ฟังอั๊ว อั๊วจะเฆี่ยนให้หลังขาด” เตี่ยทิ้งไม้แล้วเดินออกไป
เหมยกุยมองเตี่ยโกรธๆ แล้ววิ่งเข้าดูล้อมเพชร “ล้อม ล้อมเป็นไงบ้าง”
ล้อมเพชรไม่ตอบอะไร มองตามเตี่ยด้วยสายตาที่คับแค้น

ล้อมเพชรถูกล่ามโซ่นั่งอยู่กับพื้น เปิดเสื้อช่วงไหล่ให้เหมยกุยทายาแถวหัวไหล่ให้
“อดทนนะล้อม อาแปะบอกว่าอีกไม่กี่วันก็จะปล่อยล้อมแล้ว”
“แค่นี้ชั้นอดทนได้ เมื่อก่อนชั้นเคยถูกขังไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอยู่เป็นเดือน ชั้นยังทนได้เลย”
“โถ...ล้อมของชั้น”
ล้อมเพชรนั่งเหม่อมองเฉย เหมยกุยลุกขึ้นแล้วเห็นกระดาษวาดแบบตกอยู่บนพื้นห่างออกไป เหมยกุยหยิบขึ้นมาคลี่ออกดู คำว่า “ท่านชายดิเรก” จุดความสนใจให้ล้อมเพชรหันมามอง
เหมยกุยสงสัย “กระดาษอะไร”
“กระดาษวาดแบบกำไลที่ท่านชายมาสั่งทำให้คนรัก” ล้อมเพชรขยับเข้าไปดูรูปในกระดาษใกล้ๆ
เหมยกุยชื่นชม “สวยจัง”
“เกลียดขี้หน้านังท่านหญิงรัมภานัก มันทำบุญด้วยอะไรถึงได้เกิดมาโชคดีเสียเหลือเกิน ถ้าผู้หญิงที่ท่านชายดิเรกรักเป็นชั้นบ้างก็คงจะดี”
“ล้อมรักท่านชายดิเรกเหรอ”
“ชั้นอยากให้ท่านชายรักชั้น ท่านชายจะได้พาชั้นออกจากนรกขุมนี้ แล้วถ้าชั้นได้เป็นสะใภ้วังศุภมาศ เตี่ยก็คงจะไม่กล้าตบตีชั้นอีก”
“แล้วถ้าท่านชายรักล้อม ล้อมจะรักท่านชายหรือเปล่า”
“ถามทำไม”
“ตอบชั้นมาสิล้อม ล้อมรักเขาหรือเปล่า”
“เหมยกุย..เธอเป็นอะไร”
เหมยกุยดึงล้อมเพชรไปกอด “ชั้นหวงล้อม ชั้นไม่อยากให้ล้อมรักใคร”
ล้อมเพชรผลักเหมยกุยออกอย่างตกใจ “เธอจิตวิปลาสไปแล้วเหรอเหมย! เราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอจะมารักชั้นได้ยังไง”
เหมยกุยร้องไห้ “ชั้นรู้ ชั้นเคยพยายามห้ามใจตัวเองแล้ว แต่ชั้นทำไม่ได้ ชั้นมีความสุขเวลาที่ล้อมยิ้มให้ชั้น ปกป้องชั้น อาจเป็นเพราะว่าชั้นไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านั้นจากใคร นอกจากล้อม ในเมื่อล้อมรู้เช่นนี้แล้ว ล้อมจะรังเกียจชั้นหรือไม่” เหมยกุยมองล้อมเพชรด้วยสายตาเว้าวอน จนล้อมเพชรใจอ่อน
“เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชั้น ชั้นไม่รังเกียจเธอหรอก แต่ชั้นไม่ได้รู้สึกเหมือนเธอ”
เหมยกุยยิ้มทั้งน้ำตา “ไม่เป็นไร ชั้นรักล้อมคนเดียวก็ได้ ชั้นขอแค่ได้อยู่ใกล้ล้อม ทำทุกอย่างให้ล้อมมีความสุข ชั้นก็ดีใจแล้ว ถ้าล้อมรักใครชั้นก็จะรักตาม ถ้าล้อมเกลียดใคร ชั้นก็จะเกลียดด้วย เราสองคนจะไม่แยกจากกัน ตกลงไหมล้อม”
ล้อมเพชรยิ้มรับ เหมยกุยดึงล้อมเพชรเข้าไปกอด ล้อมเพชรกอดตอบแต่มีสีหน้าไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะรู้สึกแหยงๆ กับการกอดกับผู้หญิง....

