อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 13/5 วันที่ 24 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 13/5 วันที่ 24 มี.ค. 59

“หลังจากญี่ปุ่นยาตราทัพเข้ามาในประเทศไทย รัฐบาลยอมจำนนให้ทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งกองทัพอยู่ในส่วนต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งกรุงเทพฯและธนบุรี ไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น เท่ากับเป็นคู่สงครามกับฝ่ายพันธมิตร คืออังกฤษและอเมริกา”
เครื่องบินรบ บินและทิ้งระเบิดในกรุงเทพ ในช่วงปี 2487
“นับแต่นั้นเครื่องบินของพันธมิตรก็เข้ามาทิ้งระเบิดในเมืองหลวงไม่เว้นแต่ละวัน คนกรุงต่างอพยพย้ายถิ่นกันอย่างโกลาหล เพียงชั่วเวลาไม่นานกรุงเทพฯก็เกือบเป็นเมืองร้าง แต่ถึงอย่างนั้นคุณแม่ก็ยังไม่ยอมหนี เพราะท่านห่วงกิจการน้ำอบไทยของท่านมาก”

วารียืนหน้าเรือน คุมบ่าวไพร่ จัดทำน้ำอบ มีสีนวลมองวารีไป มองบนฟ้าไปว่าจะมีเครื่องบินมาเมื่อไหร่ บ่าวไพร่ก็ดูลุ้นๆ อกสั่น ขวัญแขวน เสียงหวอดังขึ้น ทุกคนเก็บของใส่กระเป๋า วิ่งกันไปหลังบ้าน


“ส่วนฉันก็ยังคงไปทำงานที่กระทรวงทุกวันเช่นกัน “
ไรวินท์ขับรถไปจอดหน้าบ้านมาลาตี มาลาตีแต่งตัวสวยออกมายิ้มแฉ่ง วิ่งมากอดออเซาะไรวินท์อดีตทันทีที่ออกมาพ้นรถ ทั้งสองกอดกันดูดดื่ม
“จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 3 ของสงคราม”
ภายในห้อง วารีนอนป่วย ไอค็อกแค็ก สักครู่สีนวลเข้ามาพร้อมบ่าวไพร่ ยกข้าวต้ม และยาหม้อที่รินใส่ถ้วยมาแล้ว สีนวลมองวารีด้วยความเป็นห่วง พยักหน้าให้บ่าวไพร่ออกไปได้ “คุณแม่แข็งใจดื่มยาเสียหน่อยนะคะ...กว่าจะได้มา ช่วงสงครามแบบนี้หายากหาจริงๆ”
“ทุกอย่างอัตคัดไปหมด มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้สินะ เฮ้อ...”
สีนวลประคองวารีให้ดื่มยา วารีดื่มแล้วหายใจหอบถี่ สีนวลประคองวารีนอนลง แล้วหยิบเงินธนบัตรเก่าๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “นี่เงินจากค่าน้ำอบค่ะ..น้อยหน่อย เพราะไม่สู้จะมีคนอยู่ในพระนครมากนัก เดี๋ยวหนูจะเก็บไว้ในกำปั่นนี่นะคะ”
วารีมองที่สีนวลที่กำลังเก็บเงินใส่กำปั่นข้างหัวนอน เอ่ยปากถาม “นี่ลูกวินยังไม่กลับรึ...”
สีนวลสะอึก นิ่งไป
“แม่นวล อย่าไปบอกลูกวินให้รู้ว่าแม่ไม่ค่อยสบายนะ แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก คนแก่ก็เจ็บๆ ไข้ๆ ยังงี้ เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วงเอา”
สีนวลเคียดแค้น “หนูอยากบอก เผื่อพี่วินจะอยู่บ้านมากกว่านี้ ไม่ใช่ไปนอนกกแม่เมียน้อยหน้าไม่อาย..เขาควรจะได้รู้ว่าคุณแม่...เจ็บมากขนาดไหน”
วารีเหนื่อยอ่อน “เขายังกลับมาบ้านบ้างก็ดีแล้ว แม่นวลต้องทำใจนะ เขาก็ไม่ได้ไปอยู่...บ้านโน้น ทุกวี่ทุกวันเมื่อไหร่”
สีนวลก้มหน้านิ่ง ขบฟันด้วยความขื่นใจ ทันใดนั้นเสียงหวอสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น สีนวลเงยหน้า แววตามึนชา
ไรวินท์กำลังทานข้าวกับมาลาตี มีนางมะลิ อยู่ด้วย ทุกคนต่างตกใจ วางช้อน
มะลิกรีดร้อง “กรี๊ดๆๆ มันมาอีกแล้ว มันมาอีกแล้ว”
“คุณพี่ขา น้องกลัว น้องกลัวเหลือเกิน” มาลาตีเข้าไปกอดไรวินท์
ไรวินท์กอดปกป้อง “ไม่ต้องกลัวนะมาลาตี คุณแม่ ไปหลุมหลบภัยกัน ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรหรอก”

