อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 28 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 28 มี.ค.59

เมื่อได้เวลาพัก ดุจฤทัยกับโชกุนเอาเบเกอรี่และกาแฟมาเสิร์ฟ ส่วนภูทองดุจฤทัยเสิร์ฟแอปเปิ้ลแทนเพราะเขาไม่กินพวกเบเกอรี่ บรรยากาศอบอุ่นและน่ารัก ภูทองมองดุจฤทัยอย่างรู้สึกดี เวลาเธอไม่ปรี๊ดก็อ่อนโยนน่ารักมาก

ooooooo

ทรายและหนูจีช่วยกันคิดวางโครงการทำขนม และแผนการตลาดให้นวลสราญ โดยให้ตังเมออกแบบโลโก้ขนม “นวล” ให้ ขนม “นวล” จึงออกมา ในรูปลักษณ์ที่มีโลโก้สวยและอาหารสะอาดน่าทาน

ขณะกำลังจัดทำกันนั้น หนูจีก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสั่งขนมแล้ว หนูจีดีใจมากรีบส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนคุยกับนวลสราญโดยตรง ทุกคนยิ้มแย้มดีใจที่กิจการทำท่าไปได้ดี โดยเฉพาะตังเมดีใจที่ตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา



ขณะเดินมาขึ้นรถจะกลับ หนูจีพูดกับทรายอย่างปลาบปลื้มว่า

“รู้สึกดีจังนะคะ ที่ได้เห็นสองแม่ลูกยิ้มแย้มแบบนั้น”

“การช่วยให้คนอื่นมีความสุข มันเป็นการเติมพลังชีวิตน่ะค่ะ”

หนูจีจึงชวนทรายไปกินข้าวเติมพลังให้ตัวเองกัน ระหว่างนั้นหนูจีถามทรายว่ายังไม่มีแฟนจริงหรือ ทำไม? หรือว่าไม่ชอบผู้ชาย ถามแล้วเห็นทรายชะงัก หนูจีหัวเราะบอกว่าล้อเล่น ทรายถามมาคืนบ้างว่า “แล้วคุณจีล่ะ”

“ไม่มีค่ะ ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ แต่ที่คุยๆกันก็มีบ้าง คุณทรายน่ารักออกนะคะ ไม่เชื่อ...ไม่มีแฟน” หนูจีคิดๆ แล้วชวนทราย “เซลฟี่กันค่ะ จะส่งไปอวดพี่กร”

เมื่อหนูจีส่งรูปไปให้กรดู เขาชมว่าน่ารักดี หนูจีถามหยอกว่าคนไหน กรบอกว่าทั้งคู่ ต่อว่าที่ไม่ชวนกันเลย หนูจีบอกว่าแล้วค่อยชวนใหม่และต้องให้เขาเลี้ยง

“ได้ครับ ... แค่นี้ก่อนนะ พี่มีธุระ” กรเก็บโทรศัพท์เงยหน้าขึ้น เห็นครูน้อยมาพอดี

ooooooo

กรไปกับครูน้อย ไปคุยกับครูที่ลาออกแต่ละคน ทั้งครูมะลิวรรณที่กำลังสอนศิลปะเด็กในชุมชน กิตติพันธ์หัวหน้าภาษาอังกฤษ ครูพีรยา หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังนักเรียนเจ้าของรางวัลฟิสิกส์โอลิมปิก

กรพูดคุยและให้ความมั่นใจที่จะส่งเสริมแต่ละวิชาเหล่านั้นอย่างจริงจัง ครูทุกคนสนใจการเปลี่ยนแปลงนี้มาก

ข่าวนี้รู้ถึงวิทวัส เขาโทรศัพท์คุยกับครูใหญ่อำนาจว่า

“ผมรู้ว่ามีการเคลื่อนไหวบางอย่างเพื่อดึงครูกลับไป แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร คุณต้องเตรียมตัวรับมือด้วย บางที รองผู้อำนวยการของคุณ อาจจะไม่ได้เป็นแค่เด็กมือใหม่ไร้น้ำยาอย่างที่คุณคิดนะ”

