อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11 วันที่ 20 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11 วันที่ 20 มี.ค. 59

“ลาขาดอะไรกันล่ะ ต๊อก..บอกแล้วไง..ต๊อกหมั่นมาชะโงกดูนะ เผื่อเจอกัน แต่ยังไงพี่จะเอาถุงของกินมาห้อยไว้ให้ตรงนี้ล่ะ “
“ชาตินี้ คงไม่มีคนอย่างพี่อีกแล้วล่ะ”
“ต็อกก็โชคดีนะ พี่ไปละ มืดแล้ว พายเรือกลับดีๆ”
ต๊อกพยักหน้า ปล่อยมือ ถอยเรือพายกลับข้ามฝั่งไป ท่าทางพายเรือของต๊อกดูเศร้าๆ สิ้นหวัง หลังคุ้ม มองไปที่สปา หน้าตาเครียด เกลียดชัง แพรขาวมองตามอย่างสงสาร

แพรขาวเดินกลับเข้ามาจากท่าผ่านหน้าศาล ไรวินท์มายืนอยู่ แพรขาวตกใจเล็กน้อย“คุณวิน!”
“เธอลาออกจากงานแล้วหรือ”


“อ้าว! คุณทราบ..ด้วยญาณวิเศษ..หรือคะ”
“ถ้าฉันไม่ได้ยินเด็กหนุ่มหน้าอมทุกข์คนนั้นพูดกับเธอ ฉันก็คงไม่ได้รู้”
“ฉันตั้งใจว่าจะบอกคุณเหมือนกัน แต่มัวยุ่งๆ เลยลืมไป”
“ยุ่งมากเลยหรือ..หึๆ แต่ก็ดีแล้ว ถ้าเธอออกมาเสียได้”
“ค่ะ ดิฉันก็เพิ่งจะรู้อะไรหลายๆอย่างๆมา ไว้จะเล่าให้ฟัง..แล้ว วันนี้ฉันจะได้ฟังเรื่องของคุณ ต่อไหมคะ เมื่อคืนคุณไม่ได้มาเล่าอะไร อยากรู้แล้วค่ะ..เรื่องลูกของคุณ ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”
ไรวินท์ยิ้มประชดอีกที “เธอมีอารมณ์. .พอที่จะฟังแล้วเหรอ”
“มีสิคะ” แพรขาวตอบรับกระตือรือร้น โดยไม่ทันสังเกตอาการของไรวินท์ที่ยังงอนๆอยู่ มองแบบค้อนๆนิดๆ

