อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 10/5 วันที่ 19 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 10/5 วันที่ 19 มี.ค. 59

“คุณย่าเลยให้ผมมาบอกคุณว่า วันอาทิตย์พรุ่งนี้ คงให้น้องชมพูไปที่บ้านโอฬารไม่ได้” แพรขาวก้มศีรษะเป็นการรับรู้ ก่อนถอนใจยาวถึงเรื่องที่ได้ฟังมาทั้งหมด “แต่คุณย่าท่านบ่นว่า..ถ้าไม่พบน้องชมพูก็คิดถึง คุณเขมเลยบอกให้พาชมพูไปเที่ยวไปพักผ่อนด้วย จะได้ไม่ต้องกลุ้มเรื่องคุณพัสกร เพราะคุณเขมจะอยู่จัดการเอง คุณย่าเลยขอให้ผมมาขอคุณแพร..จะพาน้องชมพูไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ อาจจะเป็นบางแสนหรือพัทยา คุณแพรจะไปด้วยไหมครับ”
“ฉันทำงานค่ะ ไปไม่ได้อยู่แล้ว”

สาโรจน์มองแพรขาวอยู่อึดใจ ก่อนจะถามบางอย่างขึ้น “พูดเรื่องงาน..คือ ผมก็อยากจะบอกอะไรสักอย่าง หวังว่าคุณจะไม่โกรธ จริงอยู่..ที่ ลลิตสปาก็ไม่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้น คุณย่ากับคุณเขมก็ไม่ค่อยสบายใจนัก เดี๋ยวใครเอาไปพูดกันไป พูดกันมา ก็อาจจะพูดผิดๆถูกๆได้.. ว่าคุณทำงานเป็นหมอนวดอยู่ที่นี่”


“ฉันไม่ได้ทำหมอนวด ใครๆก็รู้ ถ้าคุณไม่เชื่อทำไมไม่เดินเข้าไปเช็คในร้านละค่ะ จะได้ไปบอกคนที่ให้คุณมาสืบด้วย”
“ครับ ผมเข้าใจ แต่มันเป็นอะไรที่เสี่ยงกับความเข้าใจไปในทำนองนั้นของชาวบ้านได้นะครับ”
แพรขาวพยายามข่มอารมณ์ ไม่อยากคุยต่อ