วังศุภมาศ รื่นถามคนใช้ “พระองค์หญิงไม่อยู่ ?!”
“ใช่ ท่านเสด็จฯไปตรวจพระวรกายที่โรงพยาบาล ประเดี๋ยวก็กลับ ท่านชายดิเรกรับสั่งให้พวกนายรวยไปกินของว่างที่เตรียมไว้ให้ที่สวนกันก่อน”
รื่นยิ้มชอบใจ แต่รวยเอ่ยขึ้นตามประสาคนขี้เกรงใจ “ไม่ต้องดอกจ้ะ อิ่มกันมาแล้ว”
รื่นตีแขนรวยเพี๊ยะ! รื่นกระซิบรวย “จะขัดลาภปากทำไม ในวังมีแต่ของกินดีๆ” เธอยิ้มหวานกับคนใช้ “อิ่มกันมานานแล้วจ้ะ เริ่มหิวอีก สวนไปทางไหนจ๊ะ” คนใช้เดินนำไป รื่นรีบเดินตาม “ตามมาสิ !” รื่นดึงมือนายรวยพาเดินออกไป
ริ้วทองเดินตามหลัง แต่จู่ๆ ก็ถูกใครบางคนกระชากมือไป “ว้าย !” ริ้วทองถูกหม่อมเจ้าดิเรกดันหลังให้ชิดกับกำแพง หม่อมเจ้าดิเรกยกมือแตะริมฝีปากบอกริ้วทองให้เงียบๆ

หม่อมเจ้าดิเรกกำลังพูดกับริ้วทองอยู่บนเตียงนอน...กำไลมาศอยู่ในมือของเขา หม่อมเจ้าดิเรกไม่ใส่เสื้อขณะที่ริ้วทองห่มแค่ผ้าแถบตัวบางปล่อยผมยาว
“ชั้นให้ริ้ว”
ริ้วทองมีสีหน้าตื่นตะลึงกับความงามของกำไลแต่จำต้องปฏิเสธ “แต่กำไลวงนี้เป็นของล้ำค่า หม่อมชั้นไม่คู่ควร”
“ทำไมจะไม่คู่ควร ในเมื่อชั้นตั้งใจทำให้ริ้วโดยเฉพาะ” ริ้วทองยังมีสีหน้าหนักใจที่จะรับของเลอค่า “ถ้าริ้วไม่ยอมรับกำไลวงนี้ ชั้นจะถือว่าริ้วรังเกียจชั้น”
“ถ้าหัวใจของหม่อมชั้นมีความรังเกียจท่านชาย หม่อมชั้นจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มแล้วจับมือริ้วทองขึ้นมา สายตาของเขามองริ้วทองด้วยความรักความเสน่หา “จำไว้นะริ้วทอง... กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครหมาย ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล” หม่อมเจ้าดิเรกสวมกำไลให้ริ้วทองแล้วบรรจงจูบลงไปบนกำไลมาศ
ริ้วทองน้ำตารื้นด้วยความอิ่มเอมใจ แล้วจึงจับมือหม่อมเจ้าดิเรกตอบ...พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หม่อมชั้นขอสาบาน...สิ่งเดียวที่จะมาพรากกำไลวงนี้ไปจากหม่อมชั้นได้คือความตาย เท่านั้นเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกดึงร่างริ้วทองมากอดแน่น ริ้วทองซบหน้ากับอกแข็งแรงของชายคนรักอย่างสุขใจเหลือเกิน
ริ้วทองหยิบกำไลมาศในห่อผ้าออกมาดู แล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผน “นังรัมภา อย่าคิดว่าจะมีของดีใส่วันงานคนเดียว !”

