อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

“สิ่งนั้นคือความลุ่มหลง ไม่ใช่ความรัก” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาลุกขึ้น “หญิงขอตัวเตรียมชุดไปงานเลี้ยงก่อนนะคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ “งานเลี้ยงต้อนรับพระสหายของท่านลุงที่วังศุภมาศน่ะหรือ”
“ใช่ค่ะ”
“แต่น้องหญิงต้องพบกับเจ้าพี่และริ้วทอง แล้วป่านนี้เรื่องน้องหญิงกับเจ้าพี่คนก็คงจะรู้ไปทั่วพระนคร น้องหญิงจะถูกนินทาให้อับอาย”

“หญิงไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมหญิงต้องอายคะ อีกอย่างหญิงรับปากท่านลุงไปแล้วว่า จะไปช่วยดูแลพระสหายที่มาจากอังกฤษ หญิงไม่ปล่อยคำนินทาอยู่ เหนือคำสัจจะที่หญิงมอบให้ผู้ใหญ่ดอกค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองตามอย่างไม่สบายใจ



ที่วังศุภมาศ หม่อมเจ้าดิเรกยืนคอยอยู่ที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าวัง บ่าววิ่งเข้ามา “คุณริ้วทองมาแล้วมังคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกหันหน้าไปมอง ริ้วทองแต่งตัวแต่งหน้าดูดีสมเป็นสะใภ้วังศุภมาศ พร้อมใส่กำไลมาศด้วย ริ้วทองยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ...นี่คือชีวิตสวยหรูที่ริ้วทองปรารถนา
หม่อมเจ้าดิเรกมองตะลึง ก้าวเข้าไปใกล้ “ริ้วของชั้น งดงามมากเหลือเกิน” หม่อมเจ้าดิเรกเชยคางริ้วทองแล้วจะจูบ แต่ริ้วทองเบี่ยงหน้าหลบ มองไปที่บ่าวใช้ที่ยืนอยู่
“อย่าเพคะ อายคนอื่น เรารีบไปกันเถิดเพคะ” ริ้วทองเกาะแขนหม่อมเจ้าดิเรก ทั้งสองควงกันขึ้นรถ

ที่ร้านล้อมเพชร เหมยกุยปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาด
หม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทองเดินควงแขนกันเข้ามา เตี่ยเห็นก็ร้องทักทาย “ท่านชายดิเรก เชิญกระหม่อม”
ล้อมเพชรได้ยินก็ยิ้มดีใจ “ท่านชาย!” ล้อมเพชรหันมา แต่พอเห็นว่าหม่อมเจ้าดิเรกควงมากับริ้วทองก็หุบยิ้ม แปลกใจ ริ้วทอง!” ริ้วทองยิ้มหวานทักทายล้อมเพชร ล้อมเพชรฝืนยิ้มให้
หม่อมเจ้าดิเรกพูดกับเตี่ย “ชั้นจะมาเลือกเครื่องประดับให้ริ้วใส่ไปงานเลี้ยง เอาให้เข้าชุดกับกำไลวงนี้นะ” เขาจับมือริ้วทองมายื่นให้เตี่ยดูกำไลมาศ
ล้อมเพชรเห็นกำไลมาศที่หม่อมเจ้าดิเรกเคยมาสั่งทำที่นี่ก็อึ้งไป

ล้อมเพชรหงุดหงิด “เป็นไปได้อย่างไร! ท่านชายดิเรกสั่งทำกำไลให้ริ้วทองไม่ใช่ให้หญิงรัมภา เช่นนั้นข่าวลือเรื่องที่ท่านชายดิเรกเลิกกับท่านหญิงรัมภาคว้าไพร่เป็นเมีย มันก็เป็นเรื่องจริง”
“นังหญิงรัมภาถึงคราวเคราะห์ เสียผัวแล้วยังต้องเจ็บตัวอีก”
“มันจะเจ็บจะตายก็ช่างมันเถิด แต่ชั้นอยากรู้ว่าริ้วทองกับท่านชายดิเรกรักกันได้อย่างไร”
เหมยกุยบอก “รักกันได้อย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่าอีกไม่นานสองคนนี้ก็ต้องพลัดพรากจากกัน เขาสองคนไม่ได้เป็นเนื้อคู่กัน”
“เหมยกุยรู้ได้อย่างไร”
เหมยกุยไม่ตอบ แต่ยิ้มแสยะและหัวเราะในลำคอ...นึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

