อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11/5 วันที่ 21 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11/5 วันที่ 21 มี.ค. 59

ไรวินท์ดูห่วงใยมากมาย มีความในใจแต่พูดอะไรไม่ได้ มองหน้าอย่างอยากห้ามไม่ให้ไป “พรุ่งนี้..ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย..แต่เธอก็ต้องดื้อไปจนได้..เอาเถอะ..ไม่ว่าจะทำสิ่งใดจงรอบคอบเข้าไว้”
“ฉันจะระวังตัวค่ะ คุณเล่าเรื่องของคุณต่อดีกว่า”
ไรวินท์มองหน้า ขรึมๆ “เธอยิ่งฟัง จะยิ่งชังน้ำหน้าฉัน”
แพรขาวยิ่งอยากรู้

ดอกไม้ยามเช้าตรู่ที่สวนหน้าบ้านมาลาตีเบ่งบานสะพรั่ง เสียงนกออกรัง มาลาตีนอนกอดซบไรวินท์คุยกันอยู่บนเตียงในห้องนอนมาลาตี
“มาลาตี..”


“ขา”
“พี่มีความสุขมากที่สุดเลยรู้ไหม พี่รอวันนี้มานาน พี่รักเธอมากที่สุดนะ มาลาตี” ไรวินท์เชยคางมาลาตีขึ้น แต่มาลาตีทำขวยเขินพลิกหนี ไรวินท์อดีตเลยตัวขึ้นทับโอบรัดไม่ให้หนี
“พี่วิน!”
“.เจ้าช่างหอมรัญจวนเย้ายวนให้พี่หลงใหลคลั่งไคล้ไม่รู้จบ”
ไรวินท์ก้มลงหมายจูบ มาลาตีรีบบ่ายเบี่ยง ใช้มือยันๆไว้ “พอแล้วค่ะ พี่วิน มาลาตีจะช้ำไปทั้งตัวอยู่แล้ว..นี่เช้าแล้ว ไหนว่าจะต้องรีบกลับไงคะ”
ไรวินท์ยอมหยุด เหมือนได้สติกลับมา

ไรวินท์ขับรถเลี้ยวเข้ามาถึงหน้าบ้าน สีหน้าตะลึงชะงัก เห็นวารี สีนวล และเด็กรับใช้ เพิ่งจะใส่บาตรพระเสร็จอยู่หน้าบ้าน พระและเด็กวัดกำลังเดินไป วารีหันมามองอึ้งๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นแววตาขุ่นเคืองขึ้นมาทันที
ไรวินท์ลงมาจากรถ หยิบกรอบรูปลงมาด้วย “อาแม่ครับนี่..”
ไรวินท์จะยื่นกรอบรูปให้ดูแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงเชิงตำหนิของมารดาที่ไม่ได้สนใจของในมือเลยสักนิด “ไปไหนมาลูกวิน..กลับเอาเช้าขนาดนี้”
สีนวลมองไรวินท์อย่างเจ็บใจ “ดิฉันเป็นห่วงคุณพี่..นอนไม่หลับทั้งคืน”
ไรวินท์หันมาทำตาเขียวใส่สีนวล สีนวลสลด ก้มหน้าลง “ขอประทานโทษครับแม่ เมื่อคืน..มีข่าวลือเรื่องสงครามพวกผมเลยต้องไปประจำการอยู่ที่กระทรวงที่กรมกันหมดไม่ได้นอนกันทั้งคืนเหมือนกัน ท่านอธิบดีก็ยังต้องมานอนค้างที่กรม นอนค้างกันที่ห้องทำงานนั่นละครับ”
“สงคราม? ไม่เห็นมีข่าวคราวเลยนี่ บ้านเมืองออกจะเงียบเชียบ แล้วทำไมไม่โทรศัพท์มาบอกแม่ บ้านเราก็มีโทรศัพท์”
“พวกเราทุกคนถูกห้ามติดต่อภายนอกครับรอจนเช้าตีห้ากว่าๆถึงมีโทรศัพท์มาว่าไม่มีอะไรแล้ว ข่าวสงครามก็ว่าไม่จริงเลยรีบกลับบ้านกันเป็นแถว..”
วารีมองพยายามจับผิดมองสำรวจตัวลูกชายละเอียดยิบ “แล้วนั่นอะไร”
“อ้อ..รูปบ้านเราไงครับแม่ ที่ผมพาไปถ่ายเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมว่าจะเอาไปแขวนไว้ที่ห้องโถง” ไรวินท์ยื่นกรอบรูปในมือให้วารีดู
วารีเห็น เงียบไป แล้วส่งให้สีนวล สีนวลรับรูปไปดู แล้วทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก
ไรวินท์ชิงตัดบทปลีกตัว “ขอไปดูลูกหน่อยนะครับ ยายหนูเป็นยังไงบ้างหลับดีไหม” พูดจบก็รีบเดินลิ่วๆเข้าบ้านไป วารีมองตาม ระอา

