อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

“ชั้นกลับก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็โทรไปหาชั้นได้เลย” เกล้ามาศพยักหน้ารับศร้าๆ พริมกำลังจะเดินออกไปจากเรือน แต่อินทวงศ์เดินขึ้นมาพอดี พริมเข้าไปกระซิบอินทวงศ์ “ยัยมาศกำลังเครียด ปลอบใจมันเยอะๆ นะคะ”
อินทวงศ์จับมือเกล้ามาศขึ้นมากุมและลูบหลังมือเบาๆ “ขอให้ความเครียดที่อยู่ในตัวคุณมาศหายไป” เขายกมือขึ้นเป่าเบาๆ “โอม..เพี้ยง !” เกล้ามาศยังเศร้าอยู่ “ว้า...ยังไม่ได้ผลอีก บอกผมสิว่าผมต้องทำยังไงถึงจะช่วยคุณให้หายเครียดได้”
“ชั้นไม่ได้เครียด แต่ชั้นกลัว”
“กลัวอะไรครับ”

“พระปราบเคยบอกว่าริ้วทองจะทำให้ชั้นสูญเสียเหมือนที่ชั้นเคยทำไว้กับริ้วทอง ชั้นเคยฆ่าริ้วทอง ริ้วทองก็คงจะอยากให้ชั้นตายเหมือนกัน” เกล้ามาศเสียงสั่นจะร้องไห้


“ถ้าจะมีใครตายชดใช้ความผิดในอดีต ก็ควรจะเป็นผม เพราะผมเป็นต้นเหตุ”
“ริ้วทองรักคุณ ริ้วทองไม่มีวันยอมให้คุณเป็นอะไร”
อินทวงศ์สวนทันที “ผมก็ไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเหมือนกัน !” อินทวงศ์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเกล้ามาศ...สื่อความหมายผ่านสายตาให้รู้ว่า...ผมรักคุณ
เกล้ามาศมองสายตาของอินทวงศ์กลับ...ใจสะท้านสั่นไหวกับสายตานั้น อินทวงศ์ค่อยๆ เข้าไปจูบที่หน้าผากของเกล้ามาศแผ่วเบาแทนคำปลอบใจ เกล้ามาศหลับตาสัมผัสความอบอุ่นนั้นจากเขา แล้วอินทวงศ์ก็ดึงเกล้ามาศไปกอด...ลูบหลังและบอกข้างหูของหญิงสาว “ไม่ต้องกลัว...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...เราสองคนจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
มือของเกล้ามาศค่อยๆ ยกกอดอินทวงศ์กลับ...แทนความหมายว่าเธอยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจแล้ว อินทวงศ์ยิ้มนิดอย่างรู้สึกดี

สวิตาขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน สวิตากับคุณไลยลงจากรถ สวิตามีสีหน้าเครียดหงุดหงิด คุณไลยมีความสงสัยในตัวสวิตาอยู่ตลอด แต่ยังไม่พูดออกมา
“คุณแม่เข้าบ้านไปในก่อนเถอะค่ะ วิจะทำธุระ”
“วิจะทำอะไรเหรอลูก”
“ธุระ "ส่วนตัว" ค่ะ”
คุณไลยจำใจยอม “ จ้ะ” คนใช้เดินออกมาจากในบ้าน คุณไลยหันไปสั่งคนใช้ “ขนของในรถเข้าไปในบ้านด้วย” คุณไลยแอบชำเลืองตามองสวิตาอย่างสงสัย ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
คนใช้เปิดท้ายรถแล้วหอบกองเสื้อผ้า กองบทละคร กระเป๋าใส่เครื่องสำอางใส่ของกระจุกกระจิกที่อยู่เบาะหลังรถเข้าไปในบ้าน สวิตารอจนคุณไลยและคนใช้เข้าไปในบ้านแล้ว ก็เดินไปที่มุมมืดๆ