เสียงเครื่องบินรบ บินว่อนไปมา สีนวลอุ้มลูก คุมบ่าวที่ช่วยกันประคองวารีที่กำลังป่วยเข้ามาในบังเกอร์ พอปิดบังเกอร์ได้ทุกคนก็มองหน้ากัน เพราะมีแต่ผู้หญิงในบ้าน อกสั่นขวัญแขวน เสียงยัยหนูร้องด้วยความกลัว
“โอ๋ๆ นิ่ง ซะนะ ลูกจ๋า ไม่ต้องกลัวๆ แม่จะคุ้มครองลูกเอง”
“โอ๊ย...ฉันยังไม่อยากตายแบบนี้นะ มันจะบอมอะไรกันนักกันหนาเนี้ย” บ่าวหันไปถามวารี “คุณท่านเจ้าขา เมื่อไหร่เราจะย้ายออกไปนอกเมืองซะทีล่ะ เจ้าคะ”
บ่าวอีกคนขัด “อีพวง อย่าปากมากนัก นิ่งเสียบ้างเถอะ ทุกคนก็ใจคอไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น”
“ก็คนมันกลัวนี่ย่ะ ดูสิบ้านเราก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น จะมีผู้ชายสักคนให้เป็นหลักก็ไม่มี”
“อีนี่ เงียบ!”
สีนวลกับวารีมองหน้ากัน สีนวลพูดขึ้นมาด้วยความคับแค้น “มีสิ ผู้ชายบ้านนี้มี..แต่ไม่รู้ไปอยู่บ้านไหน..” วารีพูดไม่ออก
นางมะลิกับบ่าวกำลังช่วยกันเก็บกวาด มาลาตีหันมาพูดกับไรวินท์ “น้องไม่อยู่พระนคร แล้วนะคะ พี่วิน น่ากลัวออกจะตาย โอ๊ย น้องกลัวเสียงหวอจริงๆ” มาลาตีเข้าไปกอดไรวินท์แน่น
ไรวินท์ทำหน้าหนักใจ “ถ้าพี่ไปแล้วคุณแม่พี่กับ..พวกบริวารล่ะ”
“โอ๊ย..ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณแม่พี่ท่านออกใจแข็ง อยู่มาได้ท่ามกลางสงครามแบบนี้ตั้งนานสองนาน”
“ท่านอยู่เป็นเพื่อนพี่ต่างหาก...ก็พี่ต้องไปกระทรวงทุกวันนี่”
มาลาตีถอนใจเบาๆ “ไม่รู้ล่ะ ขืนอยู่แบบนี้บอมบ์จะลงเรือนเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นะคะคุณพี่ เราไปอยู่แถวนนทบุรีก็ได้”
“ขอพี่ดูลู่ทางสักนิดเถอะนะ มาลาตี”
มาลาตีเข้ามาออดอ้อน ก่อนจะใช้มือลูบไล้ไรวินท์ไปมา “อย่าดูนานนักนะคะ...”
ไรวินท์ฟังด้วยความกังวล

