อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 14 วันที่ 29 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 14 วันที่ 29 มี.ค.59

ตังเมประทับใจบ้านสวนของคุณยาย ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปวาดที่สวยงาม นวลสราญจึงชวนไปหาคุณยายกันเพราะไม่ได้ไปนานแล้ว ตังเมเสนอให้ชวนครูทราย ครูจีและครูกรไปด้วย นวลสราญบอกว่าดี ตนจะทำขนมเลี้ยงขอบคุณพวกเขาที่ช่วยเหลือเราด้วย

เมื่อไปที่บ้านสวน ทรายกับหนูจีช่วยนวลสราญทำขนมกันสนุก หนูจีภูมิใจมากเอาขนมที่ตนทำไปป้อนให้ทรายชิม กรดูด้วยความรู้สึกแปลกๆ นึกถึงที่หนูจี บอกว่าตนเห็นเกย์ชอบผู้หญิงและมีคนที่ชอบแล้วด้วย โอกาสเหมาะ กรจึงถามว่าคนที่หนูจีชอบเป็นใคร เธอพูดเป็นนัยว่ากรน่าจะรู้ว่าตนไปที่โรงเรียนบ่อยๆทำไม แล้วชมว่าคุณทรายเขาน่ารัก กรเข้าใจทันทีถึงกับช็อก ซ้ำขากลับหนูจียังอาสาจะไปส่งทรายเองโมเมอ้างว่าเพราะกรมีธุระ กรฟังแล้วงงระหว่างนั่งรถมากับทราย หนูจีคุยจ้อพยายามเต๊าะทำคะแนน แต่ทรายจ๋อยซึมๆ เพราะคิดว่ากรชอบหนูจี

ฝ่ายกรก็ขับรถกลับเซ็งๆ คิดแต่เรื่องทรายกับหนูจีว่าเป็นอย่างที่ตนคิดหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ได้แต่ถอนใจ



“เฮ้ออออ...”

ooooooo

คืนนี้โชกุนนอนเท้าคางดูรายการเล่านิทานจากทีวีจ้องจาเป๋ง เสียงเล่านิทานอย่างตื่นเต้นว่า...

“...และแล้วนางฟ้าใจดีก็ร่ายมนตร์ให้เจ้าหุ่นไม้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ หุ่นไม้ที่ฟื้นขึ้นมาเอ่ยว่า...ข้าขอให้เจ้าสัญญาว่าเจ้าจะไม่พูดโกหก หากเมื่อใดที่เจ้าพูดโกหกหนึ่งครั้งจมูกของเจ้าจะยาวววว...ขึ้นหนึ่งคืบ สองครั้งก็ยาวขึ้นสองคืบ”

ดูการเล่านิทานแล้ว คืนนี้โชกุนหลับฝันว่าพีรดาถามว่าทำการบ้านหรือยัง โชกุนตอบทันทีว่าทำแล้ว ทันใดจมูกของโชกุนก็ยาวขึ้น โชกุนมองตัวเองตกใจ ฝันอีกว่าภูทองถามว่าแปรงฟันหรือยัง โชกุนบอกว่าแปรงแล้ว จมูกก็ยาวขึ้นมาอีก โชกุนตกใจตะโกน “ไม่!!” จนตัวเองตกใจตื่น ลุกพรวดไปส่องกระจกในห้องน้ำ โล่งใจที่จมูกยังเหมือนเดิมทันใดนั้นดุจฤทัยถามเข้ามาว่า “โชครับ...แปรงฟันหรือยังลูก”

“แปรงแล้วครับแม่” โชกุนรีบคว้าแปรงสีฟันทันที แปรงไปก็ดูจมูกตัวเองไปหลอนๆ ที่บ้านยอดยุทธ...นักกายภาพบำบัดมาแนะนำการทำกายภาพบำบัดให้ยอดยุทธ ลูกหว้าขอทดลองทำให้พ่อ แต่ยกขาพ่อไม่ขึ้น หวายจึงมาทำแทน ลูกหว้าเปลี่ยนมาช่วยบริหารข้อนิ้วแทน เป็นสุขช่วยบีบนวดอีกข้างหวังว่าถ้านิ้วเคลื่อนไหวได้เผื่อจะสื่อสารได้บ้าง

“คงยังไม่ถึงกับจับปากกาได้นะคะ แต่ถ้าข้อมือแข็งขึ้นลองใช้แท็บเล็ตแล้วช่วยพยุงนิ้วให้จิ้มที่ตัวหนังสือแบบง่ายๆ น่าจะพอสื่อสารได้” นักภายภาพแนะนำ