ไรวินท์อาบน้ำเสร็จ สวมกางเกงทำงานเสื้อกล้ามขาวอยู่แล้ว กำลังหวีผมหน้ากระจกเสร็จลง ส่องกระจกอย่างมีความสุข ยิ้มเคลิ้มๆ
เสียงเคาะประตูดัง ไรวินท์อดีตสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์ “มีอะไร?”
“ฉันเองค่ะ..เอาเสื้อมาให้พี่”
ไรวินท์ดูเสื้อชุดข้าราชการปกติที่แขวนพร้อมอยู่แล้ว
เสียงปลดกลอนประตูดัง ไรวินท์ที่กำลังใส่เสื้อราชการเปิดแง้มประตูออกมา สีหน้าหงุดหงิด
สีนวลถือเสื้อข้าราชการน้ำตาล ยืนอยู่หน้าห้อง “เพิ่งเย็บดุมเสื้อให้เสร็จค่ะ เลย..เอาขึ้นมาให้”
“นี่ไง เสื้อชุดทำงานก็มีอยู่แล้ว ชั้นยิ่งกำลังรีบๆอยู่ เดี๋ยวไปกระทรวงสาย” ไรวินท์มองตำหนิๆ
สีนวลมอง สีหน้าแข็งกระด้าง “ค่ะๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน”
“ยังไงก็..ขอบใจ” ไรวินท์คว้าเสื้อจากสีนวลมา จะดึงประตูปิดกลับเข้าห้อง
“พี่คะ เอ่อ..ฉันอยากจะถาม”
ไรวินท์หันกลับ หน้าหงิก “อะไร!”
“ตอนนี้..สีนวลแข็งแรง ปกติดีแล้ว คงไม่ต้องนอนที่ห้องที่คลอดลูกแล้ว..ฉันควรจะย้ายกลับห้อง”
ไรวินท์รีบตัดบท “เธออยู่กับลูกที่ห้องนั้นแหละดีแล้ว ลูกร้องตอนดึกๆดื่นๆ ถ้าขึ้นมานอนข้างบน ฉันก็จะไม่ได้นอนไปด้วย” ไรวินท์กลับเข้าห้อง ปิดประตูปัง
สีนวลมองด้วยความแค้น

หน้าตึกกรมฯ ยามบ่าย ไรวินท์กำลังเครียดอยู่กับหนังสือเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นห้องทำงานใหม่ตามตำแหน่งที่สูงขึ้น บนโต๊ะทำงานที่ใหญ่ มีโทรศัพท์ตั้งอยู่ใกล้มือ ที่ดังอยู่ สักพัก เสียงโทเงียบไป เพราะมีเลขาหน้าห้องรับจากอีกเครื่องให้
เลขาสาวหน้าห้องเคาะบังตาเรียก “กองคะ คุณสุดสวาทเรียนสายค่ะ”
ไรวินท์สีหน้าขุ่นทันที แล้วตัดสินใจ หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะมารับสาย

บ้านสุดสวาทที่ดูฟูฟ่า มีชีวิตชีวาหรูหรามากขึ้น สุดสวาทยืนถือหูโทรศัพท์ อยู่มุมหนึ่ง “สุดสวาทเองค่ะคุณไรวินท์ คุณไรวินท์ไม่มาบ้านดิฉันบ้างเลย คุณแม่กับดิฉันผิดหวังมาก” ไรวินท์สีหน้าเหนื่อย ฟังเงียบ ท่าทีไม่อยากคุยอย่างชัดเจน ไม่ยอมตอบอะไรเลย “คุณไรวินท์คะ? วันเสาร์นี้ที่บ้านจะมีงานทำบุญ คุณไรวินท์ต้องมาให้ได้นะคะ..คุณไรวินท์!” ไรวินท์ถือหูฟังนิ่ง ก่อนค่อยๆวางหูลง “คุณไรวินท์คะ? คุณไรวินท์!”

