อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 มี.ค. 59

ไรวินท์รีบร้อนก้าวลงมาจากรถในชุดเดิมจากเมื่อคืน วารี สีนวล วิ่งหน้าตื่นมาถึง สีนวลกวาดมองสังเกตทั่วตัวไรวินท์ตามสัญชาตญาณทันที ว่าไรวินท์ไม่มีสีหน้าอิดโรย ชุดก็เรียบร้อยไม่ยับยู่ยี่ หน้าผ่อง ผมเรียบแปล้ แววตากลับเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือทันที
สีนวลเสียงลั่น ด้วยความโมโห “พี่ไปค้างที่ไหนมา?”
ไรวินท์ยังไม่ยอมตอบ เอื้อมมือไปดึงลูกสาวมาอุ้ม ก้มจูบหอมลูก ดึงเวลาลดแรงปะทะ จากสายตาของคนทั้งสองตรงหน้า “เป็นอย่างไรกันบ้าง พี่ก็เป็นห่วงแทบแย่ เมื่อคืนข้าราชการทุกคนที่ตามตัวได้ถูกเรียกเข้ากรมกันหมด ผลัดเวรยามรอคำสั่งกันทั้งคืน ท่านอธิบดีก็ไปอยู่จนตีห้า ผมก็เพิ่ง ได้รับอนุญาตให้กลับมาได้ตอนเช้านี้เองครับ”

วารีมองหน้าลูกชายอย่างเคลือบแคลง “ทำไมไม่โทรศัพท์มาบอก บ้านเราก็มีโทรศัพท์แล้ว”


“ถูกห้ามครับ ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลอย่างเดียว”
“แต่พี่ไม่ใช่ทหาร เป็นพลเรือนทำไมต้องไปประจำกรม”
ไรวินท์คิ้วย่นทันที พยายามอดกลั้น “ตอนนี้เราอยู่ในสงครามไม่เข้าใจหรือ ทหารกับพลเรือนไม่แยกกันแล้ว พี่เองถึงไม่ใช่ทหาร แต่ก็เป็นฝ่ายปกครอง จะถูกส่งไปแนวหน้าเมื่อใดก็ได้”
“โอ๊ย แม่ไม่ยอม ยังไงก็ไม่ให้ลูกวินไปรบทัพจับศึกกับเขาหรอก เคยเรียนทหารมาที่ไหนกัน .. แม่สีนวล ไปหาข้าวหาปลาเถอะ” วารีบอกไรวินท์ “เอาหลานมาให้แม่ ไปอาบน้ำอาบท่าเสีย แล้วลงมารับข้าว เดี๋ยวต้องออกไปงานอีกไม่ใช่หรือ”
“ครับ แม่” ไรวินท์แอบโล่งใจเป็นที่สุด รีบส่งลูกสาวให้วารี แล้วก้าวเดินขึ้นเรือนไม่รอช้า
สีนวลมองตามด้วยความแค้นมากขึ้น

