อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าหญิงถมยาจำใจ “ก็ได้ ชายอยากจะเอาใครเข้ามาอยู่ที่นี่ก็เชิญ แต่ต้องอยู่ในฐานะเมียบ่าวจะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้น ถ้าชายยังจะดื้อดึงเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ ชายก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่!” หม่อมเจ้าหญิงถมยาเดินออกไป องค์ชายศุภมาศประคององค์หญิงดวงใจออกไป หม่อมเจ้าดิเรกมองตามครอบครัวไปด้วยความไม่สบายใจ
ิ้ริ้วทองคลานเข่าเข้าไปก้มกราบเท้าหม่อมเจ้าดิเรก เขาตกใจย่อตัวลงจับตัวริ้วทอง “ริ้วทำอะไร”
“หม่อมชั้นซึ้งใจเสียเหลือเกินที่ท่านชายมั่นคงในความรักที่มอบให้หม่อมชั้น”

“ริ้วเป็นเมียชั้นนี่นา เรื่องท่านแม่ริ้วไม่ต้องกังวลไปนะ ชั้นจะพูดกับท่านแม่ให้เอง”
“ไม่เป็นไรเพคะ ท่านชายทำเพื่อหม่อมชั้นมามากแล้ว ต่อไปนี้หม่อมชั้นจะทำให้ทุกคนที่นี่เห็นเองว่าถึงหม่อมชั้นจะไม่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่หม่อมชั้นก็ชีวิตและจิตใจไว้เพื่อท่านชายดิเรกคนเดียว”


“โถ....ริ้วของชั้น”
หม่อมเจ้าดิเรกจูบหน้าผากริ้วทองและสวมกอดริ้วทอง ริ้วทองยิ้มอบอุ่นหัวใจ

ที่วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจเมื่อรู้สิ่งที่บัวบอก “พวกนายรวยจะกลับนครสวรรค์!”
“มังคะ เห็นเก็บข้าวของกันอยู่”
“ดี ให้พวกมันไปเสียให้พ้นๆ ท่านหญิงของหม่อมชั้นจะได้มีความสุขเหมือนเดิมเสียที” เจิมบีบนวดให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่นอนซมอยู่บนเตียงเพราะป่วยจากอาการปวดท้องที่หาสาเหตุไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทุกข์ใจมากกว่าคือป่วยใจเรื่องที่รู้ว่าหม่อมเจ้าดิเรกมีอะไรกับริ้วทองไปแล้ว
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเอ่ย “ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้วเจิม”
“ไม่ร้องไห้แล้วนะมังคะ พวกมันไปกันแล้วหม่อมชั้นจะนิมนต์พระมาปัดเสนียดจัญไร”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมีสีหน้าไม่สบายใจ