อำนาจวางสายจากวิทวัสหน้าเครียด ฝ่ายเป็นสุขรู้จากทรายว่าหวายจะลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาดูแลป๊าและช่วยทำงาน เป็นสุขบอกว่าตนจะไปดูแลยอดยุทธเอง ลูกหว้าก็จะไปดูแลป๊าด้วย บอกเป็นสุขว่า

“หว้าก็รักป๊าไม่น้อยกว่าแม่กับพี่หวายนะคะ” เป็นสุขน้ำตาไหล หันยิ้มกับทรายด้วยความปลาบปลื้ม ทรายมองเป็นสุขอย่างซาบซึ้งไปด้วย

ยอดยุทธนอนอยู่บนเสียง มีแต่ตาเท่านั้นที่กลอกไปมาได้ ขณะนั้นเองประตูห้องเปิดออก หวายเดินเข้ามาตามด้วยเป็นสุขและลูกหว้า หวายบอกป๊าว่า “แม่กับหว้าจะมาช่วยกันดูแลป๊าด้วยนะ”

“ไม่ต้องห่วง เราจะสู้ด้วยกัน เฮียต้องหาย ฉันกับลูกๆจะดูแลเฮียเอง” เป็นสุขเอ่ยอ่อนโยน ยอดยุทธจุกอย่างคิดไม่ถึง

ooooooo

ยอดยุทธได้รับการดูแลอย่างดีจากเป็นสุขและลูกๆ ขณะที่เป็นสุขเช็ดตัวให้ยงยุทธนั้น ลูกหว้าก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง

ครู่หนึ่งเป็นสุขได้กลิ่นตุๆ พลิกตัวยอดยุทธดูพบว่าอึ จึงรีบจัดการพลางเรียกหวายเอากะละมังใส่น้ำมาให้ เมื่อจัดการเรียบร้อยและทาแป้งจนหอมแล้วก็ห่มผ้าให้ ยอดยุทธหลับตาเหมือนนอนหลับ พอเป็นสุขเดินออกไป เขาก็ลืมตามอง น้ำตาไหลสะเทือนใจ...

มินนี่อยู่บนดอยที่ห่างไกลไร้แสงสีและตัดขาดจากการสื่อสาร จะติดต่อภายนอกแต่ละครั้งก็ต้องไปที่ต้นโทรศัพท์

ขณะมินนี่นั่งเหงาๆเซ็งๆ ปาล์มก็เอากล้องถ่ายรูปมาให้บอกว่าท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียนฝากมาให้ถ่ายรูปที่อยากเก็บไว้ในความทรงจำ ท่านรองจะเอาไปล้างอัดให้เป็นที่ระลึก มินนี่พลิกดูกล้องบ่นๆ

“แต่มันไม่มีจอ ถ่ายอะไรไปก็ไม่รู้ กว่าจะได้เห็นตั้งนาน”

“ลองใช้ชีวิตแบบที่มันไม่เร็วทันใจ ฝึกให้รู้จักการรอคอย รอดูรูปที่ถ่ายตอนที่ล้างออกมาแล้วว่าจะเป็นยังไง สวยหรือไม่สวยมันก็เป็นรูปของเรา...ครูไปล่ะ”

“ครูปาล์มคะ เราต้องอยู่กันถึงเมื่อไหร่คะ”

“คนที่จะตอบได้คือตัวมินนี่เองค่ะ โชคดีนะคะ” ปาล์มตอบแล้วเดินไปมินนี่งงๆ ครู่หนึ่งเดินกลับบ้านพัก พีรดาเห็นลูกกลับมาก็ถามอย่างห่วงใยว่าหิวหรือยัง มินนี่ไม่ตอบ แต่เสียงฉัตรบอกพีรดาว่าให้ช่วยแช่ข้าวสารหน่อยหุงแล้วข้าวจะได้นิ่ม

พีรดาไปแช่ข้าวปรากฏว่าน้ำจะหมดแล้ว มินนี่ถามว่าตนต้องไปตักน้ำอีกแล้วหรือ พีรดาบอกว่าเดี๋ยวแม่ไปตักเอง ฉัตรถามว่าไหวเหรอขายังเจ็บอยู่เดี๋ยวตนไปเอง จะได้ตักมากหน่อยเผื่อพรุ่งนี้ด้วย