แพรขาว สาโรจน์เดินกันมาที่จอดรถ
“คุณแพรไม่อยากหางานอื่นที่ดีกว่านี้บ้างหรือครับ”
แพรขาวหันมาถามอย่างสนใจจริงจังทันที “งานอะไรล่ะคะ”
“ทาวน์โฮมโครงการใหม่ครับ ตอนนี้ผมต้องการพนักงานต้อนรับลูกค้าที่ออฟฟิศวันเสาร์ เต็มวัน และวันอาทิตย์ครึ่งวัน ตอนนี้มีคนทำอยู่คนเดียว อยากได้คนมาช่วย”
“แล้วรายได้ เป็นรายเดือนหรือรายวันคะ”
“เดือนละหมื่นสอง สัญญา1ปีครับ”
“น่าสนใจมากค่ะ แล้วต้องเริ่มงานเมื่อไรคะ”
“ต้นเดือนใหม่นี่เลยครับ”
สาโรจน์เองก็นึกไม่ถึง ว่าจะทำสำเร็จง่ายดายแบบนี้
รถสาโรจน์ขับเลี้ยวเขามาในถนนซอยบ้านยายเกสร รถจอดลงหน้าประตูรั้วบ้านเกสร ทั้งสองยังคุยกันอยู่
“..เพราะเรื่องนายหญิงของลลิตสปานี่ล่ะคะ แพรถึงคิดอยากจะเปลี่ยนงาน ก่อนที่จะต้องโดนคุณมาตาเล่นงาน..เหมือนน้องคนที่แพรเล่าให้ฟัง ถึงแล้ว..ขอบคุณนะคะ แล้วแพรจะไปยื่นเอกสารสมัครงานอย่างเป็นทางการตามที่นัดกันนะคะ” แพรขาวไหว้ แล้วเปิดลงจากรถ เดินไปเปิดประตูบ้าน
สาโรจน์มองตาม แล้วอึ้งๆ ตัดสินใจ เปิดรถ ตามลงไป “คุณแพรขาว..เดี๋ยวครับ คือ..ผม..มีอะไรจะเล่าให้ฟัง” สาโรจน์ตัดสินใจ บอกความกังวล “คือ.. ผมรู้จักคุณลลิต”
แพรขาวกำลังจะก้าวเข้าบ้าน ชะงัก หันไป “อ้าว! งั้นหรือคะ ตาย ดีนะ ไม่ได้นินทาอะไรไปเกินเลย พูดกันตามจริง เรื่องงานเขาก็ดีค่ะ ไม่ได้มีอะไรให้ลูกน้องว่าได้”
“เรื่องงานเขาไม่มีปัญหา แต่เรื่องเจ้าชู้ใช่ไหมครับ..ที่เขามี..เขาต้องเลิกทำธุรกิจทางใต้ ก็เพราะมีเรื่องกับพนักงานหญิงของตัวเองนี่ล่ะ จนอยู่ไม่ได้ ต้องหนีมากรุงเทพ”
“หรือคะ..” แพรขาวมองอย่างอยากรู้ “มีเรื่องอะไรคะ”
“ที่ภูเก็ต เขาก็เปิดศูนย์สุขภาพ นวด คลายเส้นอะไรทำนองนี้ แล้ววันหนึ่งมีพนักงานหญิงไปแจ้งความว่าถูกนายจ้างข่มขืน บังคับไม่ให้บอกใครจนตกเป็นเหยื่อเรื่อยมา จนสามีมาจับได้ เลยพาเมียมาแจ้งความตำรวจ”
“ตายละแพรนึกไม่ถึงเลย..แล้วยังไงคะ? คุณลลิตไม่ได้รับโทษหรือ”
“อืม..ไม่ได้รับโทษทางอาญาฮะ เพราะหลักฐานอ่อน คือ ผู้หญิงให้การประหลาด ไม่น่าเชื่อถือ บอกตำรวจว่าถูกของ”
“ของ? ของอะไรคะ?”
“ถูกของไงครับ คล้ายถูกเสน่ห์ เขาบอกว่าลลิตสวมสร้อยให้เขา แล้วก็เบลอไปเลย ผู้ชายสั่งให้ทำอะไรก็ทำ เหมือนถูกสะกด..” แพรขาววูบ ขนลุกขึ้นมาโดยทันที ยืนตะลึง “ตำรวจเชื่อว่าเป็นการสมยอมกันมากกว่า ได้ข่าวว่านายลลิตก็ยอมจ่ายเงินค่าเสียหายไปก้อนโต ก่อนปิดกิจการ มาได้ข่าวอีกทีก็เปิดสปาอยู่ที่นี่แล้ว”
แพรขาวฟังอึ้ง เงียบไปนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า

ลลิตหยิบสร้อยเงิน ตรงปลายร้อยด้วยลูกปัดเพียงเม็ดเดียวนั่นคือลูกปัดตาเสือหันมาหาแพรขาว “เส้นนี้..คือสร้อยลูกปัดตาเสือ แพรลองดู สวยมาก” ลลิตยื่นไปใกล้จ่อหน้าแพรขาว แพรขาวมองนิ่งที่สร้อยตาเสือ เหมือนโดนสะกด ลลิตยกสร้อยลูกปัดตาเสือขึ้นมาชูขึ้นตรงหน้า แพรขาวผงะ “ผมอยากให้แพรเอาไว้ใส่..สวยใช่มั้ยผมรู้ว่าแพรชอบ..เชื่อผมมันเข้ากับชุดที่แพรกำลังใส่อยู่นี้มากๆรับไปสิ..”
“แต่..”
ที่ก้อนลูกปัด เห็นเป็นดวงตาสัตว์ร้ายกลอกตาหมุนขยับวาบจ้องมองมา แพรขาวชะงักยืนตัวแข็งนิ่ง ในดวงตาแพรขาว เห็นเป็นภาพสะท้อนของเสือร้ายกำลังแสยะเขี้ยว จ้องจะตะครุบเหยื่อ

