อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 27 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 27 มี.ค.59

หนูจีเสนอโครงการพาเด็กไปประกวดวาดภาพในนามโรงเรียนเปี่ยมคุณ จากระดับเขต ถ้าชนะก็ส่งแข่งขันระดับจังหวัดและประเทศต่อไป ทั้งนพลักษณ์และกรต่างเห็นด้วย กรถามว่าแล้วทางโรงเรียนต้องทำอะไรบ้าง

“ไม่ยากค่ะ เดี๋ยวจีจะเป็นคนดูแลเอง ไม่ต้องห่วงนะคะ”

เมื่อกรอนุมัติ นพลักษณ์ถามว่าแล้วเราจะคัดเด็กอย่างไรเพราะตอนนี้ปิดเทอมอยู่ หนูจีบอกว่ามีแล้ว พลางส่งแฟ้มเป็นรูปตังเมพร้อมใบสมัครด้านหลังมีผลงานของตังเมแนบมาด้วย นพลักษณ์จำได้ว่าเป็นเด็กในโครงการของกรถามว่าไม่มีคนอื่นหรือ หนูจีรับรองว่าคนนี้ไม่ทำให้เสียชื่อโรงเรียนแน่นอน นพลักษณ์จึงยอมทั้งที่ไม่แน่ใจ

ได้ข้อสรุปแล้วกรขอตัวไปจัดการธุระ ให้หนูจีคุยเป็นเพื่อนคุณแม่ไปก่อน นพลักษณ์มองตามกรสงสัยว่าจะไปไหน



ที่แท้กรนัดกับครูน้อยคุยเรื่องการลาออกของครู ครูน้อยเอาแฟ้มของครูที่ลาออกให้กรดู เล่าว่าบางคนออกเพราะที่อื่นได้เงินมากกว่า ถ้าเราเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการน่าจะดึงกลับมาได้ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ลาออกเพราะขาดงบประมาณผลักดันเด็กในการแข่งสร้างหุ่นยนต์ ครูศิลปะผลักดันให้มีโครงการสอนศิลปะแก่เด็กในชุมชนยากไร้ แต่ถูกครูใหญ่และ ผอ.ปฏิเสธว่าไม่มีประโยชน์กับโรงเรียน เธอเป็นครูสาวเพิ่งจบมาแต่มีความคิดที่ดีขนาดนี้ น่าเสียดายถ้าท่านรองต้องเสียเธอไป

กรขอให้ครูน้อยชวนครูเหล่านี้กลับมาทำงาน ครูน้อยยินดีทำ กรถามอีกว่าทำไมครูน้อยจึงมาช่วยตน

ครูน้อยเล่าถึงพฤติการณ์ของครูใหญ่ที่จะใช้การลาออกของครูมาบีบ ผอ.จนกว่าจะได้หุ้น เมื่อได้หุ้นแล้วตนก็จะได้ขึ้นเป็นรอง ผอ.และครูน้อยก็จะได้ขึ้นเป็นครูใหญ่แทนตน เล่าแล้วครูน้อยบอกว่า

“ผมผิดหวังในตัวครูใหญ่มากที่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวทำได้แม้กระทั่งเอานักเรียนมาเป็นเครื่องต่อรองทางธุรกิจ เขาไม่เหลือความเป็นครูอีกแล้ว ผมทนดูเด็กๆ และผู้ปกครองเดือดร้อนไม่ได้จริงๆครับ”

“ขอบคุณนะครับที่กลับมาช่วยเรา ขอบคุณแทนนักเรียนทุกคนด้วย ผมสัญญาว่าจะพาโรงเรียนของเราผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ จะต้องมีครูพร้อมสอนก่อนเปิดเทอมแน่นอน”

เมื่อได้คุยกับทราย กรบอกว่าเรื่องครูตนจัดการเองส่วนเธอดูแลเรื่องเด็กให้เรียบร้อยก่อนเปิดเทอมได้ก็จะดีมาก

ooooooo

ฉัตร พีรดาและมินนี่ ออกเดินทางไปอยู่ร่วมกันที่หมู่บ้านแสงฟ้า พีรดามีกระเป๋าใหญ่ไปหลายใบขนทั้งครีมบำรุงผิว ยากันยุง ชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้ามากมาย และรองเท้าหลายคู่ วันเดินทางก็ใส่รองเท้าส้นสูงเตรียมไว้ถ่ายรูป