“จริงด้วย งั้นหว้าบริหารนิ้วพ่อเยอะๆเลยวันนี้พ่อจะได้บอกว่าอยากกินอะไร”

ทุกคนยิ้มอย่างมีความหวัง หันมองยอดยุทธอย่างให้กำลังใจ ยอดยุทธน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจในความรักและการทุ่มเทดูแลตนของทุกคน

ขณะเป็นสุขกับลูกหว้าไปส่งนักกายภาพ หวายนึกถึงกรที่บอกให้คุยให้พ่อฟัง หวายจึงเล่าการทำงาน การแก้ปัญหาในการทำงานและแนวโน้มที่ดีของไอ้แดงคนงานที่เลิกกินเหล้าและทำงานได้มากขึ้น ระหว่างหวายเล่าเขารู้สึกถึงแรงกระตุกที่ปลายนิ้วของพ่อ มุมปากกระตุกเหมือนกำลังจะยิ้ม...แต่มีน้ำตาคลอ...

หวายดีใจจนจุกที่พ่อมีการเคลื่อนไหวและแปลกใจที่พ่อน้ำตาซึม...

ooooooo

นวลสราญพาตังเมไปบ้านยายวันก่อน ยายชวนมาอยู่ที่บ้านสวนด้วยกันเพราะบ้านใหญ่โตและนวลสราญก็ไม่ได้อยู่กับชัยภูมิแล้ว

กลับมานวลสราญจึงเตรียมย้ายไปอยู่กับแม่ ชัยภูมิมาเจอ เตือนว่าคิดใหม่อีกทีดีกว่า แล้วตังเมล่ะ ตังเมก็ลูกตนเหมือนกัน นวลสราญตอบอย่างเข้มแข็งว่า ตนมีงานทำและบ้านสวนก็เป็นชื่อตน ตนมีทั้งบ้านและรายได้ที่จะเลี้ยงดูลูกได้

ชัยภูมิพูดไม่ออกได้แต่ยืนมองแม่ลูกเก็บของกัน ตังเมแอบมองพ่อแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ดอยแสนฟ้า...อีกที่หนึ่งที่ห่างไกล ฉัตร พีรดา และมินนี่ก็กำลังจะผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายแล้ว...

วันนี้ปาล์มให้สามพ่อแม่ลูกมัดแพเพื่อข้ามลำธารไปอีกฟาก ถ้าข้ามได้ถือว่าสำเร็จ ทีแรกพีรดาก็ไม่แน่ใจแต่ฉัตรปลุกเร้าให้กำลังใจและมินนี่ก็สู้ ทั้งสามจึงเอามือประสานกันตะโกน “สู้!!” แล้วก็ช่วยกันมัดแพเอาจริงเอาจังจนสำเร็จ

แต่ช่วยกันถ่อไปถึงกลางลำธารก็ถูกน้ำซัดแพพัง ฉัตรต้องกระโดดลงน้ำที่ลึกแค่เอวจูงพีรดาและมินนี่ลุยน้ำข้ามไปจนถึงฝั่ง

นับแต่ร่วมแรงร่วมใจกันต่อแพจนแพแตกต้องจูงกันข้ามน้ำ เป็นภาพสวยงามที่ปาล์มถ่ายรูปไว้ทุกระยะ

แม้แพจะแตก แต่ทั้งสามก็ผ่านการฝึก ปาล์มชมว่า “แพแตก แต่พวกคุณไม่แตก จับมือกันถึงฝั่งจนได้ ถือว่าภารกิจสำเร็จ ทั้งสามคนผ่านการทดสอบค่ะ!”

“เย้!!!” สามพ่อแม่ลูกกระโดดร้องพร้อมกันด้วยความดีใจ

ทรายดูจากแท็บเล็ตดีใจด้วยอย่างมาก พิมพ์ข้อความตอบปาล์มว่า “ภารกิจเสร็จสิ้น แกกลับมาได้เลย ฉันจะรอรับที่โรงเรียน” ทันใดนั้นโทรศัพท์ของทรายดังขึ้น ทรายกดรับถามอย่างตื่นเต้น “จริงเหรอคะ ได้ค่ะได้ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