ที่ระเบียงเรือนเล็ก บ้านยายเกสร ไรวินท์กำลังยืนหันหลังเล่า มองออกไปนอกระเบียง “สงคราม เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของฉัน..”
“ฉันไม่อยากจะฟังต่อเลย” ไรวินท์หันมา เจอแพรขาวที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆมองมาเคืองๆ เลยสะดุด “คุณช่างเป็นสามีที่ใจร้ายมาก สงสารคุณสีนวล เธอไม่น่าอดทนเลย ควรพาลูกออกมาอยู่ตามลำพังก็ยังดีกว่า” แพรขาวลุกพรวดขึ้นทันที เดินหันหนี
ไรวินท์เห็นกิริยาแพรขาว เลยหัวเราะเอื่อยๆแบบคนใจเย็น ไม่ได้ถือสา “ฉันรู้ว่าเธออยากฟังต่อ ถ้าไม่อยากฟัง เธอก็คงอุดหูไปแล้ว”
แพรขาวหันมาค้อนขวับ “คุณเล่ามาตั้งนานขนาดนี้แล้ว ขืนทิ้งค้างไว้เฉยๆ มันก็แกล้งกันน่ะซี”
ไรวินท์หัวเราะดังขึ้น “อ้าว! เลยโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เล่าให้ฟังก็ไม่อยากฟัง ไม่เล่าต่อก็หาว่าแกล้ง ผู้หญิงก็คือผู้หญิงจริงๆไม่ว่าจะสมัยไหน เอาใจยากที่สุด”
แพรขาวสวนทันที “นี่ขนาดเอาใจยากคุณวินยังได้ใจผู้หญิงมาตั้งไม่รู้กี่คน ก็ถ้าเอาใจได้ง่ายๆ ฉันว่าฉันคงนั่งฟังไปถึงคนที่ร้อย..ชิ!” แพรขาวกอดอกหันหนี
ไรวินท์หัวเราะไม่หยุด มองแพรขาวอย่างเอ็นดู ตาเป็นประกาย “มีใครบอกหรือเปล่า ว่าปากคอเธอไม่ใช่เล่น”
“ผู้หญิงสมัยนี้เขาไม่หน่อมแน้มเหมือนสมัยคุณนี่คะ ฉันทำอะไรได้เท่าๆกับที่ ผู้ชายเขาทำ จะไปง้อทำไม”
“เธอเก่งอย่างนี้ฉันก็เบาใจ ขอให้เก่งกับผู้ชายทุกคน อย่าไปยอมแพ้ใครล่ะ”
แพรขาวสะดุดหันมาจ้องสงสัยทันที “ทำไมคะ? คุณพูดเหมือนกับฉันจะต้องไปขึ้นเวทีชกกับผู้ชายงั้นละ หรือมีอะไรที่จะบอกฉัน?”
“เธอคงลืมไป ฉันบอกอะไรเธอมากไม่ได้ ทำอะไรมากก็ไม่ได้ ฉันมีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่อยู่ของฉันก็จำกัดแค่บ้านนี้เท่านั้น” แพรขาวเอียงคอ จ้องฟัง สังเกตนิ่งไม่วางตา หน้าเป็นเครื่องหมายคำถามโตๆ “เอาล่ะ ไปนอนเสียเถอะแพรขาว เธอทำงานหนัก ถ้าร่างกายอ่อนเพลีย เจ็บป่วยไปคงจะไม่ดีแน่” พูดจบ ร่างไรวินท์ก็ค่อยหายไปต่อหน้าทันที
แพรขาวกำลังจะอ้าปากร้องค้าน เลยอ้าปากค้าง “อ้าว!”
“อย่าลืม กุหลาาบขาว..แซมผมเธอ..พรุ่งนี้” เสียงไรวินท์แว่วลอยลมทิ้งท้าย
“หึ..” แพรขาวถอนลมหายใจแบบไม่ได้ดังใจ หน้าเซ็ง

ยามเช้าเรือนทั้งสองหลังบ้านยายเกสร จากฝั่งคลอง แพรขาวในชุดพนักงานลลิตสปา มายืนส่งชมพูที่มีนลินอุ้มอยู่ ที่หน้าประตูรั้วที่รถสาโรจน์จอดอยู่
ชมพูไหว้ “คุณลุงสาโรจน์ คุณย่ากะป้าไพล่ะคะ”
“วันนี้คุณย่าความดันขึ้น ไม่ค่อยสบาย แต่ขอให้หนูชมพูไปเล่นที่บ้าน” สาโรจน์มองแพรขาวอย่างขออนุญาต สาโรจน์ก้มลงมาคุยกับชมพู “ไปเล่นกับป้าไพนะคะ ป้าไพทำไอศกรีมเค้กไว้ให้หนูชมพูด้วย”
“ไอศกรีมเค้กอะไรคะ”
“มีช้อคกาเลต กับสตรอเบอรี่” สาโรจน์หัวเราะเบาๆ ยิ้ม แล้วหันมาหาแพรขาว “..พรุ่งนี้ ผมจะได้ผู้ช่วยคนใหม่แน่นอนใช่ไหมครับ คุณแพรขาวคงไม่เปลี่ยนใจ..ถ้าวันนี้ไปทำงานแล้วเกิดเจ้านายเก่าจะกล่อมเอาตัวไว้”
“ไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ สำหรับแพร คำไหนคำนั้น ”
“ครับ แต่ถ้าวันนี้มีปัญหาอะไรขึ้นมาจริงๆ รีบโทรมาหาผมได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ค่ะ แต่หวังว่าคงไม่มีอะไร..” แพรขาวพยายามเก็บความกังวล “งั้นแพรฝากลูกด้วยนะคะ” แพรขาวมองชมพูที่สาโรจน์จูงมืออยู่ สาโรจน์มองแพรขาว ห่วงๆ

