อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 20 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 20 มี.ค.59

ตังเมวางสายแล้วมองหาอาวุธที่จะทำร้ายตัวเองเมื่อไม่มีก็เอาหัวโขกกำแพงร้องไห้อย่างอัดอั้น

นวลสราญเครียด พยายามโทร.กลับไป แต่...ตังเมปิดเครื่องไปแล้ว...

ยอดยุทธพ่อของหวายที่ดุดันใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา บอกกรที่ไปคุยด้วยว่าการชกต่อยกันของหวายเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย เมื่อหวายคุยกับกร เขารำพึงว่า

“จะมีวันที่พ่อเข้าใจสิ่งที่ผมเป็นอยู่ไหมครับ? พ่อมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมไม่มีความสุข ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น” กรบอกว่าเราบังคับให้คนอื่นคิดเหมือนเราไม่ได้ บอกหวายว่าอยากให้บอกพ่อเรื่องที่เขาเข้าโครงการไม่อยากให้เขาโกหกพ่อเพราะความลับไม่มีในโลก



พอหวายขอตัวเข้าไปดูแลพ่อ กรก็ได้รับโทรศัพท์จากทรายบอกว่าฉัตรเจอตัวคนที่ทำเพจแอนตี้แล้ว เขาจึงรีบกลับไป

ในที่สุดไอซ์ซิ่งก็ถูกจับได้ว่าเป็นคนทำเพจแอนตี้มินนี่ ฉัตรกับทรายมาที่บ้านเพราะรู้ว่ามินนี่กับไอซ์ซิ่งกำลังดูแท็บเล็ตละครเวอร์จิ้นภาค 2 อยู่ด้วยกัน แม้จะถูกจับได้แต่ไอซ์ซิ่งไม่สะทกสะท้าน โทษว่าเพราะตนถูกมินนี่กดขี่ข่มเหงทำตัวเด่นอยู่คนเดียวไม่พอใจอะไรก็เหวี่ยง ก็วีนใส่ มินนี่กระชากไอซ์ซิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก พวกผู้ใหญ่ตกใจรีบหาทางเข้าไป

มินนี่ผิดหวังเสียใจที่เพื่อนรักที่สุด สนิทที่สุด

ทำกับตนขนาดนี้ เธอกรี๊ดอย่างสติแตก พอดีพีรดาเอา กุญแจสำรองห้องน้ำมาเปิดเข้าไป ทรายรีบเข้าไปกอดมินนี่ปลอบให้ใจเย็นๆ ส่วนกรพาไอซ์ซิ่งแยกไปคุยกันต่างหาก

จากการสอบถามพูดคุยของกร เขาบอกไอซ์ซิ่งว่าเรื่องนี้ต้องแจ้งผู้ปกครองทราบ ไอซ์ซิ่งบอกว่าตนอยู่คนเดียวพ่ออยู่อเมริกา แม่อยู่ออสเตรเลีย ตนไม่แคร์ใคร แต่พอกรบอกว่าจะแจ้งตำรวจฐานทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไอซ์ซิ่งตกใจกลัวติดคุกจึงยอมลบเพจแอนตี้ ลบรูปและข้อความทิ้งทั้งหมด อ้อนวอนกรว่าอย่าแจ้งตำรวจเลย สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว

เคน “นกรู้” ไลน์มาคุยกับมินนี่ว่าเพจแอนตี้ปิดไปแล้วสบายใจขึ้นหรือยัง มินนี่ตอบว่ายังจิตตกเพราะไม่คิดว่าเพื่อนรักจะทำกันแบบนี้ เคนได้ทีปากหวานทำ คะแนนให้ตัวเองว่า “คนอื่นไม่รู้ แต่มินนี่ไว้ใจพี่ได้นะ” แล้วส่งสติกเกอร์รูปคนส่งดอกไม้ให้ มินนี่ซึ้งมากขอบคุณกลับไปและส่งสติกเกอร์ซึ้งใจให้

