อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/5 วันที่ 23 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/5 วันที่ 23 มี.ค. 59

เช้าวันใหม่ ที่ห้องคนไข้พิเศษ โรงพยาบาลเอกชนชั้นดี แพรขาวกระพริบตา ตื่นขึ้น
ป้าสมพรรีบปิดม่าน “อ้าว หนูแพร เป็นไงบ้าง..” เธอรีบเข้ามาจับตัว “เออ..ตัวก็ไม่ค่อยร้อนแล้วนะ”
“ชมพูล่ะคะ”
ยายเกสรนั่งสังเกตการณ์อยู่ที่โซฟา “หนูแพร ไม่ต้องห่วงนะ หนูชมพู คุณย่าเขาก็ให้คุณทนายมารับเอาไปช่วยดูให้แล้ว “
ป้าสมพรเล่า “เรื่องคดีความ..คุณทนายคนนั้นเขาจัดการได้หมด ท่าทางเก่งทีเดียวนะ”
มีเสียงเคาะประตู ทุกคนหันไป สาโรจน์ในชุดใหม่ เดินเข้ามา เห็นแพรขาวนั่งได้ก็ดีใจ “ค่อยยังชั่วแล้วใช่ไหมครับ คุณแพรขาว”

“คุณสาโรจน์” แพรขาวพนมมือ “ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยทุกอย่าง”


สาโรจน์ส่งมือถือใหม่ให้ “โทรศัพท์อันนี้..เป็นของที่สำนักงานครับ คุณแพรขาวเอาไว้ใช้แทนอันที่ทิ้งไว้ในกระเป๋าที่สปาก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบ..ขอจากที่ตำรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานมาคืนให้ครับ”
ทันใด มีเสียงเคาะประตู แล้วเขมินีกับเด็กรับใช้เปิดเข้ามา พร้อมกระเช้าดอกไม้อลังการ เป็นกุหลาบหลายสี รวมทั้งกุหลาบขาวด้วย และกระเช้าผลไม้ใหญ่บึ้ม
แพรขาวทัก “พี่เขม”
สาโรจน์ก็เหมือนแปลกใจนิดๆ แพรขาวไหว้ เขมินีไหว้พวกผู้ใหญ่ แล้วหันมามองหน้าสาโรจน์ ก่อนจะหันมาที่แพรขาว “แพรขาว..เธอไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วนะ นี่ฉันมีของมาเยี่ยมเธอเยอะเลย..ยังไงๆ ก็อย่ารีบออกจากโรงพยาบาลล่ะ อยู่ในนี้ เธอจะปลอดภัยจากคนร้ายมากกว่ากลับไปที่บ้านนั้น ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลรับปากชั้นแล้ว” เขมินีหันมายิ้มกับยายเกสร และป้าสมพร “เรื่องคนเฝ้า ฉันก็พามานี่แล้วนะคะ” เธอชี้ไปที่คนรับใช้ “คงไม่รบกวนคุณๆแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวหันมาจ้องหน้าสาโรจน์ “สาโรจน์ ขอบใจนะ ที่ช่วยดูแลน้องสะใภ้ชั้นอย่างดีมากๆ เป็นไง ซักซ้อมการให้ปากคำกันไปถึงไหนแล้วล่ะ ถึงมือสาโรจน์แล้ว เธอไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ เป็นสะใภ้ตระกูลโอฬารอิทธิพรพาณิชย์ซะอย่าง... รับรอง..ว่ายังไงๆ ทนายของเราก็ต้องทำให้เธอชนะคดีแน่ๆ” เขมินีหันมา ยิ้มแบบเบ่งๆ กับแพรขาว
สาโรจน์ได้ฟังถึงกับอึ้ง เขมินีหันมา มองสาโรจน์ด้วยแววตาเข้มงวดเฉียบขาดบางอย่าง ในขณะที่แพรขาวตั้งตัวไม่ติดกับสถานการณ์ อึ้งๆงงๆ
ยายเกสร ป้าสมพร สบตากันไปมา