ไรวินท์แอบยืนมองอยู่มุมหนึ่งเงียบๆ แววตาไม่พอใจ แพรขาวปิดประตูห้อง สะพายกระเป๋าเตรียมไปทำงานพร้อมถุงขนมและข้าวห่อชุดใหญ่ปิดประตูเดินมา
แพรขาวเดินลิ่ว ตรงมาที่ศาลฯ หยุดไหว้ “ไปแล้วนะคะ”
ไรวินท์ที่ยืนอยู่ข้างศาลฯใกล้ๆ เปรยประชดๆขึ้น โดยไม่ได้ให้แพรขาวเห็นหรือได้ยิน “ลืมที่ฉันบอกแล้วหรือไร..”
แพรขาวหันเดินไปที่ท่า แต่หยุดกึกนึกได้หันกลับมา แพรขาวมาหยิบกลีบกุหลาบขาวที่หน้าศาลฯ ไปเหน็บทัดผมไว้
“ไม่ลืม หรอกค่ะ คุณปู่วิน!” แพรขาวยิ้มๆก่อนหันเดินไป
ไรวินท์มอง ทั้งหมั่นไส้ แต่ก็รู้สึกเป็นห่วง

ต๊อกจ้วงพาย อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา “ตบตีกันใหญ่” ต๊อกพายเรือหน้านิ่งเล่าแววตาเครียดกว่าปกติที่เคย
แพรขาวที่นั่งตรงข้ามฟังงงๆ “อะไรต๊อก? ใครตบตีกับใคร?”
“นาย กับอีนั่น”
“อ้าว! เรื่องอะไรล่ะ”
“เรื่องพี่นั่นลาออก”
“จารุวรรณน่ะรึ” ต๊อกพยักหน้าหงึก แล้วก็เงียบไปเลย แพรขาวถอนใจเบา พยายามคุยต่อ “แต่นายไม่โกรธเรื่องพี่ใช่มั้ย?”
ต๊อกเงียบไม่ตอบ แพรขาวรอฟัง แต่เรือก็กำลังเทียบท่าพอดี ต๊อกพูดห้วนๆ ลอยๆ “อยู่ห่างๆเอาไว้ละกัน”
แพรขาวก็ยังงง ไม่เคลียร์ ขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมาย ชักเริ่มไม่สบายใจขึ้นไปอีก

แพรขาวเดินมาจะเข้าไปในสปา เหลือบไปเห็นลลิตอยู่ในห้องทำงาน หน้านิ่งๆ ดูเงียบกว่าปกติ ลุกหยิบเอกสารไปมาอยู่ที่โต๊ะ แต่พลันลลิตก็หันขวับมองตาเขม็งวาบ พุ่งตรงมาเข้าพอดี
แพรขาวสะดุ้งเฮือก เสียงปีดังขึ้นทักแพรขาวมาจากด้านหลัง “มาแล้วเหรอแพร”
แพรขาวมองไปที่ปี ตกใจปนดีใจที่ปีเข้ามาขัดจังหวะ “ค่ะ พี่ปี ก็วันนี้มาทำงานวันสุดท้ายนี่คะ “
“แพรนี่ ตั้งใจทำงานดี๊ดี วันแรกเป็นยังไง วันสุดท้ายก็เป็นอย่างนั้น”
สองสาวยิ้มหัวเราะให้กันเบาๆ ลลิตออกมาปิดประตูก่อนจะปิดสนิทก็จ้องตามาที่แพรขาวอีกครั้ง พอประตูปิด แพรขาวลอบถอนหายใจเบาๆ

ลิลิตเดินตรงไปโต๊ะลิ้นชักที่เก็บลูกปัดออกมา มองลูบคลำ “คิดว่าจะหลุดมือพี่ไปง่ายๆ เหรอ แพรขาว”
ลูกปัดมีดวงตากรอกไปมาเหมือนสายตาเสือ หน้าลลิตดูนิ่งสงบจนน่ากลัว พลันดวงตาของลลิตก็เปลี่ยนเป็นสายตาของเสือสมิง เหมือนตาลูกปัด

