อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12 วันที่ 21 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12 วันที่ 21 มี.ค. 59

ไรวินท์เดินนำมาลาตีในชุดราตรีสีฟ้ายาวพริ้วแบบฝรั่ง ท่อนบนแนบรัดรูป คอแหลมลึก เปลือยต้นแขนขาว ผุดผ่อง รองเท้าส้นสูง ที่มีผ้าคลุมไหล่ลูกไม้โปร่งคลุมไหล่แค่หมิ่นๆ มาด้วย บรรดาสายตาเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายในงานที่มาลาตีเดินผ่านพากันมองอย่างตื่นตาตื่นใจ ไรวินท์มองๆ ชักไม่พอใจ เข้าไปดึงแขน
“เสื้อคอมันลึกไปหน่อยนะ ผ้าที่เธอห่มมา..ช่วยห่มให้มันมิดชิดทีเถอะ”
“อุ๊ย เสื้อกลางคืนก็อย่างนี้ละค่ะ ถ้าไปคลุมให้รุ่มร่ามมันก็ไม่สวยสิคะ”
“เธอต้องไปเจอผู้ใหญ่หลายท่าน เพื่อนๆพี่ก็มางานนี้กันทั้งนั้น พี่จะแนะนำว่าเธอเป็นน้องสาว ถ้าแต่งตัวล่อตาคนแบบนี้มันจะไม่ดี”

มาลาตีปรายตาให้บรรดาเสือสิงห์ที่เหลียวมองตาม แล้วตวัดผ้าคลุมไหล่คลุมห่อตัวแน่นแบบประชด แล้วหัวเราะสอดแขนควงไรวินท์อดีตอย่างออกหน้าออกตา “แบบนี้ดีแล้วหรือยังคะ ไปค่ะ..ร้านของกรมอยู่ไหนคะพี่ มาลาตีอยากเห็นจัง”


ไรวินท์มีท่าทีแอบอึดอัดกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที ไรวินท์พามาลาตีเดินไปโดยต้องคอยมองๆว่ามีใครที่ไหนที่รู้จักเห็นหรือเปล่า มาลาตีกระชับแขนไรวินท์แนบแน่นยิ่งขึ้นเหมือนแกล้ง ไรวินท์แอบถอนหายใจ

