อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ. 59

เครื่องเล่นแผ่นเพลง ทำนองเพลงเต้นรำดังขึ้น มีชายหญิงหลายคู่จูงกันออกมาเต้นรำกลางฟลอร์
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปมองที่หม่อมหจ้าหญิงรัมภากำลังยืนอยู่กับหม่อมเจ้าหญิงภรณีและกลุ่มหญิงสังคมคนอื่นๆ จึงคิดแผน “ชายไปชวนหญิงรัมภาเต้นรำสิ”
“แต่ชายต้องดูแลเสด็จป้า”
“ป้าสบายดี ชายไปสนุกเถอะ อย่าให้ป้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงเลย” องค์หญิงดวงใจบอก
หม่อมเจ้าหญิงถมยาพยักหน้าให้หม่อมเจ้าดิเรกไป หม่อมเจ้าดิเรกจำยอมต้องผละจากองค์หญิงดวงใจแล้วลุกขึ้นไป

หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณีและกลุ่มสาวสังคมยืนคุยกันอยู่ หม่อมเจ้าดิเรกเดินเข้ามาโค้งและยื่นมือให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภา “ให้เกียรติเต้นรำกับพี่สักเพลงนะน้องหญิง”


หม่อมเจ้าหญิงภรณีและกลุ่มเพื่อนยิ้มแซวกัน หม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่ยังมีอารมณ์ขุ่นเคืองดิเรกก็หนักใจไม่อยากเต้น
หม่อมเจ้าหญิงภรณีลุ้น “เต้นเถิดน้องหญิง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายอมจับมือหม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าดิเรกพาเดินไปกลางฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางสายตาชื่นชมของหม่อมเจ้าหญิงภรณีและคนอื่นๆ

หม่อมเจ้าดิเรกเต้นรำกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างพลิ้วไหว เพราะเคยเต้นรำด้วยกันมาทั้งชีวิต แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเต้นไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะขุ่นเคืองหม่อมเจ้าดิเรกเรื่องริ้วทอง หม่อมเจ้าดิเรกจะมองและอมยิ้มทำตัวเป็นปกติ “เต้นรำแต่ไม่มองหน้าคู่เต้น ถือว่าเสียมารยาท”
“ถ้ามองแล้วต้องเห็นแววตาของอีกฝ่าย...ว่าเขาถูกบังคับมาให้เต้น หาได้ยินดีจะเต้นรำกับหญิงด้วยความสมัครใจไม่ หญิงยอมเสียมารยาทค่ะ”
“พี่ไม่ได้ถูกบังคับ น้องหญิงก็รู้ว่าพี่ชอบเต้นรำกับน้องหญิง”
“แน่ใจหรือคะ ว่าตอนนี้ความคิดของเจ้าพี่ไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว”
“ไม่เปลี่ยน พี่ยังเป็นพี่ชายคนเดิมของน้องหญิง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสบตากับหม่อมเจ้าดิเรกด้วยสายตาตัดพ้อ “คนเดิมที่ไม่เคยเห็นหญิงอยู่ในสายตา”
หม่อมเจ้าดิเรกมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างคาดไม่ถึง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจ เขาเกิดความสงสาร ขณะที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาอยากจะอ้อนวอนผ่านสายตาให้เขาเห็นใจเธอบ้าง ทั้งสองสบตากันไปพร้อมกับเต้นรำ