คุณไลยเดินนำเข้าไปในบ้าน...คนใช้หอบข้าวของเดินตาม...ผ่านประตูที่มียันต์แปะอยู่ เกิดลำแสงสีทองออกมาจากตัวยันต์ แสงสีทองส่องกระทบลงไปบนกระเป๋าใส่ของสวิตาที่อยู่ในมือคนใช้ มีกำไลมาศปะปนอยู่ข้างใน !
คนใช้เดินหอบของเข้าไป โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

สวิตาเดินเข้ามาด้วยความหงุดหงิด “ริ้วทองออกมาหาชั้นเดี๋ยวนี้ เธอทำให้ชั้นเดือดร้อนอีกแล้วนะริ้วทอง เธอจะทำอะไรทำไมถึงไม่ระวังให้ชั้นบ้าง ถ้าคนอื่นคิดว่าชั้นบ้า ชั้นจะทำยังไง !” ริ้วทองไม่มา สวิตายืนเรียกอยู่อย่างงั้น

คุณไลยเดินนำคนใช้เข้ามาในบ้าน “เอาของวางไว้ตรงนี้ ให้ยัยวิเอาขึ้นไปบนห้องเอง เดี๋ยวเขาจะไม่พอใจที่เข้าไปในห้องเขา เธอจะไปทำอะไรก็ไป”
คนใช้รับคำแล้วเอาวางของสวิตาไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้าไปข้างใน คุณไลยรีบไปที่หน้าต่าง ชะเง้อมองออกไปด้านนอก มองหาสวิตาด้วยความอยากรู้ คุณไลยเห็นสวิตายืนพูดอยู่คนเดียวด้วยท่าทางหงุดหงิดโมโห ..เธอจึงมองด้วยความแปลกใจ “วิพูดกับใคร ! ท่าจะเพี้ยนไปแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย” คุณไลยตัดสินใจแอบออกไปดู
ดวงไฟในห้องกะพริบๆ ก่อนที่นิ้วจากมือผีของกำไลมาศค่อยๆ โผล่ออกมาจากกระเป๋า

คุณไลยย่องเข้ามาจะไปแอบดูสวิตาใกล้ๆ เห็นสวิตายืนหมุนไปหมุนมา...เงยหน้าเรียกร้องใครบางคนอยู่ไกลๆ
“ริ้วทอง! ออกมาหาชั้นเดี๋ยวนี้ !”
คุณไลยยังมองเห็นไม่ถนัด “ยัยวิพูดอะไร” เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ
“ริ้วทอง ถ้าเธอไม่ออกมา ชั้นจะไม่...”
คุณไลยตั้งใจฟังมาก แต่จู่ๆ ก็มีมือโผล่มาปิดตาคุณไลย คุณไลยผงะตกใจ ยกมือจับที่มือนั้น พร้อมกับร้องอุทาน “ใคร !” มือที่คุณไลยจับหลุดติดมือมา ทำให้เห็นเต็มสองตาว่ามันเป็นมือผี “มะ..มะ..มือ !!!” คุณไลยกรี๊ดดดดดดดดดดดด แล้วโยนมือทิ้ง สวิตาหันขวับมามองแม่ มือผีนั้นพุ่งกลับมาตะปบหน้าคุณไลย คุณไลยดิ้นและร้องกรี๊ดๆๆ
สวิตาตกใจวิ่งเข้าไปหา “หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าทำร้ายคุณแม่ ชั้นสั่งให้หยุดไงเล่า !” มือผีกลายเป็นกำไลมาศตกอยู่บนพื้น คุณไลยจ้องมองกำไลมาศด้วยความหวาดกลัว สวิตาปราดเข้าไปประคองคุณไลย “คุณแม่ไม่ต้องกลัวแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”
“วิ...นี่มันอะไร ทำไมวิถึงคุยกับมันได้”
สวิตาถอนหายใจอย่างหนักใจ...ถึงเวลาที่จะต้องเล่าให้แม่ฟังแล้วใช่ไหม

