อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/4 วันที่ 12 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/4 วันที่ 12 ก.พ. 59

สวิตาที่มีริ้วทองสิงเดินฉับๆ มาตามทาง คุณไลยวิ่งตามมาอย่างเร็ว “วิ !” คุณไลยออกแรงวิ่งไปจนตามสวิตาทัน จึงคว้าแขนของสวิตาแล้วกระชากมาอย่างแรง “หยุดเดี๋ยวนี้นะวิ !” แขนสวิตาใกล้กับหน้าอกของคุณไลย ซึ่งมีแสงสีทองจากพระเครื่องที่ห้อยอยู่กับสร้อยของคุณไลย สวิตาที่มีริ้วทองสิงอยู่กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด คุณไลยตกใจหนัก “วิ วิเป็นอะไรลูก”
สวิตาดิ้นไปมา คุณไลยยิ่งกอดสวิตาเอาไว้ด้วยความห่วงใย ทำให้สร้อยพระที่ห้อยคอคุณไลยก็ยิ่งแนบชิดกับตัวสวิตา สวิตายิ่งกรีดร้องและดิ้นทรมาน “ปล่อยกู! กูเจ็บ!”

ทีมงานวิ่งตามมาถึงทันเห็นภาพสวิตามีอาการเหมือนถูกผีเข้าก็พากันมองอย่างตื่นตะลึง
“มัวมองอะไรอยู่ มาช่วยกันหน่อยสิ !”


ทีมงานวิ่งเข้าไปช่วยกันจับสวิตา สักพักสวิตาหยุดดิ้นแล้วสลบเหมือดไป เพราะผีริ้วทองออกจากตัวแล้ว
ริ้วทองยืนคลำเนื้อตัวและร้องไห้เจ็บปวด แล้วสะบัดหน้าไปด้านหนึ่ง “พวกมึงอย่าคิดว่ากูจะยอม !”

อินทวงศ์ยืนอยู่กับกลุ่มคนงานที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสระบัว ด้วยการขุดลอกดินริมตลิ่งก่อน พลทำหน้าที่ยกแก้วน้ำกระติกน้ำมาเสิร์ฟให้พวกคนงานวางไว้แถวนั้น ส่วนเกล้ามาศยืนอยู่ลำพัง
พริมเดินเร็วๆ เข้ามา..ชะเง้อมองไปทางสระน้ำอย่างอยากรู้ แล้วเข้าไปหาเกล้ามาศ “โทษทีมาช้า รถติ๊ดติด เป็นไงบ้าง..เจออะไรเด็ดๆ อยู่ในสระหรือยัง”
“ยัง คนงานของคุณต๊ะเพิ่งจะเริ่ม”
“สระใหญ่ขนาดนี้ เราจะเจอง่ายๆ เหรอ”
“เมื่อคืนชั้นฝันเห็นริ้วทองถูกทำร้ายแถวสะพาน ชั้นก็เลยให้คุณต๊ะโฟกัสแถวนั้นเป็นพิเศษ”
“ชั้นว่าเราน่าจะเชิญหมอผีมาดูก่อน เอาให้รู้ไปเลยว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน”
พลโผล่หน้ามาระหว่างเกล้ามาศกับพริม...สาระแนอยากรู้ “หมอผี ? เชิญหมอผีมาทำอะไรเหรอครับ ป้ายงค์เคยเล่าให้ฟังว่าคุณมาศได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้มาจากสระบัว เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ” เกล้ามาศกับพริมมองหน้ากันอย่างหนักใจ “ไม่จริงใช่ไหมครับ ผมว่าแล้วว่าป้ายงค์ต้องโม้แต่งเรื่อง ถ้ามีผีจริง ทำไมจะต้องมาส่งเสียงโหยหวนทำตัวผีดราม่าหรือผีบ้า” พลหัวเราะ
หน้าริ้วทองอยู่แถวนั้นหันขวับไปมองที่พล พลถูกพลังบางอย่างดึงลงในน้ำ! พลตกลงไปในน้ำแล้วหายไปเลย
พริมและเกล้ามาศตกใจ “พล !”
อินทวงศ์หันขวับมามอง อินทวงศ์หันไปสั่งคนงาน “ รีบลงไปช่วยกันเร็ว !”
ริ้วทองจิกตา! เกิดลมพัดกรรโชกแรง ข้าวของปลิวว่อนไปกระแทกตัวคนงาน เพื่อห้ามไม่ให้ลงไปช่วยพลได้ง่าย แต่ก็มีบางคนที่กระโดดลงไปได้ เกล้ามาศ พริม อินทวงศ์ต้องยกมือป้องลมที่หน้า ทรงตัวกันแทบไม่อยู่ เกล้ามาศลมลงกับพื้น
“คุณมาศ !” อินทวงศ์วิ่งเข้าไปหาเกล้ามาศ
เกล้ามาศได้ยินเสียงหัวเราะของริ้วทอง “ฮ่าๆๆๆ”
เกล้ามาศลดมือลง...มองไปที่กลางสระน้ำ ก่อนจะเห็นริ้วทองยืนอยู่ “ริ้วทอง...”
อินทวงศ์และพริมมองตามสายตาของเกล้ามาศ แต่ไม่เห็นใคร
“ริ้วทอง...ไม่เห็นมีเลยมาศ”
เกล้ามาศไม่ตอบคำถามของพริม แต่พูดกับริ้วทอง “ริ้วทอง..ปล่อยพลเถอะ”
“ถ้าไม่เลิกยุ่งกับกู มันตาย !”
“แต่ชั้นอยากช่วยเธอ ถ้าในสระบัวจะมีอะไรที่ทำให้ชั้นช่วยปลดปล่อยเธอไปสู่สุคติได้ ชั้นก็อยากจะทำให้”
“กูไม่ต้องการ!” คนงานโผล่ออกมาจากน้ำ ริ้วทองหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
เกล้ามาศขอร้อง “ริ้วทองปล่อยพลเถอะ”
อินทวงศ์ห้าม “ริ้วทอง หยุดเดี๋ยวนี้ จะสร้างเวรสร้างกรรมไปถึงไหน !”
“พวกมึงทำให้ท่านชายโกรธกู ! มันต้องตาย !” ริ้วทองจิกตาลงไปในน้ำ พลดิ้นอยู่ในน้ำ
เกล้ามาศร้องไห้ “อย่าทำพลเลยนะริ้วทอง ชั้นขอร้อง”
ริ้วทองไม่ฟัง หัวเราะสะใจ เสียงพระปราบดังก้องขึ้น “พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง”

