อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 22 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 22 มี.ค.59

“แต่การที่เราจะรู้สึกดีกับใครสักคนน่ะ แค่ทำดีกับช่วยเหลือเอาใจใส่ ให้เขารู้ว่าเราห่วงเราแคร์ แค่นั้นก็มีค่ากว่าการให้ของแพงๆเป็นไหนๆแล้วนะ”

“ก็จริง งั้นพรุ่งนี้หว้าเอาไปคืนไอ้แป้งแล้วกัน ให้มันจัดการเอง หว้าไม่ยุ่งดีกว่า” ลูกหว้าเก็บของใส่ถุงไว้ตามเดิม

“ดีแล้วลูก”

หวายฟังแม่แล้ว มองสมุดที่ปุ่นเอาให้ นิ่งคิด...



มินนี่ที่พีรดาผลักดันให้เข้าวงการนักแสดงจนได้เล่นละครเป็นนางเอก พอลูกได้เข้าวงการแล้วพีรดาก็คุมไม่อยู่ ทั้งเพราะตัวพีรดาเองใจแตกเมื่อได้เล่นบทเลิฟซีนจนอารมณ์ฟุ้งซ่าน และผู้กำกับก็อ้างว่าเป็นนักแสดงต้องเล่นได้ทุกบท บทยิ่งแรงก็ยิ่งดี หวังให้เรตติ้งกระฉูดกอบโกยกำไร ถ้าเล่นไม่ได้ก็จะไม่มีที่ยืนในวงการ พีรดาตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกลัวลูกจะไม่มีที่ยืนในวงการ

ทรายที่เดินชมโรงเรียนกับกรและจี นอกจากชมสถานที่แล้วทรายยังพูดถึงปัญหาน่าห่วงในวัยรุ่น จีฟังแล้วชมว่าข้อมูลของทรายแน่นมาก กรบอกว่าเพราะเป๊ะอย่างนี้ตนถึงได้ไฟต์ทุกทางเพื่อให้ทรายทำงานที่นี่ กรถามจีจะเริ่มสอนตั้งแต่เปิดเทอมเลยหรือเปล่า จีรับปากว่าได้ เพราะกรกับทรายทำให้ตนมีไฟที่อยากสอนเด็กขึ้นมา

จีกับกรคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆอย่างถูกคอ ทรายจึงขอตัวบอกว่านัดผู้ปกครองเด็กไว้ กรบอกว่าตนคงไม่ได้ไปส่งให้ทรายไปแท็กซี่ก็แล้วกัน ทรายรับคำยิ้มๆ แต่ใจหวิวโหวงพิกล แล้วเดินตัวลีบออกไป

นพลักษณ์พอใจมากกับการที่กรพาจีชมโรงเรียนวันนี้ แต่พอฟังจีชมว่าวันนี้ได้ครูทรายมาช่วยแนะนำทำให้ตนเข้าใจเด็กๆขึ้นเยอะ ตอนตนมาสอนจริง ขอตัวครูทรายมาช่วยด้วย

นพลักษณ์นิ่งไปอย่างรู้สึกผิดแผน กรดูออก เริ่มรู้ว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ เขาแอบยิ้มขำๆกับแผนของแม่

ooooooo

หลังจากนวลสราญปกป้องตังเมจากการถูกรังแกจากคนบ้านใหญ่และพากลับมาอยู่บ้าน ตังเมมีความสุขขึ้น อารมณ์แจ่มใสขึ้นและการวาดรูปก็แต่งแต้มสีสวยงาม ทรายบอกว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี

ทรายยังชมว่าตังเมดีขึ้นเพราะนวลสราญเข้มแข็งขึ้น ถามว่ามีความทุกข์อะไรที่เก็บไว้เปิดออกมาได้ไหม พอถามประเด็นนี้ นวลสราญร้องไห้ ทรายถามว่ามีอะไรให้ตนช่วยหรือเปล่า?

ปัญหาเริ่มเฉลยเมื่อตังเมวาด “ภาพแห่งความทรงจำ” เป็นบ้านสวนของคุณยาย ตังเมเล่าว่าตอนเด็กๆมีความทรงจำที่ดี ทรายถามว่าทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้ไปแล้ว?