พีรดาถามว่าเขาไปแล้วใครจะหุงข้าวกว่าจะกลับมาลูกหิวแย่ มินนี่เห็นพ่อกับแม่ต่างเสียสละกันด้วยความห่วงใย ตนจึงอาสาจะไปเอง ให้แม่ไปเก็บผักอย่างเดิมก็แล้วกัน

มินนี่คว้าอุปกรณ์ตักน้ำเดินไปเซ็งๆ พีรดาถามฉัตรว่า วิธีนี้จะได้ผลหรือ

“ได้ผลสิ อย่างน้อยลูกเราก็อาสาช่วยงานเอง มันเป็นสัญญาณดีมากๆ” ฉัตรมองมินนี่อย่างมีความหวัง

มินนี่ไปตักน้ำที่ลำธารอย่างทุลักทุเลเหมือนครั้งแรก แม้จะลำบากจนร้องไห้แต่เธอก็เอาชนะตักน้ำกลับมาจนได้ ระหว่างพักเหนื่อยตามทาง มินนี่เห็นทิวทัศน์สวยงามผ่านกระบุงใส่น้ำที่วางอยู่ข้างหน้า จึงถ่ายรูปไว้อย่างประทับใจ

กลับถึงบ้านพัก เห็นพ่อกับแม่สาละวนอยู่กับการทำอาหาร ได้ยินแม่คุยอวดพ่อว่าวันนี้ได้ของกินมาเยอะเลย เพราะชาวบ้านที่เป็นแฟนละครเห็นตะกร้าตนมีแต่ผักก็เลยแบ่งไก่กับไข่มาให้ ชมว่าใจดีจังเนอะ

ฉัตรบอกว่างั้นตนจะทำไก่ย่างกับเจียวไข่เพิ่ม ลูกจะได้ไม่เบื่อ พีรดาช่วยทำกับข้าวอย่างกระตือรือร้นบอกว่ากลับบ้านคราวนี้จะได้ทำอาหารให้ลูกกินได้บ้าง มินนี่ดูพ่อกับแม่ช่วยกันทำกับข้าวยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย จึงหยิบกล้องขึ้นมาแอบถ่ายภาพไว้...แชะ!

ที่โต๊ะอาหารมื้อนี้จึงมีอาหารพิเศษเพิ่มมาคือไก่ย่างกับไข่เจียว ไก่มีสองชิ้น ฉัตรให้มินนี่ชิ้นหนึ่ง พีรดา ชิ้นหนึ่ง มินนี่จึงแบ่งให้พ่อ พีรดาเห็นดังนั้นเอาไก่ของตนแบ่งให้ฉัตร พูดติดตลกว่าจะได้มีแรงกวาดบ้านถูบ้านทำกับข้าวให้เรากินทุกวัน

สามคนพ่อแม่ลูกกินข้าวกันอย่างมีความสุขห่วงใยและใส่ใจซึ่งกันและกัน จนมินนี่พูดขึ้นว่า

“กินข้าวพร้อมหน้า...พ่อแม่ลูกแบบนี้อร่อยดีนะคะ”

ฉัตรกับพีรดาพยักหน้าแล้วสบตากันด้วยความรู้สึกตื้นตันจนพูดไม่ออก

ooooooo

หลังจากนพลักษณ์พาหนูจีมารู้จักและเป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียนแล้ว ก็ดำเนินแผนต่อไป ชวนหนูจีมากินข้าวที่บ้านเพื่อให้รู้จักกับสมภพ พูดอย่างไม่ปิดบังว่าต่อไปถ้าหนูจีสนิทกับกรมากกว่านี้พ่อจะได้รับรู้ด้วย

ระหว่างกินข้าวก็บอกให้กรตักโน่นนี่ให้หนูจี ถามว่าพ่อแม่หนูจีจะกลับจากยุโรปเมื่อไร หนูจีถามว่ามีธุระด่วนไหมตนจะโทร.บอกให้