คุณไลยตกใจ “วิร่วมมือกับผีจากกำไล !”
“เขาชื่อริ้วทองค่ะแม่”
“จะชื่ออะไรก็ช่าง แต่แม่ไม่อยากให้วิทำแบบนี้เลย คนปกติที่ไหนเขาจะไปคบค้าสมาคมกับผี”
“วิคบเพราะผลประโยชน์ค่ะแม่ งานที่วิได้หลายๆชิ้น แล้วก็ที่ร้านคุณแม่ขายของดี เป็นเพราะริ้วทองช่วยเรา”
คุณไลยอึ้ง คาดไม่ถึง “หา ! แล้วนี่ริ้วทองอยู่แถวนี้หรือเปล่า” เธอถามแล้วมองไปรอบๆ
“ริ้วทองเข้ามาข้างในบ้านเราไม่ได้ค่ะ เป็นเพราะยันต์ที่คุณแม่เอามาแปะไว้ที่ประตูบ้านกันริ้วทองไว้ เขาจะอยู่ได้แค่นอกบ้านเท่านั้น เพราะถ้าเอาเข้ามาในบ้าน อำนาจพระพุทธคุณจากยันต์จะทำให้มันเปลี่ยนเป็นมือเหมือนเมื่อกี้”
“วิต้องทำอะไรให้ริ้วทองบ้าง”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ทำให้นังเกล้ามาศสูญเสียทุกอย่างอย่างที่ริ้วทองเคยเสียเท่านั้นเองค่ะ”
“สูญเสียยังไง”
“คุณแม่อย่ารู้เลยค่ะ คุณแม่รู้แค่ว่าเมื่อทุกอย่างสำเร็จ ริ้วทองจะทำให้เรารวย แล้ววิก็จะได้ต๊ะมาครอบครองเท่านั้นก็พอ” สวิตายิ้มมั่นใจ แต่คุณไลยไม่สบายใจเลย

บ้านอินทวงศ์ อินทวงศ์เพิ่งกลับมากำลังเดินเข้าไปในบ้าน สร้อยทองยืนรอรับอยู่ที่หน้าประตู
“สร้อยดาวเป็นยังไงบ้างครับ”
“ทรงๆ เหมือนเดิมค่ะ คุณต๊ะจะทานอะไรไหมคะ ป้าจะจัดให้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่หิว ป้าสร้อยเข้านอนเถอะ ป้าสร้อยครับ...พรุ่งนี้เช้ารบกวนเตรียมของใส่บาตรให้ผมหน่อยนะครับ” เขามีแววตาเศร้าเมื่อนึกถึงริ้วทอง “ผมอยากจะใส่บาตร”
สร้อยทองรับคำ แล้วออกไป อินทวงศ์เข้าบ้าน

อินทวงศ์เปิดประตูเข้ามาในบ้าน สีหน้าหม่นเศร้านึกถึงโครงกระดูกริ้วทอง อินทวงศ์ถอนหายใจเศร้าๆ แล้วหางตาของอินทวงศ์หันไปเห็นร่างผู้หญิงชุดดำ ยืนอยู่ข้างหลัง อินทวงศ์หันหลังไปมอง...ไม่เห็นใคร แต่อินทวงศ์แน่ใจ
“ริ้วทอง... คุณใช่ไหม ถ้าคุณอยู่แถวนี้ ผมอยากจะบอกคุณว่า...ผมขอโทษ...ผมผิดเองที่ทำให้คุณต้องอยู่ในสภาพแบบนั้น ถ้าคุณจะโกรธใคร ขอให้โกรธผมเถอะ ได้ยินผมไหมริ้วทอง” ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อินทวงศ์ยังมองไปรอบๆ
ริ้วทองยืนอยู่นอกริมหน้าต่าง “อย่าโทษตัวเองเลยเพคะ ไม่ใช่ความผิดของท่านชาย ที่หม่อมชั้นต้องทุกข์ทรมานเป็นเพราะอีรัมภา! มันผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้องชดใช้คืนให้หม่อมชั้น!” ริ้วทองสีหน้าโกรธแค้น

คืนนั้น หม่อมเจ้าหญิงภรณีฝันเห็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะฆ่าริ้วทอง เธอสะดุ้งตื่นจากความฝัน “น้องรัมภาอย่า!”
เกล้ามาศนั่งเฝ้าอยู่รีบลุกขึ้นไปหา “ท่านทวด !”