ที่ป้ายร้าน “มหาดไทย” ลูกน้องคนสนิทไรวินท์กำลังยืนคุมงานเอากระถางไม้ประดับมาเรียงตกแต่งหน้าร้านที่ยังไม่เรียบร้อยดี สีนวล วารีเดินหันมองหาป้ายร้านอยู่มุมหนึ่งไม่ไกล ไรวินท์กับมาลาตีที่สวยเด่นก็เดินมาอีกมุมหนึ่งใกล้ๆ ผู้คนเดินกันแน่น ลูกน้องฯหันไปเห็นไรวินท์เข้าพอดี เลยชะเง้อมองๆ
“ขอประทานโทษนะจ๊ะ”
“ครับ?” ลูกน้องฯหันมา เจอวารี กับสีนวลและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้า
“ดิฉันมาหาลูกชาย คุณไรวินท์น่ะจ้ะ”
“อ้อ ครับ หัวหน้ากอง..เอ่อ” ลูกน้องฯหันไปมองหาไรวินท์อีกทีให้แน่ใจ แต่เห็นไรวินท์กำลังชี้ชวนอยู่กับมาลาตี
“นั่นไงร้านของกรมฯพี่”
ผู้คนเดินไปมาจนบังวารี กับสีนวลที่ยืนคุยอยู่หน้าร้าน ทำให้ไรวินท์ไม่ทันเห็น มาลาตีไม่ทันได้สนใจที่ไรวินท์พูด มัวแต่มองของข้างทางอยู่ “อุ๊ย เดี๋ยวนะคะ มาลาตีขอดูนี่หน่อย” มาลาตีรีบดึงไรวินท์ไปดู
ลูกน้องฯรีบหันมา “หัวหน้า..ยัง ไม่มาเลยขอรับคุณนาย อีกสักประเดี๋ยวคงจะมา”
“อ้าว ก็ออกมาแต่หัวค่ำ..ว่าจะมานี่ แล้วมันไปอยู่เสียที่ไหน” วารีมีท่าทีผิดหวัง หันมองหาไปมา
สีนวลรีบเสริม “เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ไหมค่ะคุณแม่ เราไปเดินเล่นให้ทั่วๆก่อน”
“อืม..ถ้าอย่างนั้น ฉันฝากคุณบอกเขาให้ด้วยแล้วกันนะ ว่าแม่กับเมียกับลูกเขามา ไปเดินเล่นแล้วจะมารอกลับด้วย ไม่อยากโบกรถกลับแบบตอนมาอีกนะจ้ะ”
“ได้ครับ ผมจะบอกหัวหน้ากองให้ครับคุณนาย” วารีหันมองหาอีก โดยมองไปทางที่ไรวินท์ยืนอยู่ ลูกน้องฯรีบมายืนพยายามบังๆสายตา “แหะๆ..”
“ขอบคุณค่ะ” สีนวล จูงวารีเดินไป
ลูกน้องคอยยืนบังไว้ จนแน่ใจ ก่อนรีบหันไปหาไรวินท์ที่กำลังพามาลาตีเดินตรงมาพอดี เจ้าหน้าที่คนอื่นหันไปเห็นคนทั้งสอง ต่างก็มองมาลาตีกันเป็นตาเดียวอย่างสนใจใคร่รู้ โดยไม่ลืมยกมือไหว้ไรวินท์ ลูกน้องฯ รีบรี่เข้ามาหา
“เป็นยังไง เรียบร้อยหรือยังแสง”
“หัวหน้ามาพอดีเลย เกือบแล้วครับ ติดไฟข้างหน้านี่อีกหน่อยก็เสร็จครับ..เอ่อ” ลูกน้องมองๆมาลาตี มาลาตีทำเชิดไม่มอง ไม่สนใจ ไม่อยากรู้จัก หันไปเห็นร้านข้างๆ ที่มีขายเสื้อผ้าสวยงาม รีบเดินไปดู “เมื่อกี้ คุณแม่ของหัวหน้ามาครับ ถามถึงหัวหน้าด้วย”
“อ้าว! แล้วแม่มาได้ยังไง มากับใคร?” ไรวินท์ถึงกับอึ้งตาแตก เมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนยืนฟังลูกน้องฯกระซิบรายงานไปมาอีก 2-3 ประโยค มาลาตีชำเลืองๆดู ทำไม่สนใจ ดูของต่อ ไรวินท์ละเดินออกมาจากลูกน้องอย่าง ร้อนใจ รี่มาที่มาลาตีทันที “กลับบ้านเถอะ แม่กับเมียพี่มาเดินเที่ยวงานอยู่ เห็นเธอเข้ามันจะไม่เหมาะ”
“อุ๊ยตาย แค่นี้เอง ทำเป็นตกใจไปได้” มาลาตีผลักอกไรวินท์เบาๆ “ก็บอกไปสิค่ะ ว่ามาลาตีเป็นน้องสาวพี่”
“จะบอกได้ยังไงเล่า แม่ฉันคงเชื่อหรอก”
“ก็บอกไปก็ได้ว่ามาลาตีเป็นญาติฝ่ายพ่อ ก็ต้องมีบ้างล่ะ ที่ลูกๆหลานๆบางคนที่แม่พี่ไม่รู้จัก”
ไรวินท์ไม่ฟังต่อรีบคว้าข้อมือมาลาตี ดึงกระชากย้อนกลับไปทางเดิมทันที ทิ้งให้ลูกน้องและเจ้าหน้าที่แอบมองกันเป็นตาเดียว