ที่เรือนพักคณะนายรวย ปรุงดื่มเหล้าเสร็จก็วางกระแทกขวดเหล้าห่อกระดาษลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มกำลังยกกล่องใส่ของจากบริเวณชานหน้าบ้านไปยังภายนอกเรือน ปรุงเมานิดหน่อยแต่ยังมีสติอยู่มาก เขายังโกรธขึ้งจากเรื่องริ้วทองไม่หาย
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามาอย่างร้อนใจ พอเห็นปรุงก็รีบเข้าไปหา “ปรุง ปรุงจะกลับนครสวรรค์หรือ”
“กระหม่อม ริ้วทองแย่งคนรักของท่านหญิงรัมภามาเป็นผัว พวกเราทนอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้” ปรุงหันกลับจะไปยกของต่อ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งเข้าไปสวมกอดปรุงจากด้านหลัง “แต่ชั้นไม่อยากให้ปรุงไป”
“ท่านหญิง อย่าทำเช่นนี้ ใครมาเห็นเข้าจะไม่งาม”
“ปรุงก็อย่าทิ้งชั้นไปสิ ชั้นอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีปรุง ชั้นรักปรุง ปรุงเองก็รักชั้นเหมือนกันใช่ไหม” ปรุงอึ้ง ไม่กล้าตอบ “ใช่ไหมจ๊ะปรุง”
“กระหม่อมต่ำต้อย มิอาจจะริรักท่านหญิง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีจับมือปรุงขึ้นมาวางแก้มของตัวเอง “ถ้ายศฐาบรรดาศักดิ์ขวางกั้นทำให้เรารักกันไม่ได้ ชั้นก็พร้อมจะยอมเป็นเพียงคนธรรมดาเพื่อปรุง ให้ชั้นไปอยู่นครสวรรค์กับปรุงด้วยเถิดนะ ชั้นไม่กลัวลำบาก ขอแค่ให้มีปรุงอยู่กับชั้นก็พอ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีกอดปรุงแนบแน่น ใบหน้าของเธอร้องไห้กระซิกๆ ซุกอยู่ที่ลำคอของปรุง หญิงสาวไม่ได้มีเจตนาจะให้ท่า แต่สิ่งที่เธอทำนั้นกลับสร้างอารมณ์กำหนัดให้กับชายหนุ่มอย่างปรุง ลำตัวของหม่อมเจ้าหญิงภรณีเบียดชิดกับร่างกายของปรุง
ปรุงมองใบหน้าสวยงามของเธอ “ท่านหญิง...” ปรุงอดใจไม่อยู่เชยคางของหม่อมเจ้าหญิงภรณีขึ้นแล้วประทับจูบลงไปบนริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวล หญิงสาวหลับตาพริ้มมีความสุขอย่างที่สุด ปรุงได้สติ ถอนริมฝีปากออก “ท่านหญิง กระหม่อมขออภัย..” หม่อมเจ้าหญิงภรณีมีสีหน้าเสียดายผิดหวัง อารมณ์ของเธอพุ่งพล่าน ไม่สามารถระงับได้ หญิงสาวจับมือปรุงแล้วพาเดินออกไป “ท่านหญิง !”

ที่เรือนของหม่อมเจ้าหญิงภรณี ประตูเปิดออก หม่อมเจ้าหญิงภรณีดึงมือปรุงเข้ามาแล้วปิดประตูอย่างเร็ว ข้างในมืดสนิท มีเพียงเฟอร์นิเจอร์คลุมผ้าไว้ไม่กี่ชิ้น “เรือนนี้เป็นเรือนส่วนตัว ไม่มีใครผ่านมาเห็นแน่”
“แต่...”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียกนิ้วแตะที่ปากของปรุง “ปรุง ชั้นรักปรุง” หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองปรุงด้วยสายตาเชิญชวน
ปรุงอดใจไม่ไหวจับมือเธอมาจูบ แล้วดันร่างภรณีชิดติดกับกำแพง ปล้ำจูบทันที...ทั้งสองได้เสียกัน