งริ้วทองยืนมองหม่อมเจ้าดิเรกกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเต้นรำด้วยกันด้วยสีหน้าไม่พอใจ
จู่ๆ ปรุงก็เข้ามากระชากข้อมือของริ้วทองที่ใส่กำไลมาศ แล้วโพล่งถามทันที “ริ้วเอากำไลมาจากไหน”
ริ้วทองสะบัดมือปรุง และตะคอกใส่ “พี่ปรุงอย่ายุ่งกับชั้นได้ไหม !”
ปรุงอึ้ง มองริ้วทองอย่างผิดหวัง “เอ็งเปลี่ยนไปมาก ริ้วทองน้องพี่คนเดิมหายไปไหน”
“ริ้วทองคนเดิมที่เคยถูกรังแก ถูกดูถูกเหมือนไม่ใช่คนมันตายไปแล้วพี่ปรุง นับแต่นี้จะมีแต่ริ้วทองคนใหม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะพวกมัน อีริ้วทองคนนี้จะทำให้มันทุกคนรู้ว่าคนบ้านนอก ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างอีริ้วทองนี่แหละ ที่คู่ควรกับท่านชายดิเรกมากที่สุด”
“ระวังเถิดริ้ว ระวังจะแพ้ภัยตัวเอง” ปรุงมองริ้วทองอย่างผิดหวังที่สุด แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น
ริ้วทองไม่สนใจปรุงเลย เอาแต่มองไปที่ดิเรกกับรัมภา มือสองข้างจิกกำกระโปรงแน่น !

ที่ป่าช้า เหมยกุยนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นใกล้กับกองไฟ เหมยกุยใช้ปลายมีดพร้าทิ่มนิ้วตัวเอง ปล่อยให้เลือดสดๆ ไหลลงมาในชามกระเบื้องที่ใส่หนอนดิ้นยั้วเยี้ย เหมยกุยหลับตาสองข้าง ปากบริกรรมคาถาขมุบขมิบฟังไม่เป็นศัพท์ ล้อมเพชรยืนดูอยู่ หนอนผสมเลือดในชามกลายเป็นเม็ดข้าวสารสีขาว ล้อมเพชรตกตะลึง!
เหมยกุยลืมตาขึ้น หยิบชามข้าวสารขึ้นมาส่งให้ล้อมเพชรและพยักหน้าให้ ล้อมเพชรรับชามมา หันไปทางกองไฟ หยิบข้าวสารขึ้นมาปาเข้าไปในกองไฟ พร้อมกับสาปแช่ง “นังหญิงรัมภา ติณชาติ! มึงเคยพูดจาดูถูกกู! กูขอให้สิ่งโสโครกเข้าไปทำลายเลือดผู้ดีของมึง! ขอให้มึงไม่ได้สมหวังกับท่านชายดิเรก มึงจะต้องเจ็บเจียนตายทั้งกายและใจ!” เม็ดข้าวสารแตกปะทุอยู่ในกองไฟแดงฉาน

เกิดวงสีแดงของเปลวไฟขึ้นที่ท้องของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่กำลังเต้นรำกับหม่อมเจ้าดิเรก ทำให้หญิงสาวปวดท้องขึ้นมาอย่างรุนแรง จนทรงตัวไม่อยู่ “โอ๊ย !”
หม่อมเจ้าดิเรกประคองกอดหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “น้องรัมภา! น้องรัมภาเป็นอะไร”
“ปวดท้อง”
“ให้พี่ตามหมอไหม”
“อย่าค่ะ หญิงไม่อยากให้งานเสียบรรยากาศ เจ้าพี่พาหญิงออกไปพักข้างนอกก็พอ”
ริ้วทองยืนมองหม่อมเจ้าดิเรกกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาประคองกอดกันออกไปจากห้อง ด้วยจิตที่เป็นอคติกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ทำให้ริ้วทองคิดไปในด้านลบ “แกคิดจะเอาคืนชั้นใช่ไหมนังหญิงรัมภา !” ริ้วทองโกรธแค้น แล้วหันไปเห็นหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ยืนกระดกเครื่องดื่มเข้าปากอยู่ด้านหนึ่ง
หม่อมเจ้าดิเรกประคองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาออกมาจากในห้อง หญิงสาวปวดท้องมากจนไม่มีแรง หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินมาอีกทางเห็นเข้าพอดี “น้องหญิง !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีปราดเข้าไปหา “น้องหญิงเป็นอะไรคะเจ้าพี่”
หม่อมเจ้าดิเรกยังไม่ทันตอบ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็เกิดคลื่นไส้อยากจะอาเจียนขึ้นมาอย่างแรง รัมภาดึงผ้าเช็ดผ้าที่เหน็บกับกระโปรงขึ้นมาปิดปากแล้วขย้อนอยากจะอาเจียน
“น้องหญิง!” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาล้มลงกับพื้นพร้อมกับขย้อนไม่หยุด แต่ไม่มีอาเจียนออกมา หม่อมเจ้าดิเรกประคองร่างเอาหญิงสาวเอาไว้ “พี่ตามหมอให้มาตรวจนะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหยุดขย้อน ปล่อยมือออกจากปาก “ไม่เป็นไรค่ะ หญิงเริ่มหายปวดท้องแล้วค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นว่ามีเลือดติดที่ปากของน้องสาว “น้องหญิง เลือด!”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ปิดปากออกมาดู เห็นหยดเลือดอยู่บนผ้าเช็ดหน้า ทุกคนตกใจ !