ทรายได้รับข่าวดีว่าดอกแคอยากพบตนกับกร เมื่อทั้งสองไปพบ ดอกแคบอกว่าตนตัดสินใจตะคุยกับน้องปิ๊กปิ๊กแล้ว ทรายขอบคุณด้วยความดีใจ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ที่จริงทั้งชีวิตดอกแคก็มีแต่น้องปิ๊กปิ๊ก ดอกแคเลี้ยงปิ๊กปิ๊กตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่เลย ดอกแคไม่มีลูกไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่รักลูกมันเป็นแบบไหน แต่เรากินด้วยกันนอนด้วยกันมาทุกวัน ดอกแคก็รักของดอกแคนะคะ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในนี้ก็คิดถึงน้องปิ๊กปิ๊กทุกวัน ถ้าวันนี้ดอกแคทำอะไรเพื่อน้องปิ๊กปิ๊กได้บ้างดอกแคก็จะทำ”

ทรายให้กำลังใจว่าดอกแคทำได้เพราะดอกแคเป็นที่ยึดเหนี่ยวของปิ๊กปิ๊ก กรก็บอกว่าดอกแคคนเดียวเท่านั้นที่จะปลดล็อกให้ปิ๊กปิ๊กได้ ให้น้องได้มีชีวิตต่อไปตามทางที่ถูกต้อง กรมองหน้าดอกแคถามว่า “พร้อมนะ??”

เมื่อดอกแคพร้อม กรจึงให้ทรายพาปิ๊กปิ๊กเข้าไปหาดอกแค พอเห็นหน้าปิ๊กปิ๊ก ดอกแคก็เริ่มร้องไห้ เมื่อปิ๊กปิ๊กจะจับลูกกรงก็รีบบอกว่าอย่าจับมันสกปรก

ดอกแคยอมรับสภาพที่ต้องอยู่ในคุกกับปิ๊กปิ๊กว่าเพราะตนทำผิดขี้ขโมย ขอโทษปิ๊กปิ๊กที่ตนเคยสอนให้ขโมย ขอให้เลิกเสียอย่าเลียนแบบตน ปิ๊กปิ๊กบอกว่าตนไม่ขโมยแล้ว ขอร้องทรายว่าให้พี่ดอกแคออกไปได้ไหมเพราะอยู่หลายวันแล้ว

“ไม่ได้หรอกค่ะ พี่ดอกแคต้องชดใช้ความผิดก่อน พี่ดอกแคอยู่ได้น้องปิ๊กปิ๊กก็ต้องอยู่ข้างนอกให้ได้นะคะ จำไว้นะคะพี่ดอกแครักน้องปิ๊กปิ๊กมากแค่ไหน แต่คุณพ่อคุณแม่รักน้องปิ๊กปิ๊กมากกว่าพี่ดอกแคหลายเท่าเลย”

ดอกแคพูดให้ปิ๊กปิ๊กรู้ถึงความรักของพ่อแม่ ให้เชื่อฟังพ่อแม่ แล้วขอคุยกับคุณผู้ชายคุณผู้หญิง เมื่อจักรินทร์กับตรีทิพย์เข้ามา ดอกแคไหว้ขอโทษ บอกว่าตนมีเรื่องสำคัญจะบอก ทั้งสองสงสัยว่าเรื่องอะไร

ดอกแคบอกอาหารที่ปิ๊กปิ๊กชอบอย่างละเอียด บอกแก้วน้ำสีชมพูที่น้องชอบ ถ้าใส่นมให้ดื่มแล้วน้องจะดื่มจนหมด บอกว่าน้องชอบเล่นตุ๊กตาหมีที่เป็นชุดพ่อแม่ลูกเล่าว่า

“แต่ก่อนดอกแคต้องถือทั้งสองตัว คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายถือกันคนละตัวน้องคงมีความสุขมากๆเลยค่ะ...

ที่เหลือ ถ้านึกได้ ดอกแคจะจดไว้ให้นะคะ น้องปิ๊กปิ๊กเป็นเด็กน่ารักมาก คุณสองคนไม่ค่อยมีเวลาให้ ลองหาเวลาอยู่กับน้องนะคะ คุณสองคนจะมีความสุข น้องก็มีความสุขเช่นกันค่ะ”

จักรินร์กับตรีทิพย์ยิ้มดีใจมีความหวัง ดอกแคยิ้มอย่างสบายใจที่ได้บอกเล่าเรื่องปิ๊กปิ๊กให้ทั้งสองฟังเพื่อน้องและคุณพ่อคุณแม่จะได้อยู่กันอย่างมีความสุข
ooooooo
เมื่อผ่านการฝึกที่ดอยแสนฟ้าแล้ว ครอบครัวมินนี่ก็เดินทางกลับ ปาล์มมาส่งที่รถบอกว่าทรายรออยู่ที่โรงเรียนแล้ว ป้าแมวกระหืดกระหอบมาบอกว่าแฟนละครของพีรดามาขอถ่ายรูปด้วย พีรดาจึงรีบลงไป