วันใหม่ ที่ออฟฟิศเขมินี เขมินีเดินเข้ามา มองสาโรจน์ที่นั่งทำงานหน้าคอมพ์อยู่ เขมินีรู้สึกเศร้าใจ เพราะพอจะรับรู้ได้ ว่าสาโรจน์รักแพรขาวแน่ๆ สาโรจน์เงยหน้า แปลกใจ
“หวังว่ายัยแพรขาวมองเห็นความเข้มแข็งจริงจังของเธอ..แล้วคงคิดได้นะ ว่าพวกโอฬารอิทธิพรพาณิชย์ยังห่วงใยจริงใจต่อเขาอยู่เสมอ และสำนึกได้ซะที..ว่า..การไปทำตัวเป็นหญิงสู้ชีวิต ดื้อรั้นดันทุรังแบบนั้น..มันเสี่ยงขนาดไหน “
“ผมก็..พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วครับ”
“ดีมาก สาโรจน์ เธอเป็นคนดีมากเลย..ที่ทำทั้งหมดเพื่อช่วยชั้น..ช่วยให้ยัยแพรขาวกลับมา..เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบ้านชั้นอีกครั้ง..เมื่อไหร่ที่กำจัดยายดิวไปได้..แพรขาวกับพัสกรจะได้คืนดีกันซะที”
“ครับ..”
“อย่าลืมล่ะ..ว่าถ้าเธอทำให้ครอบครัวของยายชมพูกลับมาพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกอีกครั้งได้สำเร็จ..ชั้นจะตอบแทนความดีเธออย่างเต็มที่เลยล่ะ จำไว้นะ” เขมินีพยายามยิ้มใส่สาโรจน์ แต่พอหันหลังกลับมาเขมินีมีสีหน้าที่บ่งบอกว่าในใจก็เจ็บ
สาโรจน์ยืนอึ้ง ปวดใจไปเช่นกันที่ถูกตอกย้ำ ว่าแพรขาวมีลูกผัวแล้วนะ จำไว้สิ

ศาลเจ้าบ้านไรวินท์ยืนอยู่ หน้าตาซึมเศร้า “แพรขาว..เธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอจะกลับมาที่นี่อีกหรือไม่..หรือว่า..เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว”
ในเวลาเดียวกับที่สีนวล มองอยู่ที่หน้าต่าง “พี่วินท์ นี่พี่มีความรักต่อนางคนธรรมดามากถึงปานนี้เชียวหรือ ช่างน่าขบขันนัก พี่ไม่มีวันสมหวังหรอก..ไม่มีวัน!”
วันใหม่ ที่สถานีตำรวจ สารวัตรมองแพรขาว แววตาเฉียบแหลมพยายามดักทางแพรขาว “คืนนั้นที่โรงพัก..ผมได้ยินคุณพูดว่า..นายต๊อก เป็นคนพายเรือไปส่งคุณที่บ้าน ไม่ใช่หรือครับ”
สาโรจน์ชะงัก มองหน้าแพรขาว ลุ้น ว่าจะตอบอะไร
“คืนนั้น..ที่โรงพัก ฉันเป็นไข้ค่ะ ถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม ไข้ก็ขึ้นสูงมาก สงสัยว่าจะเพ้อไปเอง ที่จริง..ฉันพายเรือกลับบ้านเองค่ะ “
สาโรจน์มอง โล่งอก พอใจ

ทั้งสองคนเดินคู่กันลงมาจากโรงพัก สาโรจน์ถือประเป๋าคอมพ์ฯ มือนึง อีกมือถือแฟ้มสองสามแฟ้ม
“คุณแพรพูดดีมาก ผมมองว่าสารวัตรน่าจะเชื่อคุณมากกว่าลลิต” สาโรจน์นึกได้ “อ้อ โทษที คุณแพรขาว ในกระเป๋าเสื้อผม มีบัตรประชาชนกับใบขับขี่ของคุณ..ผมขอสารวัตรมาได้ ผมขอมาได้แค่นี้ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากไปทำบัตรใหม่ บัตรเอทีเอ็มกับของอื่นๆ เขายังขอเอาไปตรวจสอบอะไรนิดหน่อย คุณหยิบเอาไปเลยครับ เดี๋ยวจะลืม”
แพรขาวอึ้งๆนิดหน่อย แล้วพยายามหยิบบัตรจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสาโรจน์อย่างระวัง พอเดินไปถึงรถ สาโรจน์ชะงักอีก “เอ่อ รบกวน หยิบกุญแจรีโมทที่กระเป๋าหลังด้วยครับ”
สาโรจน์หันหลังมา มีพวงกุญแจโผล่มาจากกระเป๋า แพรขาวชักขำ และกรีดนิ้ว ระวัง หยิบ ดึงพวงกุญแจออกมา
“จะให้เปิดให้ด้วย ใช่ไหมคะ”
“จะเป็นพระคุณครับ” แพรขาวขำ กดรีโมทเปิดรถให้ แล้วเปิดประตูคนนั่งด้านหลังให้
“โอ้..เยี่ยมไปเลย ขอบคุณครับ” สาโรจน์เอากระเป๋าคอมพ์ และแฟ้มต่างๆวางข้างหลัง “คุณแพรขาวหิวไหม ไปรับประทานอะไรก่อนไหม”
“ไม่ล่ะค่ะ ขอไปเจอหน้าลูกก่อน รีบไปรับหนูชมพูก่อนดีกว่าค่ะ”
สาโรจน์อึ้ง