ไรวินท์พามาลาตี เดินหนีจนออกมาจากแนวร้านรวงที่คนเดินหนาแน่น ออกมาถึงลานทางเดินข้างนอก มีม้านั่งให้นั่งพัก
มาลาตีรีบสะบัดแขนออก “โอ๊ย! นี่พี่วินจะลากมาลาตีไปกับพื้นอยู่แล้ว”
“ก็ใช่น่ะสิ ไป..กลับ! พี่จะไปส่ง”ไรวินท์จะคว้ามือมาลาตีเดินต่อ
พอดีกับที่วารี และสีนวลที่อุ้มลูกน้อยหลับปุ๋ย เดินหลุดผู้คนออกมาถึงตรงนั้นเข้าด้วยพอดี
“อ้าว! ลูกวิน! เจอพอดี แม่เดินวนงงอยู่เนี่ย” ไรวินท์หันมาเห็นเข้าถึงกับช็อคเหวอ รีบปล่อยมือจากมาลาตี ที่วารีและสีนวลยังไม่ทัน ได้สนใจ “คนเยอะจนตาลาย เมื่อตะกี้ก็พากันไปที่ร้านลูกมา ว่าจะไปเดินให้ทั่วงานรอลูก ก็กลัวจะคลาดกับลูกอีก ไม่เคยมาเดินงานกับเขาเลย..”วารียืนเล่ายิ้มผ่องใสมีความสุข แต่พลันสีหน้าก็เปลี่ยนทันที เมื่อมาลาตีเดินมายืนเคียงไรวินท์ แล้วน้อมตัวลงไหว้อย่างอ่อนช้อย วารีรับไหว้ไปโดยอัตโนมัติ สีนวลมองเงียบเขม็ง หน้าถอดสี “ไหว้พระเถอะจ้ะ แม่คุณ..” วารีถามลูกชาย “แล้วนี่ใครกันล่ะ”
ไรวินท์อึกอักไม่รู้จะตอบยังไง มองไปเห็นสีนวลหน้าช็อค
“ดิฉันชื่อมาลาตี เป็นลูกสาวท่านอธิบดีคุณหลวงไผทพิทักษ์ อดีตนายเก่าของคุณไรวินท์ค่ะ”
“อ้อ นึกว่าใคร ลูกสาวคุณหลวงท่านนี่เอง หน้าตาน่าเอ็นดู มาเที่ยวงานหรือจ๊ะ คุณมาลาตี”
“ค่ะ ทีแรกว่าจะมากับคุณแม่ แต่คุณแม่เกิดมาไม่ได้ ก็เลยขอให้คุณไรวินท์มารับ แล้วคุณป้าเดินทั่วงานหรือยังคะ ดิฉันยังไม่ได้ไปดูร้านอื่นเลย เห็นจะต้องขอคุณไรวินท์ให้ช่วยพาไป”
สีนวลที่เหมือนจะทนฟังต่อไปไม่ได้รีบเดินขึ้นมายืนข้างวารีทันที อุ้มลูกสาวที่หลับนิ่งบนบ่า ให้เห็นจะๆ “ลูกหลับไปแล้วค่ะพี่ แล้วคุณแม่ก็เดินจนเมื่อยแล้ว อยากกลับบ้านเสียที”
“ก็น่าจะกลับเสียที แม่ครับ ผมจะเรียกคนรถให้ เห็นเดินอยู่แถวๆนี้” ไรวินท์มองๆหา
นายกลั่นที่ป้วนเปี้ยนรอๆอยู่ รีบตรงเข้ามาหา“ขอรับ ท่าน”
“พาท่านกลับไปได้แล้ว!” ไรวินท์รวบรัดสั่ง โดยไม่กล้าหันไปมองวารีที่กำลังมองมาอย่างคาดคั้นจับผิด
สีนวลเม้มปากแน่นจ้องมาลาตีเขม็ง มาลาตียิ้มระรื่น เชิดหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ลูกน้องกับเจ้าหน้าที่ที่ร้านกรมฯ ทยอยโผล่ตามมาดู กระซิบๆกัน
“ปะทะกันแล้วๆ เมียน้อยเมียหลวง”
“ตายแล้วๆ จะมีลงไม้ลงมือกันหรือเปล่า”
สีนวล วารี ไรวินท์ และมาลาตีต่างจ้องกันไปมา
วารีชิงรีบเปิดขึ้นก่อน “ลูกวินก็กลับพร้อมแม่เลยสิ”
ไรวินท์ทำเสียงขรึม เอาการเอางาน “ยังกลับไม่ได้ครับ ผมมีหน้าที่ดูแลร้านจนงานเลิก แม่กับ..สีนวล พาลูกกลับกันไปก่อนเถอะครับ เด็กเล็กมาตากน้ำค้างนานๆจะ เป็นหวัดเอา”