ที่วังศุภมาศ ในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดขององค์หญิงดวงใจ ครอบครัวของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินเข้ามาในงาน นำโดยเสด็จฯ ตามด้วยหม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ หม่อมเจ้าหญิงภรณีรั้งท้าย..ทุกคนแต่งตัวสวยหล่อ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาตัดชุดจากผ้าที่ถมยาให้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีแต่งตัวสวย หน้าแจ่มกว่าทุกครั้ง ตามประสาคนมีความรัก
หม่อมเจ้าดิเรกมาต้อนรับ “เชิญข้างในครับเสด็จฯ”
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์บอก “ท่านพ่อครับ ชายขอเข้าไปในงานหลังเสด็จป้าแสดงหุ่นกระบอกจบแล้วได้ไหม ชายรู้เรื่องมัทนะพาธาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดู”
“ดูหุ่นกระบอก เขาไม่ได้ดูแค่เรื่องราว แต่เขาดูไปถึงศิลปวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในหุ่นกระบอก ทั้งงานช่าง งานนาฏศิลป์ ดนตรี ขับร้องมากมาย อะไรกัน! จะเป็นผู้อุปถัมภ์คณะหุ่นกระบอกแต่ไม่รู้เรื่องเลย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เข้าไปในงานกับพ่อ พ่อจะแนะนำให้รู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่” เสด็จฯ เดินนำหม่อมเจ้าอรรถรัตน์เข้าไปในงาน
“คณะนายรวยทำอะไรกันอยู่หรือคะ”
“กำลังทำพิธีไหว้ครูหุ่นกระบอกจ้ะ” หม่อมเจ้าดิเรกมองหม่อมเจ้าหญิงภรณีเต็มตา “พี่ไม่เคยเห็นน้องหญิงณีแต่งตัวแบบนี้มาก่อน น้องหญิงณีงามมาก”
“แต่ก็ไม่เท่าน้องรัมภา”
หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภา แต่หญิงสาวหน้านิ่งๆ เพราะมีความขุ่นเคืองใจหม่อมเจ้าดิเรกเรื่องริ้วทอง หม่อมเจ้าหญิงภรณีจึงจับมือน้องสาวขึ้นมาส่งให้หม่อมเจ้าดิเรก “หญิงฝากเจ้าพี่พาน้องหญิงเข้าไปในงานด้วยนะคะ หญิงจะขอไปเดินเล่นสักประเดี๋ยว ไม่อยากอยู่ในงานนานๆ คนมาก หญิงไม่ชอบ”
หม่อมเจ้าดิเรกจับมือหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “เชิญค่ะน้องหญิง”
หญิงสาวต้องจำใจเดินตามหม่อมเจ้าดิเรกเข้าไปข้างใน

ปรุงอยู่ในชุดเตรียมพร้อมแสดงหุ่นกระบอกเดินเข้ามา ชะเง้อมองหาริ้วทอง
ระหว่างนั้นหม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามาทางด้านหลังของปรุง เมื่อเห็นปรุง เธอก็ยิ้มกว้าง...ยกมือแตะทรงผมตัวเองที่ทำมาอย่างดีเพื่อปรุง...หญิงสาวเดินเข้าไปหา “ปรุงมองหาอะไรหรือจ๊ะ” ปรุงหันมาเห็นหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็มองตาค้าง เธอดีใจมากกับอาการของปรุง แต่เก็บอาการเอาไว้ “ปรุงมองชั้นเช่นนั้นทำไม”
ปรุงรู้สึกตัว “ขออภัยกระหม่อม กระหม่อมไม่เคยเห็นท่านหญิงณีแต่งตัวเช่นนี้มาก่อน ท่านหญิงณีงดงามมาก”
ปรุงชมจากใจจริง แต่ไม่ได้คิดลึกเลย ทว่าผู้ที่คิดลึกไปไกลมากแล้วก็คือหม่อมเจ้าหญิงภรณี
“เห็นจะมีแต่ปรุงที่ชมชั้น”
“ไม่จริงดอกกระหม่อม คืนนี้ท่านหญิงณีจะต้องเป็นดาวเด่นของงาน จะต้องมีผู้ชายมาขอเต้นรำกับท่านหญิงมากเป็นแน่”
“ชั้นสัญญา ชั้นจะไม่เต้นรำกับใคร”
“ทำไมเล่ากระหม่อม”
“ชั้นจะเก็บไว้เต้นรำกับชายที่ชั้นรักผู้เดียว” หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองปรุงตาหวาน ปรุงยิ้มกลับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ ไม่รู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรกับตัวเอง “ว่าแต่ปรุงมองหาใครอยู่หรือจ๊ะ”
“ริ้วทองกระหม่อม พอไหว้ครูเสร็จก็ไม่รู้หายไปไหน ใกล้จะได้เวลาแสดงแล้วด้วย”