หม่อมเจ้าหญิงภรณีจิบน้ำจากเกล้ามาศเสร็จแล้วก็ส่งแก้วน้ำคืนให้ “พรุ่งนี้เราไปทำบุญให้ริ้วทองกันนะมาศ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลขออโหสิกรรมให้วิญญาณริ้วทองแทนน้องรัมภา”
“ท่านทวดคะ ริ้วทองทำอะไรให้ท่านทวดรัมภาโกรธ ท่านทวดถึงต้องฆ่าริ้วทองโหดเหี้ยมอย่างงั้น”
“น้องรัมภาเกลียดริ้วทอง แต่ไม่ใช่แค่น้องรัมภาเท่านั้นหรอกนะที่เกลียดริ้วทอง ใครๆ ก็เกลียดริ้วทอง คนที่วังศุภมาศก็เกลียด”
“วังศุภมาศ?! วังของท่านชายดิเรก ริ้วทองไปทำอะไรให้ พวกเขาถึงต้องเกลียดริ้วทองล่ะคะ”
“คนที่วังศุภมาศเล่าว่า...ตั้งแต่ริ้วทองเข้าไปอยู่ที่วังในฐานะเมียของเจ้าพี่ ริ้วทองก็ถืออำนาจบาตรใหญ่ ทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง คิดจะทำร้ายใครก็ทำ ไม่เกรงใจใคร”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีนึกถึงเรื่องราวในอดีต

ริ้วทองกำลังจะกินอาหารว่างยามบ่าย...บนโต๊ะตรงหน้ามีชุดน้ำชา...ขนมแพนเค้กวางสัก 2-3 ชิ้นตกแต่งด้วยลูกสตรอว์เบอรี่กับใบสะระแหน่นิดหน่อย...มีกาเล็กๆ ใส่น้ำผึ้งสำหรับราดบนแพนเค้ก...ของบนโต๊ะจัดได้ดูน่ากินและเป็นผู้ดี ริ้วทองเอาแต่จ้องมองขนมกับชาด้วยความงุนงง เพราะไม่เคยกิน
คนใช้เอ่ยถามด้วยความหวังดีจริงๆ “รับประทานได้ไหม ถ้าไม่ได้ หม่อมชั้นจะไปหาขนมมาให้ใหม่”
“ไม่ต้อง ชั้นกินเป็น” ริ้วทองหยิบกาใส่น้ำผึ้งมาเทลงไปในถ้วยชา
“น้ำผึ้งสำหรับรับประทานกับแพนเค้ก ถ้าจะเติมลงในน้ำชา มีน้ำตาลกับครีม” คนใช้เลื่อนโถครีมกับน้ำตาลให้ดู ริ้วทองชะงักหน้าแตก แต่ยังพยายามเนียน วางน้ำผึ้งลง เทครีมลงในชาเล็กน้อยแล้วใช้ช้อนชาคน ก่อนจะใช้ช้อนของชาตักน้ำชาขึ้นชิม...เธออมยิ้มนิดๆ พอใจในรสชาติ...แล้วใช้ช้อนของชาตัดแพนเค้กกิน !
“นั่นช้อนสำหรับน้ำชา ถ้าจะรับขนม ใช้ช้อนส้อมชุดนี้”
ริ้วทองหมดความอดทนวางกระแทกช้อนลง “เอาไปเก็บ ชั้นไม่กินแล้ว !” ริ้วทองกำมือแน่นอย่างอดกลั้น