วารีหันมองมาลาตีทันที “คุณมาลาตีล่ะ จะกลับเลยไหม ป้าจะแวะส่งบ้านให้”
“ขอบพระคุณค่ะ..ดิฉันเพิ่งจะมาถึง ยังไม่ทันได้เดินดูงาน คงต้องอยู่อีกสักพัก..”
“แหม..นี่ก็ค่อนข้างดึกแล้วนะ เป็นสาวเป็นนางเที่ยวดึกๆคงไม่ค่อยเหมาะ ถ้ามีผู้ใหญ่มาด้วยก็ว่าไปอย่าง แล้วจะไปเดินเที่ยวกับใครละจ๊ะ คนเดียวอย่างนั้นหรือ”
มาลาตีชม้ายตาไปทางไรวินท์ที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ก็คุณไรวินท์สิคะ ที่จะเอื้อเฟื้อพาดิฉันเที่ยวชมงานคืนนี้ เธอรู้จักร้านรวงของราชการทุกแห่ง “
“แล้วกลับยังไงล่ะจ๊ะ มีรถมาเองหรือ”
“คุณไรวินท์อุตส่าห์ไปรับ ก็กรุณาไปส่งดิฉันที่บ้านด้วยค่ะ ดิฉันเรียนให้คุณแม่ดิฉันทราบไว้แล้ว”
สีนวลฮึดสู้ พูดโพล่งขึ้นมาทันที “คุณแม่คะ หนูฝากลูกกลับกับคุณแม่ หนูจะอยู่ทางนี้ แล้วกลับกับพี่เองค่ะ”
คราวนี้ทุกคนอึ้งกันไปแบบไม่ได้คาดคิด
วารีสาแก่ใจ “เอาสิ ดีเหมือนกัน ส่งนังหนูมาให้แม่ แม่เอากลับไปนอนเอง หนูอยู่เป็นเพื่อนพี่เขาเถอะ เขากลับดึก” วารีรับหลานสาวมาอุ้มไว้
ไรวินท์ตัดสินใจแก้สถานการณ์ที่ชักจะบานปลาย “ใจคอเธอจะทิ้งลูกเที่ยวได้ยังไง เธอก็กลับไปพร้อมกับแม่นั่นล่ะ เสร็จงานเดี๋ยวฉันก็กลับ”
“กว่าพี่จะกลับก็สองยามแปดทุ่ม”
ไรวินท์ดุ “อะไรกัน! เธอจะเดินไปจนสองยามเทียว ลูกจะอยู่กับใคร”
“ก็อยู่กับแม่นี่ล่ะ” วารีหันกวักเรียกกลั่น “ไป พาฉันไปที่รถ จะกลับบ้าน” วารีรวบรัดตัดความ อุ้มหลานเดินไปทันที ไม่มองมาลาตีที่น้อมไหว้ลา กลั่นเดินนำ
ไรวินท์เหลือบไปเห็นลูกน้องมามุงๆดู และซุบซิบกันอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย สีนวลรีบหันไปหาเก้าอี้แถวนั้นแล้วนั่งลงดื้อๆ
มาลาตีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาผู้คนที่มองมา “ยิ่งดึกคนยิ่งแน่น เบียดคนจะไม่สนุก” มาลาตีหันมาหาไรวินท์ “ท่านหัวหน้ากองช่วยพาดิฉันไปชมเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ”
สีนวลลุกขึ้น ตรงมาที่ไรวินท์ “ฉันไปด้วยคน”
ไรวินท์สั่งเสียงเบา “เธอรออยู่นี่ล่ะ คนแน่น จนหาทางเดินไม่ได้อยู่แล้ว”
“ไม่เห็นแน่น ฉันเดินได้”
“งั้นตามใจเธอ”
สีนวลหน้าสลดลงทันที มาลาตีเห็น รู้ว่าไม่มีพิษสงอะไรมากไปกว่านี้ เลยชิงเดินตัดหน้ามาคว้าแขนไรวินท์ดื้อๆ มาลาตี ฉอเลาะ ปนหัวเราะยั่วเย้านิดๆ “เราไปทางซ้ายหรือขวาก่อนดีคะ ท่านขา”
ไรวินท์พยายามข่มความยุ่งยากใจสุดๆ “ทางขวาก่อนแล้วกัน” ไรวินท์เดินไปกับมาลาตีดื้อๆ โดยไม่สนใจสีนวล
สีนวลเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ยืนเม้มปากแน่น แล้วตัดสินใจรีบเดินตาม