ไรวินท์พรวดเปิดบังตาหน้าห้องทำงานตรงอออกมาที่เลขาสาวหน้าห้อง “วิภา! ต่อไป ถ้าคนชื่อสุดสวาทโทรมา ตัดบทไปเลยว่าผมไม่ว่าง ไม่ต้องแจ้งมาให้ผม รับสายอีก!”
“ค่ะ กอง”
ไรวินท์พูดจบกลับเข้าห้องไปด้วยสีหน้าบึ้ง เลขาจ๋อย

เรือนเล็กบ้านวารี เสียงเพลงปลุกใจรักชาติดังแว่ว วารีกำลังยืนพิจารณารถของไรวินท์ที่จอดอยู่ เงียบๆ ไรวินท์ในชุดทำงานเดินลงมา เห็นแม่ด้วยความแปลกใจ วารีหันมา มองลูกด้วยแววตาเข้มงวด จับผิด “แม่..มีอะไรครับ?”
“อ้อ รถลูกวินน่ะ”
“ครับ?”
“จอดไว้ที่ทำงานเฉยๆทั้งวัน แม่เอามาใช้บ้างจะดีกว่า จ้างคนมาขับสักคน นะ..แม่จะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องออกไปเรียกรถรับจ้าง แม่สีนวลก็เหมือนกัน คลอดลูกมาครึ่งปีแล้ว ไม่ได้ออกไปไหนเลย ผู้หญิงพอมีลูกก็ปล่อยตัวโทรมดูไม่ได้ แม่จะได้พาไปตัดเผ้า ตัดผม ตัดเสื้อใหม่บ้าง ไม่งั้นจะดูแก่เกินตัว เทียบกันแล้ว ลูกวินยังดูหนุ่มฟ้อ”
“ครับ เอาซีครับแม่” ไรวินท์อึ้งๆไปทันที รู้ว่ากำลังโดนเพ่งเล็ง คุมเข้มเต็มประตู

ข้าราชการเลิกงาน เดินกันไปมา ไรวินท์เดินลงจากตึกตรงมาที่จอดรถบริเวณหน้าตึก นายกลั่นคนขับรถใหม่ที่เตร่รออยู่แล้วเห็นเข้ารีบตรงไปช่วยไรวินท์ถือของและเอกสาร ไรวินท์ไม่คุ้นชินกับการมีคนขับรถมาก่อน เกือบเดินตรงไปที่รถเอง ยอมส่งเอกสารให้ไป แอบอึดอัด ถอนใจเบาๆ ก่อนเดินไปนั่งในรถที่นายกลั่นรี่ไปเปิดประตูตอนหลังให้เข้าไปนั่ง
นายกลั่นที่เข้ามานั่งหน้าพวงมาลัยหันมาถาม “กลับบ้านเลยหรือเปล่าครับท่าน?”
ไรวินท์นั่งหน้านิ่งกำลังมองไปนอกรถ เหลือบไปมองนายกลั่นอย่างไม่อยากจะพูดอะไรด้วย