เช้าวันใหม่ บรรยากาศแจ่มใส รถของไรวินท์แล่นเข้ามาจอด ไรวินท์ลงมา ยืนมองบ้านด้วยความเป็นห่วง พอเห็นทุกอย่างเรียบร้อยก็โล่งใจ แต่พอจะเดินออกไปก็ชะงัก ก้มลงมา เห็นยัยหนูมาเกาะขา ไรวินท์มองลูก แล้วยิ้มแย้ม ก้มลงอุ้มลูกขึ้นมา
“คุณพ่อมาแล้ว” ยัยหนูยิ้มประจบ
“ยัยหนู...เป็นยังไงบ้างลูก”
“หนูคิดถึงคุณพ่อที่สุดเลย”
“พ่อก็คิดถึงหนูที่สุดจ้ะ ยัยหนูของพ่อ ไหนมาให้พ่อหอมให้ชื่นใจซิ” ไรวินท์หอมแก้มลูกด้วยความรัก ยัยหนูจั๊กจี้ หัวเราะชอบใจ
สีนวลที่เดินตามหายัยหนูมาเห็นภาพพ่อลูก ค่อยยิ้มออก “คุณพี่กลับมาแล้ว”
“แม่นวล ทำไมหล่อนถึงปล่อยลูกมาเดินเล่นแถวนี้ เกิดรถราวิ่งมาทับลูกขึ้นมาจะว่ายังไง”
“เอ่อ ขอประทานโทษเถอะคะ ฉันยุ่งจริงๆ มัวแต่ดูหม้อต้มหยูกยาของคุณแม่น่ะค่ะ”
“ยาของคุณแม่...นี่คุณแม่เป็นอะไรไปอีก สีนวล”

ไรวินท์ประคองวารีให้ดื่มยา วารีดูชื่นใจที่ลูกชายมาดูแล สีนวลจับมือลูกอยู่ มองไรวินท์ไม่วางตา บ่าว 2 คนก็มองไปยิ้มไป
“แค่ได้เห็นหน้าแบบนี้แม่ก็สบายใจแล้ว อดห่วงลูกวินไม่ได้ นี่รู้ไหม แม่สวดมนต์ขอให้คุณพระคุณเจ้าท่านช่วยคุ้มครองลูกของแม่ให้ปลอดภัยแคล้วคลาดทั้งคืนเลย”
ไรวินท์กราบที่ตักวารี “มิน่าผมถึงรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด ทีแท้ก็เพราะคุณแม่สวดมนต์ให้ผมนี่เอง ลูกกราบขอบพระคุณคุณแม่เป็นอย่างสูงครับ ผมนี่เป็นลูกชายที่แย่เหลือกำลังแม่ป่วยหนักอย่างนี้ แต่กลับเพิ่งจะรู้” เขาปรายตาไปทางสีนวล เคืองๆที่ไม่บอกตน
“อย่าไปตำหนิแม่นวลเค้าเลย แม่เองที่กำชับไม่ให้บอกลูกวิน...อ่อ ลูกวิน แม่นวล แม่ตัดสินใจแล้วนะ เราจะย้ายออกจากพระนครกัน เมื่อคืนแม่เห็นหลานร้องไห้แล้ว ใจคอไม่ดีเลย บ้านนี้คงโดนเข้าสักวัน”
สีนวลและบ่าวแอบดีใจ “แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันคะ”
“ลูกวินไปอาศัยอยู่นอกเมืองสักพักเถอะลูก ในเมืองออกน่ากลัวเสียยิ่งกว่าป่าช้า มีแต่คนตายไม่เว้นแต่ละวัน เช้ามาทำงานเย็นก็กลับออกไปอย่างคนอื่นๆ เขา “
“ผมก็คิดอยู่เหมือนกันครับ ผมว่าจะไปอาศัยบ้านเพื่อนแถวเมืองนนท์ นั่งเรือมาทำงานได้สะดวก ส่วนคุณแม่ไปอยู่ให้ไกลจากระเบิดจะดีที่สุด แล้วผมจะหมั่นไปเยี่ยม”
วารียิ้มพอใจ แต่สีนวลผงะจ้องไรวินท์อึ้ง แต่พอดีกับยัยหนูวิ่งมากอดไรวินท์ “คุณพ่อขา พ่อไปอยู่กะหนูนะคะ”
“พ่ออยากไปนะลูก แต่พ่อต้องทำงาน”
ยัยหนูหน้างอ ไรวินท์หอมแก้มง้อ
สีนวลเสนอ “เราไปอยู่เมืองนนท์ด้วยกันก็ได้นี่คะ “
“อย่าเลย...เอ่อคือ...ฉันจะห่วงหน้าพะวงหลังเสียเปล่าๆ เธอไปอยู่อยุธยาเถอะ ...ดีไหมครับคุณแม่ เรามีญาติๆอยู่ที่นั่น”
วารีอึกอัก สีนวลมองหน้าวารีเชิงขอร้องให้พูดทัดทาน “แต่ว่า...”
ไรวินท์รีบตัดบท “น้าแคล้วญาติคุณแม่ไงครับ เขาเคยชวนว่าอยู่อยุธยาสบายดี อาหารการกินก็พร้อม อยู่ริมแม่น้ำ จับปลาจับกุ้งมากินได้ทุกวัน อากาศก็ดี แม่ไปอยู่ที่โน่นคงสบายขึ้นแน่ๆ “
“จ้ะ ก็ดีจ้ะ” วารีปิดปาก สีนวลจำต้องเงียบไปด้วย
ไรวินท์มองทุกคนกึ่งๆ แนะนำ กึ่งๆ ออกคำสั่ง