หม่อมเจ้าหญิงภรณีนอนสลบอยู่บนเตียงแล้วค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เกล้ามาศนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง พอเห็นหญิงชราฟื้นก็รีบเข้าไปใกล้และจับมือ “ท่านทวดตื่นแล้ว ท่านทวดรู้สึกยังไงบ้างคะ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองหน้าเกล้ามาศนิ่งๆ “ท่านทวดจำมาศได้ไหมคะ”
“มาศ กี่โมงแล้ว พระไปหรือยัง ทวดจะใส่บาตร”
เกล้ามาศ อินทวงศ์ นุชโล่งใจ ก่อนที่อินทวงศ์จะหันไปบอก “บ่ายโมงแล้วครับ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ ผุดลุกขึ้นจากเตียง “หา! ทวดนอนตื่นสายขนาดนี้เลยรึ ถ้าาท่านพ่อรู้นะจะ ต้องกริ้วมาก เป็นแน่” เธอเห็นอินทวงศ์นั่งอยู่ก็ถาม“อ้าว..แล้วนี่ใคร”
อินทวงศ์ยกมือไหว้ “ผมอินทวงศ์เป็นเหลนของท่านทวดดิเรก ศุภมาศครับ”
“เหลนเจ้าพี่? เจ้าพี่มีลูกกับใคร ริ้วทองเหรอ ?”
เกล้ามาศสนใจ
“ไม่ใช่ครับ”
“ไม่ใช่ริ้วทองก็ต้องเป็นน้องรัมภา งั้นคุณก็เป็นเหลนของทวดด้วยสิ!” เธอสวมกอดอินทวงศ์แน่น “เหลนทวด! หายไปไหนมาทำไมไม่มาหาทวดบ้าง โตเป็นหนุ่มหล่อเชียว มาให้ทวดหอมแก้มหน่อย” หม่อมเจ้าหญิงภรณีดึงอินทวงศ์ไปหอม
เกล้ามาศจะห้าม “ท่านทวดคะ คุณต๊ะไม่ใช่..”
อินทวงศ์โบกมือบอกเกล้ามาศว่าไม่เป็นไร แล้วอินทวงศ์ก็ปล่อยให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีหอมแก้มซ้ายขวา หอมหน้าผากเหมือนเด็กๆ เกล้ามาศอมยิ้มนิดๆ และมองอินทวงศ์อย่างรู้สึกดี
อินทวงศ์ปล่อยให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีหอมแก้มจนหนำใจ แล้วจึงจับมือหญิงชรามาลูบเบาๆ และเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ท่านทวดณีครับ ท่านทวดดิเรกไม่ได้มีลูกกับท่านทวดรัมภาหรอกครับ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีประหลาดใจ
ทั้งหมดเดินออกมาจากด้านใน อินทวงศ์กับเกล้ามาศประคองภรณี นุชเดินตาม
“ท่านทวดประดิษฐ์ของผมเป็นน้องชายต่างมารดากับท่านทวดดิเรก เท่าที่ผมรู้...ท่านทวดดิเรกยังไม่มีครอบครัว ไม่มีทายาทสืบสกุล”
“ก็ว่าอยู่หน้าคุณไม่มีเค้าน้องรัมภา คุณเหมือนเจ้าพี่ดิเรก แต่เอาเถอะ ถึงจะไม่ใช่เชื้อสายเดียวกัน คุณก็เหมือนเหลนคนหนึ่งของทวด เพราะเมื่อก่อนตระกูลของเราเคยสนิทกันมาก”
“แล้วทำไมถึงเลิกสนิทหรือครับ”
“นั่นสิ ทวดก็จำไม่ได้ คนแก่ก็แบบนี้...หลงๆลืมๆ วันหลังคุณแวะมาหาทวดอีกนะ เผื่อทวดจำได้ทวดจะเล่าให้ฟังเยอะแยะ”
“ครับ”
“ท่านทวดพักผ่อนเถอะนะคะ” เกล้ามาศบอก อินทวงศ์ยกมือไหว้หม่อมเจ้าหญิงภรณี หญิงชรารับไหว้แล้วเดินออกไปอีกทางกับนุช “ท่านทวดณีชอบคุณ”
“คุณอาเคยบอกว่าผมมีเสน่ห์กับผู้หญิงอายุมากกว่าห้าสิบ”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์ยิ้มหัวเราะกัน แล้วเกล้ามาศก็ตัดสินใจถามอินทวงศ์ “คุณยังอยากจะช่วยชั้นหาคำตอบเรื่องริ้วทองอยู่เหมือนเดิมไหมคะ”
“ผมดีใจที่คุณถามแบบนี้ คุณอยากให้ผมช่วยอะไร บอกผมมาได้เลย”
เกล้ามาศมองตามหลังหม่อมเจ้าหญิงภรณีไปแล้วนึกถึงที่ย่าทวดเคยคลุ้มคลั่ง

“เจ้าพี่หนีเร็ว ! น้องรัมภาเป็นบ้าไปแล้ว!”