“ยายชอบถามเรื่องพ่อ แล้วก็ด่าเรื่องที่แม่เป็นเมียน้อยน่ะค่ะ แม่ก็เลยไม่ค่อยได้ไปหรือถ้าไปก็ไม่ให้เมไปด้วย ไม่อยากให้เมได้ยินสิ่งที่ยายว่าน่ะค่ะ”

ทรายฟังแล้วเกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้น...

ooooooo

วันนี้นพลักษณ์และคุณหญิงจารวีชวนกันไปตีกอล์ฟโดยต่างก็ “หนีบ” ลูกชายคือกรและลูกสาวคือจีไปด้วย แล้วให้สองหนุ่มสาวไปพักผ่อนกันตามอัธยาศัย และฝากให้กรดูแลน้องด้วย

ทั้งสองรู้ทันความคิดของผู้ใหญ่ ออกไปด้วยกันแต่พอพ้นสายตาผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกันไปแล้วมาเจอกันเมื่อถึงเวลานัด ระหว่างนั้น กรได้รับโทรศัพท์จากตรีทิพย์ให้รีบไปหา กรบอกว่าจะรีบตามครูทรายไปด้วยกัน จีบอกไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ตนจะดูแลให้เอง พอกรแยกออกมาก็โทร.ถามว่าทรายอยู่ไหน คุยกันแล้วทรายบอกให้เขาไปรับปิ๊กปิ๊กส่วนตนจะไปรอที่บ้าน

ปัญหาคือปิ๊กปิ๊กถูกครูประจำค่ายดูนกจับได้ว่าแอบหยิบกล้องส่องทางไกลของเด็กที่มาค่ายใส่กระเป๋าตัวเองโดยไม่รู้ว่าถูกครูประจำค่ายแอบถ่ายวีดิโอไว้ เมื่อเอามาเปิดให้จักรินทร์ ตรีทิพย์ กร และทรายดู ทุกคนตกใจ แต่จักรินทร์กับตรีทิพย์ก็ยังปกป้องลูก ตรีทิพย์บอกว่าปิ๊กปิ๊กอาจจะกลัวเพื่อนลืมเลยเก็บไว้ให้ ส่วนจักรินทร์รับจะยอมชดใช้ให้

ครูฝึกบอกว่าตนเอากล้องออกจากกระเป๋าน้องคืนเจ้าของแล้วและไม่ได้บอกเจ้าของกล้องด้วย เพราะไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต ที่เชิญผู้ปกครองมาเพราะอยากให้เห็นปัญหาของน้องเท่านั้นเอง กรจึงขออนุญาตพาน้องไปปรึกษากับนักจิตวิทยาของโรงเรียนเป็นการภายในก่อน

ดูเทปที่ครูฝึกถ่ายไว้แล้วทรายวิเคราะห์ว่า สีหน้าอารมณ์ของปิ๊กปิ๊กไม่ได้อยากได้ของที่ขโมย แต่น้องขาดความอบอุ่น การขโมยจึงเป็นสิ่งเติมเต็มส่วนที่ขาดโดยไม่รู้ตัว ตรีทิพย์โต้ว่าไม่จริง กรจึงให้ลองฟังดูว่าปิ๊กปิ๊ก จะพูดอะไรและทำไมจึงทำแบบนี้ ทรายเข้าไปคุยกับปิ๊กปิ๊กที่ห้องนอนโดยแง้มประตูไว้ให้ตรีทิพย์ จักรินทร์ และกร ฟังอยู่นอกห้อง

ทรายหว่านล้อมครู่เดียว ปิ๊กปิ๊กก็ยอมเล่าว่า “ปิ๊กปิ๊กไม่ชอบเวลาที่เพื่อนๆมีคุณพ่อคุณแม่

อยู่ด้วย ปิ๊กปิ๊กคิดถึงคุณพ่อคุณแม่” เล่าแล้วก็น้ำตาร่วงถามว่า “ทำไมปิ๊กปิ๊กไม่มีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่พร้อมๆกันเหมือนคนอื่น...ทำไมคะ เพราะปิ๊กปิ๊กเป็นเด็กไม่ดีใช่ไหมคะ ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่คงยิ่งเกลียดปิ๊กปิ๊ก แต่ปิ๊กปิ๊กไม่รู้ว่าทำไมต้องหยิบของของเพื่อน ปิ๊กปิ๊กไม่รู้จริงๆ” ปิ๊กปิ๊กร้องไห้อย่างสับสนเสียใจ

ตรีทิพย์ทนไม่ได้วิ่งเข้าไปกอดปิ๊กปิ๊กร้องไห้โฮ บอกปิ๊กปิ๊กไม่ต้องพูดแล้ว แม่ผิดเอง แม่ขอโทษ จักรินทร์ เข้าไปนั่งข้างๆแม่ลูก ลูบหัวปิ๊กปิ๊กน้ำตาซึมเช่นกัน