ที่ชานเรือนริมน้ำ เป็นบ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่ในชนบท วารีดูเพลียๆ ยืนมอง มีผู้ใหญ่แคล้วคอยต้อนรับ ไรวินท์ สีนวล บ่าว ยืมมองบ้านใหม่อยู่ พอใจ
“เป็นยังไง พออยู่ได้ไหมล่ะพี่วารี”
“โอ๊ย น่าอยู่ออก ท่าทางน่าสบาย ขอบใจมากนะ พ่อแคล้ว”
“เอ้า พวกเรา..ไปช่วยกันขนของมาขึ้นเรือนกันเร็ว” ผู้ใหญ่แคล้วนำชาวบ้านไปทางท่าเรือ บ่าวของวารีตามไปด้วยเลยเหลือแค่ วารี ไรวินท์ สีนวลกับลูก
ไรวินท์พอใจ “ดีจริงเลยแม่ น้าแคล้วแกก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะ”
“ตาแคล้วแกเอาไม้เก่ามาปลูกให้ แม่ส่งเงินมาให้ แกใช้ไปนิดเดียว ถูกอย่างกะได้เปล่า แม่ว่าเสร็จสงคราม พอเรากลับ แม่จะยกบ้านหลังนี้ให้แก ตอบแทนที่มาอาศัยที่ดินแกอยู่”
“เห็นอย่างนี้แล้วผมก็โล่งอก เห็นจะต้องขอลากลับกรุงเทพฯ วันนี้เลย”
สีนวลผงะ “อ้าว พี่วินไม่พักให้หายเหนื่อยก่อนหรือคะ”
“ไม่ล่ะ ห่วงราชการทางโน้น”
“หึ ห่วงราชการแน่หรือคะ”
“แม่นวล”
“เอาเถอะ พอๆ แม่นวลก็พี่เขาบอกว่าราชการก็ราชการสิ มาพิรี้พิไรอยู่ได้ ลูกวินไปเถอะลูก เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียเปล่าๆ มาส่งแค่นี้แม่ก็ชื่นใจแล้ว แม่รู้ว่าราชการช่วงนี้คงยุ่งน่าดู”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอกราบลาคุณแม่ตรงนี้เลยนะครับ” วารีพยักหน้าให้ ไรวินท์เข้ามาจับหัวลูก “พ่อไปก่อนนะลูก”
“ไม่เอา ไม่ให้พ่อไป ไม่เอา” ยัยหนูร้องไห้จ้า
“แม่นวลมาเอาลูกไปที พี่ต้องไปแล้ว” ระหว่างที่สีนวลมาแยกลูกจากไรวินท์ชุลมุน จู่ๆ วารีรู้สึกเวียนหัว แล้วเป็นลมล้มพับลงไป ไรวินท์ตกใจ “คุณแม่!”