ในห้องโถงที่จัดงานเป็นรูปแบบของงานเลี้ยงเต้นรำ มีมุมหนึ่งตั้งถาดวางอาหาร มุมหนึ่งจัดเป็นมุมดูหุ่นกระบอก มีเก้าอี้ไม่มาก ตอนนั้นเหล่าแขกร่วมงานหลากหลายอายุแต่งตัวโก้หรูยืนประปรายอยู่ในงาน
หม่อมเจ้าดิเรกเกาะแขนกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเข้ามาในงาน หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกมือไหว้องค์หญิงดวงใจ หม่อมเจ้าหญิงถมยา องค์ชายศุภมาศอย่างนอบน้อม ช่างภาพขอถ่ายรูปกันใหญ่
วงดนตรีไทยบรรเลงสนุกสนาน หม่อมเจ้าดิเรกยื่นมือให้องค์หญิงดวงใจ “ได้เวลาแล้วค่ะ” เขาจูงมือเสด็จป้าไปหน้าเวทีหุ่นกระบอก

ปรุงเดินเร็วๆเข้ามา นายรวย นางรื่นร้อนใจ ทุกคนอยู่ในชุดเตรียมแสดงหุ่นกระบอก
“เจอริ้วทองไหม”
“ไม่เจอจ้ะพ่อ”
“ริ้วชักจะเหลวไหลไปกันใหญ่ เผลอไม่ได้เป็นหายตัวตลอด” นางรื่นบอกกับปรุง “เอ็งเอาหุ่นกระบอกไปถวายให้พระองค์หญิงแทนริ้วทองก่อนแล้วกัน”
“จ้ะแม่” ปรุงเดินออกไป
นายรวยหันไปสั่งงานทุกคน “เอ้า ทุกคนเตรียมตัวกันได้แล้ว” ทุกคนรับคำ พ่อแม่มองหน้ากันเป็นห่วงริ้วทอง

วงดนตรีไทยบรรเลงเพลง การแสดงหุ่นกระบอกในเรื่อง "มัทนะพาธา"
ปรุงถือหุ่นกระบอกตัวพระเตรียมเข้าฉาก นายรวยนั่งบอกบทอยู่ด้านหลังฉาก นายรวยอ่านจบบทหนึ่งหน้า ก็พลิกเปิดหน้าต่อไป รอจังหวะให้คนแสดงพูดบทจบ

ผู้ชมยิ้มสนุกสนานไปกับการเชิดหุ่นกระบอก หม่อมเจ้าหญิงภรณี หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าอรรถรัตน์นั่งด้วยกัน ทุกคนมีความสุขไปกับเรื่อง ยกเว้นหม่อมเจ้ามอรรถรัตน์หงุดหงิดเบื่อหน่ายต้องดื่มเครื่อมดื่มแก้เซ็งตลอด
“อย่าให้ความรักของชั้นเจอแต่เรื่องทุกข์อย่างนางทิพเกสรเลย” หม่อมเจ้าหญิงภรณีเอ่ยขึ้น
“พี่หญิงว่าอะไรนะคะ” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาถาม
“เอ่อ...พี่ พี่บอกว่าสงสารนางทิพเกสรเสียจริงนะน้องหญิง มีความรักแต่ต้องมาพลัดพรากจากคนรัก”
“ความเจ็บปวดหรือเดือดร้อนแห่งความรัก เหมือนกับเรื่องราวในละครที่จะบอกว่า” หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองหม่อมเจ้าดิเรก “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”
แต่หม่อมเจ้าดิเรกไม่ได้สนใจหม่อมเจ้าหญิงรัมภา เอาแต่มองไปที่เวที