แพรขาวรู้สึกขนลุกวูบ หน้าซีดๆ “สมยอมหรือบังคับกัน..เราก็ไม่รู้นะคะ”
“แต่ตอนนี้คุณแพรสบายใจได้แล้วนะครับ เพราะคุณแพรได้งานใหม่แล้ว”
“ต้องขอบคุณคุณสาโรจน์อย่างมากค่ะ”
“ยินดีครับ ถ้าผมช่วยอะไรได้อีก..ก็บอกนะครับ..”
แพรขาวรู้สึกโล่งๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ยิ้มๆอย่างขอบคุณให้สาโรจน์ แล้วหัน เดินเข้าบ้าน ปิดประตูลง
สาโรจน์ มองตาม รู้สึกอ่อนไหว อ่อนโยนและเศร้าแปลกๆ

แพรขาวเดินลิ่วๆ เลี้ยวมาที่หน้าระเบียงเรือนเล็ก เดินผ่านศาลโดยไม่ได้หันไปสนใจที่ศาลฯ หรืออย่างอื่น ใจจดจ่อ ครุ่นคิดกับสิ่งที่ต้องทำต่อไปกับอนาคตและโอกาสใหม่ที่กำลังจะมา แพรขาวตรงไปเปิดไฟระเบียงแล้วเปิดกุญแจเข้าเรือนไป ลมพัด ใบไม้ปลิวลงมาหน้าศาลกรูเกรียว แพรขาวเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบรื้อเลือกชุดตัวเก่งตัวสวยของชมพู ออกมาแขวนไว้ ก่อนนึกๆว่าต้องทำอะไรต่ออีก หันไปหยิบสมุดกับปากกาขึ้นมา แล้วลงไปนั่งที่ปลายเตียงเขียน จม.ลาออกจากสปา
“เรียน ท่านผู้จัดการลลิตสปา เรื่อง ขอลาออกจากงาน ”
ไรวินท์มาแอบยืนมองเงียบๆนอกหน้าต่าง แพรขาวเขียนเสร็จพับและหาซองมาใส่อย่างดี พลางถอนใจโล่งบางอย่าง ก่อนลุกไปคว้าผ้าเช็ดตัวตรงเข้าห้องน้ำไป ไรวินท์ได้แต่เฝ้ามอง ด้วยความห่วงใยและน้อยใจ