เหมยกุยยกถาดวางสร้อยทองมาวางบนโต๊ะตรงหน้าริ้วทองและหม่อมเจ้าดิเรก
“ลองดูทองชุดนี้นะกระหม่อม น่าจะเข้ากับกำไล” เตี่ยหันไปพยักหน้าบอกให้เหมยกุยใส่สร้อยให้ริ้วทอง เหมยกุยหยิบสร้อยข้อมือจากถาดแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าริ้วทอง ริ้วทองยื่นแขนอีกข้างที่ไม่ได้ใส่กำไลมาศให้เหมยกุยในลักษณะที่มือแบหงาย เหมยกุยใส่สร้อยข้อมือให้ริ้วทองแต่สายตาจ้องไปที่เส้นลายมือของริ้วทอง
ฝ่ามือของริ้วทอง...ปรากฏภาพหม่อมเจ้าดิเรกผลักริ้วทองออก ริ้วทองล้มกองลงกับพื้น ร้องไห้โฮลั่น “ไปให้พ้น !”
เหมยกุยใส่สร้อยให้เสร็จก็เงยหน้าขึ้น มองอาการรักหวานของหม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทอง
“ชอบไหมริ้ว”
“เพคะ”
เหมยกุยยิ้มแสยะ
“ถ้าท่านชายดิเรกกับริ้วทองไม่ใช่เนื้อคู่กัน แล้วชั้นล่ะ ชั้นเป็นเนื้อคู่กับเขาไหม” เหมยกุยหน้าตึง มีอาการหึงหวง ล้อมเพชรจับมือปลอบใจ “ไม่เอาน่าเหมย ชั้นบอกแล้วไงว่าที่ชั้นอยากสมหวังกับท่านชายดิเรก เพื่อที่ท่านชายจะได้ช่วยพาเราสองคนไปอยู่ที่วังศุภมาศ เราจะได้ไม่ต้องอยู่กับเตี่ยอีก ว่าอย่างไร..ชั้นกับท่านชายจะเป็นเนื้อคู่กันไหม”
เหมยกุยใจอ่อนพยักหน้ายอม “เป็นไปได้ เพราะล้อมมีดวงชะตาจะได้ผัวเป็นคนมียศมีศักดิ์”
“แต่ชั้นอยากให้ผัวของชั้นเป็นท่านชายดิเรกคนเดียว”
“ถ้าอยากก็ต้องทำลงมือทำ อย่ารอพึ่งดวง”
ล้อมเพชรยิ้มร้ายอย่างมีแผน