ปาล์มมารอรับที่เชิงดอย ต้องเดินไปขึ้นดอยไปอีกไกลพอสมควร การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเลมากโดยเฉพาะพีรดาใส่ส้นสูงหกล้มเท้าแพลง ฉัตรแสดงความเป็นผู้นำที่ดีดูแลช่วยเหลือกระทั่งให้พีรดาขี่หลังเพราะเท้าแพลง ทำให้มินนี่ดูเขาดีขึ้นบ้าง เมื่อไปถึงหมู่บ้านแสงฟ้าต้องตักน้ำมาอาบมาใช้และทำอาหารกินเอง มินนี่อาสาไปตักน้ำเองเพราะแม่เท้าแพลงเดินไม่ไหวและพ่อก็ต้องทำอาหาร บรรยากาศเห็นใจช่วยเหลือกันเกิดขึ้นอย่างอบอุ่น

ที่กรุงเทพฯ หวายตัดสินใจจะออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยป๊าดูแลงาน เชื่อว่าถึงตนจะเรียนไม่จบถ้ามีความรับผิดชอบก็ทำงานได้ดี ทรายไม่อยากให้หวายลาออกบอกว่าค่อยๆคิดอาจมีทางออกอื่นๆมากกว่านี้

ทรายยังติดตามเรื่องโชกุน เมื่อพ่อแม่ไม่ดุโชกุนก็กล้าพูดความจริงไม่โกหก ดุจฤทัยก็ไปช่วยสะสางงานและบัญชีที่ผับร่ำสุราให้ภูทอง ปรากฏว่าบัญชีติดลบและมีหนี้สินถึงเกือบสองแสนบาท ดุจฤทัยช่วยคิดแก้ปัญหา เสนอให้ภูทองจัดมินิคอนเสิร์ตในร้านเพราะอยู่ในแวดวงนักร้องนักดนตรีและเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา

“เออใช่ เพื่อนๆ ผมก็เคยถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เพราะเมื่อก่อนผมก็ช่วยเขาไว้เยอะ ถ้าลองเอ่ยปากน่าจะมีคนมาช่วยบ้าง ทำไมไม่คิดเรื่องนี้มาก่อนเลย คุณนี่เจ๋งมากเลย เดี๋ยวรีบโทรศัพท์เลยเอาใครก่อนดี นี่เลย ลิปตา!”

โชกุนมองพ่อกับแม่ปรึกษางานช่วยกันแก้ปัญหาก็ยิ้ม รู้สึกผ่อนคลาย สบายใจมีความสุขขึ้นมาก...

ooooooo

ตรีทิพย์ใส่ใจดูแลปิ๊กปิ๊ก กลางคืนเข้าไปที่ห้องนอน เห็นปิ๊กปิ๊กหลับแล้ว ก็ไปดับไฟแล้วมานั่งข้างเตียงจัดผ้าห่มให้ เห็นปิ๊กปิ๊กสะดุ้ง กระตุกเกร็งละเมอร้องไห้หาดอกแค

“ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้อง” ตรีทิพย์กอดปลอบ เมื่อปิ๊กปิ๊กสงบลง ตรีทิพย์จึงเห็นที่มือปิ๊กปิ๊กกำอะไรอยู่คลี่ออกดูเห็นเป็นรูปปิ๊กปิ๊กถ่ายคู่กับดอกแคเอาแก้มแนบกันยิ้มสดใส ตรีทิพย์จุกน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ

เมื่อเล่าให้จักรินทร์ฟัง เขาบอกว่าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว ต้องเปิดใจให้ครูทรายมาช่วยชี้ทาง ปัญหานี้อาจจะลึกเกินกว่าที่เราจะแก้ด้วยตัวเอง ตรีทิพย์จึงยอมเพราะหมดทางเลือกแล้ว

เมื่อทรายมาที่บ้านตรีทิพย์ จึงจัดห้องหนึ่งเป็นห้องบำบัด ทรายเริ่มงาน คุยกับตรีทิพย์และจักรินทร์อย่างจริงจัง วิเคราะห์ปิ๊กปิ๊กให้ฟังว่า

“ปิ๊กปิ๊กกำลังเคว้งนะคะ แกเคยมีดอกแคเป็นที่ยึดจิตใจ พอไม่มีก็เหมือนโลกถล่ม เพราะฉะนั้น พ่อแม่ต้องเข้ามาแทนที่ให้ได้” เมื่อทั้งสองพร้อม ทรายให้เปิดใจคิดตามที่ตนถามว่าได้ทำอย่างนั้นจริงหรือเปล่า

อันดับแรก ทรายถามว่าพ่อกับแม่เคยใช้ให้ลูกทำแทนไหม แบบฝากไปบอกอีกฝ่ายโดยไม่พูดกันเอง

สอง ถามว่าเวลาปิ๊กปิ๊กมีกิจกรรมที่โรงเรียนสองคน เคยไปดูลูกกันบ้างหรือเปล่า

สาม เวลาอยู่กับลูกแค่สองคน เคยตำหนิหรือต่อว่าอีกฝ่ายให้ลูกฟังบ้างไหม?

