อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/3 วันที่ 12 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/3 วันที่ 12 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันขวับไปมองแล้วลุกขึ้นด้วยความดีใจสุดชีวิต คิดว่าเกล้ามาศเชิญคนที่เธอรอคอยมา “ปรุงมาแล้ว !”แต่คนที่ก้าวเข้ามาคือมะลิ หญิงชราปราดเข้าไปมองหาข้างนอก “ปรุงล่ะ ปรุงอยู่ไหน”
เกล้ามาศจับมือหม่อมเจ้าหญิงภรณี...ลูบหลังมือเบาๆ อย่างปลอบใจ...และพูดเน้นๆ ชัดๆ เพื่อเตือนสติว่าไม่ใช่ปรุง “ท่านทวดคะ...น้องมะลิมาคนเดียวค่ะ น้องมะลิเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่ออาร์ม เพิ่งมาจากเมืองนอก มะลิจ้ะ...นี่ท่านทวดภรณี ท่านทวดแท้ๆ ของพี่จ้ะ”

“สวัสดีค่ะ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีรับไหว้และพยายามจะฝืนยิ้มรักษามารยาท “มะลิเคยเห็นเรือนไทยแต่ในรูปถ่าย ไม่เคยเห็นของจริง เรือนไทยของท่านทวดน่าอยู่มากค่ะ ดูสงบเสงี่ยมดี”


“สงบเสงี่ยม?”
เกล้ามาศอธิบาย “ภาษาไทยของน้องมะลิไม่ค่อยแข็งแรงค่ะ”
“ถ้ามะลิพูดอะไรผิด ต้องกราบขอประทานอภัยด้วยนะคะ”
“แค่ขอโทษก็พอจ้ะ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีหัวเราะออกมาได้...ผ่อนคลายความเครียดเรื่องรอปรุง เกล้ามาศมองภรณีผ่อนคลายได้ก็ยิ้มโล่งใจ
มะลิหันไปเห็นหุ่นกระบอกพระลักษณวงศ์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ “หุ่นกระบอก มะลิขอถ่ายรูปได้ไหมคะ ถ่ายคู่กับท่านทวดด้วยค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มรับ

หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งถือหุ่นกระบอกอยู่ที่ระเบียง
มะลิถอยออกไปตั้งท่าถ่าย “พร้อมนะคะ หนึ่ง สอง ซั่ม !” มะลิถ่ายรูปภรณีกับหุ่นกระบอกหลายๆ แชะ เกล้ามาศยืนเชียร์ให้หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้ม มะลิถ่ายเสร็จก็เอาไปให้ภรณีดู “ดูสิคะ สวยไหม” หม่อมเจ้าหญิงภรณีดูรูปแล้วสไลด์รูปไปเรื่อยๆ มะลิพูดไปก็สไลด์รูปให้ดูไป
หม่อมเจ้าหญิงภรณีดูรูปก็ยิ้มชอบใจ ทันใดนั้นสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับรูปนึง “เดี๋ยว !”มะลิหยุดสไลด์รูป หม่อมเจ้าหญิงภรณีจับมือถือขึ้นมาไว้เองแล้วยกมือขึ้นดูด้วยมือที่สั่นเทา
“มีอะไรหรือคะท่านทวด”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีไม่ตอบ แต่จับจ้องไปที่บนมือถือ รูปมะลิถ่ายเซลฟี่ในวัดแล้วติดพระปราบอยู่ด้านหลัง หญิงชราตะลึง น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย “ปรุง ! ปรุง...ปรุง !” เธอทรุดลงกับพื้นและร้องไห้โฮ
มะลิกับเกล้ามาศตกใจรีบช่วยกันประคองร่างของหม่อมเจ้าหญิงภรณี เกล้ามาศเอามือถือมาดู เห็นรูปพระปราบในมือถือก็จำได้

“ไม่คิดว่าที่ต้องมาครั้งนี้เพราะถึงเวลาแล้ว”
“เวลาอะไรคะ”
พระปราบมองเกล้ามาศ “เวลาที่กงกรรมกงเกวียนนำพาให้อาตมาต้องมาพบกับโยม”

เกล้ามาศอึ้งไปเลย
ส่วนหม่อมเจ้าหญิงภรณียังคร่ำครวญ “ปรุงกลับมาแล้ว ! ปรุงกลับมาหาชั้นแล้ว !”