ไรวินท์แทบจะเดินจ้ำอ้าว ให้เร็วที่สุด มาลาตีถือโอกาสเกาะแขนไรวินท์ไว้แน่น สีนวลกระหืดหระหอบเดินตามไม่ลดละ เบียดคนมากมาย ไรวินท์ มาลาตีแทรกๆผู้คน ไปหยุดตามร้านต่างๆ
สีนวลที่เริ่มล้า เริ่มเบียดคนเดินตามไม่ทัน จนคลาดบ่อยขึ้น “พี่คะ พี่คอยฉันด้วย!”
ไรวินท์ทั้งโกรธทั้งอาย ทำเป็นไม่ได้ยิน กลับยิ่งรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนมาลาตีเหมือนโดนลากตัวปลิว สีนวลตามไม่ทัน ไรวินท์อดีตกับมาลาตีหายไปท่ามกลางผู้คนมากมาย สีนวลยืนเคว้ง โดดเดี่ยวกลางผู้คน

ไรวินท์พามาลาตีกลับมาที่ร้านของกรมฯ มีอาการหอบๆกันทั้งคู่ ลูกน้อง กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็แอบชำเลืองมองๆกันเงียบๆ
“น้องกลับบ้านก่อน พี่จะให้คนไปส่ง เดี๋ยวพี่ต้องอยู่ต่อจนเลิก”
“แน้! เรื่องอะไรน้องจะกลับกับใครก็ไม่รู้ ไว้ใจได้หรือเปล่า ไม่เอาล่ะ น้องจะอยู่ในงานนี่ละ รอกลับกับพี่ คนที่ต้องกลับคือคุณนายพี่สิคะ ตามหึงราวีออกนอกหน้าขนาดนั้น อายคนเขาจะแย่ น้องไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย น้องก็มาในฐานะลูกสาวนายเก่าของพี่แท้ๆ”
ไรวินท์ฟังคล้อยตาม ก่อนพูดตัดบท เสียงอ่อนลง “ผู้หญิงนี่เรื่องมากกันเสียจริง รำคาญ! พี่ก็บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาก็ไม่เชื่อแล้วไงล่ะวุ่นวายกันไปหมด”
มาลาตีรีบเบียดตัวก้มกราบที่ต้นแขนไรวินท์อย่างฉอเลาะ แบบไม่สนใจสายตาคน รอบข้างแถวนั้น “โถ! อย่าเพิ่งโกรธมาลาตีเลยนะคะ มาลาตีขอรับผิดทั้งหมดเอง ทำให้พี่เคือง ก็ไม่คิดจริงๆ ว่าคุณนายของพี่จะร้ายขนาดนี้ มาลาตีไม่ได้ล่วงเกินอะไรเธอเลยสักนิด..” มาลาตีมองปฏิกิริยา เห็นว่าไรวินท์คล้อยตาม และเริ่มเย็นลง “พี่เอาอย่างนี้ดีไหมคะ มาลาตีจะหลบไปก่อน คุณนายมาจะได้นอนใจ แล้วพอเลิกงานก็นัดเวลากัน พี่ก็ไปส่งมาลาตี ให้ลูกน้องพี่ไปส่งคุณนาย ไม่มีใครกล้าล่วงเกินคุณนาย ท่านหัวหน้ากองแน่ แต่มาลาตีสิคะเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ให้ผู้ชายแปลกหน้าไปส่งดึกๆ เกิดโดนพาไปที่อื่นน้องจะทำยังไง”
ไรวินท์คล้อยตามสุดๆ มองรูปโฉมความงามของมาลาตีตอนนี้ก็อดห่วงไม่ได้ มาลาตีมองๆ แอบยิ้มที่ได้ชัยชนะ
ป้ายร้านกรมหมาดไทย คนเดินผ่านไปมาเริ่มบางตา สีนวลเดินมาเช็ดน้ำตาที่ร่วง ทั้งเหนื่อยอ่อน ทั้งน้อยใจ
ไรวินท์ที่รออยู่ ตรงเข้ามา “เธอกลับไปก่อน ฉันจะให้ลูกน้องฉันไปส่ง” ไรวินท์ชี้ไปที่เจ้าหน้าที่ 2 คนที่เดินมายืนกุมมือตัวงออยู่ใกล้ๆ “คืนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลด้วย เมื่อครู่นี้มีคนมากระซิบฉันว่าถนนหลายสายตอนนี้ มีพวกญี่ปุ่นแต่งเครื่องแบบมาเดินเพ่นพ่านกันอยู่ ท่าไม่สู้ดี เธอรีบกลับบ้านเสียก่อน ฉันจะตามกลับทีหลัง”
สีนวลใจหายวาบ คิดถึงลูกขึ้นมาจับใจ รีบพูดตอบละล่ำละลัก “ค่ะ ค่ะ ฉันจะกลับบ้านล่ะ”
ไรวินท์พยักหน้ารับ พาลโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกได้ทันที