ทั้งจักรินทร์และตรีทิพย์ยอมรับว่ามากเลย เพราะสองคนไม่ยอมพูดกัน เบื่อพฤติกรรมของอีกฝ่าย และเวลามีงานโรงเรียนก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดอกแควิ่งดูแลปิ๊กปิ๊ก โดยทั้งพ่อและแม่ไม่เคยไปเลย

“คุณสองคนต้องปรับตัวและปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้นะคะ นี่ค่ะ” ทรายยื่นโน้ตที่พิมพ์เตรียมมาให้และอ่านให้ฟัง

“กฎมี 4 ข้อ หนึ่ง ‘ลูกมาที่หนึ่ง’ การเลี้ยงลูกให้ประสบผลสำเร็จทั้งกายและใจ ห้ามคิดถึงตัวเอง สอง ‘การสื่อสาร’ ถ้าคิดว่ายังสื่อสารกันเองไม่ได้ เก็บไว้ในใจก่อนห้ามใช้ลูกเป็นเครื่องมือเด็ดขาด สาม ‘กิจกรรมสำคัญของลูก’ หรือเมื่อมีงานโรงเรียน พ่อแม่ต้องมาทั้งคู่ ต้องแยกระหว่างความเป็นอดีตสามีภรรยา ห้าม ทะเลาะกัน ต้องหาข้อตกลงที่ทั้งสองคนตรงกัน และสี่ ต้องพูดถึงกันในทางที่ดีเท่านั้น ต่างคนต่างต้องให้เกียรติกัน ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นพ่อและแม่ของลูก”

ตรีทิพย์ถามว่าทำแบบนี้แล้วปิ๊กปิ๊กจะเลิกขโมยหรือ ทรายบอกว่า “บอกไม่ได้ แต่บอกได้ว่าพฤติกรรมของปิ๊กปิ๊กเกิดจากการขาดความรักและความอบอุ่น ถ้าคุณสองคนเติมเต็มความรักได้ก็แก้ปัญหาได้ถูกจุดแล้วค่ะ”

ตรีทิพย์กับจักรินทร์มองหน้ากันอย่างพร้อมที่จะทำเพื่อลูก

ooooooo

ฝ่ายดุจฤทัยที่ปฏิเสธและมีท่าทีไม่ดีต่อทรายมาแต่ต้น เมื่อทรายเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องโชกุนโกหกได้ ดุจฤทัยจึงยอมรับ ขอบคุณและขอโทษที่เคยพูดไม่ดีกับทราย บอกว่าตนและภูทองจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อลูก

ดุจฤทัยขอตัวเพราะนัดคุยงานกับภูทองจะจัดงานคอนเสิร์ตล้างหนี้ เอาไว้เป็นรูปเป็นร่างแล้วจะเล่าให้ฟังจะเตรียมบัตรพิเศษไว้ให้ทรายกับท่านรองด้วย

“ซื้อเองดีกว่าไม่ต้องให้ฟรี ว่าแต่เป็นคอนเสิร์ตของใครเหรอคะ” ทรายถามอย่างสนใจ

มีการประชุมวางแผนจัดคอนเสิร์ตกันที่ผับร่ำสุราโดยมีศิลปินชื่อดังมาร่วมหลายคน ทุกคนยินดีและเต็มใจ ดุจฤทัยพาโชกุนมาเสิร์ฟน้ำให้อย่างน่ารัก เพื่อนๆของ

ภูทองชมว่าน่ารัก ถามภูทองว่ากลับมาคืนดีกับดุจฤทัยแล้วหรือ ภูทองตอบเขินๆว่าไม่รู้สิ เพื่อนยกนิ้วให้ชมว่าเยี่ยม แล้วคุยการจัดงานคอนเสิร์ตล้างหนี้ให้ภูทองกันอย่างเอาการเอางาน

เมื่อได้เวลาพัก ดุจฤทัยกับโชกุนเอาเบเกอรี่และกาแฟมาเสิร์ฟ ส่วนภูทองดุจฤทัยเสิร์ฟแอปเปิ้ลแทนเพราะเขาไม่กินพวกเบเกอรี่ บรรยากาศอบอุ่นและน่ารัก ภูทองมองดุจฤทัยอย่างรู้สึกดี เวลาเธอไม่ปรี๊ดก็อ่อนโยนน่ารักมาก

ooooooo

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 27 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