เรือนไม้สองหลังริมคลองบ้านยายเกสรยามเช้า รถตู้หรูคันโตมาแล่นจอด
แพรขาวในชุดพนักงานสปา ชมพูในชุดเก่งอุ้มตุ๊กตาตัวโปรดมายืนรออยู่หน้าประตู ชมพูลั้ลลาดีใจที่จะได้ไปเที่ยว
“คุณย่ามาแล้วๆ”
ประตูรถตู้เปิดออก ประไพเดินลงมา เห็นคุณนายแถบทิพย์นั่งอยู่มองดีใจมาที่ชมพู“ชมพูหลานย่า”
“วันนี้ไปเที่ยวทะเลกันนะคะหนูชมพู”
“สวัสดีค่ะป้าไพ สวัสดีค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะคุณแม่”
“แม่แพรขาวไม่ต้องห่วงล่ะ ฉันพาหลานไปเที่ยวแถวนี้ใกล้ๆ แล้วจะมาส่งเย็นๆ”
“ค่ะ หนูฝากด้วยนะคะ”
“แล้วหนูจะซื้อขนมมาฝากคุณแม่นะคะ”
“จ้า..อย่าดื้อกับคุณย่าล่ะ”
“หนูไม่ดื้อค่ะ หนูเป็นเด็กว่าง่าย”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะ
“อยากให้คุณแพรขาวไปด้วยจัง”
“ไม่ได้หรอก..แพรต้องทำงานค่ะ ป้าไพ..”
คุณนายแถบทิพย์กอดจูบหลานเหมือนเป็นเครื่องดับทุกข์ในใจ แพรขาวมองคุณนายแถบทิพย์ที่แววตายังดูรู้ว่าเต็มไปด้วยความไม่สบายใจอมทุกข์ อย่างรู้สึกเห็นใจ คุณนายแถบทิพย์รับไหว้ มองแพรขาวในเครื่องแบบ อึ้งๆ มองแพรขาวในชุดสปารัดรูป สีหน้าคุณนายแถบทิพย์เครียดๆ สบตากับประไพ
ต๊อกพายเรืออย่างระมัดระวังจนถึงฝั่ง แพรขาวลงจากเรือ ถือของเต็มมือ ต๊อกโดดลงจากเรือ ผูกเรือ หันมา แพรขาวรออยู่
แพรขาวยื่นส่งถุงข้าว ต๊อกรับไว้ แล้วไหว้ “ต๊อก พี่จะลาออก แต่อย่าเพิ่งไปบอกใครนะ “
“อ้าว..” ต๊อกมองอย่างอึ้งๆ อาลัย แล้วน้ำตาไหลเผาะลงมา
“แต่ถึงพี่ไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว แต่พี่ก็ยังอยู่บ้านฝั่งโน้น ต๊อกข้ามมารับกล่องข้าวจากพี่ได้เสมอ ตอนเช้าๆพี่จะเอามาวางไว้ให้”
ต๊อกนั่งนิ่ง เช็ดน้ำตา แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆเหมือนกับพูดกับตัวเอง “ไปก็ดีแล้ว”
“อ้าว ไล่เลยนะ”
“.คงอยู่อีกไม่นาน”
“ใครอยู่อีกไม่นาน พี่น่ะเหรอ? พี่คงมาทำงานแค่วันเสาร์หน้านี้ล่ะ เป็นวันสุดท้าย..สิ้นเดือนพอดีนี่นา..วันอาทิตย์คงไม่มาอีกแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ..”
“จารุวรรณเขาจะไปวันศุกร์”
“พี่ไปอีกคน นายกลับจากญี่ปุ่นมาเจอคงยุ่งนะ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็คนเขาทนอยู่ไม่ไหว นายหญิงคงหาคนมาแทนได้ หรือไม่ เขาอาจจะทำเสียเอง”
“อีนี่มันใจยักษ์ คนหนีหมด สมน้ำหน้าทั้งผัวทั้งเมีย”
แพรขาวถอนใจ ก็ไม่รู้จะทำไงได้

แพรขาวที่สะพายกระเป๋าประจำตัวติดมาด้วย ถือซองจม.และไปรษณียภัณฑ์ นิตยสารที่ส่งมาในซองพลาสติกใสๆ ใบโฆษณาต่างๆมาหน้าห้องลลิต มองทางหนีทีไล่ ไม่มีใคร เปิดเข้าไป แพรขาวมองไปที่โต๊ะทำงานใหญ่ ที่ค่อนข้างเป็นระเบียบและว่างๆ ไม่มีของ แพรขาวรีบเอาเอกสารทั้งหมดไปวางอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะ แล้วเปิดกระเป๋าตัวเอง หยิบซองจม.ลาของตัวเองออกมา แพรขาวรีบทำการจัดให้แนบเนียน โดยเอาซองนี้วางเป็นลำดับที่สามที่สี่ เอาซองอื่นๆมาวางทับไปก่อนเล็กน้อย แพรขาววางเสร็จ พอดี ประตูโดนเปิดเข้ามา พร้อมไฟโดนเปิดสว่างแชะ แพรขาวตกใจ หันไปมีมาตายืนอยู่
“กระแดะเข้ามาทำอะไรในนี้ยะ แม่แพรขาว”
“อ๋อ ดิฉันเอาพวกจดหมายต่างๆเข้ามาวางให้คุณลลิตน่ะค่ะ”
“มันหน้าที่เธอเหรอ เธอต้องรับออร์เดอร์ลูกค้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์โน่น “
“อ้าว..แล้วมันหน้าที่ใครล่ะคะ ดิฉันเห็นของกองอยู่ ไม่มีใครนำเข้ามาเสียที ก็กลัวอะไรจะตกหล่นปลิวหายไป คุณลลิตกลับมา เผื่อรอจดหมาย หรือเอกสารอะไรอยู่แล้วไม่เจอ เดี๋ยวจะเสียหาย พวกบิลต่างๆก็หลายซองค่ะ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ..”
“เออๆๆ ไม่ต้องจาระไนหรอกย่ะ เสร็จธุระแล้วก็รีบออกไปสิ เดี๋ยวเกิดมีของหายขึ้นมา..โดนสงสัยแล้วอย่ามาโวยวายว่าชั้นหาเรื่องล่ะ”
“ค่ะ”
มาตามองตามไป หมั่นไส้ แล้วหันมามองที่โต๊ะ แต่ก็ไม่สนใจจะดู ปิดไฟ แล้วเดินออก