เช้าวันต่อมา รถของอินทวงศ์ขับเข้ามาจอดที่วัด เกล้ามาศกับพริมลงจากรถแล้วช่วยกันประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณีลงจากรถ อินทวงศ์ลงไปช่วยด้วย

เกล้ามาศกับอินทวงศ์ช่วยกันประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณี พริมเดินมาด้วยกัน
พริมเอ่ย “ให้ท่านทวดคอยตรงนี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวชั้นไปถามให้ดีกว่า ว่าหลวงพี่อยู่ไหน”
“มากันเสียทีนะ” ทุกคนหันไปทางเสียง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันไปเห็นพระปราบยืนอยู่ ราวกับว่าพระปราบรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะมา “ปรุง...” หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตาไหลด้วยความดีใจ...เขาคือสิ่งเดียวบนโลกที่เธอรอคอยมาทั้งชีวิต และไม่ว่าจะเป็นกาลเวลาหรือความเจ็บป่วยทางร่างกายก็ไม่เคยทำให้เธอลืมเขาได้เลย
พระปราบยิ้มละมุนให้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้าวเข้าไปหาพระปราบ เกล้ามาศปล่อยให้ย่าทวดเดินไป อินทวงศ์ยื่นมือไปจะห้าม แต่เกล้ามาศส่ายหน้าให้อินทวงศ์เชิงว่า...ไม่เป็นไร หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้าวเข้าไปหาพระปราบช้าๆ น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาเป็นสายไม่หยุด
เท้าของหม่อมเจ้าหญิงภรณีเปลี่ยนเป็นเท้าของ "หม่อมเจ้าหญิงภรณีวัยสาว" ในชุดโบราณ หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตาไหลอาบแก้มมองปรุงด้วยความรู้สึกคิดถึงจับใจ...ใจอยากจะเข้าไปกอด..แต่ผ้าเหลืองที่เขาห่มอยู่ไม่สามารถทำให้เธอทำได้
หม่อมเจ้าหญิงภรณีวัยสาว เดินมาหยุดยืนตรงหน้าพระปราบ เอ่ยถามทั้งน้ำตา “หายไปไหนมา รู้ไหมว่ารออยู่”
“รู้ ถึงได้กลับมา” หม่อมเจ้าหญิงภรณีวัยสาวปล่อยร้องไห้โฮและยิ้มด้วยความดีใจ “อาตมาตั้งใจจะกลับมาบอกโยมว่า...ปล่อยวางได้แล้วนะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีพยักหน้ารับทั้งน้ำตา แล้วก้มกราบแทบเท้าของพระปราบ เกล้ามาศ อินทวงศ์ พริมพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งยิ้มคนเดียว พริมอยู่เป็นเพื่อน “ระหว่างรอมาศกับคุณต๊ะคุยกับหลวงพี่ปราบ ท่านทวดเล่าให้พริมฟังหน่อยสิคะ ว่าเมื่อก่อนท่านทวดกับหลวงพี่ปราบ..เอ่อ..พี่ปรุงรักกันได้ยังไง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองพริม แล้วทอดสายตาออกไปเบื้องหน้า พูดบทกลอนจากเรื่อง สาวิตรี จากพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 "ความรักเหมือนน้ำอมฤต ได้ดื่มแล้วชื่นจิตพิศวง ระงับโรคโศกสูญพูนพะวง เพราะรักรื่นยืนยงยั่วยวนใจ" หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มกับตัวเอง