วังศุภมาศ หม่อมเจ้าดิเรกในชุดสูทไปงานเลี้ยงดินเนอร์ต้อนรับพระสหายสั่งคนใช้ “ไปตามคุณริ้วทอง บอกว่าได้เวลาลงไปข้างล่างแล้ว”
“มังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาเดินเข้ามาได้ยิน เมื่อคนใช้ออกไป หม่อมเจ้าดิเรกหันไปเห็นแม่ “ทำไมท่านแม่ยังไม่แต่งตัวอีกคะ”
“แม่ไม่ลงไป บอกตามตรงว่าแม่อาย แม่ถามชายจริงๆ ชายอยากให้ริ้วทองไปร่วมงานด้วย หรือริ้วทองเป็นฝ่ายขอลงไปเสนอหน้า”
หม่อมเจ้าดิเรกมีสีหน้าหนักใจ เพราะจริงๆ คือริ้วทองขอไปงาน แต่หม่อมเจ้าดิเรกก็ทำยิ้มแก้สถานการณ์ “จะเป็นอย่างไหน ก็เหมือนกันนี่คะ”
“หึ! แม่คิดแล้วเชียวว่ากิ้งก่าจะต้องหาทางไปอวดทอง แต่ชายไม่ควรใจอ่อน ในงานมีแต่คนมีความรู้ มีชาติตระกูล แม่นั่นจะไปคุยกับใครเขารู้เรื่อง ชายเองก็ต้องคอยดูแลพระสหายของท่านพ่อ ไม่มีเวลาไปปรนนิบัติพัดวี”
“ไม่เป็นไรดอกค่ะท่านแม่ ให้ริ้วทองได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดีเหมือนกัน”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหงุดหงิด “งั้นก็เอาปี๊บไปด้วยแล้วกัน เวลาแม่นั่นทำเรื่องน่าอับอายจะได้เอาไว้คลุมหัว” หม่อมเจ้าหญิงถมยาเดินออกไป หม่อมเจ้าดิเรกถอนหายใจอย่างไม่สบายใจ
“คุณริ้วทองมาแล้วค่ะ” เสียงคนใช้ดังขึ้นจากบันได
หม่อมเจ้าดิเรกหันไปแล้วยิ้มออกมาเพราะเห็นว่าริ้วทองสวยมาก

งานเลี้ยงต้อนรับพระสหายขององค์ชายศุภมาศ เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในห้อง แขกที่มาร่วมงานแต่งชุดสูท ชุดราตรีสวยงามเต็มยศ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาในชุดราตรีสวยเก๋ยืนถือแก้วไวน์ยืนอยู่กับท่านพ่อของดิเรกคอยคุยกับกลุ่มแขกฝรั่งและคนไทย สักพักหม่อมเจ้าหญิงรัมภารู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมา แต่พยายามเก็บอาการเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มแขกนิดหน่อย
องค์ชายศุภมาศสังเกตเห็นจึงตามมาถาม “ปวดท้องอีกแล้วหรือ ไปนั่งพักเสียก่อนเถิด”
“ไม่เป็นไรค่ะ หญิงทนได้ หญิงอยากช่วยท่านลุงดูแลแขก”
องค์ชายศุภมาศลูบแขนหม่อมเจ้าหญิงรัมภาและมองด้วยความรักและเสียดาย “บาปกรรมใดถึงปิดหูปิดตาให้ชายดิเรกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว หญิงรัมภาไม่ต้องห่วงลุงดอก ลุงให้คนไปตามชายดิเรกให้รีบลงมาแล้ว หญิงไปพักเสียเถิดนะลูกนะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้มรับ “ค่ะ” เธอหันไปพูดกับแขกเป็นภาษาอังกฤษ “ขอตัวก่อนนะคะ” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินเลี่ยงออกมา วางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะ ยกมือกุมท้อง
เจิมในชุดสุภาพเรียบร้อยวิ่งเข้ามาประคอง “ท่านหญิง ! ท่านหญิงไหวไหมมังคะ นั่งพักก่อนไหมมังคะ”
“เจิม หญิงบอกแล้วใช่ไหมว่าให้คอยอยู่ข้างนอก อย่าเข้ามา”
“หม่อมชั้นเป็นห่วงท่านหญิง”
“ไม่ต้องห่วง” เธอนึกถึงหม่อมเจ้าดิเรก “หญิงเจ็บมากกว่านี้ หญิงยังอดทนได้ เจ็บกายแค่นี้ทำไมหญิงจะทนไม่ได้”
ชายคนหนึ่งในงานเลี้ยงหันไปทางหน้างาน “ชายดิเรกมาแล้ว”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมหันไปมอง หม่อมเจ้าดิเรกเดินควงริ้วทองในชุดราตรี ใส่เครื่องประดับทอง เข้ากับกำไลมาศที่ข้อมือ ริ้วทองงดงามจับใจจนทุกสายตาของทุกคนในงานต้องหันไปมอง หม่อมเจ้าดิเรกกุมมือและหันไปสบตาหวานกับริ้วทองเป็นระยะๆ หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองด้วยแววตาเจ็บปวดแต่พยายามสะกดกลั้นความรู้สึก องค์ชายศุภมาศมองแล้วส่ายหน้า..ไม่ได้ปลาบปลื้มไปด้วยเลย
แขกในงานที่เป็นคนไทยพากันกระซิบและพยักพเยิดมาทางหม่อมเจ้าหญิงรัมภา
“ถึงจะเป็นระดับท่านหญิงแห่งวังติณชาติ แต่ก็ยังต้องเสียคู่หมั้นให้กับหญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า”
“แหม...คนใหม่สวยหยาดเยิ้ม เป็นใครใครก็หลง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมได้ยิน เจิมหันไปมองพวกแขกขี้เม้าตาเขียว “อยากเอาตำแยฟาดใส่อีพวกปากหอยปากปู !”
“ช่างเขาเถิดเจิม เราบังคับปากใครไม่ให้พูดเราไม่ได้ แต่เราบังคับใจเราไม่ให้ไหลไปกับคำนินทาของพวกเขาได้”