เสียงพระปราบสวดมนต์ดังก้องออกมาจากถ้ำ พระปราบพนมมือสวดมนต์ “ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ”
ริ้วทองแหงนหน้ามองไปรอบๆ รู้สึกปวดแสบปวดร้อนร่างกายเพราะเสียงสวดของพระปราบ “พี่ปรุง อย่ายุ่งกับชั้น กรี๊ดดดดดดด” เสียงพระปราบยังดังต่อเนื่อง ริ้วทองทนไม่ไหวส่งเสียงร้องกรี๊ดโหยหวนแล้วกระเด็นหายไปจากตรงนั้น
ลมพายุหายไป เกล้ามาศมองไปที่สระน้ำไม่เห็นริ้วทองแล้ว

ริ้วทองกระเด็นมากองอยู่ตรงหน้าพระปราบ ริ้วทองเงยหน้ามองพระปราบด้วยสายตาไม่พอใจ !

ร่างพลโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ
“เจอแล้ว !” คนงานช่วยกันดึงร่างพลขึ้นมาที่ริมตลิ่ง
อินทวงศ์ เกล้ามาศ พริมเข้าไปดูพล อินทวงศ์เขย่าหน้าพล “พล พล”
พลสำลักน้ำออกมาแล้วไอค่อกแค่ก พอตั้งสติได้ก็คว้ามือเกล้ามาศร่ำร้องบอกอย่างตื่นกลัวว่า “คะ...คุณมาศ ตะกี้ผมเห็นตะ..ใต้น้ำ...มะ..มี...โครงกระดูก !”
เกล้ามาศและทุกคนอึ้งไปเลย !