หน้าบ้านมาลาตียามค่ำ ไฟหน้าบ้านเปิด รถไรวินท์จอดนิ่งอยู่ ไรวินท์ก้มหอมมาลาตีอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน
“สุดที่รักของพี่ พี่รักเธอมากที่สุด ..ช่วงนี้ข่าวสงครามกำลังหนาหูมาก อย่าออกไปไหนคนเดียวค่ำๆเด็ดขาด แล้วถ้าเกิดขาดเหลืออะไร ก็ให้คนไปบอกพี่ที่กรมได้เลย” เขายื่นซองเงินให้ “ของเดือนใหม่นี่”
มาลาตีรับซอง ตาเป็นประกาย “ขอบคุณพี่วินมากค่ะ”
“เออ คุณแม่น้องน่ะ..แค่ออกจากบ้านไปหาญาติๆ หรือไม่ก็ไปค้างที่วัดวันพระ ทำไมถึงต้องเอาเงินเดือนจากน้องเดือนละมากๆด้วย?”
มาลาตีตอบปัดๆ “แม่ก็ไม่ได้ใช้คนเดียวนี่คะ บางทีมาลาตีก็ไปขอยืมแม่เพิ่มเหมือนกัน ไหนจะป้าอุ่มที่เพิ่งจ้างกลับมาอีก..” ไรวินท์พูดต่อไม่ออก มาลาตีรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่วินคะ มาลาตีอยากไปเที่ยวงานที่สวนลุมพินีจังเลย” ไรวินท์ถึงกับชะงักอึ้ง แอบคิดหนักใจไปครู่หนึ่ง “นะคะ พี่วินนะ..มาลาตียังไม่เคยออกไปเที่ยวตอนกลางคืนกับพี่ที่ไหนเลย”
“อืม..พี่ว่าคนมันเยอะ เดินเบียดกันมันจะวุ่นวาย..ไม่สนุก”
“ไม่เป็นไรค่ะ มาลาตีว่าดีออก คนเยอะ แล้วเห็นว่างานรัฐธรรมนูญปีนี้จัดใหญ่โตเสียด้วย มาลาตีอยากไปจริงๆนะคะ”
ไรวินท์อึ้งนิ่งไปอีก

ใต้แสงไฟบนเสาไฟริมถนน นายกลั่นดูนาฬิกาและชะเง้อรออยู่จุดหนึ่งริมถนนในซอย สักพัก รถไรวินท์แล่นมาจอด
ไรวินท์ลงมาจากรถไปนั่งตอนหลัง ให้นายกลั่นขึ้นนั่งที่คนขับ ไรวินท์เอนพิงเบาะ กอดอก หลับตาลง
นายกลั่นมองๆทางกระจกมองหลัง ขรึม แต่ไม่พูด ขับออกไป

เย็นวันต่อมา สีนวลกำลังปัดๆพัดวีให้ลูกสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูหลับปุ๋ยอยู่ในเปล ไรวินท์เดินสีหน้าล้าๆกลับมาจากที่ทำงาน ตรงขึ้นมาที่ระเบียง มีนายกลั่นเดินขนของ เอกสารต่างๆ ไปวางที่ห้องทำงาน
ไรวินท์มองไปที่เปล สงสัย “อะไร เย็นแล้วลูกยังหลับอยู่อีกหรือ นอนนานหรือยัง”
“ตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ”
“หา..ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า? “
“วันนี้คุณแม่พาไปนอกบ้านมาค่ะ กลับมาเมื่อช่วงบ่ายก็หลับยาว คงจะเหนื่อย”
“ไปไหน?”
“ไปบ้านคุณป้าค่ะ น้าน้อยป่วยหนัก”
“เอ๊ะ คนเจ็บป่วยเอาลูกไปหาได้ยังไง เกิดไปติดโรคจะเรื่องใหญ่”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ได้อุ้มลูกเข้าไปเลย คอยอยู่หน้าห้อง แต่น้าน้อยอาการหนัก นอนหลับไม่รู้ตัว..น่าเวทนา เป็นอัมพาตต้องนอนแซ่วอยู่ในห้องนานตาปีตาชาติ ออกไปไหนก็ไม่ได้ เหมือนนักโทษ”
“คนพรากลูกพรากเมียเขา เวรกรรมก็ตามทันอย่างนี้ล่ะ..น้าน้อยได้หน้าได้ตาเป็นคุณนายใหญ่โตอยู่หัวเมืองกับพ่อฉัน แม่กับฉันไม่มีใครเหลียวแล ตอนนั้น..ฉันกับแม่ก็อยู่ในบ้าน เหมือนคนโดนขัง เพราะแม่ก็ขายหน้าญาติพี่น้อง ไม่ยอมออกไปที่ไหนตั้งหลายปี”
สีนวลเงยหน้ามอง แววตาฉายประกายกล้าวูบหนึ่งขึ้นมาเหมือนกระทบใจอย่างแรง สีนวลมองหน้า เอ่ยเน้นหนัก “หัวอกคนถูกทิ้ง ว่าน่าสงสารแค่ไหน”
“จริงของเธอ ใครๆก็ต้องสงสารแม่กับฉัน..เธอจะได้ไม่ว่าว่าฉันใจไม้ไส้ระกำที่ไม่ยอมไปเยี่ยมน้าน้อย” ไรวินท์ไม่ได้ทันสังเกตนัยความหมายของสีนวลเลย
“ไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ไปบังอาจว่าพี่ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้น”
ไรวินท์ตัดบท “ไปอาบน้ำล่ะ ลูกตื่นเมื่อไรก็อุ้มขึ้นไปหาหน่อย ค่ำๆฉันต้องออกไปข้างนอก”
สีนวลหน้าเสีย “คุณแม่อยากให้พี่รับข้าวด้วย”
“วันนี้ไม่ได้หรอก ต้องไปเตรียมงานรัฐธรรมนูญที่สวนลุม กรมไปออกร้านด้วย ฉันต้องไป ควบคุมลูกน้องให้สร้างร้านให้เสร็จ”
สีนวลเสียงอ่อนๆ “ฉันอยากไปงานรัฐธรรมนูญกับเขาบ้าง ไม่เคยไปเลย ลูกก็โตพอจะพาไปเที่ยวได้แล้ว”
ไรวินท์ชะงัก “อย่าเลย เจอน้ำค้างลูกจะเป็นหวัดเปล่าๆ ผู้คนก็เบียดเสียด ฝุ่นทั้งนั้น ไม่น่าไป”
“คุณแม่ท่านก็อยากไปนะคะ ท่านไม่เคยไปเหมือนกัน”
“เธอก็บอกแม่อย่างที่ฉันบอกสิ คนแก่ไปเดินเบียดกับคนไม่เห็นสนุกตรงไหน เดี๋ยวจะเป็น ลมเป็นแล้งไปเสียอีก เธอเอาลูกไปก็ยิ่งต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จะช่วยอะไรได้”
สีนวลเงียบ หน้าเย็นเยือก ไม่คิดโต้แย้งอะไรอีก