ริ้วทองยืนข้างหม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าดิเรกคุยเป็นภาษาอังกฤษกับแขกฝรั่งและคนไทย...พวกเขาดูครื้นเครงสนุกสนาน...แต่ ริ้วทองฟังไม่รู้เรื่อง ริ้วทองเริ่มเบื่อ เซ็ง สะกิดหม่อมเจ้าดิเรก “ท่านชายเพคะ”
“สักครู่นะริ้ว” หม่อมเจ้าดิเรกหันไปพูดภาษาอังกฤษกับแขกฝรั่งต่อ
ริ้วทองตัดสินใจเดินออกมาจากกลุ่มและมองไปรอบๆ งาน เห็นแขกในงานที่ล้วนแต่แต่งกายดูดี ถือแก้วไวน์ เกาะกลุ่มพูดคุยกันในกิริยาที่เป็นผู้ดี...หม่อมเจ้าหญิงรัมภาคือหนึ่งในนั้น
ริ้วทองถอนหายใจเซ็งๆ รู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นแกะดำ หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองตามริ้วทองไป
ริ้วทองเดินอยู่ในงาน แขกฝรั่งหันหลังมาไม่ทันระวังจึงชนกับริ้วทอง แต่ไม่แรงมาก แขกฝรั่งเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ “ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรไหมครับ”
แต่ริ้วทองฟังไม่เข้าใจ “คะ?”
แขกฝรั่งใส่ภาษาอังกฤษอีกหน “ผมต้องขอโทษที่ไม่ทันระวัง คุณเจ็บตรงไหนไหม ให้ผมพาไปหาที่นั่งไหมครับ”
ฝรั่งพูดรัวเป็นชุด ริ้วทองยิ่งเหวอมองไปขอความช่วยเหลือจากหม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าดิเรกก็ยืนหันหลัง ริ้วทองอึดอัดมาก
จนกระทั่งหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้ามา “เขาถามว่า ที่เขาชนเธอ เธอเป็นอะไรไหม” ริ้วทองไม่ตอบแต่มองหน้าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างไม่ไว้ใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาบอก “พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับไร้มารยาท”
ริ้วทองเสียงนิ่ง “ชั้นไม่เป็นอะไร”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันไปยิ้มกับฝรั่ง “เธอบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร”
ฝรั่งยิ้มรับและบอกเป็นภาษาอังกฤษ “ฝากบอกด้วยว่า เธอสวยมาก”
“ค่ะ แต่ชั้นจะบอกให้...เธอแสดงหุ่นกระบอกไทยเก่งมาก”
ฝรั่งมองริ้วทองและตอบเป็นภาษาอังกฤษ “จริงเหรอ? หุ่นกระบอกไทยเหมือนของญี่ปุ่นหรือเปล่า”
“คล้ายกัน แต่หุ่นกระบอกไทยประณีตละเอียดในทุกรายละเอียดของหุ่น เรื่องที่ใช้แสดงก็เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย อย่างผู้หญิงคนนี้เธอเชิดเป็นตัวร้ายชื่อนางยี่สุ่น ในเรื่องพระลักษณวงษ์ แต่เป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุด”
ฝรั่งหัวเราะและมองไปที่ริ้วทอง ทำหน้าตาตื่นเต้นทะเล้น หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ยิ้มไปด้วย ริ้วทองเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ คิดว่าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาพูดอะไรกับฝรั่งให้เธอขายหน้า