ชมพูกำลังเล่นฮูลาฮู้บอยู่กับประไพ หันมาเห็น แล้วร้องกรี๊ดแบบดีใจ “คุณแม่ๆๆมาแล้ว”
แพรขาวเดินลงมาจากรถสาโรจน์ วิ่งเข้ามาหาลูก ไม่สนอะไรทั้งนั้น “ชมพูๆ” แพรขาวร้องไห้ออกมา “แม่นึกว่า..จะไม่ได้มาเห็นหน้าลูกอีกแล้ว”
สาโรจน์ตามมา มองอย่างสะเทือนใจ
“หนูคิดถึงคุณแม่”
“แม่ก็คิดถึงหนู เราไปกันเถอะลูก..” ชมพูชะงัก
ประไพท้วง “จะไปไหนอีกคะ..อย่าไปอีกเลยค่ะ..คุณแพร”
ชมพูเอ่ยขึ้น “ถ้าเราไปแล้ว..คุณย่าจะทำยังไงล่ะคะ”
แพรขาวชะงักอึ้ง “อะไรนะ..”
“หัดดูลูกเป็นตัวอย่างบ้างก็ได้นะ แม่แพรขาว ดูสิ เด็กมันยังรู้จักห่วงย่า” เสียงคุณนายแถบทิพย์ดังขึ้นมา แพรขาวหันไปเห็น ยกมือไหว้ คุณนายแถบทิพย์รับไหว้ เสียงอ่อนลง ในมือมีผ้าเช็ดหน้า ซับน้ำตาไปพลาง “ขอร้องล่ะ แม่แพรขาว ขอให้หลานอยู่กับย่าอีกซักวัน เธอก็เหมือนกัน อย่าเพิ่งไป อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน ไม่งั้น..ชั้นคงต้องตาย..ตายแน่ๆ “
แพรขาวเริ่มงง ว่าทำไมคุณนายแถบทิพย์ต้องฟูมฟายอะไรขนาดนั้น
“คุณท่าน..มีอะไรหรือเปล่าครับ”
คุณนายแถบทิพย์ปรี่เข้ามาขึดแขนแพรขาวแน่น “แพรขาว..เธอต้องอยู่ช่วยชั้น นี่ชั้นก็ลงโทษไอ้กรมันแล้ว ฉันไม่จ่ายเงิน ยกเลิกบัตรเครดิต ปิดบัญชีเอทีเอ็ม นึกว่ามันจะหมดฤทธิ์กลับมา แต่นี่มัน..มัน..”
แพรขาวสบตาสาโรจน์ อึ้ง มึน

หน้าห้องพัสกร พัสกรกระชากผมดิวจากหน้าประตูให้เข้าไปในห้องนอน พัสกรในสภาพโทรม เสื้อผ้ายับยู่ยี่มอม เมาหน้าตาแดง แทบไม่มีสติ กับดิวในสภาพที่อิดโรย ยับเยิน แก้มเขียว มุมปากมีรอยเลือดซิบ ผมเผ้ากระเซิง น้ำตาไหลพราก
“?อีตัวแสบ เลี้ยงไม่เชื่อง..มาเข้ามานี่ อีกากี! อีสองใจ “
ดิวร้องจนแทบไม่มีเสียง “ไม่ ปล่อยดิว!” ดิวตะเกียกตะกาย จนคว้าหมับจับขอบประตูรั้งไว้ได้ หญิงสาวสะอื้นด้วยความกลัว “ดิวมันเลว ดิวมันเป็นหญิงคนชั่ว พี่กรปล่อยดิวไปตามทางของดิวเถอะ!”
“มึงคิดว่ากูจะยอมปล่อยมึงไปให้โง่ซ้ำสองเหรอ หา! ข้ามศพกูไปก่อนเหอะ อีดิว เข้ามา เร็ว!”
“ไม่ๆดิวกลัว!”
พัสกรโมโหเดือดลงไม่ลงมืออีกชุด ก่อนกระชากมือดิวที่เกาะประตูไว้จนหลุด แล้วถีบประตูห้องปิดดังโครม