เกล้ามาศหันมาบอกอินทวงศ์ “ชั้นมั่นใจว่าท่านทวดณีจะต้องรู้ ว่าท่านทวดรัมภาเคยทำอะไรให้ริ้วทองโกรธแค้น ริ้วทองถึงต้องตามมาทำร้ายชั้น”
“คุณจะให้ผมถามจากท่านทวดณีหรือครับ”
“ค่ะ คุณต้องช่วยชั้น ก่อนที่ริ้วทองจะทำร้ายชั้นกับครอบครัวชั้นมากไปกว่านี้”
อินทวงศ์พยักหน้ารับ ทั้งสองต่างมีสีหน้าไม่สบายใจ

ที่บ้านอินทวงศ์ อินทวงศ์อยู่ในห้องนอน...เขาเป็นห่วงและอยากช่วยเกล้ามาศ จึงเดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบกำไลมาศออกมามอง อินทวงศ์ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วแหงนหน้าขึ้นมองไปรอบๆ เอ่ยขึ้นว่า “ริ้วทอง...ถ้าวิญญาณของคุณยังวนเวียนอยู่จริง ออกมาให้ผมเห็น ผมอยากพบคุณ” อินทวงศ์มองไปรอบๆ ห้องอย่างรอคอย แต่ในห้องเงียบสงบ อินทวงศ์ลองอีกครั้ง “ออกมาหาผมเถอะนะริ้วทอง ออกมาบอกผมว่าคุณต้องการอะไร ผมจะช่วยคุณทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าไปทำร้ายคุณมาศ”
จู่ๆ ไฟในห้องดับพรึ่บ อินทวงศ์สะดุ้ง ทำกำไลร่วงตกพื้น อินทวงศ์ก้มเก็บ...จังหวะนั้นเองที่จะเห็นบางอย่างผ่านหางตาไป เสียงผู้หญิงร้องไห้กระซิกๆ อย่างน้อยใจ สายตาอินทวงศ์ชำเลืองไปเห็นเท้าของผู้หญิงยืนอยู่ข้างหลัง อินทวงศ์ตกใจ! “ริ้วทอง !” เขาผุดลุกขึ้น หันกลับมาอย่างเร็ว แต่ไม่มีริ้วทอง อินทวงศ์ถอนหายใจคิดว่าตัวเองคิดไปเอง

คุณไลยใช้กุญแจไขตู้แล้วค้นหาของข้างในตู้ แต่ไปเจอกับสมุดบันทึกปกหนังของล้อมเพชรที่ได้มาจากตำรวจ คุณไลยหยิบออกมาดู
สวิตาเปิดประตูเข้ามาในห้องเห็นเข้าก็ตกใจ “นั่นคุณแม่ทำไรค่ะ” เธอรีบเข้าไปแย่งสมุดมาจากมือของคุณไลย “สมุดของวิ คุณแม่อย่ายุ่ง !”
“ทำไมต้องห้ามแม่ ในสมุดมีอะไร บอกแม่มาเดี๋ยวนี้”
สวิตาโกหก “ก็แค่สมุดบันทึกประจำวันของคุณทวด แต่วิชอบอ่าน วิกลัวว่าคุณแม่จะเอาไปทิ้ง คุณแม่ห้ามเข้ามายุ่งกับของในห้องวิอีก”
“โอเคจ้ะ แม่ไปนอนนะ”
สวิตาโล่งอกแล้วเก็บสมุดบันทึกเข้าลิ้นชัก หมุนกุญแจปิด

สวิตานอนหลับกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เพราะว่ากำลังฝันร้ายเห็นภาพที่ริ้วทองพยายามจะสื่อสารกับเธอ

“ออกมาหาผมเถอะนะริ้วทอง ออกมาบอกผมว่าคุณต้องการอะไร”
ริ้วทองร้องไห้กระซิกๆ อยากหาอินทวงศ์แต่ไม่กล้า อินทวงศ์เรียกหาอีก

สวิตาลืมตาขึ้น ตื่นจากความฝัน “ต๊ะรู้เรื่องริ้วทอง ต๊ะรู้ได้ยังไง !” สวิตามองไปที่หน้าต่าง