ริ้วทองแกล้งเดินเข้ามาใกล้หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ที่กำลังยืนจิบเครื่องดื่ม แล้วจงใจยกมือข้างที่ใส่กำไลมาศหยิบแก้วน้ำบนถาดของบ่าวใช้ ได้ผล หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เห็นกำไลมาศบนข้อมือของริ้วทองก็มองไม่พอใจ ยกแก้วเครื่องดื่มดื่มพรวดเดียวหมด วางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะแล้วปราดเข้าไปกระชากข้อมือของริ้วทอง พร้อมถาม “เอากำไลใครมาใส่ !”
“คนรักของหม่อมชั้นมอบให้เพคะ” พูดจบริ้วทองก็เดินเชิดออกไปเลย
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เดินตามไปอย่างหัวเสีย

หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองเลือดบนผ้า ใจเสีย น้ำตาคลอจะร้องไห้
แต่คนที่พร่ำเพ้อคุมสติไม่อยู่คือหม่อมเจ้าหญิงภรณี “น้องหญิงเป็นอะไร! ทำไมมีเลือด น้องหญิงจะตายไหมคะเจ้าพี่”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาอึ้ง ยิ่งใจเสีย หม่อมเจ้าดิเรกจับมือหม่อมเจ้าหญิงรัมภา พูดปลอบด้วยความห่วงใยมากๆ “ไม่ต้องกลัวนะน้องหญิง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะไม่ยอมให้น้องหญิงเป็นอะไร พี่จะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาน้องหญิง พี่สัญญา”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองแววตาห่วงหาอาทรของหม่อมเจ้าดิเรก...เป็นแววตาเดียวกับที่เคยทำให้เธออบอุ่นหัวใจ หญิงสาวน้ำตาไหลด้วยความสุขใจ เพราะเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่มีริ้วทองเข้ามาในชีวิตที่เขากับเธอเกิดสิ่งที่ดีๆ ต่อกัน หม่อมเจ้าดิเรกลูบหัวหม่อมเจ้าหญิงรัมภาปลอบใจ “ไม่ต้องร้องไห้นะคนเก่งของพี่” เขาหันไปบอกหม่อมเจ้าหญิงภรณี “หญิงณีอยู่กับน้องรัมภาตรงนี้ก่อนนะ พี่จะไปบอกให้คนไปตามหมอ”
“ค่ะเจ้าพี่”
หม่อมเจ้าดิเรกพูดจบก็เดินย้อนกลับไปทางห้องจัดงานเลี้ยง
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองตามชายหนุ่มไปด้วยแววตาสุขใจ “เจ้าพี่ของหญิง”