เกล้ามาศกับอินทวงศ์ก้มกราบพระปราบ พระปราบมองภาพอินทวงศ์กับเกล้ามาศและยิ้มเมตตากับความรักของทั้งสอง “เนื้อคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภพชาติก็ต้องได้กลับมาพบเจอกัน” เกล้ามาศกับอินทวงศ์สบตากันเขินๆ แว่บนึง แล้วหันมาฟังพระปราบพูดต่อ “แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ ต่อให้พยายามเท่าใดอย่างไรก็ต้องมีเหตุให้แคล้วคลาด” พระปราบมองไปทางหน้าต่าง
พระปราบเห็นผีริ้วทองยืนอยู่ไกลๆ แต่จ้องมาที่พวกเขาด้วยแววตาโกรธแค้น เกล้ามาศกับอินทวงศ์มองตาม แต่ไม่เห็นริ้วทอง พระปราบพยักหน้ารับ
เกล้ามาศสบายใจขึ้นจึงถาม “หลวงพี่คะ หลวงพี่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ว่าชาติที่แล้วหลวงพี่เป็นใคร”
“ตั้งแต่จำความได้ อาตมามักจะฝันเห็นเรื่องราวมากมาย” พระปราบ...นึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยเห็น พระปราบเล่าให้เกล้ามาศฟัง “อาตมาไม่รู้ว่าสิ่งที่อาตมาเห็นมันคืออะไร อาตมาหาคำตอบให้ตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ แล้วจิตที่นิ่งสงบก็ให้คำตอบกับอาตมาว่าภาพเหล่านั้นมันคือกรรมที่อาตมาเคยทำไว้เมื่ออดีตชาติ อาตมาจึงออกบวชตลอดชีวิตเพื่อหวังให้บุญกุศลปลดปล่อยความทุกข์ให้กับเจ้ากรรมนายเวรของอาตมา”
“มาศอยากปลดปล่อยความทุกข์ให้ริ้วทองเหมือนกัน มาศควรทำอย่างไรคะ”
“ทำอย่างที่โยมทำอยู่น่ะถูกต้องแล้ว ไม่โกรธ ไม่อาฆาตแค้น ไม่สร้างบ่วงกรรมให้มันแน่นหนามากขึ้นไปมากกว่านี้อีก”
“แต่ริ้วทองไม่เห็นความหวังดีของคุณมาศ เขายังทำร้ายคุณมาศ แล้วก็ทำร้ายคนอื่นๆ”
“นั่นคือกรรมของเขา ตราบใดที่เขายังยึดกับความแค้น ยังติดกับสิ่งที่รัก จนมองไม่เห็นด้วยปัญญาของตัวเองว่าสิ่งใดควรไม่ควรก็ไม่มีใครช่วยเขาได้”
“หลวงพี่คะ บอกมาศได้ไหมคะ ว่าริ้วทองต้องการอะไรจากมาศ”
“เขาต้องการให้โยมเป็นเหมือนเขา สูญเสียเหมือนที่เขาสูญเสีย”
เกล้ามาศอึ้งตกใจ อินทวงศ์จับมือเกล้ามาศแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ “หลวงพี่คะ มาศเคยทำกรรมอะไรไว้กับริ้วทอง ริ้วทองถึงต้องโกรธแค้นมาศมากขนาดนี้”
“อาตมาไม่สามารถบอกในสิ่งที่อาตมาไม่รู้อย่างชัดเจนได้ เรื่องราวในอดีตที่อาตมาระลึกได้นั้นก็เป็นเพียงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนายปรุง ส่วนใครทำอะไรไว้กับใคร อาตมาไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่อาตมาขอให้โยมเชื่อมั่นในความดี พลังของจิตที่มีเมตตาจะนำพาแสงสว่างให้กับโยม”
เกล้ามาศตั้งใจฟังและคิดตามที่พระปราบพูด