แพรขาว คุณนายแถบทิพย์ ชมพูออกมายืนกันอยู่หน้าบันไดชั้นล่าง พร้อมกับสาโรจน์ และประไพ มองกันขึ้นไปยังห้องของพัสกรชั้นบน และสะดุ้งกับเสียงประตูดังโครมแทบจะพร้อมๆกัน เสียงดิวร้องวี้ดๆ ดังมาเป็นระยะ
ประไพอุทาน “คุณพระ..คุณพระช่วย”
คุณนายแถบทิพย์หน้าซีด ยกยาดมขึ้นมาสูดอีก3-4ที “โอยๆๆ แล้วนี่ทำไมนังเขมก็ยังไม่เห็นมา ไอ้เราก็กลุ้มใจจะตายอยู่แล้ว เห็นมั้ย ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
สาโรจน์ปลอบ “คุณพัสกรคงกำลังเมา ถ้าเราเข้าไปคุยตอนนี้ ก็คงพูดไม่รู้เรื่องหรอกครับ”
“ฉันไม่อยากให้ไอ้กรมาลงไม้ลงมือกับผู้หญิงในบ้านฉัน ถึงนังดิวมันจะเลว แต่ก็ควรจะปล่อยมันไป อย่าไปแตะต้องให้มันเจ็บมันตาย.. โรจน์ไปจัดการที “
แพรขาวเห็นว่าไม่เวิร์คแน่ รีบแทรกขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่า..เราควรจะปล่อยให้พี่กรสงบลงก่อน เดี๋ยวพอเขาหายโกรธ เขาก็ปล่อยดิวออกมาเองแหละค่ะ”
คุณนายแถบทิพย์ส่ายหน้า “ไม่ได้ๆ ปล่อยเอาไว้ได้ยังไง ให้นังดิวมันร้องลั่นบ้านอย่างนี้น่ะเหรอ ฉันทนไม่ไหวหรอก ฉันจะประสาทแตกตายซะก่อน โรจน์ ไปเรียกให้กรออกมาที ไป๊”
“ครับ ผมจะลองหาวิธี” สาโรจน์หนักใจ
“งั้นแพรจะลองไปช่วยพูดกับพี่กรด้วย ชมพู..ออกไปเล่นที่สนามกับประไพดีกว่าลูก ป้าไพคะ..ฝากด้วยนะคะ อย่าให้เด็กต้องมา..รับรู้เหตุการณ์อะไรไปมากกว่านี้เลย “
ประไพอกสั่น “ได้ค่ะ ไปค่ะ หนูชมพู”
“ออกไปขี่จักรยานเล่นก่อนนะคะลูก.. เดี๋ยวแม่ลงมานะคะ คุณย่าคะ..คุณย่าออกไปสูดอากาศกับหลาน..ไม่ดีกว่าหรือคะ..จะได้..ไม่ต้องมารับฟังอะไรที่มันไม่น่าฟัง..”
ชมพูพยักหน้ารับ “แม่ไปหาพ่อ ชวนคุณยุงไปด้วยนะคะ”
คุณนายแถบทิพย์ซัก “ใครกันน่ะ คุณยุงอะไรนี่อีกแล้ว พูดถึงบ่อยมากเลย “
“คุณลุงบ้านใกล้ๆ.. แกชอบมาเล่นกับเด็กน่ะค่ะ” แพรขาวเองไม่อยากอยู่ตอบคำถามอะไรอีก รีบหันเดินขึ้นบันไดไป
สาโรจน์รีบเดินตามแพรขาวไป คุณนายแถบทิพย์ไม่วายชะเง้อ