เรือนใหญ่บ้านสีนวลในเวลากลางคืน เด็กทารกน้อยหน้าตาน่าชัง เพศหญิง ตัวแดงชมพู นอนหลับตาพริ้มอยู่ในห่อผ้าขาวสะอาดถูกยื่นส่งให้ไรวินท์อุ้ม
“ลูกวินได้ลูกสาว เอาออกมาไม่ยาก ยายม้วนหมอตำแยแกเก่ง” ไรวินท์เก้กังๆ อุ้มทารกน้อยไม่ถูก วารีมองอย่างนึกขัน ทั้งสองยืนอยู่หน้าห้องสีนวล “โถ คนไม่เคยมีเด็ก เอ้า! ยื่นแขนออกมา แม่จะวางลงให้ ค่อยๆโอบ อย่างนั้นล่ะ”
ไรวินท์รับมาอุ้ม ทีแรกกลัวจะทำตก อคติ ไม่อยากแตะต้อง แต่แล้ว พอแรกสัมผัส ความรู้สึกผูกพันประหลาดก็แล่นซาบซ่านจับหัวใจ สีหน้าไรวินท์ตื้นตัน ซาบซึ้ง นึกไม่ถึง ไรวินท์ค่อยๆใช้ปลายนิ้วข้างหนึ่งแตะแก้มกลมใส ด้วยความทะนุถนอมแผ่วเบาไปมา
“ตัวนิดเดียว บอบบางยิ่งกว่าตุ๊กตากระเบื้อง ผมไม่กล้าแตะมากกว่านี้ แม่..กลัวทำลูกเจ็บ”
“ไม่เจ็บหรอก.คนเจ็บน่ะแม่เขา คลอดเสร็จก็หมดแรง สลบไปเลย”
“เขาปลอดภัยดีนะครับแม่”
“ปลอดภัยจ้ะ แต่ก็เจ็บมาก ตามประสาท้องแรก นี่หลับไปแล้ว จะเข้าไปดูมั้ยล่ะ”
“อย่าเลยครับ ปล่อยให้เขาพักเถอะครับ” ไรวินท์หันไปเห็นลูกหาว ก็ขำ หัวเราะ “แม่ดูซี ลูกหาวเป็นด้วย”
วารีมองยิ้ม ไรวินท์ยื่นส่งลูกคืนให้วารี
“ก็ดึกป่านนี้.. มัวทำอะไร กลับมาจนเลยเที่ยงคืนเป็นนาน.. น่าเกลียดจริงๆ กลับมาให้ดูเมียคลอดลูกก็ยังไม่ทัน”
ไรวินท์แอบถอนใจ “มีลูกมีเต้าแล้ว ก็กลับบ้านมาหาลูกหาเมียบ้าง อย่าให้ลูกโตขึ้นมาจำหน้าพ่อไม่ได้”
“โธ่ แม่ครับ” ไรวินท์เข้าไปกอดประจบ “ถ้าผมไม่ทุ่มเททำงานมากกว่าคนอื่นๆ นายก็ไม่เห็นความดี ผมขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้ากองได้ไม่ใช่เพราะประจบนาย แต่เพราะนายใช้อะไรผมก็ทำได้หมด”
“โอ๊ยๆ อย่ามากอดเอวแม่ จั๊กจี้” วารีหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้ง ไรวินท์กอดประจบทำเนียนต่อไป
หม้อยาร้อนๆเพิ่งต้มมาใหม่ ถูกหมอตำแยยกมาวาง สีนวลนอนกอดลูกน้อยหลับอยู่ในวงแขนบนเตียงอยู่ไฟ
ที่หน้าห้อง ไรวินท์ในเครื่องแบบโดนแม่วารีผลักมา
“เถอะน่า พ่อวินท์ ก่อนไปทำงานก็แวะเยี่ยมเมียเขาเสียหน่อย”
“ครับๆๆแม่..” ไรวินท์เดินเข้ามา หมอตำแยเห็นเดินหลบออกไป ไรวินท์ลากเก้าอี้มานั่งข้างที่นอน มองดวงหน้าขาวซีดเหมือนคนป่วยของสีนวล
สีนวลลืมตาขึ้นมา พอเห็นหน้าไรวินท์ ดีใจ มองอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่วินท์” สีนวลเสียงแผ่วๆ น้ำตาไหล รีบเช็ด” ลูกหลับ พี่เห็นลูกแล้วใช่ไหมคะ?”
“เห็นแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน” ไรวินท์มองเด็กน้อยหลับพริ้ม จิ้มลิ้ม ความรู้สึกเต็มตื้นปิติเกิดขึ้นได้อีก “ลูกน่ารักมาก ขอบใจสีนวล เธอทำให้ฉันมีความสุขมาก”
สีนวลน้ำตาไหลพรากๆ “ฉันก็..ก็ดีใจ ที่ลูกออกมาแข็งแรง..น่ารัก”
“เย็นนี้ฉันจะกลับให้เร็ว เธออยากได้อะไรไหม ฉันจะซื้อมาฝาก”
“ไม่ค่ะ.ไม่”
วารีเดินเข้ามาพอดี “หิวหรือยังลูก..เป็นแม่ลูกอ่อนต้องบำรุงกันหน่อย ไม่งั้นจะไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน แม่ไม่ใช่คนโบราณที่ให้กินแต่ข้าวต้มกับปลาแห้ง ผอมตายกันพอดี อยากกินอะไรก็ บอกมา เว้นพวกของสดของคาว เผ็ดจัดๆก็ด้วย เดี๋ยวน้ำนมจะเผ็ดตาม”
ไรวินท์ถือโอกาสลุกขึ้นทันที “ฉันต้องไปทำงานก่อน เย็นนี้จะรีบกลับ”
“ค่ะ ถ้าพี่จะซื้ออะไรมาเผื่อฉัน..ฉันอยากได้ ขนมเบื้องหวานกับเค็มสักสองถุง คุณแม่คงให้รับได้ ไม่แสลงนะคะ”
“เอ..ขนมเบื้องมันมีไข่นี่ ไม่ดีนะ เหมือนข้าวเหนียวนั่นละ แผลจะหายช้า..แม่สีนวล กินอะไรอย่างอื่นดีกว่า ลูกวินหามาให้เองแล้วกัน แม่ก็นึกไม่ออก”
“ครับ”
“อ้อ ไหนๆก็จะแวะซื้อของกินมาฝากเมียแล้ว แวะตลาด ซื้อข้าวเกรียบปากหม้อกับสาคู มาฝากแม่ด้วย”
“ได้ซีครับ” ไรวินท์รับคำหนักแน่นก่อนจะเดินออกไป
วารี สีนวล มองปลื้ม มีความสุขเต็มใบหน้า