ริ้วทองนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในความมืด “ท่านชายต้องห้ามไม่ให้มันยุ่งกับหม่อมชั้น พวกมันจะขัดขวางหม่อมชั้น ไม่ให้เราได้รักกัน...เหมือนที่มันเคยทำ”
เสียงพระปราบดังขึ้น “คำนึกถึงอดีตทำให้เศร้าหมอง คำนึงถึงอนาคตทำให้อ่อนแอ”
“พี่ปรุง...”
พระปราบนั่งสมาธิเพ่งจิตไปคุยกับริ้วทอง
ริ้วทองพูดทั้งน้ำตา...นึกถึงความทุกข์ทรมานเมื่อครั้งอยู่ใต้สระ “พี่ปรุงไม่ได้เป็นชั้น พี่ปรุงไม่รู้หรอกว่าการถูกขังให้อยู่ในนั้นมันทรมานเพียงใด”
ที่สระบัววังติณชาติ คนที่งมลงไปในน้ำ แหวกลำต้นของบัวและพืชใต้น้ำดำลึกลงไปน้ำ จนเห็นหัวกะโหลกและซี่โครงของมนุษย์วางอยู่บนโคลนก้นสระน้ำ
“มันทั้งหนาวทั้งมืด ชั้นต้องอยู่อย่างอ้างว้างโดดเดี่ยว เฝ้าคิดถึงทุกคนที่ชั้นรัก บางทีความตายยังไม่น่ากลัวเท่านี้เลย” ริ้วทองร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทมใจ

โครงกระดูกของมนุษย์สีดำจากการแช่น้ำมาเป็นเวลาหลายสิบปีวางอยู่บนผ้าสีขาว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังถ่ายรูปโครงกระดูก เกล้ามาศ พริม อินทวงศ์ยืนดูเหตุการณ์อยู่หลังเส้นเหลืองดำของตำรวจ กลุ่มผู้ชายที่มาขุดลอกสระก็ทำตัวเป็นไทยมุงชะเง้อมองไปที่กระดูกกันอย่างสนใจ
เกล้ามาศเศร้า “ตั้งแต่เด็กชั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ให้ช่วยดังมาจากสระน้ำ แค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเธอต้องทุกข์ทรมานมาก น่าสงสารริ้วทองจัง”
“ใช่ครับ น่าสงสารมาก” อินทวงศ์เห็นพ้อง
ทุกคนต่างมองไปที่โครงกระดูกมนุษย์บนกองผ้าสีขาว
พลเนื้อตัวเปียกปอนเล่าให้ตำรวจฟังด้วยความหวาดกลัว “ตอนอยู่ในน้ำ...ผมพยายามจะว่ายโผล่ขึ้นมา..แต่มันว่ายไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรบางอย่างมากดตัวผมไว้ กดๆ ลงไป จนกระทั่งผมเห็น”
ตำรวจซัก “เห็นโครงกระดูก?”
“เห็นเต่า! หน้ามันจ่ออยู่ตรงหน้าผม ผมตกใจรีบว่ายหนี ถึงหันไปเจอโครงกระดูก”
เกล้ามาศให้ปากคำกับบัลลพ อินทวงศ์กับพริมยืนอยู่ด้วย
“มันยังไงกันครับคุณมาศ”
“ชั้นขอให้คุณต๊ะมาขุดลอกทำความสะอาดสระบัว ปรับปรุงวัง แต่ไม่คิดว่าจะเจอโครงกระดูกคน”
“แล้วในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของบ้าน คุณคิดว่าโครงกระดูกนั้นน่าจะเป็นใคร”
เกล้ามาศ พริม อินทวงศ์สบตากันด้วยความหนักใจเพราะต่างรู้ว่าเป็นของริ้วทอง ก่อนที่เกล้ามาศจะตอบบัลลพว่า “น่าจะเป็นโครงกระดูกของข้าทาสบริวารที่เคยอยู่ที่นี่ เพราะท่านทวดณีเคยเล่าว่าเมื่อก่อนสมัยที่ท่านสาวๆ ที่วังติณชาติมีคนอยู่เยอะ”
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ท่านทวดของคุณยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”
“อยู่ค่ะ ท่านอยู่ที่เรือนไทย”
“ดีเลย ผมคงต้องขอสอบปากคำท่านด้วย”