แพรขาว และปี เจ้าหน้าที่สปา คอยต้อนรับลูกค้า ที่เดี๋ยวกลุ่มนี้มา กลุ่มนี้ออกไปไม่ขาด ปีถือแก้วน้ำมาดื่ม ถอนหายใจใหญ่ ตรงใกล้ๆ กับเคาท์เตอร์ที่แพรทำงานอยู่
“เหนื่อยเลยสิคะพี่ปี วันนี้ ลูกค้ามาไม่หยุด”
“ก็เหนื่อยนะ แต่ก็สบายหู สบายใจดี...อีนั่นไม่มาสักคน สปาเรานิยังกะสวรรค์”
“เออ จริงสิ มัวแต่วุ่น ลืมสังเกตไปเลยว่าคุณมาตาหายไปตั้งแต่เช้า”
“มาได้ไงล่ะ ป่านนี้ ไปนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาลละมั้ง “
หา..”
“เห็นว่าเมื่อคืนทะเลาะกันหนักมาก”
“ตายจริง ถึงขั้นลงมือลงไม้กันเลยเหรอคะ”
“ยังไม่ตายหรอกแพร แค่หยอดน้ำข้าวต้มน่ะ นึกแล้วก็สะใจ สมน้ำหน้า กร่างนัก “
“โอ๊ย ไม่รู้สิคะ เวลาได้ยินเรื่องผู้ชายทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ แล้วแพรไม่ชอบเลย ถ้าแน่จริง ก็ไปต่อยกับผู้ชายตัวเท่ากันสิ”
“ไม่รู้สิแพร แต่ใจพี่ก็อยากตบมันเหมือนกันแหละ”
ประตูห้องทำงานลลิตเปิดออก ตรงมาที่เคาท์เตอร์ แพรขาวกับปียืนตัวเกร็ง “เดี๋ยวพี่จะออกไปธุระ แพรขาวอย่าเพิ่งรีบกลับ เสร็จงานแล้ว เดี๋ยวพี่จะมาจ่ายเช็คให้”
“ค่ะ”
ลลิตเดินออกไปพร้อมเอกสารต่างๆ แพรขาวกับปีถอนหายใจกันอย่างโล่งอก แพรขาวเผลอใช้มือจับที่ดอกกุหลาบขาวที่ตนเองแซมผมไว้โดยไม่รู้ตัว

ที่ริมคลอง ร่างของไรวินท์ค่อยๆ ปรากฏขึ้น มองไปที่ฝั่งตรงข้าม เห็นป้ายลลิตสปาไกลๆ ไรวินท์ร้อนรน “แพรขาว..ฉันอยากจะข้ามไปที่นั่น ไปคุ้มครองเธอ..แต่ฉันไปจากเขตบ้านนี้ไม่ได้”