ที่แท้เคนอยู่กับเจล วัยรุ่นใจแตกเปรี้ยวจี๊ดที่อพาร์ตเมนต์ของเขา กำลังเล่นเกมเพลย์อย่างเมามัน เจลถามว่าคุยกับใคร เคนบอกว่าคุยกับพี่หวานจ๋อยเรื่องงานวันพรุ่งนี้ แล้วรีบเก็บโทรศัพท์หันไปอ้อนเจลขอเล่นด้วยคนแล้วนัวเนียกันนุงนัง

ฝ่ายมินนี่ไลน์คุยกับเคนแล้วก็ยิ้มมีความสุขกับข้อความหลอกลวงที่เคนส่งมา...

ooooooo

ปุ่นยังเป็นเพื่อนที่แสนดีของหวายตลอดมา นอกจากช่วยเรื่องการเรียนแล้วคุณพ่อที่เป็นหมอเจ้าของไข้ยอดยุทธยังดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย แต่ยอดยุทธกลับรำคาญกับการตรวจเช็กของหมอร่ำร้องจะกลับไปทำงาน

เพราะอาการดีขึ้น หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ เป็นสุขเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้อง หวายบอกแม่ว่า ดูป๊ายังเหนื่อย ไม่ค่อยมีแรง แต่ดื้อเลยฝืน เป็นสุขบอกว่าตนอยากช่วยหวายแต่ถ้าป๊าเห็นหน้าแม่ก็จะยิ่งเครียด ฝากหวายดูแลด้วย

ลูกหว้าปรารภกับแม่ว่า “เมื่อไหร่ป๊าจะใจเย็นลงบ้าง ไม่อาละวาด ไม่โมโหใส่พี่หวาย สงสารพี่หวายจัง” เป็นสุขได้แต่ถอนใจ

เมื่อนพลักษณ์รู้ว่าการหาข้อมูลเรื่องครูที่โรงเรียนลาออกเป็นข้อเสนอแนะของทราย แม้จะพอใจผลงานแต่กลัวจะเสียลูกชาย จึงไปหาทรายที่บ้านขอบใจที่ช่วย เรื่องหาข้อมูลเกี่ยวกับครูในโรงเรียน แต่ตบท้ายว่า...

“แต่คราวหน้า...ไม่ต้อง “ยุ่ง” มันไม่ใช่หน้าที่เธอ”

ทรายจุก บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นทันที!

ooooooo

นพลักษณ์ยังคงพูดนิ่งๆแต่ตึงเครียดว่าโรงเรียนจ้างเธอมาดูแลเด็กๆ เธอน่าจะรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ย้ำว่า

“ที่ผ่านมาฉันไม่อยากยุ่ง เพราะเห็นว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้ที่ฉันต้องมาพูดเพราะเธอเริ่มจะล้ำเส้นมากเกินไป”

ทรายยกมือไหว้ขอโทษ ตนไม่คิดจะก้าวก่ายหรือล้ำเส้นแค่อยากช่วยเท่านั้น นพลักษณ์ยังจิกต่อไม่หยุดว่าคนที่เธอต้องช่วยคือเด็กในโครงการ เริ่มโครงการมา ตั้งนานแล้วไม่เห็นเด็กๆจะดีขึ้นเลย เร่งให้ทำงานให้เสร็จก่อนที่ตนจะหาคนอื่นมาทำแทนหรือไม่ก็ “ยุบ” โครงการนี้!!

นพลักษณ์ออกไปทันทีที่พูดจบ ทรายมองอึ้ง น้ำทิพย์กับสักทองรู้การมาและผลุนผลันออกไปของ นพลักษณ์ก็เข้ามาหาทราย แต่ทรายบอกว่าตนนัดคุยกับผู้ปกครองเด็ก ขึ้นไปเอากระเป๋าแล้วจะไปเลย

“ลูกคงยังไม่อยากพูด ปล่อยไปก่อน” สักทองบอกน้ำทิพย์ที่ยืนเหวอ

ระหว่างนั้นทรายได้รับข้อความจากกรบอกว่ากำลังไปบ้านปิ๊กปิ๊กมีอะไรจะส่งข่าว ทรายอ่านแต่ไม่ตอบ