ข้าราชการเดินกันไปมาที่ระเบียงตึก ไรวินท์กำลังรับจดหมายน้อย จากชายคนหนึ่งที่มายื่นให้
“มีเรื่องสำคัญ..จากคุณมาลาตีครับผม”
ไรวินท์สีหน้าเป็นกังวล เดือดร้อนขึ้นมาทันที รีบแกะอ่าน

นาฬิกาผนังเรือน บอกเวลาห้าโมงเย็น สีนวลนอนให้นมลูก กล่อมไปมาอยู่บนเตียงอยู่ไฟ
วารีเดินเข้ามาดู “นี่ทานอะไรไปหรือยัง เย็นแล้วนะ”
“ยังค่ะ”
“แม่ว่า หิวก็ทานอะไรไปก่อนมั้ย จะได้บอกเด็กให้ยกมาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ นวลยังไม่หิว นี่ลูกเพิ่งหลับด้วย..ประเดี๋ยวพี่วินคงมา”
สีนวลกอดมองลูกน้อยด้วยความสุข วารีมองห่วงๆ

ไรวินท์เดินขึ้นบันได ก็เจอมาลาตีวิ่งออกมา มาลาตียื่นมือทั้งสองมาให้เขาจับด้วยอาการกระวนกระวาย
“พี่วินขา ช่วยมาลาตีด้วย มาลาตีกลุ้มใจจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว”
ไรวินท์ยกมือทั้งสองของมาลาตีขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ปลอบอย่างอ่อนหวาน “อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปเลย พี่มาหาตามคำขอของน้องแล้ว มาลาตีของพี่”
มาลาตีค่อยๆดึงมือออกอย่างขวยเขิน หน้าแดงเรื่อ