“ไม่ใช่ธุระด่วนหรอกจ้ะ ป้าแค่จะให้กรไปพบ คุณพ่อคุณแม่หนูจีไว้ เราสองคนคบกัน ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ไม่ไปพบผู้ใหญ่ เขาจะหาว่าเราไม่มีมารยาท”

นพลักษณ์พูดชัดเสียจนหนูจียิ้มเจื่อนตีหน้าไม่ถูก ส่วนกรอึดอัด หลังทานอาหารยังให้กรขับรถไปส่งหนูจีที่บ้านอีกจนสมภพติงว่าทำเกินไปหรือเปล่าตนรู้สึกว่าลูกอึดอัด

“แรกๆก็เกร็งๆกันแบบนี้แหละ เดี๋ยวกรก็รู้เองว่าหนูจีคือคนที่เหมาะสมกับเขาที่สุด” นพลักษณ์ยิ้มอย่างมั่นใจมาก

แต่หารู้ไม่ว่า ระหว่างไปส่งหนูจี ทั้งสองเปิดใจคุยกันแบบคนรุ่นใหม่ กรถามว่าหนูจีรู้สึกอะไรกับตนหรือเปล่า สำหรับตนคิดกับหนูจีแค่น้องจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น หนูจีบอกว่าตนก็ไม่ได้คิดอะไร มีแต่คุณป้าคนเดียวที่คิด แล้วหนูจีก็ถามตรงๆว่าเขาเป็นเกย์หรือเปล่า เพราะหล่อขนาดนี้น่าจะมีสาวเยอะ ทำไมต้องให้แม่มาจับคู่ให้

กรตอบขำๆว่าตนเป็นผู้ชายแมนๆ ไม่มีเกย์ แต่หนูจีบอกว่าแต่ตนเป็นเกย์ ตนชอบผู้หญิงเพราะนุ่มนวลน่ารักดี ตนไม่ชอบผู้ชายและมีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย ทำเอากรช็อกอึ้ง พูดไม่ออกเลย

ปาล์มโทรศัพท์คุยกับทรายที่ต้นโทรศัพท์เล่าอย่างพอใจว่าเพียง 2 วันบรรยากาศพ่อแม่ลูกดีขึ้นมากโดยเฉพาะฉัตรกับมินนี่ ทรายสรุปว่าอานุภาพความรักก็อย่างนี้แหละ โดยเฉพาะความรักของพ่อแม่ ปาล์มถามแซวว่าแล้วอานุภาพความรักของเจ้านายกับลูกน้องล่ะเป็นยังไง ถูกทรายทำเสียงปรามว่ากวนอีกแล้ว แล้วจะวางสาย

“เดี๋ยวๆ คำถามสุดท้าย ถ้าท่านรองเป็นแฟนกับคุณจีขึ้นมาจริงๆ แกจะทำไง”

“โอ้ย...พอละ ไม่คุยด้วยแล้ว บาย!” พอวางสาย ทรายก็เจ็บจุกอยู่ลึกๆ ตอบคำถามปาล์มงึมงำว่า...ทำไงได้...

ooooooo

รุ่งขึ้นทรายไปห้องทำงานที่โรงเรียน พบดุจฤทัยนั่งรออยู่แล้ว ดุจฤทัยเอาบัตรเชิญดูคอนเสิร์ตมาให้ทรายกับกร ทรายเลยของซื้อเพิ่มจะพาพ่อกับแม่ไปดูด้วย

ดุจฤทัยถามทรายว่าดูหน้าเพจผู้ปกครองบ้างหรือเปล่า มีโพสต์กันเรื่องเปิดเทอมนี้ไม่มีครูสอน ตอนนี้เริ่มลามถึงเด็กจะลาออกไปเรียนกับครูเก่าแล้ว ทรายฟังแล้วเป็นห่วง เมื่อเปิดหน้าเพจเครือข่ายผู้ปกครองก็เห็นกระแสผู้ปกครองเป็นห่วงลูกหลานมากมาย กระทั่งชักชวนกันให้ลาออก มีคนกดไลค์มากขึ้นเรื่อยๆ