กรไปถึงบ้านปิ๊กปิ๊ก รู้จากดอกแคว่าน้องไปเข้าค่ายดูนก กลับมาแล้วคุณผู้หญิงจะพาน้องไปต่างประเทศเลย เมื่อไม่ได้คุยกับปิ๊กปิ๊กกรขอคุยกับดอกแคแทน ถามว่าบ้านนี้ใครมีประวัติลักเล็กขโมยน้อยไหม ดอกแคบอกว่าเคยมีเด็กผู้หญิงทำความสะอาดบ้านแต่คุณผู้หญิงไล่ออกไปแล้ว เพื่อให้น่าเชื่อถือ ดอกแคเล่าเป็นตุเป็นตะว่า

“ดอกแคไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า อ้อ เด็กคนนี้ก็ทำความสะอาดห้องน้องปิ๊กปิ๊ก บางทีอาจเคยขโมยของให้น้องเห็นก็ได้”

แต่เมื่อกรโทร.ถามจักรินทร์เขาบอกว่าเท่าที่รู้ ไม่เคยมีใครโดนไล่ออกตนจำเด็กทุกคนในบ้านได้ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ตรีทิพย์ถามจักรินทร์ว่าคุยกับใครพอรู้ว่าคุยกับกรเธอบ่นว่าเบื่อครูสองคนนี้จริงๆ วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง กรจึงหันไปชวนปิ๊กปิ๊กคุยเรื่องดูนกกันดีกว่า ปิ๊กปิ๊กคุย อย่างมีความสุขที่วันนี้ทั้งพ่อและแม่มากับตนพร้อมหน้า

เมื่อมาถึงค่ายดูนก ปิ๊กปิ๊กอยากให้พ่อกับแม่ค้างด้วย ตรีทิพย์บอกว่าไม่ได้เตรียมชุดมา จักรินทร์บอกว่าวันกลับพ่อกับแม่ค่อยมารับก็แล้วกัน ปิ๊กปิ๊กพยักหน้าเศร้าๆ มองเด็กอื่นที่มีพ่อกับแม่อยู่กันอย่างมีความสุขแล้วก็ยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง...

ขณะนั้นเด็กชายที่นั่งใกล้ๆลุกไปและลืมกระติกน้ำไว้ ปิ๊กปิ๊กนึกอิจฉาอยู่ลึกๆ เอื้อมมือหยิบกระติกน้ำลุกเดินไปทิ้งในถังขยะแล้วกลับมานั่งที่เดิมหน้าตาเฉย

ขณะนั่งรถกลับ ตรีทิพย์กับจักรินทร์ทะเลาะกันเรื่องตรีทิพย์ทิ้งปิ๊กปิ๊กให้อยู่กับพี่เลี้ยงจนดอกแคจะกลายเป็นแม่ของปิ๊กปิ๊กอยู่แล้ว ตรีทิพย์หาว่าเขาหน้ามืดจะเอาดอกแคเป็นเมียอีกคน จักรินทร์โมโหสั่งคนขับรถให้หยุดตนจะขึ้นแท็กซี่กลับเอง ก่อนไปเขาขอโทษตรีทิพย์ที่ความเจ้าชู้ของตนทำให้เธอเป็นทุกข์ตลอดมาแต่ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

“ชีวิตแต่งงานของเรามันพังแล้ว แต่ตอนนี้ชีวิตของลูก อยู่ในกำมือเราสองคน ผมไม่อยากทำมันพังอีก ผมพร้อมจะทิ้งอดีตที่ผิดพลาด และทำทุกอย่างเพื่อลูก แล้วคุณพร้อมหรือเปล่า”

ตรีทิพย์ชะงักกับคำพูดของจักรินทร์ที่กระแทกความรู้สึกของเธออย่างแรง

ooooooo

ทรายไปคุยกับพีรดาที่บ้าน พีรดาบอกว่าไม่มีเพื่อนเลวๆอย่างไอซ์ซิ่งมินนี่ไม่มีปัญหาแล้ว แม้ทรายจะเตือนให้ระวังปัญหาใหม่แต่พีรดาตัดบทอย่างรำคาญว่าตนมีงานต้องทำเอาเป็นว่าเรื่องมินนี่ไม่ต้องห่วงตนจัดการได้

แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่พีรดาคิด เพราะเมื่อมินนี่พร้อมนักแสดงเด็กสาววัยรุ่นอีกสองคนไปถ่ายโปสเตอร์ละครเวอร์จิ้น 3 ทุกคนอยู่ในชุดนักเรียน แต่สไตลิสต์ให้ปลดกระดุมเสื้อบนออกและพับกระโปรงให้สั้น เข้าไปรุมล้อมกอดก่ายเคนที่เป็นนายแบบ พีรดาทักท้วงว่าไม่เหมาะสมเพราะอยู่ในชุดนักเรียน สไตลิสต์โต้ว่ามืออาชีพต้องทำได้ตามสั่งเพราะนี่เป็นละครวัยรุ่น พีรดาโต้อีกว่า ละครวัยรุ่นทำไมต้องมีแต่เรื่องรักๆใคร่ๆ ทำปัญหาอื่นไม่เป็นรึไง?

มินนี่บอกแม่ว่าให้พอเถอะให้แม่รออยู่ที่นี่ไม่ต้องเข้าไปดูแล้ว พีรดาไม่ยอมเพราะแม่อยู่ยังโป๊ขนาดนี้ ถ้า ไม่อยู่จะโป๊ขนาดไหน แต่มินนี่วันนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วโต้แม่ที่ตนเคยขึ้นต่ออย่างไม่มีเงื่อนไขว่า

“เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา มินนี่มาทำงาน มินนี่เป็นมืออาชีพ เขาสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ มันเป็นอาชีพของมินนี่ อาชีพที่คุณแม่เป็นคนพามินนี่เข้ามาทำเอง! ตอนนี้มินนี่เป็นนางเอกของเรื่อง เป็นงานของมินนี่ คุณแม่อย่ามายุ่ง”

พีรดาตัวชาวาบ มองมินนี่ที่เดินสะบัดไป รู้สึก เหมือนกำลังเสียลูกสาวไปในนาทีนั้น...

ooooooo

ชัยภูมิพาทรายเข้าไปหาตังเมที่กำลังนั่งวาดรูปเหงาๆ แล้วตัวเองกลับออกไป ขณะทรายเริ่มจะคุยกับ ตังเมนั้น เฮีย หมวย เจ๊ และเจ๊บ๊วยก็พากันเข้ามาพูดกระแนะกระแหนว่าทรายต้องใช้วิธีไหนมารักษาตังเม จับมัดหรือเอาไฟฟ้าช็อต?

เจ๊บอกว่ากรีดตัวเองไม่เท่าไหร่ อย่าให้อาการหนักจนเอามีดไล่แทงชาวบ้านก็แล้วกัน เจ๊บ๊วยปล่อยให้ลูกๆว่าตังเมแล้วบอกทรายว่า “ฝากดูแลด้วยนะ ฉันไม่อยากให้ลูกๆได้รับอันตราย บำบัดลูกแล้วก็ไปรักษาแม่มันด้วยก็ดีนะ เซื่องเป็นผีตายซาก น่ารำคาญ!!”

พอเจ๊บ๊วยกับลูกๆยกโขยงกันออกไปแล้ว ตังเมบอกทรายว่า

“เมคงไม่ต้องตอบครูแล้วนะคะ ว่าอยู่ที่นี่เป็นไงบ้าง”

ทรายสงสารจับใจ จากนั้นไปหานวลสราญบอกให้รีบไปรับตังเมกลับมา ให้ตังเมอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างนั้นไม่ได้ นวลสราญยังคงพูดอย่างสงบนิ่งว่า

“ตังเมเป็นลูกเสี่ย เขาต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีอยู่ในกฎระเบียบของตระกูล ครูไม่ต้องห่วง ตังเมไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”

“ที่คุณแม่พูดแบบนี้เพราะ ‘ไม่รู้จริงๆ’ หรือว่า ‘ไม่อยากรับรู้’ คะ” เตือนว่า “ถ้าคุณแม่ไม่แสดงให้เขารู้ว่ามีคนรักและพร้อมจะปกป้องเขา ตังเมก็ไม่หยุดทำร้ายตัวเอง!!...ถ้าคุณแม่รักตังเมก็ถึงเวลาที่ต้องแสดงความรักออกมาแล้วนะคะ”