มาลาตีเดินนำไรวินท์เข้ามาในห้องรับแขก เธอดึงมือเขาลงนั่งที่เก้าอี้ยาวด้วยกัน นั่งเบียดแนบชิดกว่าครั้งก่อนๆ แล้ววางมือลงในอุ้งมือของไรวินท์ ไรวินท์รู้สึกสะท้านวูบวาบ อย่างตั้งตัวแทบไม่ทัน
“อาเล็กมาหามาลาตี บอกว่าจะช่วยให้การค้านคำพูดของลุงผาดเรื่องพินัยกรรมคุณพ่อ”
“อ้าว! ก็ดีนะซี ไม่เห็นต้องเป็นกังวล”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะซีคะ ถ้ามาเป็นพยาน อาเล็กก็ขอเงินตอบแทน”
“เอ๊ะ! ซื้อพยานงั้นหรือ?”
“ก็ คงทำนองนั้นละค่ะ แต่ว่าอาเล็กก็ไม่ได้บอกโต้งๆงั้นนะ” มาลาตีหน้าสลด น้ำตาปริ่ม “อาเล็กแกคงนึกว่าคุณพ่อให้เงินทองคุณแม่เอาไว้มาก ไม่จริงเลย แม่เป็นคนเจียมตัว ทำงานเลี้ยงตัวเอง พออยู่ไปเดือนๆ จนทุกวันนี้ เราเริ่มลำบากกัน ขาดร่มโพธิ์ร่มไทร..” มาลาตีเสียงสั่น จนปล่อยโฮสะอื้น ซบหน้าบนบ่าไรวินท์
ไรวินท์โอบมาลาตีไว้แนบอกเป็นครั้งแรก ด้วยความทะนุถนอม “อาเล็กเรียกเงินเท่าไรล่ะ”
“ห้าพันค่ะ มาลาตีคิดว่าจะเอาสร้อยทองแม่กับกำไลทอง ที่คุณพ่อทำขวัญมาลาตีตอนเกิดเอาไปขาย คงจะได้สักสองพัน..ก็คงจะบอกอาเล็กไปตามตรงว่าเรามีแค่นี้”
“เก็บทองไว้เถอะ เอาไว้ขายยามจำเป็นกว่านี้ ..เงินห้าพัน พี่มี”
“แต่..มาลาตี อาจไม่มีปัญญาใช้คืนพี่ จนกว่าจะได้มรดกของคุณพ่อเสียก่อน”
“ไม่ต้องห่วงเลย เพราะยังไงพี่ไม่ได้คิดจะทวง..จะคืนเมื่อไรก็ได้ พี่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เงิน”
มาลาตีโล่งอก รีบยกมือกราบแทบอกไรวินท์ “มาลาตีดีใจเหลือเกิน เหมือนพระมาโปรด.. เรามีกันแค่สองคนแม่ลูก ใครๆก็นึกจะมารังแกได้” ไรวินท์ดึงมาลาตีเข้ามากอดอีกครั้ง แต่มาลาตีค่อยขยับตัวออกอย่างละมุนละม่อม “มาลาตีเสียมารยาทจริง พี่วินมาถึงเหนื่อยๆ น่าจะพักผ่อนให้สบายใจ กลับเอาเรื่องทุกข์ มาให้ พี่วินรอสักครู่นะคะ จะให้เขาจัดโต๊ะให้ อยู่ทานข้าวกัน อย่าเพิ่งกลับ มาลาตีไม่อยากทานคนเดียว” ไรวินท์จ้องมาลาตีอย่างมีความหมาย ไม่วางตา “ตกลงนะคะๆๆ”
แสงโคมไฟเล็กข้างเตียง สีนวลนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงมีเชือกไกวเปลลูกน้อยที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ยังคาอยู่ในมือ
ไรวินท์ค่อยๆย่องเข้ามา มองสีนวลอย่างไม่อยากให้รู้สึกตัวตื่น ค่อยๆ ก้มดูลูกสาวตัวน้อย ทารกน้อยแก้มยุ้ยหลับปุ๋ย ไรวินท์ยิ้มภูมิใจ ก้มลงไปจะหอม แต่พลันทารกน้อยขยับตกใจ ร้องจ้าขึ้นมา ไรวินท์ตกใจ
สีนวลสะดุ้งตื่น เห็นไรวินท์ยืนอยู่ในชุดทำงาน “.อ้าว พี่วิน เพิ่งกลับหรือคะ”
“เอ่อ..จ้ะ..พี่..แวะมาดูลูก”
สีนวลรีบลุกมาอุ้มลูกน้อย เขย่าปลอบ ไกวไปมา เลิกเสื้อให้นมลูก “โอ๋ๆ แม่อยู่นี่..คงหิวนมน่ะค่ะ”
ไรวินท์ยืนเก้ๆกังๆ ทำอะไรไม่ถูก เสียงร้องทารกน้อยเงียบไปเมื่อได้กินนม ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบน่าอึดอัดขึ้นมาทันที “งั้น..พี่ไม่กวนละ เธอให้นมลูกไปเถอะ”
“พี่..”
ไรวินท์ที่หันเดินกลับออกไป ถึงกับชะงักหยุด “อะไร?”
“พี่ไม่ได้ซื้อขนมมาใช่มั้ยคะ?”
“นี่มันดึกแล้วเธอยังจะกินอีกหรือ?”
“ปะ-เปล่าค่ะ..นวลแค่ กลัว..ของจะเสีย..ถ้าทิ้งไว้ข้ามคืน..พี่อุตส่าห์..ซื้อมา”
“ไม่เป็นไร เธอให้นมลูก แล้วนอนไปเถอะ..ฉันได้แต่สาคูกับปากหม้อของแม่มา ขนมเธอมันไม่มีขาย”
“อ้อ..ค่ะ” สีนวลรีบก้มหน้ามามองที่ลูกน้อย โดยไม่มองไรวินท์ที่รีบเดินออกจากห้องไป สีนวลน้ำตาหยด