ริ้วทองมองตัวเองในกระจกพลางยิ้มนิดๆ มีความสุขที่เห็นตัวเองสวย ระหว่างให้คนใช้เสียบปิ่นปักผมหรูหราให้ที่มวยผม แต่คนใช้เสียบปิ่นแรงไปหน่อย ปลายปิ่นแทงหัวริ้วทอง “โอ๊ย !”
“ขออภัย ชั้นไม่ได้ตั้งใจ”
ริ้วทองลุกขึ้นมาแล้วผลักคนใช้ให้ล้มลงกับพื้น “โกหก !” เธอบีบต้นแขนของคนใช้ “แกจงใจแกล้งชั้น ชั้นรู้ว่าทุกคนที่นี่โปรดปรานท่านหญิงรัมภา พวกแกถึงคอยจ้องหาเรื่องชั้น คอยทำให้ชั้นรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่สูงส่งเป็นผู้ดีกินชาเหมือนท่านหญิงรัมภา”
คนใช้ร้องไห้ “คุณริ้ว...ชั้นเจ็บ”
“เจ็บก็จำใส่หัวแกเอาไว้ ถ้าแกอยากอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แกต้องจงรักภักดีกับชั้น เพราะคนที่จะได้เป็นสะใภ้ของศุภมาศมีชั้นผู้เดียวเท่านั้น !” ริ้วทองผลักแขนของคนใช้ออก
คนใช้วิ่งร้องไห้ออกไปจากห้อง ริ้วทองปล่อยเสียงร้องไห้ด้วยความอัดอั้น...ต่างจากเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง

คนใช้วิ่งร้องไห้ออกมาจากในห้อง หม่อมเจ้าหญิงถมยาเดินผ่านมาพอดีเห็นก็ถามขึ้น “ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
คนใช้ไม่ตอบ หม่อมเจ้าหญิงถมยามองเข้าไปในห้องของหม่อมเจ้าดิเรกด้วยสีหน้าไม่สบายใจ...รู้ว่าเป็นฝีมือของริ้วทอง

หม่อมเจ้าหญิงภรณีส่งผ้าเช็ดหน้าให้หม่อมเจ้าหญิงถมยาที่นั่งร้องไห้กระซิกๆ หม่อมเจ้าหญิงถมยารับผ้าไปซับน้ำตา หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมนั่งอยู่ด้วย ทุกคนต่างมีสีหน้าไม่สบายใจเมื่อรู้เรื่องพฤติกรรมของริ้วทอง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีถาม “ท่านน้าได้บอกเจ้าพี่ดิเรกให้ทราบบ้างหรือยังคะ”
“บอกแล้ว ชายก็พูดแต่ว่าให้น้าเข้าใจริ้วทอง ริ้วทองเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ยังไม่คุ้นชินกับคนในวังก็เลยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง”
เจิมพูดขึ้น “ฮึ่ย...นังริ้วทองทำเสน่ห์ใส่ท่านชายดิเรกแน่ๆ มังคะ ท่านชายถึงได้หลงมันมากเช่นนี้”
หม่อมเจ้าหญิงถมยากับหม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภารีบห้าม “พูดมากไปแล้วเจิม ท่านป้ายิ่งไม่สบายพระทัยอยู่” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจับมือหม่อมเจ้าหญิงถมยามาปลอบใจ “ท่านน้าเชื่อหญิงเถอะค่ะ...เจ้าพี่ไม่ได้หลงริ้วทองเพราะมนต์เสน่ห์ใด เจ้าพี่รักริ้วทองจริงๆ หญิงมองออก และที่เจ้าพี่พูดเช่นนั้นกับท่านน้า เจ้าพี่ไม่ได้เข้าข้างริ้วทอง แต่เจ้าพี่กำลังประนีประนอมให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน เพราะทั้งท่านน้าและริ้วทองต่างเป็น.....คนที่เจ้าพี่รักมากที่สุด เจ้าพี่อยากให้ทุกคนอยู่กันด้วยกันอย่างมีความสุข”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาจับมือรัมภาตอบ “ไม่มีใครจะรู้ใจลูกชายของป้าเท่ากับหญิงรัมภาอีกแล้ว”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้มบางๆ