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินอยู่ในงาน ริ้วทองตามเข้ามาขวางหน้า “ท่านหญิงทูลว่าอะไรถึงหม่อมชั้นให้ฝรั่งคนนั้นฟัง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภางง “ชั้นไปว่าอะไรเธอ”
“ท่านหญิงไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ถ้าท่านหญิงไม่ว่าหม่อมชั้น เขาจะหัวเราะเยาะมองหม่อมชั้นเหมือนเป็นตัวตลกหรือเพคะ”
“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย เธอไม่ได้มีค่ามากพอที่ชั้นจะยอมเสียเกียรติพูดนินทาเธอให้ใครฟัง”
“หม่อมชั้นไม่ได้มีค่ากับท่านหญิง แต่หม่อมชั้นมีค่ากับท่านชายดิเรก เท่านี้ก็มากพอที่ท่านหญิงจะอิจฉาริษยาหม่อมชั้น หรือท่านหญิงจะเถียงว่าการที่ท่านชายเลือกหม่อมชั้น ท่านหญิงไม่รู้สึกอะไรเลย” ริ้วทองยิ้มเยาะใส่แล้วจะเดินไป หม่อมเจ้าหญิงรัมภาคว้าข้อมือของริ้วทอง ริ้วทองหันกลับมา หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองริ้วทองด้วยแววตาโกรธเกลียด “จะตบหม่อมชั้นหรือเพคะ” ริ้วทองปรายตามองไปที่ด้านในงาน เห็นหม่อมเจ้าดิเรกและแขกในงานเยอะแยะ จึงคิดจะยั่วยุให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทำเรื่องน่าอับอาย “เอาสิเพคะ ตบหม่อมชั้นให้สาแก่ใจที่หม่อมชั้นแย่งคนรักของท่านหญิงไป! ถ้าหม่อมชั้นเป็นท่านหญิง หม่อมชั้นก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน เป็นถึงท่านหญิงแห่งวังติณชาติ มีความรู้มีชาติตระกูล แต่ผู้ชายไม่เอา!” หม่อมเจ้าหญิงรัมภากำมือแน่น...ข่มอารมณ์โกรธ “ช้าอยู่ทำไมเล่าเพคะ ตบเลยเพคะ ตบ !”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาข่มใจ จูงมือเจิมเดินหนีออกไป ริ้วทองลุกขึ้นตาม

ริ้วทองเดินฉับๆ เข้ามา มองซ้ายมองขวาหาหม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิม “นังหญิงรัมภาหายไปไหน !”
ทันใดนั้นริ้วทองก็ถูกมือใหญ่หนาของผู้ชายล็อคปิดปากจากทางด้านหลัง ริ้วทองกรี๊ดและดิ้นขัดขืน แต่ก็ถูกพาลากออกไป