พัสกรกำลังตบมือ มองดูดิวที่กำลังเต้นไป ร้องไห้ไป ที่หน้าเตียง
“เต้นเยอะๆ เต้นแรงๆสิ..ชอบเต้นไม่ใช่เหรอ”
“ฮือๆๆๆ”
“หยุดร้องไห้ แล้วร้องเพลงสิ..เอาเพลงสนุกๆ ร่าเริงๆ ร้องสิ ร้อง”
“ฮือๆๆๆ”
“กูบอกให้ร้องเพลง ไม่ได้ร้องไห้”
“วี้ดๆๆ”
สาโรจน์เคาะประตูห้องพัสกร มีแพรขาวยืนอยู่ด้วยใกล้ๆ

ดิวสะดุ้งหันขวับไปที่ประตู แหกปากร้องลั่น “ช่วยด้วยๆ ใครก็ได้ช่วยหนูที..หนูกลัว!”
พัสกรตวาดลั่น “เฮ้ย! อย่ามายุ่ง หนักหัวใครวะ หา! เรื่องผัวเรื่องเมียเขาไม่ต้องมาแส่ อีนี่ก็แหกปากไปทำไม ใครก็ช่วยมึงไม่ได้ ไม่รู้เหรอ” พัสกรควักปืนพกออกมาจากเหน็บหลัง หันปากกระบอกไปที่ดิว
ดิวเห็น ตาถลน หน้าซีด กลัวสุดๆ “ว้ายๆๆ ..พี่กรมีปืน! พี่กรมีปืน พี่กรจะฆ่าหนู..”
แพรขาว สาโรจน์ สะดุ้ง ตกใจสีหน้าไม่ดี เงียบนิ่งกันอยู่ที่หน้าประตู
“ถ้าไม่ยอมร้องเพลงที่สนุกๆ..ที่กูฟังแล้วมีความสุข.. มึง ตาย! กูจะยิงให้ตายเหมือนหมา”
เสียงดิวเงียบกริบไปทันที สาโรจน์ แพรขาวมองหน้ากันหนักใจ ทันใด เสียงร้องเพลงของดิวปนร้องไห้ ลอดออกมาแทน
“โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล”
“เต้น..เต้นสวยๆ พลิ้วๆหน่อย..”
ดิวเต้นระบำฮาวาย แต่น้ำตาไหลพราก มองที่ปืนในมือพัสกร “หายทรายงามเห็นปู ดูซิดูหมู่ปลา กุ้งหอยปูปลา ว่ายอยู่ในทะเล”
พัสกรคอยร้องฮู้ๆ วู้ๆ เป็นลูกคู่รับทีละประโยค พร้อมโบกปืนในมือไปมา
สาโรจน์ แพรขาวสบตากัน ทำหน้าแปลกๆ
สาโรจน์กระซิบ “ผมว่าคุณลงไปอยู่กับพวกผู้หญิงข้างล่างเถอะ”
“แล้วคุณล่ะ คุณก็ไม่ควรเสี่ยงเหมือนกัน”
“ไม่เอาโว้ย..เพลงนี้ไม่สนุก เอาเพลงแรงๆกว่านี้ เต้นให้มันเอ็กซ์ๆกว่านี้สิโว้ย..อีดิว เอาแบบโคโยตี้น่ะ เอาเพลงตื๊ดๆหน่อย ร้องเป็นไหมโว้ย กูจะเอาเพลงตื๊ดๆ เดี๋ยวกูยิงไส้แตก”
“กรี๊ด..”
แพรขาวสบตาสาโรจน์ เหนื่อยใจ
“ปล่อยเขาไว้ด้วยกันเถอะค่ะ..เขารักกันออก..เดี๋ยวพอหายเมา..เขาก็คงดีกันเอง..” แพรขาวเดินนำออกไปก่อน

แพรขาวเดินลงบันได สาโรจน์เดินตามมา เสียงเปิดเพลงตื๊ดแรงๆดังขึ้นมาจากห้องพัสกรแทน แพรขาวเดินมา แล้วเหนื่อยล้าทั้งกายใจ และตัวเองก็ยังบอบช้ำอยู่พอควร ขาหมดแรง ยึดราวบันไดไว้ ค่อยๆทรุดลง นั่งแปะที่ขั้นบันได

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 12/5 วันที่ 23 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