ก้อนเมฆสีดำลอยบดบังพระจันทร์ เพราะคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด
เหมยกุยกำลังขุดอะไรบางอย่างอยู่ในดิน ล้อมเพชรยืนถือตะเกียงจ้าวพายุอย่างร้อนใจ “เหมยกุยจะเอาอะไร รีบกลับกันเถอะ ถ้าเตี่ยรู้ว่าเราแอบออกมาข้างนอก จะได้โดนด่ากันหมด” แต่เหมยกุยไม่ตอบ ก้มใช้สองมือโอบอะไรขึ้นมาจากพื้น “เหมยกุย! ได้ยินที่ชั้นพูดไหม” ล้อมเพชรกระชากไหล่เหมยกุยให้หันมา จึงเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเหมยกุยคือหนอนยั้วเยี้ย ล้อมเพชรผงะตกใจ “กรี๊ด!!!! หนอนมาจากไหน!” เธอโบกมือที่จมูก “เหม็น”
“หนอนจากศพหมาดำ อั๊วจัดการมันตั้งแต่สามวันที่แล้ว”
“แล้วเธอจะเอาหนอนมาทำอะไร”
“ล้อมเกลียดนังผู้หญิงที่ชื่อรัมภาไม่ใช่หรือไง”
ล้อมเพชรแปลกใจ

ปรุงเชิดหุ่นกระบอกที่ถือช่อดอกกุหลาบเล็กๆ ปรุงเชิดเป็น...ท้าวชัยเสนรู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจนางมัทนาผิด จึงออกตามหาแต่พบว่านางกลับกลายไปเป็นกอกุหลาบแต่ด้วยความรัก เขาจึงนำกุหลาบมัทนาคิดจะนำกุหลาบกลับไปปลูกใหม่ยังสวนขวัญกรุงหัสดิน เพื่อให้นางมัทนาอยู่ใกล้กับเขาตลอดไป
ปรุงเชิดหุ่นเข้าโรงไป ทุกคนปรบมือ
องค์หญิงดวงใจเดินออกมาจากหลังเวที รวย รื่น และปรุงตามออกมาด้วย ทุกคนปรบมือชื่นชมองค์หญิงดวงใจ
หม่อมเจ้าดิเรกจูงมือองค์หญิงดวงใจมาถึงที่หน้าเวที หม่อมเจ้าอรรถรัตน์มองไปที่เวทีแล้วตะลึง ตาเป็นประกาย “ริ้ว !”
ทุกคนหันไปมอง ริ้วทองยกหุ่นกระบอกตัวนางออกมาจากด้านหลังเวที เธออยู่ในชุดกระโปรงที่ตัดจากผ้าแพรสีเรียบที่ถมยาให้ แต่ตัดเป็นชุดกระโปรงสวยงาม ที่ข้อมือของริ้วทองใส่กำไลมาศตัดกับสีของชุด ทุกคนตกตะลึงกับความงามของริ้วทอง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีชม “ริ้วทองงามมาก” หม่อมเจ้าหญิงถมยามองชุดริ้วทองด้วยหางตา หม่อมเจ้าหญิงภรณีถาม “ริ้วทองเอากำไลที่ไหนมาใส่ สวยจริง”
ริ้วทองหันมามองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาแล้วยิ้มเยาะใส่
ด้านหลังเวที รวย รื่น ปรุงชะเง้อมองริ้วทอง
รื่นเอ่ย “ชั้นเป็นคนตัดชุดให้ริ้วเอง ไม่คิดว่าจะเอามาใส่ตอนนี้”
ปรุงมองไปที่ริ้วทองอย่างไม่สบายใจ

เครื่องเล่นแผ่นเพลง ทำนองเพลงเต้นรำดังขึ้น มีชายหญิงหลายคู่จูงกันออกมาเต้นรำกลางฟลอร์
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปมองที่หม่อมหจ้าหญิงรัมภากำลังยืนอยู่กับหม่อมเจ้าหญิงภรณีและกลุ่มหญิงสังคมคนอื่นๆ จึงคิดแผน “ชายไปชวนหญิงรัมภาเต้นรำสิ”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 7/5 วันที่ 11 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