แพรขาวนั่งเตรียมพร้อมจะกลับบ้าน มีปีนั่งรอเป็นเพื่อน
“ป่านนี้ นายยังไม่มาเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก พี่รอเป็นเพื่อนแพรได้ แพรช่วยงานพี่มาตั้งนานสองนาน เฮ้อ ทำไมคนดีๆ ต้องถูกบีบให้ออกด้วย ออกกันหมด อีกหน่อยสปาคงยุ่งน่าดู”
“ขอบคุณนะจ๊ะพี่”
โทรศัพท์ปีดังขึ้น ปีรับสาย ระหว่างนั้นแพรขาวเดินออกไปริมกระจก มองลอดออกไป มองเห็นต๊อกทำงานง่วนอยู่ข้างนอกมืด ๆ
“ว่าไง อะไรนะ วันนี้มารับไม่ได้ อ้าว แล้วทำไมเพิ่งบอก โอ๊ย แล้วนี่ฉันกลับบ้านยังไง อ่อ จะรอหน้าปากซอยใช่ไหม มารับด้วยนะ ฉันไม่กล้าเข้าซอยคนเดียวหรอก เปลี่ยวออกอย่างนั้น” ปีวางสายหันไปพูดกับแพรขาว “แพร..คือ..เอ่อ ผัวพี่มันโทรมาบอกว่ามันมารับพี่ไม่ได้แล้วนะ แพรจะว่าอะไรไหม ถ้าพี่จะ...”
“ไม่ว่าเลยคะ...พี่ปีไปเถอะ แพรอยู่ได้ เมื่อกี้ยังเห็นต็อกทำงานอยู่ข้างนอก คงไม่มีอะไร”
“อยู่ได้นะแพร งั้นพี่ไปก่อนนะ นี่แล้วอย่าลืมติดต่อกันด้วยนะ พี่ไปล่ะ “ แพรขาวหันมองไปส่งปี หันกลับมาอีกทีก็รู้สึกตัวเองอยู่ในสปาคนเดียว สักครู่เหมือนได้ยินเสียงโฮก...คำรามเย็นๆ ดังมาจากห้องทำงานของลลิต แพรขาวหันขวับ เสียงนั้นก็หายไป แพรขาวได้สติ หยิบโทรศัพท์จะโทรไปบอกนลิน จู่ๆ แบตก็หมด “อ้าว นี่ยุ่งจนลืมชาร์ตแบตเหรอเรา”
สักครู่ มีหมอกควันดำ ๆ ผ่านหน้าไป แพรขาวเงยหน้าขึ้น ด้วยความตกใจ ตัดสินใจออกไปดูริมหน้าต่าง ก็เห็นว่าต็อกหายไป เหลือแต่เครื่องตัดหญ้าทิ้งไว้ แพรขาวมองไปรอบตัวบรรยากาศวังเวง ตัดสินใจจะกลับ หอบกระเป๋า แล้วตรงไปที่ประตู
ทันใดนั้น ลลิตก็ปรากฏตัว มองมาที่แพรขาวนิ่ง เหมือนเสือจ้องเหยื่อ “โทษที พี่มาช้า รอพี่นานไหมแพร”
“ไม่คะ แต่พอดีแพรนึกได้ว่าติดธุระ เลยว่าจะกลับมารับเช็คจากคุณลลิตวันพรุ่งนี้”
“พี่มาแล้วไง...เข้าไปให้ห้องทำงานพี่สิ เดี๋ยวพี่จะเอาเช็คให้”
“ตรงนี้ก็ได้ค่ะ...แพรหมายถึง เดี๋ยวเข้าไปแล้วจะกวนเวลาทำงานเวลาพักผ่อนนายเปล่าๆ “
“ทำไม ไม่ไว้ใจพี่เหรอแพร ยังมีเอกสารอีกนิดหน่อยที่แพรต้องเซ็นให้ฝ่ายบุคคลเขาด้วยนี่อยู่บนโต๊ะพี่แน่ะ” ลลิตจ้องหน้าแพรขาวเป็นเชิงถาม แพรขาวอึกอัก ลลิตเดินเข้าไปในห้องแล้วรอจนแพรขาวเดินตามเข้าไป ก่อนจะหับประตู มองยิ้มออกมาด้วยสายตาของนักล่าผู้กำลังจะได้กินเหยื่อ

แพรขาวเซ็นเอกสารสองสามแผ่น มองไปที่ลลิต แล้วแปลกใจที่เห็นเหมือนมีหมอกควันดำลอยวนอยู่รอบตัวเขา ลลิตกำลังง่วนกับการจัดสร้อยลูกปัดในตู้อยู่
“เรียบร้อยใช่ไหมแพร” แพรขาวมองไปที่ลลิต ตาลอยๆ ลลิตเรียก “แพร แพร!”
แพรขาวสะดุ้ง “คะ?...อ่อ ค่ะ เซ็นเรียบร้อยแล้วค่ะ” แพรขาวมองลลิตให้เต็มตาอีกครั้ง กระพริบตาแรงๆ ก็ปรากฏว่าไม่มีหมอกควันดำนั่นแล้ว
“พี่ได้ลูกปัดสายใหม่มา เลยต้องมาจัดกันใหม่ ลูกปัดทองของทวาราวดี แพรมาดูสิ สวยไหม”
แพรขาวอึกอัก “สวยมากค่ะ”
“ดูไกลอย่างนั้น จะเห็นรายละเอียดเหรอ มาใกล้ๆ นี่มา”
ลลิตจ้องหน้าแพรขาว แพรขาวเหมือนโดนสะกด อีกอย่าง ก็เกรงใจจึงเดินเข้าไป ลลิตพอใจที่แพรขาวเดินมาดูใกล้ๆ แพรขาวดูๆไปตามมารยาท แต่แล้วแพรขาวเหลือบเห็นสร้อยลูกปัดตาเสือวางอยู่ใกล้ๆ จู่ๆ แพรขาวก็เห็นสร้อยเส้นนั้น เป็นตาเสือกรอกไปมา แพรขาวตกใจ

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