สวิตาวิ่งมาที่สระว่ายน้ำ “ริ้วทอง เธออยู่แถวนี้ใช่ไหม เธอทำให้ชั้นฝันเห็นเรื่องต๊ะ เพราะเธออยากให้ชั้นรู้เรื่องนี้ใช่ไหม”
เสียงริ้วทองร้องไห้กระซิกๆ ดังลอยมาในอากาศ “ฮือๆๆ”
“ชั้นรับรู้แล้ว เธอก็ออกมาหาชั้นสิ ชั้นอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต๊ะถึงรู้เรื่องเธอ แล้วต๊ะจะรู้ไหมว่าชั้นร่วมมือกับเธอ ชั้นไม่อยากต๊ะต้องเกลียดชั้น” ริ้วทองเอาแต่ร้องไห้กระซิกๆ จนสวิตาโมโห ตะคอก “ริ้วทอง หยุดร้องไห้สักทีได้ไหม!”
ทันใดนั้นเสียงริ้วทองหายไป เกิดลมพัดกรรโชกแรงตามแรงโกรธของริ้วทอง สวิตายกมือป้องหน้า ริ้วทองโผล่พุ่งเข้ามาบีบคอสวิตา ท่ามกลางลมที่พัดแรง “อย่ามาขึ้นเสียงกับกู กูไม่ใช่ริ้วทองคนเดิมที่จะทนให้ใครมารังแกได้อีกแล้ว !”
“โอ๊ย! ชั้นเจ็บ” สวิตาดิ้นพยายามแกะมือริ้วทองออก แต่ริ้วทองไม่ยอมปล่อยและบีบคอสวิตาแน่นขึ้นอีก ดวงตาสองข้างแข็ง เท้าของสวิตาลอยขึ้นจากพื้น สวิตาตาเหลือกใกล้จะขาดใจแล้ว ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายเปล่งเสียงออกมา “ริ้ว...ทอง...ชั้น..ขอ..โทษ”
ลมพัดหายไป ริ้วทองปล่อยมือจากคอสวิตา สวิตาร่วงลงกับพื้นแล้วนอนหมอบลง ไอสำลักค่อกแค่ก สวิตาโกรธริ้วทอง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ปั้นหน้าหวาดกลัว ยอมจำนนเป็นทาสริ้วทอง “ริ้วทอง..ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอ ชั้นแค่เป็นห่วงเรื่องต๊ะ ถ้าเขารู้เรื่องของเรา เราจะทำอะไรได้ยากขึ้น”
“คุณก็ต้องรีบจัดการนังรัมภา พอทุกอย่างสำเร็จ ชั้นจะได้ออกไปพบท่านชายได้เสียที”
“เธอจะให้ชั้นทำอะไรอีก สั่งชั้นมาได้เลยริ้วทอง”
“ทำให้นังรัมภาไม่เหลืออะไรเลย โดยเฉพาะวังติณชาติที่มันใช้ซุกหัวนอน !”
“ไม่ ชั้นทำแบบนั้นไม่ได้หรอกไม่ ไม่ ชั้นไม่ทำ”
ริ้วทองไม่ตอบ แต่มีสีหน้าโกรธแค้น ตบสวิตาตกน้ำ