นายกลั่นขับรถมาตามทางในพระนครเรื่อยๆ ไรวินท์เหลือบมอง “จอดตรงนี้ล่ะ”
“ขอรับ”
นายกลั่นจอดรถ เปิดประตูลงมา ไรวินท์เดินลง อ้อมฉับๆมาที่ประตูคนขับ “แล้วไปหาฉันที่สวนลุมสักสองทุ่ม ไปขับพาฉันกลับ”
“ขอรับท่าน”
ไรวินท์ปิดประตู ขับรถออกไป นายกลั่นมองตามอย่างเป็นอันรู้ว่านายมีธุระพิเศษ

ทิวธงไตรรงค์ปลิวไสว งานรัฐธรรมนูญ ผู้คนแต่งตัวสวยเดินดูงาน รถรา สามล้อถีบวิ่งเข้าออก ไฟร้านรวงออกงานละลานตา
สีนวลแต่งตัวสวยอุ้มลูกสาว เดินมองร้านรวงอย่างตื่นตา วารีเดินอยู่ข้างๆ “คนเยอะจังเลยนะคะคุณแม่”
“นั่นน่ะสิ แล้วไหนละ ร้านอะไรของตาวินน่ะ”
วารี สีนวลหันมองหาให้ทั่ว งงๆ ไปทางไหน

ไรวินท์เดินนำมาลาตีในชุดราตรีสีฟ้ายาวพริ้วแบบฝรั่ง ท่อนบนแนบรัดรูป คอแหลมลึก เปลือยต้นแขนขาว ผุดผ่อง รองเท้าส้นสูง ที่มีผ้าคลุมไหล่ลูกไม้โปร่งคลุมไหล่แค่หมิ่นๆ มาด้วย บรรดาสายตาเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายในงานที่มาลาตีเดินผ่านพากันมองอย่างตื่นตาตื่นใจ ไรวินท์มองๆ ชักไม่พอใจ เข้าไปดึงแขน
“เสื้อคอมันลึกไปหน่อยนะ ผ้าที่เธอห่มมา..ช่วยห่มให้มันมิดชิดทีเถอะ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 11/5 วันที่ 21 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