กรนั่งที่หน้าจอคอมพ์ในห้องทำงาน ไล่ดูคอมเมนต์มากมาย อ่านแล้วเครียด คิดไม่ตกว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไรดี

ส่วนอำนาจก็กดดันเร่งรัดขอคำตอบจากนพลักษณ์ บอกว่าผู้ปกครองระแคะระคายเรื่องครูลาออกเริ่มรวมตัวต่อต้านโรงเรียนกันแล้ว ถ้าเราไม่ตามครูหัวหน้าภาคกลับมาได้ก่อนเปิดเทอมเกรงว่าจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ชื่อเสียงของโรงเรียนที่สั่งสมมาอาจพังลงเลยก็ได้ เมื่อกดดันจนนพลักษณ์เครียดก็บีบว่า

“ถึงเวลาที่ ผอ.ต้องเลือกแล้วครับว่าจะแบ่งหุ้นขายให้ผมและได้ครูกลับมา หรือจะยอมเสียครูและอาจจะเสียโรงเรียนนี้ไป 100 เปอร์เซ็นต์”

“ตกลง!” นพลักษณ์ตัดสินใจ อำนาจยิ้มออกมา ทันใดนั้นก็หุบแทบไม่ทันเมื่อกรเดินเข้ามาพูดหน้าเครียดว่า

“ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะครับ ผมจะมาบอกว่า ผมเห็นกระแสข่าวลือในกลุ่มผู้ปกครองเรื่องครูลาออกแล้ว และผมได้แก้ปัญหาไปเรียบร้อย ให้คุณแม่กับครูใหญ่ลองเช็กเว็บเพจโรงเรียนดูนะครับ”

อำนาจรีบเปิดมือถือเพจของโรงเรียนดู อ่านแล้วอึ้ง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ไลน์กรุ๊ปชื่อ “ผู้ปกครอง ป.2/3” ข้อความแรกมีผู้ปกครองคนหนึ่งพิมพ์ว่า “โรงเรียนชี้แจงเรื่องครูลาออกแล้วค่ะ” ดุจฤทัยเปิดอ่านแล้วส่งต่อ...

ส่งต่อ...เป็นประกาศของกร รองผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่าเป็นข่าวลือไม่เป็นความจริง เปิดเทอมนี้โรงเรียนเปี่ยมคุณมีครูมืออาชีพพร้อมสอนบุตรหลานของทุกท่านแน่นอน ดุจฤทัยยิ้มออกรีบเซฟและส่งต่อให้ผู้ปกครองทุกคนที่รู้จัก ไม่นานก็ข่าวกระจายไปทั่ว

ขณะทรายกำลังอ่านข้อความจากเพจโรงเรียนอย่างสนใจนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากจักรินทร์บอกว่ามีปัญหาใหญ่มากที่จะปรึกษา ปัญหาใหญ่ของเขาคือ ปิ๊กปิ๊กไม่ยอมรับการเอาอกเอาใจปรนเปรอข้าวของที่พ่อกับแม่แย่งกันซื้อหามาให้ บอกว่าสิ่งเหล่านั้นตนมีแล้วเพราะพี่ดอกแคขอเงินจากแม่ซื้อให้นานแล้ว

ตรีทิพย์บอกทรายว่าตนทนเห็นลูกเก็บตัวอยู่แต่ในห้องและร่ำร้องหาแต่ดอกแคคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว ทรายได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆ ขอเวลาอีกนิด เมื่อไปปรึกษากร กรจึงทำเรื่องขออนุญาตพบผู้ต้องหากับทางตำรวจ ซึ่งตำรวจก็อนุญาต กรบอกให้ทรายจัดการเรื่องดอกแค ส่วนเรื่องโรงเรียนตนจัดการเอง

แต่เมื่อทรายไปพบดอกแค ถูกดอกแคต่อต้านหาว่ามาเยาะเย้ย เมื่อทรายเล่าเรื่องปิ๊กปิ๊กๆให้ฟังและขอให้ดอกแคคุยกับน้องหน่อย ดอกแคปฏิเสธเพราะไม่อยากให้น้องเห็นตนนั่งอยู่ในคุก อยากให้น้องจำภาพ
พี่ดอกแคที่แสนดีอย่างเดิม