ที่เรือนหม่อมเจ้าหญิงภรณี เกล้ามาศห่มผ้าให้ย่าทวด หญิงชราพูดไปยิ้มไป "อดอะไรจะเหมือนอดที่รสรัก อกจะหักเสียด้วยใจอาลัยหา ไม่เห็นรักหนักดิ้นสิ้นชีวา จะเป็นบ้าเสียเพราะรักสลักทรวง"
“ท่านทวดท่องกลอนอะไรคะ”
“กลอนจากเรื่องพระอภัยมณีของท่านสุนทรภู่ แปลกมากเลยนะมาศ อยู่ๆ ทวดก็จำกลอนจากวรรณคดีที่ทวดเคยจำได้เมื่อตอนสาวๆ เอาไว้วันหลังทวดจะท่องให้ฟัง”
“กำลังใจดี ร่างกายก็จะดีขึ้นไปด้วยค่ะ วันหลังมาศ พาทวดไปหาหลวงพี่ปราบอีกดีกว่า ท่านทวดจะได้มีความสุข”
“มาศพูดจริงนะ”
“จริงสิคะ แต่ท่านทวดต้องทานข้าวทานวิตามินให้ครบ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้ร่างกายแข็งแรง เพราะถ้าท่านทวดไม่สบาย ท่านทวดก็จะออกไปข้างนอกไม่ได้”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกระตือรือร้น “จ้ะๆ ทวดจะแข็งแรง ทวดนอนแล้วนะ”
เกล้ามาศยิ้มรับ หม่อมเจ้าหญิงภรณีหลับตานอน เกล้ามาศมองไปที่หุ่นกระบอกนางยี่สุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วนึกถึงสิ่งที่พระปราบบอก

“อาตมาไม่รู้ว่าสิ่งที่อาตมาเห็นมันคืออะไร อาตมาหาคำตอบให้ตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ แล้วจิตที่นิ่งสงบก็ให้คำตอบกับอาตมาว่าภาพเหล่านั้นมันคือกรรมที่อาตมาเคยทำไว้เมื่ออดีตชาติ”

เกล้ามาศคิดตามและตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

ที่ห้องพระ เกล้ามาศก้มกราบพระเสร็จก็พนมมือตั้งจิตอธิษฐาน “ขอให้มาศมีสมาธิมีจิตที่นิ่งมั่นคง รับรู้ถึงสิ่งที่มาศเคยทำไว้กับริ้วทอง เพื่อที่มาศจะได้ชดใช้เวรกรรมนั้นให้เขา” เกล้ามาศหลับตานั่งสมาธิ
พระปราบก้มกราบหลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมาเปลวเทียนกับดับพรึ่บ พระปราบมอง...รับรู้ได้ว่าริ้วทองมา...พระปราบหันไปทางหน้าต่าง พระปราบเห็นผีริ้วทองยืนสีหน้าถมึงทึงอยู่ที่ริมหน้าต่าง
“เหตุใดพี่ปรุงจึงสับปลับกับชั้นเช่นนี้! ไหนเคยบอกว่าจะอยู่ข้างชั้น แล้วไปช่วยมันทำไม !”
“ถ้าโยมยังปิดหูปิดตาตัวเอง ยึดมั่นแต่ความปรารถนาของตัวเอง ไม่มองเห็นความดีของใคร โยมจะไม่เหลือแม้กระทั่งความเมตตาจากคนที่โยมรัก”
สิ้นคำเกิดลมพัดแรงจนข้าวของในกุฏิล้มเสียหาย พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น “พี่ปรุงคอยดูก็แล้วกัน ว่ามันกับชั้นใครจะเป็นฝ่ายไม่เหลืออะไรเลย!”
พระปราบถอนหายใจอย่างปลงตก

เปลวเทียนบนหิ้งพระดับมอดไปจนเกือบจะหมดเล่ม เกล้ามาศยังคงนั่งสมาธิ...หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน...เพราะเห็นภาพในอดีตที่ยังดูมั่วๆ ไม่ปะติดปะต่อ

ภาพในอดีตของรัมภาและริ้วทอง ในช่วงก่อนที่ริ้วทองจะเข้ามาอยู่ในวังศุภมาศ จนกระทั่งถึงภาพสุดท้ายใครคนหนึ่งเงื้อมีดขึ้นในอากาศ และหน้าริ้วทองตกใจสุดขีด ฟ้าผ่าเปรี้ยง !!!!