ทรายพูดทิ้งท้ายไว้อย่างหนักแน่น จนนวลสราญสับสน ต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก

ooooooo

หลังจากนพลักษณ์ไปคุยกับทรายแล้ว ทรายก็ระวังตัวเปลี่ยนท่าทีกับกร เรียกเขาว่าท่านรอง ใช้ภาษาเป็นทางการ จนกรอึดอัด ออกจากบ้านวลสราญก็สั่งให้ทรายขึ้นรถจะไปส่งที่บ้าน ทรายจำต้องขึ้นรถมาด้วย

ระหว่างทางกรถามว่าเกิดอะไรขึ้น คาดคั้นให้บอก ทรายจึงเล่าเรื่องนพลักษณ์ให้ฟัง กรขอให้เธอกลับมาเหมือนเดิม ทรายถามว่าถ้ากลับมาไม่ได้ เขาจะหักเงินเดือนหรือไม่ ถ้าหักตนจะกลับไปแบบเดิม กรตอบทันทีว่าหัก! ทรายบอกว่าตนเป็นคนงกจะไม่ยอมให้หักเงินเดือนง่ายๆ กรยิ้มอย่างสบายใจที่ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม

ฝ่ายโชกุนยังโกหกอยู่เป็นนิจ และดุจฤทัยกับภูทองก็โทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นสาเหตุ แล้วต่างก็ให้โชกุนพูดว่าตนไม่ผิด บีบคั้นจนโชกุนร้องไห้โฮเอามืออุดหูมุดไปซุกอยู่ใต้โต๊ะ ทั้งสองตกใจเมื่อโชกุนไม่ยอมพูด ไม่ยอมกิน ภูทองจึงโทร.เรียกทรายและดุจฤทัยก็โทร.เรียกกรให้มาช่วยคุยกับโชกุน

ทรายคุยจนโชกุนยอมพูดว่า “โชผิดเอง พ่ออยากให้โชบอกว่าแม่ผิด แม่ก็บังคับให้โชพูดว่าพ่อผิด โชก็ไม่รู้ใครผิด โชผิดใช่ไหมครับที่โชไม่รู้ว่าใครผิด”

ทรายสงสารจับใจ ลูบหัวโชกุนปลอบว่าโชกุนไม่ผิด เมื่อยังไม่พร้อมก็ไม่ต้องพูดแต่ไม่ต้องร้องไห้ จากนั้นทรายคุยกับภูทองและดุจฤทัยว่าพ่อแม่ต้องแยกปัญหาของตัวเองออกจากหน้าที่ของการเป็นพ่อแม่ ต้องหันหน้าเข้าหากันและหาข้อตกลงที่เป็นกลางในการเลี้ยงลูกร่วมกัน ถามว่าสองคนพร้อมไหม ทั้งสองมองหน้ากัน บอกว่าพร้อม

กรชื่นชมการทำงานของทราย ทรายบอกว่าเพราะมีเขาที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนอยู่ข้างๆ ทำให้พ่อแม่มีความเชื่อมั่นทำให้ทำงานง่ายขึ้น

ขณะนั้นเองทรายได้รับโทรศัพท์จากนวลสราญ ฟังแล้วทรายบอกว่าตนกำลังจะออก เดี๋ยวนัดไปเจอกันที่บ้านใหญ่เลย

ooooooo

ตังเมฝึกเทนนิสกับโค้ช ถูกพวกลูกแม่ใหญ่หัวเราะเยาะจนทนไม่ได้วิ่งเข้าห้องน้ำทุบกระจกห้องน้ำแตก ระบายอารมณ์ พอดีหมวยไปเข้าห้องน้ำ เงยหน้าเห็นกระจกห้องน้ำแตกกระจายก็โวยวาย ครู่เดียวเรื่องก็ถึงนวลสราญ

นวลสราญบอกว่าบ้านใหญ่โทร.มาบอกว่ามีเรื่องใหญ่ให้ตนรีบไป เสี่ยโกรธมากตนไม่กล้าไปคนเดียวให้ครูทรายไปเป็นเพื่อน ทรายจึงนัดไปเจอกันที่บ้านใหญ่

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 20 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