เขมินีกินยาแก้ปวดไมเกรน สาโรจน์เคาะประตู เข้ามาเห็นมองๆ “คุณเขมปวดศีรษะหรือครับ”
“อือ”
“งั้น..วันนี้งดประชุมบ่ายไหมครับ “
“ไม่หรอก..งดได้ไง..”
“เอ่อ..คือ..เรื่องน้องสะใภ้คุณเขม..ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ..คือ..ผมได้พยายามกล่อมจนเธอยอมจะลาออกจากลลิตสปาแล้วนะครับ”
“จริงเหรอ โห..สาโรจน์ เธอนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ” เขมินีเข้ามาตบบ่าแรงๆ “เก่งมากๆ ที่ทำให้ยัยนี่มันอ่อนข้อให้เราได้ แล้วมันต้องการเงินค่าเลี้ยงดูจากเราเท่าไหร่ล่ะ เธอเสนอให้มันเดือนละกี่หมื่นล่ะ มันถึงยอมน่ะ หรือมันจะเอาเป็นแสนล่ะ ฮะๆๆๆ”
“คือ..ผมไม่ได้เสนอเงินให้คุณแพรขาวหรอกครับ แต่ผมเสนองานใหม่ให้แทน หวังว่าคุณเขมคงไม่ว่าอะไร”
“งาน..งานอะไร”
“งานพนักงานต้องรับที่สำนักงานขายหมู่บ้านแห่งใหม่ของคุณเขมนั่นแหละครับ..มาทำเฉพาะเสาร์อาทิตย์..ผมเสนอเงินเดือนหมื่นสอง..เธอก็รีบตกลงทันที..หวังว่า คุณเขมคงไม่ว่า..ที่ผมตัดสินใจไปโดยพลการนะครับ”
“อะไรนะ..ยัยแพรมันยอมเรา.. เพราะอยากทำงาน..แลกกับเงินหมื่นสองเนี่ยนะ”
“ครับ..เราต้องไม่ทำให้คุณแพรขาวรู้สึกว่าเราช่วยเธอ หรือมีบุญคุณกับเธอครับ “
เขมินีกรอกตา ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย สาโรจน์ยิ้ม สายตาอ่อนโยน ขำๆและเอ็นดู เมื่อนึกถึงแพรขาว เขมินีมอง ชักผิดสังเกตสาโรจน์

เรือที่ต๊อกพาย พุ่งตัดน้ำมาจอดเทียบท่าน้ำบ้านยายเกสร ต็อกเอามือจับเรือไว้ ให้แพรขาวก้าวขึ้น
“พี่จะไปทำงานเสาร์หน้าอีกวันใช่ไหม งั้นผมค่อยลาขาดพี่วันเสาร์นะ”
“ลาขาดอะไรกันล่ะ ต๊อก..บอกแล้วไง..ต๊อกหมั่นมาชะโงกดูนะ เผื่อเจอกัน แต่ยังไงพี่จะเอาถุงของกินมาห้อยไว้ให้ตรงนี้ล่ะ “
“ชาตินี้ คงไม่มีคนอย่างพี่อีกแล้วล่ะ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 10/5 วันที่ 19 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