ริ้วทองเดินมาแถวประตูห้องจัดงาน หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ตามเข้ามากระชากแขนริ้วทองแล้วพยายามจะแย่งกำไลมาจากริ้วทอง
“โอ๊ย! ท่านชาย ท่านชายจะทำอะไรหม่อมชั้น”
“เอากำไลมานี่ !”
“ไม่นะเพคะ! อย่ายุ่งกับกำไลของหม่อมชั้น” ริ้วทองร้องตะโกน “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
หม่อมเจ้าหญิงถมยา องค์หญิงดวงใจ เสด็จฯ องค์ชายศุภมาศที่นั่งคุยกันอยู่ที่โซฟาหันมาไปทางเสียงก็ตกใจ เห็นริ้วทองดิ้นขัดขืนจากการถูกหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ดึงกำไลจากแขน
“ชายอรรถ !” เสด็จฯร้องเรียก
หม่อมเจ้าดิเรกเดินกลับเข้ามาในห้อง เห็นริ้วทองกับหม่อมเจ้าอรรถรัตน์เข้าพอดี “ริ้วทอง !” หม่อมเจ้าดิเรกลืมเรื่องหม่อมเจ้าหญิงรัมภาไปเสียสนิท เขาปราดเข้าไปดึงกระชากหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ออกจากริ้วทอง หม่อมเจ้าอรรถรัตน์กระเด็นไปชนโต๊ะล้มระเนระนาด หม่อมเจ้าดิเรกจับแขนสองข้างของริ้วทองอย่างห่วงใย “ริ้วทองเป็นอะไรหรือเปล่า”
ริ้วทองส่ายหน้าและร้องไห้ “ท่านชายพาหม่อมชั้นออกไปจากที่นี่ด้วยเถิดเพคะ ชายอรรถพยายามจะเอากำไลไป”
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เห็นว่าริ้วทองยื่นกำไลให้หม่อมเจ้าดิเรกดู ทำให้นึกออก “ดิเรก นายเป็นคนให้กำไลริ้วทอง!” เขาลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อหม่อมเจ้าดิเรก “ชายดิเรก นายกล้าดียังไงมาแย่งริ้วทองไป !”
“ริ้วทองไม่ได้เป็นของนาย”
“เป็นสิ ริ้วทองเป็นเมียของชั้น” เขาชี้และตะโกนไปที่ริ้วทอง “ได้ยินไหมว่านังนี่เป็นเมียชั้น”
เสด็จฯ หม่อมเจ้าหญิงถมยา ตกตะลึง !
หม่อมเจ้าดิเรกชกหน้าหม่อมเจ้าอรรถรัตน์เต็มแรง หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ล้มลงกับพื้น หม่อมเจ้าดิเรกจะเข้าไปจัดการ แต่ริ้วทองดึงแขนห้ามไว้ “ท่านชายอย่าเพคะ !”
หม่อมเจ้าดิเรกชี้หน้าหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ “ริ้วทองไม่ได้เป็นเมียนาย นายอย่าพูดให้ริ้วทองเสียหายอีก”
“นายรู้ได้ยังไงว่าริ้วทองไม่ได้เป็นเมียชั้น”
“เพราะริ้วทองเป็นเมียของชั้น!”
ทุกคนตกตะลึง
หม่อมเจ้าหญิงถมยาถามย้ำ “ชาย เมื่อกี้ชายพูดว่าอะไรนะ”
ปรุง รื่น รวยวิ่งออกมาจากด้านหลังเวที เพราะได้ยินเสียงโครมคราม หม่อมเจ้าดิเรกมองไปรอบงาน เห็นทุกคนมองเขาอยู่ หม่อมเจ้าดิเรกจึงเข้าไปโอบกอดริ้วทอง ริ้วทองแกล้งปั้นหน้าตกตะลึง
ที่ประตู...หม่อมเจ้าหญิงภรณีประคองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเอะอะดังไปถึงข้างนอก หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจึงได้ยินสิ่งที่หม่อมเจ้าดิเรกประกาศพอดีว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ครับ ริ้วทองเป็นเมียของชายแล้ว”
ทุกคนในงานตกใจสุดขีด โดยเฉพาะหม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่อึ้งตะลึงงัน น้ำตาไหลเป็นสาย หัวใจจะสลายให้ได้ แล้วหญิงสาวก็เป็นลมไป
“น้องรัมภา !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีประคองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาไว้

คืนนั้น ที่วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาร้องไห้เสียใจอยู่มุมหนึ่ง หม่อมเจ้าหญิงบภรณียืนมองสงสารน้องอยู่ห่างๆ