ภายในห้องนอนวารี สีนวลกำลังประคองวารีให้ดื่มยา วารีดื่มแล้วรู้สึกดีขึ้น เห็นสีนวลนั่งอมยิ้มมีชัย วารีแซว “นี่อะไร แม่สีนวล นั่งอมยิ้มอารมณ์ดีที่แม่ป่วยจนจะตายอยู่แบบนี้หรือ”
“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ไม่มีอะไรนี่คะ”
“ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไร ตามใจหล่อนเถอะย่ะ แล้วนี่จัดที่หลับที่นอนให้ผัวเขาแล้วเหรอ”
“ค่ะ” สีนวลอายม้วน วารีมองดูด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู “หนูให้บ่าวมันนอนอยู่หน้าห้องคุณแม่นะคะ หากมีอะไรก็เรียกใช้ได้เลย ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอไป เอ่อ ...ไปดูแลความเรียบร้อยให้พี่วินก่อน”
“เอาเถอะย่ะ แม่เข้าใจ ยังไงก็อย่าลืมลูกเต้ามันด้วยล่ะ”
“คุณแม่” สีนวลยิ้มเขิน
ที่หน้าห้องวารี สีนวลเปิดประตูออกมา บ่าว 2 คน ที่แอบฟังอยู่ รีบหลบ ขำแอบมองแซวสีนวล บ่าวคนหนึ่งอุ้มยัยหนูที่กำลังหลับไว้ สีนวลดุไปเขินไป “ขำอะไรกัน ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ พวกเอ็งนี่“ สีนวลรับลูกมาอุ้ม เดินออกไป บ่าว 2 คน มองหน้าก่อน ยิ้มแบบทะลึ่ง ๆ

ภายในห้องนอน ไรวินท์กำลังนั่งเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่ในแสงตะเกียง ประตูเปิดออก เห็นสีนวลอุ้มลูกที่หลับแล้วเข้ามา ไรวินท์ถามไม่มองหน้า ทำเป็นอ่านหนังสือท่าเดิม “คุณแม่ท่านรับยาเรียบร้อยแล้วหรือ”
สีนวลสดชื่น “ค่ะ รับแล้ว วันนี้ทานได้เยอะ ซ้ำยังพูดคุยอารมณ์ดีเชียวค่ะ น่าจะเป็นเพราะพี่วินมาค้างด้วยแน่ๆ “
ไรวินท์ไม่ได้ตอบอะไร ทำพยักหน้าแล้วพลิกหน้าหนังสืออ่านต่อ สีนวลแอบมองไรวินท์ด้วยความรักเสน่หา ไรวินท์ดูหล่อมาก แม้จะอยู่ในชุดนอนกางเกงแพร เสื้อคอกลม
ไรวินท์รู้สึกตัวว่าสีนวลจ้องอยู่นาน อึดอัด “นี่หล่อนจะจ้องฉันอีกนานไหม หล่อนทำราวกับฉันเป็นวัตถุอะไรสักอย่าง”
สีนวลตกใจ “ฉันขอโทษค่ะ ฉันแค่เพียงรู้สึกว่า ไม่ได้มองพี่ใกล้ๆ แบบนี้มานานแล้ว “
ไรวินท์อึดอัดมากขึ้น ปิดหนังสือลง “ฉันง่วงแล้ว”
“อ่อ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะกางมุ้งให้คะ คุณพี่รอสักครู่ นี่ยัยหนูก็หลับพักแล้วเหมือนกัน” สีนวลกำลังจะลุกขึ้นไปกางมุ้ง อย่างกุลีกุจอ
“ฉันจะนอนคนเดียว เธอไปกางอีกมุ้งนอนกับลูกเถอะ”
สีนวลได้ฟังแล้วหน้าซีด งง เงียบไปพัก “ค่ะ”
ที่มุ้งไรวินท์นอนตะแคงหันหลังให้สีนวลกับลูก ในความมืด มีเพียงแสงจากพระจันทร์ส่องมา สีนวลนั่งในมุ้งข้างลูกที่หลับ มองไรวินท์ด้วยความขมขื่น

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 13/5 วันที่ 24 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