มินนี่ยืนรอพีรดาอยู่กับฉัตรที่ข้างรถ มินนี่ถามพ่อว่ารู้ไหมว่าทำไมตนจึงยอมมาที่นี่ เพราะครูทรายท้าตนให้มาพิสูจน์ว่าพ่อจะเป็นพ่อได้ไหม เพราะตนเคยเห็นพ่อในแนวหวานๆ แต่พอเอาเข้าจริงพ่อดูแลตนกับแม่ได้แมนมาก มินนี่ขอบคุณพ่อบอกว่าตนภูมิใจที่มีพ่อแบบพ่อ

ฉัตรซึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่บอก “ขอบใจมากลูก... ขอบใจมาก” แล้วกอดมินนี่ไว้น้ำตาคลอ

พอมาพบทรายที่ห้องให้คำปรึกษาที่โรงเรียน ทรายยื่นมือถือของมินนี่คืนให้บอกว่าอยากดูอะไรก็เช็กได้ตามสบาย มินนี่เปิดเช็กข่าวในทวิตเตอร์ ในไอจีด้วยท่าทีสงบ ท่ามกลางสายตามองลุ้นของฉัตรและพีรดา

มินนี่อ่านคอมเมนต์ในทวิตเตอร์ในไอจีที่ล้วนแต่แรงๆ ทั้งหาว่ากินยาตายประชดรักบ้าง คงเป็นโปรไฟล์ไว้เสนอขาย ถามว่าฮาวมัชบ้าง มินนี่อ่านแล้วเม้มปากมือสั่น ทั้งพีรดาและฉัตรมองอย่างเป็นห่วงทรายถามมินนี่ว่ารู้สึกอย่างไร รู้ทันใจตัวเอง ใช่ไหมว่ากำลังโกรธอยู่ แล้วอยากทำอะไรบ้าง
“ไม่ทำค่ะ ไม่รู้จะทำไปทำไม” ทรายบอกว่าแค่เรารู้ว่าเรากำลังโกรธ แล้วอยู่กับมันได้ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว มินนี่ถามว่า “ครูคะ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้ชอบคิดเองเออเอง โกรธเกลียดเราทั้งๆที่เขาไม่รู้จักเราด้วยล่ะคะ ข่าวนี่ก็ เหมือนกันไม่เห็นจะจริงเลย มินนี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นซะหน่อย มินนี่จะต้องพูดกับเขายังไงคะ เขาถึงจะเข้าใจ”

“พูดความจริงค่ะ จริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง คนที่คอมเมนต์ก็ทำไปตามอารมณ์ของเขา แค่เรารู้ว่าตัวเราเป็นยังไงเท่านั้นก็พอ”

มินนี่พยักหน้าหยิบโทรศัพท์มาอ่านความเห็นต่างๆอย่างมีสติว่า จะต้องเข้าใจและอยู่กับเรื่องเหล่านี้ให้ได้ อ่านแล้วมินนี่เดินมาหาทรายเสนอว่า “ครูน่าจะส่งไอซ์ซิ่งไปขึ้นดอยมั่งนะคะ”

ooooooo

ด้วยความพยายามทำงานของกรและครูน้อย ครูที่ลาออกค่อยๆเข้าใจและมองเห็นความตั้งใจในการทำงานของกรก็กลับมาสนับสนุนการทำงานของเขา ครูน้อยถามกรว่า ท่านรองได้พลังแบบนี้มาจากไหน?

กรไม่ตอบ แต่คิดถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเด็กของทราย บอกตัวเองว่า...เธอคือคำตอบ

คืนนี้มีมินิคอนเสิร์ตที่ผับร่ำสุรา ทรายซื้อตั๋วให้พ่อกับแม่แต่ท่านไม่ไปบอกว่าสามทุ่มก็ง่วงแล้วไปก็เป็นภาระเปล่าๆ งานนี้ทั้งทรายและกรต่างแต่งตัวดีเป็นพิเศษจนถูกพ่อแม่ของตัวเองแซวว่าแต่งตัวเหมือนจะไปออกเดตในงาน ทั้งสองเห็นความรักของครอบครัวภูทอง โชกุนเห็นพ่อกับแม่รักกันดีก็มีความสุข