ร้านรวง เริ่มทะยอยปิด คนเริ่มเดินกลับ ไรวินท์ขับรถออกมาจากงาน มีมาลาตีนั่งเคียง ทหาร ตำรวจในเครื่องแบบเดินกันพรึ่บพั่บ อยู่แถวหน้างาน มาลาตีมองตกใจ “ทหารมากันเต็มเลย! อะไรกันคะพี่”
“รีบกลับเถอะ ถ้าจะไม่ดีแล้ว”
มาลาตียังหันมองตื่นๆ งงๆ ไรวินท์รีบขับรถออกไปทันที

ไรวินท์ขับรถ เลี้ยวมาถึงหน้าบ้านของมาลาตี ทั้งสองเห็นทหารญี่ปุ่นหมู่หนึ่งเดินสวน ผ่านไป
“เกิดสงครามจริงๆหรือคะนี่! พี่ ตายแล้ว มาลาตีจะทำยังไงดี”
ไรวินท์หน้าเครียด ขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี “บ้านพี่มีบ่าวไพร่พร้อม คงไม่มีใครเข้าไปในบ้านได้ ไม่น่าห่วง..แต่บ้านเธอ มีอยู่กันแค่ผู้หญิงสามคน เอาอย่างนี้!..”

แสงอาทิตย์กำลังฉายปกคลุมท้องฟ้ายามเช้า ที่เรือนใหญ่ของสีนวล ยามเช้า เสียงประกาศตามวิทยุของกรมโฆษณาการดังแว่ว “รัฐบาลได้มีคำสั่งหยุดยิงและยุติการสู้รบแล้ว และได้ตกลงยินยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทย..”
สีนวลอุ้มลูกสาวแบบแทบจะวิ่งลงมาจากเรือนใหญ่ สีหน้าตื่นตระหนก ลงบันไดระเบียงมา ก็เจอเข้ากับวารีที่กระหืดหระหอบหน้าตาตื่นมาถึงพอดี “สีนวล..สีนวล ลูกวินออกไปหรือยัง? รู้หรือยังว่าญี่ปุ่นบุกเมืองเราจริงๆด้วย เขาว่าทหารญี่ปุ่นเดินกันเต็มถนนหนทางไปหมด”
สีนวลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ตอบเสียงสั่น “พี่ยังไม่กลับมาเลยค่ะ หนูคอยอยู่ทั้งคืนก็ยังไม่เห็น ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง”
วารีตบอก ตกใจ “ต๊าย! ตายแล้ว! แล้วหายไปอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้น เจ้าประคู้น คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง อย่าให้เกิดภัยใดๆกับลูกวินเล้ย”
เสียงแตรรถดังลั่น หน้าบ้าน ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนรีบหันไปมอง เห็นรถไรวินท์แล่นเข้ามา วารี สีนวล รีบกระวีกระวาดวิ่งไปทันที
ไรวินท์รีบร้อนก้าวลงมาจากรถในชุดเดิมจากเมื่อคืน วารี สีนวล วิ่งหน้าตื่นมาถึง สีนวลกวาดมองสังเกตทั่วตัวไรวินท์ตามสัญชาตญาณทันที ว่าไรวินท์ไม่มีสีหน้าอิดโรย ชุดก็เรียบร้อยไม่ยับยู่ยี่ หน้าผ่อง ผมเรียบแปล้ แววตากลับเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือทันที

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12 วันที่ 21 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