แพรขาวแว้ดขึ้นมา โดดลงมาจากราวระเบียงที่นั่งอยู่ “โห! น่าเกลียด น่าเกลียดมากๆ..คุณทำได้น่าเกลียดจริงๆคุณวิน ยิ่งฉันฟังเรื่องของคุณ บอกเลย ฉันเกลียดคุณ!” ไรวินท์ที่กำลังนั่งบรรเลงเปียโนอยู่มุมหนึ่งของระเบียงเรือนเล็กหยุดมือแทบไม่ทัน “นี่ถ้าฉันเห็นว่าคุณไม่ใช่ผู้มีพระคุณที่มาช่วยลูกสาวฉันไว้ละก็..”
ไรวินท์มาปรากฏตัวข้างๆ เยื้องหลังแพรขาว หัวเราะดุๆ “หึๆ..ฉันรู้ว่าเธอไม่เกลียดฉันหรอก”
“รู้ได้ไง?”
“ถ้าเกลียดคงไม่ทนฟังฉันมาจนป่านนี้กระมัง เธอคงสวดมนต์ขอพระหรือทำพิธีปัดรังควาน ไม่ให้ฉันมารวบกวนเธอไปนานแล้ว..”
“คุณเป็นทั้งพ่อและสามีที่เอาดีไม่ได้เลยจริงๆ นิสัยแย่ๆๆ แย่! พอๆกับพี่กรสามีฉันเลย”
“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับคนอื่น..ฉันอาจไม่ใช่สามีที่ดี แต่ฉัน..ไม่ได้เป็นพ่อที่เลว ผู้หญิงคนเดียวที่เป็นทั้งชีวิตและจิตใจของฉันก็คือลูกสาวฉัน” ไรวินท์พูดจบแหงนหน้ามองแพรขาวนิ่ง แววตายืนยันและมั่นใจในสิ่งที่พูด
แพรขาวอึ้ง แต่หน้ายังเหวี่ยงวีนสุดๆ
ไรวินท์ขับรถเร่งรีบสีหน้าว้าวุ่นใจ มาจอดกึกหน้าบ้านสุดสวาท

สุดสวาทเดินยิ้มแย้มลงมารับถึงหน้ารถ “แหมมาพอดีราวกับหูทิพย์..ดิฉันเพิ่งบอกคุณแม่ว่าจะเขียนหนังสือถึงคุณพรุ่งนี้เช้าให้คนนำไปให้ที่กรมดิฉันมีข่าวดี!”
“มีอะไรหรือครับ?” ไรวินท์แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ

ที่เตียงสีนวลที่นอนครางร้องบิดตัวไปมา มีบ่าว 3-4คน มายืนออเฝ้าอยู่ข้างๆ
“เป็นยังไงบ้างแม่นวล”
“ปวด..ปวดค่ะคุณแม่..โอ๊ย..โอ๊ย”
“ตายแล้ว..” วารีหันรีหันขวาง “ดึกแล้วจะไปหารถคงลำบากไม่ทันแน่เอางี้..ไฝ!” วารีหันไปหาบ่าวที่ยืนมองกันสลอน “รีบวิ่งไปตามยายม้วนหมอตำแยที่ปากตรอกมาที เร็ว!”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11 วันที่ 20 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