ชายฉกรรจ์ปิดปากและลากริ้วทองเข้ามาเหวี่ยงลงพื้นในป่า ริ้วทองเจ็บแล้วหันหน้ากลับมามองหน้าชายฉกรรจ์อย่างหวาดกลัว “แก..แกเป็นใคร มาทำร้ายชั้นทำไม !”
ชายปลดกระดุมเสื้อ “มีคนเขาสั่งให้กูเอามึงเป็นเมีย” สิ้นคำชายฉกรรจ์ก็ก้มลงไปนั่งคร่อมร่างของริ้วทอง กระชากเสื้อออกหมายจะปลุกปล้ำข่มขืน ริ้วทองดิ้นสู้และตะโกนร้อง “อย่านะ! ช่วยด้วย ! ช่วยด้วย !”
ชายฉกรรจ์ปิดปากริ้วทอง ใช้มืออีกข้างถอดเสื้อ ริ้วทองร้องไห้หวาดกลัวสุดขีด ทันใดนั้นมีท่อนไม้ฟาดเข้าที่ด้านหลังของชายฉกรรจ์ “โอ๊ย !”
ชายคนนั้นล้มลง ทำให้ริ้วทองเห็นว่าคนที่มาช่วยคือล้อมเพชร “ไปให้พ้น! ไปๆๆ!”
ล้อมเพชรกระหน่ำตีชายฉกรรจ์ไม่ยั้ง ชายฉกรรจ์วิ่งหนีออกไป ล้อมเพชรเข้าไปหาริ้วทองแต่แกล้งทำตอแหลเพิ่งรู้ว่าเป็นริ้วทอง “คุณคะ คุณเป็นยังไงบ้าง...” พอเห็นหน้าริ้วทองเธอก็เรียก “...ริ้วทอง เธอเองเหรอ ชั้นผ่านมาแถวนี้ได้ยินเสียงคนร้องก็เลยเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ เธอเป็นยังไงบ้าง มันทำร้ายเธอหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ริ้วโชคดีที่คุณเข้ามาช่วย ไม่เช่นนั้นริ้วคง...” ริ้วทองร้องไห้หวาดกลัว
ล้อมเพชรจับมือริ้วทองปลอบใจแล้วแสยะยิ้มร้ายโดยที่ริ้วทองมองไม่เห็น

เหมยกุยเอาถุงผ้าใส่เงินให้ชายฉกรรจ์ ชายฉกรรจ์จับซีดที่หัวและปากที่โดนล้อมเพชรเอาไม้ฟาด “รีบไปให้ไกลๆ”
ชายฉกรรจ์รับถุงเงินแล้ววิ่งออกไป เหมยกุยหันกลับไปมองที่พวกล้อมเพชรแล้วยิ้มสมใจ

ล้อมเพชรประคองริ้วทองขึ้น
“ท่านชายอยู่ในงาน ริ้วจะพาคุณล้อมเข้าไปหาท่านชาย ท่านชายจะต้องตอบแทนที่คุณล้อมช่วยเหลือริ้ว”
ล้อมเพชรแกล้งนึกได้ “ใช่แล้ว! ท่านชายดิเรก”
“ทำไมคะ”
“ท่านหญิงรัมภาไม่พอใจริ้วเพราะเรื่องท่านชายดิเรกเป็นแน่”
“ทำไมคะ มีอะไร”
“อย่าพูดไปริ้ว ชั้นจะเดือดร้อน ชั้นเห็นท่านหญิงยืนคุยอยู่กับไอ้ผู้ชายคนที่มันทำร้ายเธอ”
ริ้วทองอึ้ง แล้วโกรธแค้น “รัมภา แกทำชั้นถึงขนาดนี้เชียวหรือ ชั้นกับแกจะได้เห็นดีกัน !” ริ้วทองเอ่ยอย่างเคียดแค้น....

ที่เรือนหม่อมเจ้าหญิงภรณี เกล้ามาศนั่งดูรูปวาดริ้วทองในมือ พริมยืนดูของตกแต่งในเรือน นุชประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้ามาข้างใน
“ขอโทษทีนะที่ให้รอนาน วันนี้พระลักษณวงษ์ตอนจบ จะลุกขึ้นมาก่อนก็เพิ่งถึงตอนที่นางทิพเกสรตาย นุชก็คะยั้นคะยอทวดอยู่ได้”
“ตายแล้วก็จบแล้วไงคะ” นุชบอก

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 8/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