วันใหม่ ที่ฟิตเนส อนาวินในชุดออกกำลังกาย โชว์กล้าม เพิ่งวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จึงเดินออกมานั่งตรงส่วนนั่งพัก แต่สายตามองไปที่นักเล่นกล้ามหน้าตาดีที่ออกกำลังอยู่อีกฝั่ง
สวิตาในชุดออกกำลังกาย เดินถือนิตยสารและกระบอกใส่น้ำดื่มส่วนตัวเข้ามามาหยุดยืนมองอนาวิน เห็นว่าเขากำลังสบตาผู้ชายกล้ามโต สวิตายิ้มมีแผน ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ อนาวินหันมามอง สวิตายิ้มหวานทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณวิน” อนาวินยิ้มให้นิดๆ พอเป็นมารยาท แล้วเช็ดเหงื่อต่ออย่างไม่สนใจประมาณว่าถ้าเป็นชะนี อนาวินไม่สนใจ“เมื่อไหร่คุณอนรรฆจะสร้างคอนโดตรงที่ดินของวังติณชาติสักทีคะ วิรอซื้ออยู่”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าพ่อผมมีโปรเจคสร้างคอนโดตรงนั้น”
“ระดับคุณอนรรฆ เคยทำอะไรเงียบๆ ซะที่ไหนล่ะคะ ชั้นเคยได้ยินว่ามีคนเสนอซื้อที่ดินวังติณชาติให้คุณนิลตั้งเกือบพันล้าน คุณนิลก็ยังไม่ขาย แต่พ่อของคุณสนิทกับคุณนิล คุณนิลน่าจะใจอ่อน”
“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงก็ดี”
สวิตาแกล้งทำตกใจ “คุณนิลก็ไม่ใจอ่อนกับคุณอนรรฆหรือคะเนี่ย แหม...เห็นจะมีแต่คุณทรรศนะที่ทำให้คุณนิลใจอ่อนได้” เธอแกล้งหยิบนิตยสารในมือมาดู “แต่อย่างว่านะคะ เป๊ะขนาดนี้ไม่ใจอ่อนยังไงไหว คุณวินเห็นด้วยไหมคะ” สวิตาส่งนิตยสารให้อนาวินดู รูปทรรศนะถอดเสื้อโชว์กล้ามล่ำ กางเกงเอวต่ำ เห็นขอบกางเกงในดูเซ็กซี่ขึ้นปก อนาวินมองรูปทรรศนะตาวาว สวิตายิ้มกระหยิ่ม “คุณวินไม่ไปขอคำปรึกษาคุณทรรศดูล่ะคะ ชั้นว่าเขาต้องมีเคล็ดลับดีๆที่ทำให้คุณนิลใจอ่อนแน่ๆ แต่ต้องรีบหน่อยนะคะ ได้ยินว่าช่วงนี้เขากับคุณนิลระหองระแหงกันอยู่ ถ้าเลิกกันขึ้นมาจริงๆ คุณจะหมดโอกาส”
อนาวินยิ้มและพยักหน้านิดๆ สวิตาแอบยิ้มร้ายสมใจ
คืนนั้น ที่ผับแห่งหนึ่ง ทรรศนะนั่งอยู่บริเวณบาร์เครื่องดื่ม เขาตกใจ “รูดไม่ผ่าน! เป็นไปได้ยังไง ลองอีกใบหรือยัง”
“ลองหมดทุกใบแล้วครับ รูดไม่ผ่านเลยสักใบ”
ทรรศนะบ่น หงุดหงิด “อีแก่นิลเล่นกูแล้ว!”
สิ้นคำ มือใครคนหนึ่งยื่นบัตรเครดิตส่งให้พนักงาน “เอานี่ไป ผมจ่ายให้คุณทรรศเอง บวกจากค่าเครื่องดื่มไปอีกสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยล่ะ ผมให้เป็นทิป” ทรรศนะหันไปถึงเห็นว่าเป็นอนาวิน อนาวินยิ้มให้ทรรศนะ

วันใหม่ ที่วังติณชาติ ประยงค์กำลังหั่นมะเขือยาว
นุชเดินเข้ามาชะโงกหน้าดู นุชถาม “ป้า ทำอะไรกิน”
“ผัดมะเขือยาว”
นุชบอก “อี๋...เกลียดมะเขือ”
“แต่ชั้นชอบ พูดแล้วน้ำลายสอ อยากกิน แผล่บๆ” ว่าแล้วพลก็เลียปาก ประยงค์กับนุชมองพลสยอง “มองทำไม! ชั้นอยากกินผัดมะเขือยาวใส่หมูสามชั้น ผิดด้วยเหรอ”
“ผิด เพราะชั้นผัดให้คุณนิล ถ้าเอ็งอยากกิน มาผัดเอง”
“ผัดไปคุณนิลก็ไม่กินหรอก”
นุชบอก “จริง ชั้นยังกินข้าวต้มเหลือของคุณนิลทุกวันเลย”
“มิน่าอ้วนขึ้นนะมึง”
นุชยิ้ม “แฮะ.. ว่าแต่พี่กับป้ารู้กันหรือยังว่าคุณนิลกับไอ้คุณทรรศมีปัญหาอะไรกัน”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