หม่อมเจ้าหญิงภรณีบรรจงร้อยพวงมาลัยด้วยสีหน้าสุขใจที่จะได้เอาพวงมาลัยที่กำลังร้อยนี้ไปถวายพระปราบ...ต่างจากประยงค์ที่นั่งร้อยพวงมาลัยเป็นเพื่อนแต่มีอาการกระวนกระวาย...ชะเง้อมองออกไปทางนอกเรือนเป็นระยะๆ...อยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่สระน้ำ
นุชถือกิ่งดอกแก้ววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะไปรู้มาว่าพลตกน้ำและเจอกระดูกคนอยู่ในน้ำ...แต่นุชต้องพยายามเก็บอาการไม่ให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีรู้ “กิ่งดอกแก้วทำตัวกระแตได้แล้วค่ะท่านทวด”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มรับ นุชวางกิ่งดอกไว้บนโต๊ะตรงหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างประยงค์
ประยงค์กระซิบถาม “มีอะไรคืบหน้ามั้ย” นุชพยักหน้าให้แล้วกระซิบหูประยงค์ ประยงค์ตกใจมาก ประยงค์พูดเสียงเบาๆ ไม่ให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีได้ยิน “ไอ้พลเจอกระดูกคน ทำไงดี อยากออกไปเผือกจัง”
พอดีกับที่หม่อมเจ้าหญิงภรณีเอื้อมมือไปหยิบดอกมะลิในถาด แต่เห็นว่าดอกมะลิพร่องไปจะเกือบหมดแล้ว “อ้าว...ดอกไม้จะหมดแล้ว ยังร้อยพวงมาลัยไม่เสร็จเลย”
ประยงค์เนียนทันที “ประยงค์เห็นหลังวังมีดอกบานไม่รู้โรยกับดอกพุดออกดอกเต็มต้น เดี๋ยวประยงค์กับนุชไปเก็บให้เองค่ะ ท่านทวดรออยู่ในนี้” ประยงค์กับนุชคว้าถาดใส่ดอกไม้ติดมือไปคนละถาดแล้วพากันออกไปจากเรือน
หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มหน้าจะร้อยพวงมาลัยต่อ แต่นึกขึ้นได้ “เออ ตัดใบตองมาทำกระทงใส่ขนมถวายพระด้วยนะ” แต่ประยงค์กับนุชหายไปแล้ว “ประยงค์ นุชได้ยินไหม”

บัลลพสั่งงานลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาหาเกล้ามาศ อินทวงศ์ พริม “ไปพบท่านทวดกันเถอะครับ เดี๋ยวจะได้สอบปากคำท่าน”
ทั้งหมดกำลังจะออกไป แต่พบหม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเร็วๆ มาทางสระน้ำ..เธอสีหน้าตื่นตระหนกเพราะตกอยู่ในภวังค์ว่าได้ยินเสียงคนร้องเหมือนเมื่อครั้งสาวๆ
เกล้ามาศตกใจ “ท่านทวด ! ท่านทวดมาทำอะไรตรงนี้คะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีสงสัย “แล้วนั่นคนมาทำอะไรกันเยอะแยะ”
ประยงค์ พล นุชวิ่งตามหม่อมเจ้าหญิงภรณีมาและตะโกนร้องเรียก ประยงค์ดันสะดุดก้อนหินล้ม “ว้าย !!!”
ร่างของประยงค์ถลาล้มไปชนกับหม่อมเจ้าหญิงภรณี หญิงชรากระเด็นจะล้มไปข้างหน้า
เกล้ามาศตะโกนลั่น “ท่านทวด!”
ทุกคนตกใจ แต่อินทวงศ์ปราดเข้าไปรับร่างหม่อมเจ้าหญิงภรณีไว้ได้ แต่ทั้งคู่ก็ล้มลง หม่อมเจ้าหญิงภรณีล้มอยู่บนร่างของอินทวงศ์ แต่สายตามองไปเห็นโครงกระดูกคนอยู่บนผ้าสีขาววางอยู่ใกล้กับสระบัว...ทำให้เธอหวนนึกถึงความทรงจำที่เลือนหายไปนาน

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเงื้อมีดจะฟันริ้วทอง ริ้วทองร้อง หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ !

หม่อมเจ้าหญิงภรณีกรี๊ดตกใจ
อินทวงศ์ถามด้วยความเป็นห่วง “ท่านทวดเป็นอะไรไปครับ !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตื่นตระหนกสุดขีด “ทวดจำได้แล้ว! น้องรัมภาฆ่าริ้วทอง น้องรัมภาฆ่าริ้วทอง!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีพูดซ้ำๆ จนกระทั่งกรีดร้องแล้วเป็นลมไปในอ้อมกอดของอินทวงศ์
“ท่านทวด!”
เหล่าคนใช้และคนอื่นๆ ที่ไม่รู้เรื่องหม่อมเจ้าหญิงรัมภากับริ้วทองต่างตกใจกับอาการของหม่อมเจ้าหญิงภรณี แต่เกล้ามาศที่รู้เรื่องหม่อมเจ้าหญิงรัมภากับริ้วทองช็อคอึ้ง อินทวงศ์มองเกล้ามาศด้วยความห่วงใย