เกล้ามาศสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจสุดขีด แล้วมีสีหน้าไม่สบายใจมากๆ “ใครฆ่าริ้วทอง”

ที่คอนโดทรรศนะ อินทนิลสั่งงานเปิ้ลมาตามทาง ทั้งสองมุ่งหน้าไปที่ห้องของทรรศนะ “ให้คนมาขนของในห้องไปเผาทิ้งให้หมด ห้ามใครเก็บอะไรไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนห้องก็ประกาศขาย ติดประกาศไปด้วยด้วยว่าชั้นจะเอาเงินค่าคอนโดทั้งหมดไปทำบุญ”
อินทนิลเปิดประตูเข้าไป เจอทรรศนะถือช่อดอกไม้ยืนอยู่ในห้อง อินทนิลมองเปิ้ลเป็นเชิงถามว่า...ไอ้นี่มาได้ไง
“เปิ้ลโทรไปบอกให้คุณทรรศเอาคีย์การ์ดมาคืนค่ะ”
“จัดการตามที่ชั้นบอกให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะชั้นจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก !”
“พี่นิลครับ!” ทรรศนะวิ่งตามอินทนิลไป

อินทนิลเดินออกมาที่ลานจอดรถ...ใบหน้าเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว..แต่น้ำตาไหลตลอด อินทนิลหยิบกุญแจรถออกมา กดยิงรีโมทไปที่รถ กำลังจะขึ้นรถ แต่ทรรศนะโผล่ออกมาขวางหน้ารถ “พี่นิลครับ! ผมขอโอกาสแก้ตัว ผมจะเป็นทรรศคนใหม่ที่รักและจริงใจกับพี่นิลคนเดียวไปตลอดชีวิต ให้โอกาสผมเถอะนะครับ”
“อย่ามาแตะตัวพี่! เดี๋ยวกลิ่นคาวจากแทมมี่มันจะกระเด็นมาโดนชั้น”
“ถ้าพี่นิลไม่ให้อภัยผม งั้นผมขอตายดีกว่า ผมอยู่โดยที่ไม่มีพี่นิลไม่ได้จริงๆ” ทรรศนะมองไปที่ถนน รถกระบะคันหนึ่งกำลังวิ่งมาทางนี้
อินทนิลมองตามแล้วยิ้มเยาะ “พี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะทรรศ มุขน้ำเน่าจะฆ่าตัวตาย หลอกพี่ไม่ได้หรอกนะ”
“ผมไม่ได้หลอก แต่ผมเอาจริง”
“งั้นก็เชิญ พี่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอรักพี่อย่างที่พูดจริงหรือเปล่า”
อินทนิลกับทรรศนะจ้องตากันอย่างท้าทาย อินทนิลมั่นใจว่าทรรศนะไม่กล้าแน่ รถกระบะวิ่งเข้ามาถึง ทรรศนะตัดสินใจกระโดดออกไปนอนที่พื้น อินทนิลตกใจสุดขีด ทรรศนะนอนก้มหน้าหลับตาปี๋ รถกระบะวิ่งมาถึงตัวทรรศนะ
อินทนิลร้องลั่น “ทรรศ !!!” รถกระบะเบรคได้ทันก่อนจะถึงร่างของทรรศนะอย่างเฉียดฉิว อินทนิลไม่สนใจคนขับ เขย่าร่างของทรรศนะ “ทรรศ ทรรศตอบพี่สิ อย่าแกล้งพี่ได้ไหม พี่ใจไม่ดี”
“พี่นิลยังห่วงผม แสดงว่าพี่นิลยังรักผมอยู่ ผมสาบาน ผมจะรักพี่นิลคนเดียว ถ้าผมทำให้พี่นิลเสียใจอีก ขอให้ผมไม่ตายดี ขอให้ผม.....”
อินทนิลยกมือปิดปากทรรศนะ “พอแล้ว พี่เชื่อแล้ว” อินทนิลโผกอดทรรศนะ ทรรศนะกอดอินทนิลแล้วเขาก็ยิ้มให้กับคนขับรถกระบะเพราะรู้จักกัน