นางรื่นร้องไห้โฮและใช้มือตีริ้วทอง “เรายังโดนดูถูกไม่พอใช่ไหม! ถึงต้องทำตัวเป็นหญิงใจง่ายให้พวกมันดูถูกได้อีก” ริ้วทองยืนร้องไห้ให้แม่ตีเพราะรู้ว่าตัวเองผิด รวยยืนนิ่ง รื่นกระหน่ำตีริ้วทองไม่หยุด
ปรุงเข้าไปห้ามนางรื่น “พอเถิดจ้ะแม่” ปรุงมองริ้วทองด้วยสายตาผิดหวัง “ตีให้ตายคามือไปก็เท่านั้น” นางรื่นร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ ปรุงประคองร่างนางรื่นเอาไว้
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ชั้นเลวที่ใจง่าย แต่ชั้นกับท่านชายดิเรกรักกันมาก ท่านชายก็สัญญาแล้วว่าจะเลี้ยงดูชั้นอย่างดี พ่อกับแม่อย่าโกรธชั้นเลยนะ นะจ๊ะพ่อ” นายรวยยังยืนหันหลังนิ่งๆ ไม่ตอบโต้ ทำเอาริ้วทองใจเสียจึงคลานเข่าเข้าไปซบหน้ากับขาของนายรวย “พ่อพูดกับชั้นบ้างสิ ถ้าพ่อโกรธชั้น พ่อจะตบจะตีชั้นก็ได้”
นายรวยก้มหน้าลงมองริ้วทองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ข่มความเสียใจและผิดหวังกับลูกสาวเอาไว้ ทว่าสิ่งเดียวที่ข่มเอาไว้ไม่ได้คือน้ำตา “พ่อไม่โกรธเอ็งดอกริ้ว พ่อรักเอ็ง พ่อไม่อยากให้เอ็งมีบาปติดตัว ลูกที่ทำให้พ่อแม่เสียใจบาปหนาเสียยิ่งกว่าอะไร” ริ้วทองยิ่งร้องไห้เสียใจ “พ่อพาเอ็งมาอยู่ที่นี่ หวังจะให้เอ็งมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ถ้ามันทำให้จิตใจของเอ็งต่ำทรามลง เราก็กลับไปอยู่บ้านเรากันเถิด เก็บของพระอาทิตย์ขึ้นเราจะกลับนครสวรรค์”
ริ้วทองอึ้ง นายรวยประคองนางรื่นแทนปรุงแล้วพาเดินออกไป ริ้วทองยังยืนอึ้งอยู่อย่างงั้น
ปรุงเข้าไปกระชากแขนของริ้วทอง “ไปริ้ว”
“ชั้นไม่ไป ชั้นจะอยู่ที่นี่”
ปรุงไม่ฟังดึงแขนริ้วทองไปเลย