ดอกแค วัวสันหลังหวะ แอบดูแอบฟังอยู่ ตกใจกลัวความลับของตนถูกเปิดเผยคิดหนีปัญหาแต่เงินเดือนยังไม่ออก และเงินที่มีอยู่ก็ไม่พอค่ารถ จึงคิดขโมยของราคาแพงหมายเอาไปเป็นค่ารถและตั้งตัวด้วย

ooooooo

วันนี้เป็นวันเกิดของนพลักษณ์ สมภพซื้อตุ้มหูเรียบโก้ราคาแพงให้ ส่วนกรออกตัวว่างานยุ่งๆเลยไม่ได้ไปซื้อของขวัญให้แม่ แต่มีเซอร์ไพรส์ รอแป๊บ แล้วออกจากห้องไป

สมภพเดาอย่างอารมณ์ดีว่าอย่าบอกนะว่ากรจะพาแฟนมาเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดแม่ นพลักษณ์หน้าขรึมทันที สมภพยังคุยอารมณ์ดีว่า

“ผมว่าเด็กที่ชื่อทรายก็น่ารักดีนะ ดูท่าทางกรก็สนิทสนมกับเขามาก เหมือนกับว่ากรจะชอบ...”

“แต่ฉันไม่ชอบ” นพลักษณ์ขัดขึ้นทันที สมภพติงว่าถ้าลูกชอบคุณก็ห้ามไม่ได้ “ถึงฉันจะห้ามลูกไม่ได้ แต่ฉันห้ามคนอื่นได้” เป็นจังหวะที่กรเข็นรถวางเค้กวันเกิดก้อนใหญ่มาพอดี เขาชะงักหยุดฟัง ได้ยินพ่อดักคอแม่ว่าอย่าบอกนะว่าคุณไปทำอะไรหนูทราย “ฉันก็แค่ไปหาเขาที่บ้านไปดูว่าครอบครัวเป็นยังไง บ้านช่องอยู่ไหน แล้วก็บอกให้เขารู้ว่าอะไรที่ควรและไม่ควรเด็กนั่นก็ดูเข้าใจอะไรง่ายดี”

“คุณไปพูดกับหนูทรายเรื่องกร?”

“ใช่!! ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม เด็กนั่นจะได้เจียมตัว ไม่คิดสูงเกินไป กรจะต้องได้คนที่ดีที่สุดเท่านั้น”

มีเสียงดังที่หน้าห้อง นพลักษณ์และสมภพมองไปเห็นรถเข็นเค้กจอดอยู่ แต่กรไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว!

ooooooo

กรหลบไปโทร.หาทรายถามว่าวันก่อนแม่มาพูดอะไรกับเธอ ทรายไม่ยอมเล่า กรไม่คาดคั้น แต่บอกว่า

“โอเค ไม่เล่าก็ไม่เล่า เอาเป็นว่า ถ้าสิ่งที่แม่พูดทำให้คุณไม่สบายใจ ผมขอโทษแทนคุณแม่ด้วย ผมเป็นห่วงความรู้สึกของคุณนะทราย ไม่อยากให้ต้องเสียใจ ลำบากใจ หรือทุกข์ใจเพราะผม”

ทรายพูดไม่ออก กรพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและจริงใจว่า

“ครั้งต่อไปถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก คุณต้องบอกผม ผมไม่อยากให้คุณต้องแบกรับมันไว้คนเดียว ผมโยนปัญหา โยนเรื่องทุกข์ใจให้คุณแก้ตั้งมากมาย ผมอยากรับรู้และแบ่งเบาความรู้สึกพวกนี้จากคุณบ้าง”

ความห่วงใย จริงใจของกรทำให้ทรายซึ้งใจ อารมณ์ เธอแจ่มใสขึ้น จนสักทองและน้ำทิพย์สบายใจไปด้วย น้ำทิพย์ คาดว่าคงเพราะกรแน่ๆ พอเลียบเคียงถามทรายบอกว่าเป็นเพราะช่วงนี้เด็กเปิดใจคุยกับเรามากขึ้นเราก็มีความสุข

“อืม...คนเราได้เปิดใจคุยกันมันก็สบายใจนะ” น้ำทิพย์เออออไปด้วย ทรายพยักหน้าแต่ใจคิดถึงกร

ครอบครัวโชกุนยังแก้ปัญหาไม่ตก เมื่อทั้งพ่อและแม่ต่างโทษกันไปมา ทรายขอให้ต่างฝ่ายเขียนข้อเสียของตัวเองและอีกคน ดุจฤทัยเขียนถึงภูทองว่า “ไม่มีระเบียบ ซกมก ขี้โกหก ขี้เกียจ” ส่วนภูทองเขียนถึงดุจฤทัยว่า “เจ้าระเบียบเป๊ะทุกเรื่อง บ่นทุกสิ่ง” แล้วต่างก็ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 10 วันที่ 22 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