ที่วังติณชาติ เกล้ามาศเดินออกมาจากด้านใน
“คุณมาศครับ คุณต๊ะมาแล้วครับ” พลบอก
“ขอบใจจ้ะ” พลออกไป เกล้ามาศหันไปสั่งประยงค์ที่ทำความสะอาดอยู่แถวนั้น “มาศรบกวนป้าประยงค์ไปช่วยนุชดูแลท่านทวดนะคะ มีคนแปลกหน้าเข้ามาในวังเยอะๆ ท่านทวดอาจจะตกใจ”
“คุณมาศจะทำอะไรคะ”
“มาศจะขุดลอกทำความสะอาดสระบัวค่ะ”
เพล้ง! แจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตกแตกอย่างไม่มีสาเหตุ เกล้ามาศหันขวับไปมอง แล้วมีสีหน้าไม่สบายใจ

สวิตากำลังโพสต์ท่าถ่ายแบบอย่างมืออาชีพ ถ่ายแบบเป็นคอนเซ็ปต์แนวลึกลับจึงต้องจัดไฟให้สลัวๆ คุณไลยนั่งดูลูกสาวด้วยความปลาบปลื้มอยู่กับทีมงานอีกด้านหนึ่ง
สวิตาหันหลังเตรียมโพสต์ท่าเอี้ยวตัวมาด้านหน้า แต่จังหวะที่หันหลังไปนั้นก็เจอหน้าริ้วทองยื่นมาชิดหน้าสวิตา
“ไปวังติณชาติ!”
สวิตาบอกเสียงเบาและพูดเร็ว “ชั้นทำงานอยู่ ไปตอนนี้ไม่ได้” สวิตาเอี้ยวตัวมาจิกกล้องแตกให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์...เสร็จแล้วก็โพสต์ท่าใหม่อีก
เสียงริ้วทองดังก้องในหูของสวิตา “ไปวังติณชาติ! อย่าให้มันเอากูขึ้นมาทำลาย !”
สวิตามีสีหน้ารำคาญ แต่ก็พยายามไม่สนใจเสียงริ้วทอง จิกหน้าโพสต์ท่าถ่ายรูป
ริ้วทองโกรธ “กูสั่งให้ไปวังติณชาติ !
สิ้นคำไฟในห้องดับพรึ่บ สวิตาผงะหงายไปด้านหลังแล้วตัวก็แข็งตาแดงวาบ เพราะถูกผีริ้วทองเข้าสิงแล้ว สวิตาที่มีริ้วทองสิงเดินออกไปจากสตูดิโอ คุณไลยและทีมงานตกใจ
“วิจะไปไหนลูก !” คุณไลยวิ่งตาม

สวิตาที่มีริ้วทองสิงเดินเร็วๆ ออกมา
คุณไลยวิ่งตามมาห่างๆ “วิ วิจะไปไหน! รอแม่ก่อนวิ !” แต่สวิตาไม่หยุดเดิน
ทีมงาน1คนเดินสวนเข้ามาพอดีจึงขวางหน้าสวิตา “คุณวิจะไปไหนครับ”
สวิตาไม่ตอบแต่ผลักทีมงานแล้วเดินออกไป ทีมงานคนนั้นกระเด็นลอยไปไกลเกินกว่าที่พลังผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างสวิตาจะทำได้ คุณไลยกับทีมงานที่วิ่งตามมาเห็นภาพนั้นก็อึ้งตกใจ ทีมงานเข้าไปดูเพื่อนทีมงานด้วยกัน ส่วนคุณไลยวิ่งตามสวิตาต่อ

สวิตาที่มีริ้วทองสิงเดินฉับๆ มาตามทาง คุณไลยวิ่งตามมาอย่างเร็ว “วิ !” คุณไลยออกแรงวิ่งไปจนตามสวิตาทัน จึงคว้าแขนของสวิตาแล้วกระชากมาอย่างแรง “หยุดเดี๋ยวนี้นะวิ !” แขนสวิตาใกล้กับหน้าอกของคุณไลย ซึ่งมีแสงสีทองจากพระเครื่องที่ห้อยอยู่กับสร้อยของคุณไลย สวิตาที่มีริ้วทองสิงอยู่กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด คุณไลยตกใจหนัก “วิ วิเป็นอะไรลูก”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/3 วันที่ 12 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