ปรุงกระชากแขนริ้วทองมา ริ้วทองพยายามดิ้นขัดขืนและร่ำร้องอ้อนวอนปรุง “พี่ปรุงปล่อยชั้น! ชั้นไม่กลับ! ชั้นจะอยู่ที่นี่กับผัวของชั้น!” ประโยคสุดท้ายทำให้ความอดทนของปรุงขาดผึง! ปรุงโกรธจัดจึงเหวี่ยงร่างริ้วทองลงไปกระแทกกับต้นไม้ “โอ๊ย !”
ปรุงตามเข้าไปกระชากดึงตัวริ้วทองเข้ามาใกล้ แล้วพูดตะคอกใส่หน้า ระบายความรู้สึกหมดเปลือก“ผีตนใดเข้าสิงเอ็ง เอ็งถึงเปลี่ยนไปได้อย่างนี้”
“ชั้นยังเป็นริ้วทองคนเดิม”
“ไม่ใช่! ริ้วทองน้องพี่น่ารัก รักตัวเอง รักพ่อแม่เหนือสิ่งใด ไม่ใช่หญิงใจง่าย เห็นผู้ชายดีกว่าพ่อแม่อย่างเอ็ง!” ปรุงพูดไปพร้อมกับเขย่าร่างริ้วทองอย่างแรง ริ้วทองร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
หม่อมเจ้าดิเรกวิ่งเข้ามาเห็นก็ตกใจ “ริ้วทอง!” หม่อมเจ้าดิเรกวิ่งเข้าไปผลักปรุงกระเด็นไปล้มลงกับพื้น ปรุงหันขวับมามองหม่อมเจ้าดิเรกอย่างเกลียดชัง “ริ้วทองเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เพคะ” เธอมองไปที่ด้านหลังของหม่อมเจ้าดิเรกแล้วร้อง“ท่านชายระวัง!”
หม่อมเจ้าดิเรกหันขวับไปมอง พร้อมๆ กับที่ปรุงปราดเข้ามาชก แต่หม่อมเจ้าดิเรกหลบทัน ปรุงชกอากาศเซไป แต่ก็ยังกลับมาจะชกอีกพร้อมกับผรุสวาท “มึงหยามน้ำใจพ่อแม่กู!”
หม่อมเจ้าดิเรกหลบทัน สองชายหนุ่มชกกันไปมาสักพัก ท่ามกลางการร้องห้ามของริ้วทอง ปรุงถูกหม่อมเจ้าดิเรกชกกระเด็นล้มกลิ้งไปเจอท่อนไม้ก็คว้าขึ้นมาจะเอาฟาดอีกฝ่าย แต่ริ้วทองเอาตัวเข้าไปขวางไว้
ริ้วทองหน้าตาเอาจริง“ถ้าพี่ปรุงแตะต้องผัวของชั้น พี่ก็จะไม่ใช่พี่ชายของชั้นอีกต่อไป!”
ปรุงชะงักไม้ ริ้วทองจ้องหน้าปรุงอย่างเอาจริง ปรุงยอมปาไม้ทิ้งไปแล้วคว้าข้อมือของริ้วทอง “กลับ!”
ริ้วทองสะบัดมือปรุงออก“ชั้นไม่ไป” เธอวิ่งเข้าไปกอดหม่อมเจ้าดิเรก“ท่านชายช่วยหม่อมชั้นด้วย พ่อจะพาหม่อมชั้นกลับนครสวรรค์”
หม่อมเจ้าดิเรกตกใจแล้วหันไปพูดกับปรุง“ชั้นฝากบอกพ่อรวยแม่รื่นว่าชั้นจะพาริ้วทองไปกราบขอขมาและสู่ขอริ้วทอง เพราะนับตั้งแต่นี้ไป ริ้วทองจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ริ้วทองอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของชั้น”

หม่อมเจ้าหญิงถมยาโพล่งขึ้น “ไม่ได้! สะใภ้ของวังศุภมาศจะต้องเป็นหญิงรัมภาคนเดียวเท่านั้น!”
พวกเจ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ ริ้วทองนั่งก้มหน้าพับเพียบอยู่กับพื้นใกล้หม่อมเจ้าดิเรก
“เวลานี้ใครๆ ก็รู้กันแล้วว่าริ้วทองเป็นเมียของชาย”
“ผู้ชายจะมีเมียบ่าวเมียไพร่กันบ้างไม่มีใครถือสาดอก”
“แต่ชายถือ”
“ชาย!”
“ท่านแม่ก็ทราบนี่คะ ชายตั้งใจจะมีผัวเดียวเมียเดียว ชายจะไม่มีหลายเมียให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายทุกข์ระทมใจ ริ้วทองก็คือคนที่ชายเลือกแล้ว ชายจะแต่งงานกับริ้วทองคนเดียวเท่านั้น”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาโมโห “ชายหลงมันถึงเพียงนี้เชียวรึ !”
“ถมยา ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่เถิดนะ” องค์หญิงดวงใจพยายมประนีประนอม“ดีไม่ดีตอนนี้หญิงรัมภาอาจจะไม่ได้อยากลงเอยกับคนของเราแล้ว ปล่อยตามใจชายดิเรกไปเถิด เท่านี้ก็อับอายผู้คนมากพออยู่แล้ว”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาจำใจ “ก็ได้ ชายอยากจะเอาใครเข้ามาอยู่ที่นี่ก็เชิญ แต่ต้องอยู่ในฐานะเมียบ่าวจะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้น ถ้าชายยังจะดื้อดึงเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ ชายก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่!” หม่อมเจ้าหญิงถมยาเดินออกไป องค์ชายศุภมาศประคององค์หญิงดวงใจออกไป หม่อมเจ้าดิเรกมองตามครอบครัวไปด้วยความไม่สบายใจ

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