เรือนหม่อมเจ้าหญิงภรณี อินทวงศ์กับบัลลพคอยอยู่ข้างนอก เกล้ามาศเดินออกมาจากด้านใน
อินทวงศ์ถาม “ท่านทวดณีเป็นยังไงบ้างครับ”
“ฟื้นขึ้นมาแล้ว ท่านไม่เป็นอะไรมากแต่ท่าทางอ่อนเพลียมาก ชั้นก็เลยให้ยัยพริมช่วยกล่อมให้นอนหลับ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้ท่านทวดอาจจะให้ความร่วมมือกับคุณไม่ได้”
บัลลพเข้าใจ “ไม่เป็นไรครับ ให้ท่านพักผ่อนไปก่อนน่ะดีแล้ว เอาไว้วันหลังผมค่อยนัดเข้ามาคุยกับท่านแล้วก็คุณแม่ของคุณด้วยเลย”
“ค่ะ ถ้าชั้นติดต่อคุณแม่ได้แล้ว ชั้นจะบอกท่านให้ค่ะ”
บัลลพยิ้มรับแล้วถาม “ขอโทษนะครับ ที่ท่านทวดพูดตอนอยู่ที่สระบัว ท่านพูดถึงใคร”
“ท่านทวดรัมภาเป็นน้องสาวของท่านทวดณีค่ะ ส่วนคนชื่อริ้วทองเป็นลูกสาวคณะหุ่นกระบอกที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เท่าที่ชั้นทราบเขาสองคนเคยมีปัญหากัน แต่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา”
“งั้นก็ต้องรอเจ้าหน้าที่นิติเวชชันสูตรโครงกระดูกก่อน แล้วค่อยเอามารวบรวมกับพยานหลักฐานว่าโครงกระดูกนั้นเป็นของคนชื่อริ้วทองจริงหรือไม่”
อินทวงศ์อยากรู้ “แล้วถ้าเกิดว่าเป็นของริ้วทองจริงๆ ทางคดีจะเป็นยังไง”
“ก็ต้องดูก่อนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว ถ้าอายุคดีนานมากกว่ายี่สิบปี ก็ขาดอายุความฟ้องร้องคดีอาญา คดีก็สิ้นสุด”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศพยักหน้ารับ
สวิตานอนหมดสติอยู่บนโซฟา คุณไลยส่ายยาดมไปมาที่ปลายจมูก สักพักสวิตารู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา
“วิฟื้นแล้ว! วิเป็นยังไงบ้าง”
สวิตางง “วิเป็นอะไรไปคะ”
คุณไลยยังไม่ตอบ แต่มีสีหน้าอึดอัดหนักใจ
เหล่านักข่าวเปิดประตูเข้ามา “น้องวิฟื้นแล้ว !” นักข่าวแห่เข้าไปรุมสัมภาษณ์สวิตา “น้องวิคะ ทีมงานบอกว่าตอนที่น้องวิถ่ายแบบอยู่ น้องวิมีอาการเหมือนคนถูกผีเข้า จริงไหมคะ”
สวิตาชักสีหน้าไม่พอใจ...นึกถึงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แล้วก็จำได้
“แล้วที่มีคนเล่าว่าก่อนหน้านี้น้องวิมักจะมีอาการหวาดกลัวเหมือนถูกผีหลอก น้องวิจะรู้สึกยังไงคะถ้าถูกเม้าว่าน้องวิเป็นบ้า”
สวิตาชักสีหน้าไม่พอใจ “แม่คะ วิจะกลับ” สวิตาลุกเดินออกไปเลย
“น้องวิคะ ตอบหน่อยสิคะ !”
คุณไลยรีบลุกตามลูกสาวไป

ที่วังติณชาติ เกล้ามาศกับพริมเดินออกมาจากในเรือน
“ชั้นกลับก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็โทรไปหาชั้นได้เลย” เกล้ามาศพยักหน้ารับศร้าๆ พริมกำลังจะเดินออกไปจากเรือน แต่อินทวงศ์เดินขึ้นมาพอดี พริมเข้าไปกระซิบอินทวงศ์ “ยัยมาศกำลังเครียด ปลอบใจมันเยอะๆ นะคะ”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/4 วันที่ 12 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