ทรายพยายามหว่านล้อมอีก ถูกดอกแคตะโกนใส่หน้าว่าไม่! ไม่ต้องพูดอีก!! กรจึงสะกิดให้ทรายพอก่อน แต่ทรายยังมั่นใจว่าให้เวลาอีกนิดดอกแคอาจเปลี่ยนใจก็ได้เพราะปิ๊กปิ๊กคือคนที่ดอกแครักมาก

เมื่ออยู่ตามลำพัง ดอกแคคิดถึงความรักความผูกพันที่มีต่อปิ๊กปิ๊ก แล้วสีหน้าแววตาของดอกแคก็อ่อนลง...

ooooooo

นพลักษณ์ยังวิตกกังวลเรื่องครูลาออก บอกกรว่าแค่คำชี้แจงของเขายังไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นแค่การเอาตัวรอดไปก่อนเท่านั้นเพราะความจริงเรายังไม่มีครูสอน กรบอกว่าไม่ต้องห่วงตนเตรียมแก้ปัญหาไว้แล้วแต่ยังบอกแม่ไม่ได้

“แม่จะไม่เอาชื่อเสียงของโรงเรียนมาเสี่ยงกับแผนที่ลูกปิดบังแม่อยู่ ถ้าใกล้เปิดเทอมกรยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม่ต้องยอมขายหุ้นให้อำนาจ แม่ยอมเสีย 30 เปอร์เซ็นต์ดีกว่าเสียชื่อเสียงทั้งหมด”

กรอึ้ง เครียดกับการเอาจริงของแม่ ครูน้อยบอกกรว่าที่จริงครูๆที่ลาออกยังรักโรงเรียนแต่เขาศรัทธาในตัวครูใหญ่มาก พอถูกเป่าหูว่ากรทำให้เปี่ยมคุณไปไม่รอดเลยทำตามครูใหญ่ทุกอย่างโดยไม่รู้ว่าถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับผู้อำนวยการ ครูน้อยได้แต่หวังว่าครูเหล่านั้นจะเห็นธาตุแท้ของครูใหญ่ หวังว่าพวกเขาจะมีความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวกร

อำนาจบอกครูสามคนที่มาคุยกันว่าแผนของตนใกล้ถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ถ้าตนได้ถือหุ้นเป็นผู้บริหารเมื่อไร พวกครูก็จะได้กลับไปสอนเหมือนเดิม แต่ได้ ค่าตอบแทนมากกว่าที่คุยไว้แน่นอน

ครูบางคนติงว่า ทำไมครูใหญ่มั่นใจอย่างนั้น เพราะ ผอ.ไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆ

“เพราะผมมีเหตุผลสำคัญที่ ผอ.ต้องยอม ถ้าไม่ยอม เปี่ยมคุณจะหาครูที่ไหนไปสอนนักเรียนจริงไหม” ครูบางคนติงว่าถ้า ผอ.ไม่ยอมใครจะมาสอนนักเรียน อำนาจตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “นั่นมั่นปัญหาของเปี่ยมคุณ ถ้าเขาไม่จบ โรงเรียนก็จบ พ่อแม่สมัยนี้มีเงิน เขาเลือกได้ ถ้าเปี่ยมคุณไม่พร้อมไม่มีครูสอนเขาก็ย้ายลูกไปเรียนที่อื่น คุณไม่ต้องห่วงเรื่องเด็กหรอก เงินน่ะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง”

ครูที่อำนาจเรียกมาคุยฟังแล้วช็อก อำนาจเลื่อนซองให้ครูทั้งสาม บอกว่า “เหมือนกับเรากำลังทำอยู่ในตอนนี้”

ครูทั้งสามช็อกกว่าเดิม เริ่มไม่เชื่อในตัวอำนาจ รู้สึกว่าเขาเห็นแก่เงินมากกว่าเด็ก

ooooooo

หวายพักการเรียนเพื่อทำงาน เป็นสุขถามว่าไม่ไปเรียนแล้วจริงๆหรือ หวายถามว่าถ้าตนไปเรียนแล้วใครจะทำงาน ขนาดตนอยู่ปัญหายังเยอะเลย