เกล้ามาศฟังที่หม่อมเจ้าหญิงภรณีเล่าแล้วก็สงสัย “ท่านทวดรัมภาก็ดูจะทำใจยอมรับเรื่องริ้วทองกับท่านชายดิเรกได้ แล้วทำไมท่านถึงต้องเกลียดริ้วทองถึงขณะจะต้องฆ่าโหดเหี้ยม”
“สิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุดคือ ใจคน วันนี้รัก...พรุ่งนี้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันเพียงเล็กน้อย..จากรักก็กลายเป็นเกลียดได้”
“แต่เกลียดถึงขั้นฆ่ากันตาย ต้องเป็นเรื่องที่หนักหนามากเลยนะคะ”
“ทวดไม่รู้หรอกว่าเขามีเรื่องอะไรกัน แต่ทวดก็ไม่แปลกใจที่น้องรัมภาจะโหดร้ายกับริ้วทอง เพราะนิสัยที่ติณชาติสืบทอดกันมาก็คือ...เวลารักใครก็รักมาก เกลียดใครก็เกลียดแรง มาศโชคดีที่ได้นิสัยทางฝั่งพ่อ ถึงไม่เป็นอย่างเรา”
เกล้ามาศยิ้ม “แต่มาศไม่เคยเห็นท่านทวดณีจะเกลียดใคร”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเศร้า “ทำไมจะไม่เคย ทวดเคยเกลียดมาแล้ว ทวดถึงไม่อยากเกลียดใครอีก เพราะถ้าทวดรู้ตัวว่าถ้าทวดเกลียดใครขึ้นมา ทวดทำได้ไม่ต่างจากที่น้องรัมภาทำกับริ้วทอง”
เกล้ามาศตะลึงคาดไม่ถึง “ท่านทวดเคยเกลียดใครหรือคะ”
“อดีตเลวร้ายที่ทวดเคยทำไว้ ทวดขอเก็บมันไว้กับตัวทวดคนเดียวนะ”
เกล้ามาศมองย่าทวดด้วยความห่วงใย

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเปิดตู้ใส่หุ่นกระบอก แล้วยืนมองด้วยความเศร้าหมอง น้ำตาค่อยๆ เอ่อไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “ชั้นขอโทษ....ชั้นขอโทษ” หุ่นกระบอกในตู้...ทำให้เธอยิ่งนึกถึงอดีต

หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เมาแอ่นยกเท้าถีบปรุง ปรุงกระเด็นล้มกลิ้งลงบนพื้น..ใบหน้าของปรุงบอบช้ำ
“ปรุง!” นายรวยกับนางรื่นปราดเข้าไปดูปรุง
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์จะตามไปถีบปรุงอีก “ปากดีนักใช่ไหมมึง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณี หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เจิมวิ่งเข้ามา ทุกคนตกใจโดยเฉพาะหม่อมเจ้าหญิงภรณี
“ปรุง!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้าไปดูปรุงอย่างห่วงใย “ปรุง ปรุงเป็นยังไงบ้าง
“พี่อรรถ นี่มันเรื่องอะไร ทำไมต้องทำรุนแรงกันด้วย!”
“พี่สั่งให้พวกมันเล่นหุ่นกระบอกให้พี่ดู แต่มันไม่ยอมเล่น คงคิดว่าตัวเองได้เป็นดองกับพวกศุภมาศถึงกล้าจองหองใส่กู !”
“กระหม่อมบอกแล้วว่าหุ่นกระบอกไม่ใช่เล่นขายของ นึกจะอยากเล่นเมื่อไหร่ก็เล่น” ปรุงบอก
“มึงยังกล้าเถียงกูอีกเรอะ!” หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เข้าไปจะชกปรุง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเอาตัวเองเข้าไปขวาง และตะคอกใส่อรรถรัตน์ชนิดที่ไม่เคยมีใครเห็นภรณีเป็นแบบนี้มาก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่อรรถ!” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสังเกตอาการของหม่อมเจ้าหญิงภรณีแล้วมองอย่างแปลกใจ “ถ้าพี่อรรถทำร้ายปรุงอีก หญิงจะฟ้องท่านพ่อว่าพี่อรรถไปสำนักโคมเขียวทุกคืน !”
“หญิงณี! หญิงณีเห็นมันดีกว่าพี่เรอะ !”
“ใช่ค่ะ เพราะปรุงเป็นคนดี ปรุงไม่เคยทำตัวสำมะเลเทเมาเหมือนพี่อรรถ”
“เจิม..พาพี่อรรถกลับไปที่ตึกใหญ่” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาบอก
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์อาฆาตกับปรุง “ฝากไว้ก่อนเถิดมึง”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