ขณะนั้นลูกหว้ามาบอกว่าครูของหวายมาเยี่ยม เป็นสุขไปต้อนรับแล้วขอตัวไปปอกผลไม้ให้ หวายคุยกับกรตามลำพัง

กรถามหวายว่าป๊าเป็นอย่างไรบ้าง หวายบอกว่าตนช่วยทำกายภาพบ้าง กรสะกิดให้คิดว่า

“ถ้าครูป่วยแบบป๊าเธอก็คงอยากให้มีคนมาคุยด้วย คุยอะไรก็ได้ เล่าเรื่องที่อยากเล่าให้เขาฟัง”

“ผมไม่รู้จะคุยยังไง ผมไม่เคยทำ”

“เมื่อก่อนครูก็ไม่สนิทกับพ่อ ไม่ค่อยได้คุย แต่พอได้เริ่มคุย ได้เปิดใจ มันได้มุมมองในการใช้ชีวิตแบบผู้ชายๆ แบบที่เรานึกไม่ถึง ความห่างเหินมันทำให้ยากแค่ตอนเริ่มเท่านั้นแหละ ลองดูนะ ครูเชื่อว่าหวายทำได้”

กรให้ความมั่นใจ หวายฟังแล้วนิ่งคิด...

ooooooo

มินนี่อยู่ที่ดอยแสนฟ้า ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากฉัตรอย่างไม่เคยทำมาก่อน ส่วนมินนี่ก็ช่วยตักน้ำ ทุกคนช่วยกันทำงาน อยู่กันอย่างสมถะ เรียบง่าย

จนมินนี่ได้มาเจอพวกวัยรุ่นหญิงชายกลุ่มหนึ่ง พวกเขาเข้ามาทักทายคุยกันเรื่องเว็บ เรื่องเน็ต มินนี่ ถามว่าที่นี่มีหรือขอไปเล่นด้วย

วัยรุ่นพวกนั้นบอกว่าไม่มี เฟซ ไอจี ก็เล่นได้ แต่ช้าหน่อย คุยกันว่าไปเรียนกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะเล่นให้กระจายเลย วัยรุ่นที่เป็นหญิงถามมินนี่ว่ามีแฟนไหม ใช้มือถือรุ่นอะไร ตนขอแม่ไว้ถ้าแอดติดจะขอรุ่นใหม่เลย มินนี่บอกว่ารุ่นใหม่แพงนะ อีกคนตอบแทนว่า “ไม่เป็นไรหรอก แม่มันกู้เงินมาซื้อได้” มินนี่ฟังแล้วอึ้ง

วัยรุ่นชายยังติดใจถามว่าตกลงเธอมีแฟนหรือเปล่า น่ารักอย่างนี้เป็นเน็ตไอดอลได้เลยนะ มินนี่ฟังแล้วจุกเหมือนถูกจิกแผล อยู่ๆก็นึกไม่อยากเล่นขึ้นมาเฉยๆ ซ้ำเตือนวัยรุ่นเหล่านั้นว่า

“ถ้าได้ไปเรียนกรุงเทพฯจริงๆ พี่ๆก็เล่นมือถือแบบระวังๆหน่อยแล้วกัน มันสนุก มันเพลิน แต่มันก็...อาจจะทำให้เราซวยได้” พูดแล้วเดินไปเลย เด็กพวกนั้นสงสัยว่าซวยยังไง? มินนี่ไม่ตอบปล่อยให้ไปหาคำตอบกันเอาเอง

ตังเมประทับใจบ้านสวนของคุณยาย ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปวาดที่สวยงาม นวลสราญจึงชวนไปหาคุณยายกันเพราะไม่ได้ไปนานแล้ว ตังเมเสนอให้ชวนครูทราย ครูจีและครูกรไปด้วย นวลสราญบอกว่าดี ตนจะทำขนมเลี้ยงขอบคุณพวกเขาที่ช่วยเหลือเราด้วย

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 13 วันที่ 28 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