กรกับทรายได้ฟังเพลงหวานๆซึ้งๆ เมื่อคุยและมองกันก็แอบมีความหวั่นไหวในแววตา แต่จู่ๆหนูจีก็เข้ามา ซ้ำขอตัวทรายไปคุยส่วนตัวอีกต่างหาก กรมองแปลกๆ อดระแวงไม่ได้

หนูจีเรียกทรายไปสารภาพว่าตนชอบเธอและขอเป็นแฟน ทรายอึ้ง ช็อก พอดีโชกุนมาบอกทรายบอกว่าแท็กซี่มาแล้ว ทรายได้จังหวะรีบลาเพราะมีธุระต้องกลับบ้าน

กรสับสนจนหมดสนุก สมภพดูออกถามว่าระหว่างเขากับทรายไม่ใช่แค่ลูกน้องกับเจ้านายใช่ไหม ที่แม่เขากลัวเป็นจริงใช่ไหม กรบอกพ่อว่า ถึงจะจริงแต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ทรายอาจจะไม่ได้ชอบผู้ชาย สมภพติงว่าคิดเองหรือเปล่า

“ผมยังไม่แน่ใจ ตอนนี้สังคมเรามีความหลากหลายทางเพศสูงนะครับพ่อ”

“โอย...โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน” สมภพส่ายหน้า ก้าวขึ้นรถกรไปอย่างสับสนอีกคน

ooooooo

เมื่อมินนี่กลับมา คุณออยที่กำลังประชุมทีมงานละครถามผู้กำกับว่ามินนี่จะกลับมาถ่ายละครต่อได้หรือยัง ลองให้ตาต้าเช็กดู หันบอกทีมงานว่าส่งบทร่างใหม่ให้มินนี่ดูด้วย ไหนๆก็มีกระแสแล้วเลยปรับให้แรงขึ้นเล่นกับกระแสสักหน่อย

ผู้กำกับบอกว่าตนอ่านแล้วยังชอบเลย สนองจิ้นเอาให้ฟินกันทั้งประเทศเลย อยากรีบกำกับ แรงๆอย่างนี้ชอบ! คุณออยบอกผู้กำกับว่าแต่แรงแบบละครกระแสหลักตบตีผัวเมียไม่เอานะ เก่า!

“เออ...เอาแบบเนี้ย คลีนๆใหม่ๆไม่เน่า”

“ไม่เน่าแต่ฟอนเฟะ! กูไม่เห็นมันจะต่างกันที่ตรงไหนเลย” ทีมงานหันไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนแล้วแอบขำกัน

เมื่อมินนี่ได้อ่านบทละครที่แก้ใหม่ เธอบอกพีรดาว่าในบทมีฉากบนเตียงเยอะมาก ตอนท้ายก็ต้องทำแท้งด้วย พีรดาตกใจเอาบทไปอ่าน บอกว่าตอนที่ตกลงกันไม่ใช่เป็นแบบนี้ มีบทจูบกัน ฉากได้เสียกันบนรถด้วยเยอะไปแล้ว บอกมินนี่ว่าพรุ่งนี้แม่ต้องไปคุยกับคุณออยให้รู้เรื่อง

“แล้วมันมีบทสรุปอะไรที่ดีไหมล่ะลูก เขาต้องการจะสอนหรือบอกอะไรกับสังคมไหม” ฉัตรติง มินนี่บอกว่าตนอ่านในมุมของเด็กไม่เห็นว่าจะได้อะไร เรื่องแบบนี้ตนเคยอ่านในเน็ต เขาบอกว่านิยายเรื่อง “กว่าจะรู้เดียงสา” เขียนมาตั้งนานแล้วตรงๆ ไม่มีอะไรใหม่ ฉัตรถามว่า “แล้วลูกยังอยากเล่นอยู่ไหม”

รุ่งขึ้น พีรดา ฉัตรและมินนี่ไปคุยกับคุณออยที่บริษัทละครเวอร์จิ้น ขอโทษที่บทละครแรงเกินกว่าที่ลูกตนจะเล่นได้จริง คุณออยแค่นหัวเราะบอกว่าตนทำละครสะท้อนสังคม และที่ทำไปก็เป็นความจริงทั้งนั้น ฉัตรพูดแทรกขึ้นว่า

“ทำละครเด็กมัธยมกอดจูบนัวเนียได้เสียกันจนถึงขั้นทำแท้งเนี่ยนะครับละครสะท้อนสังคม ผมเห็นสะท้อนกันแบบนี้มาหลายปีแล้ว ไม่เห็นสังคมจะมีอะไรดีขึ้น ถ้าอยากช่วยสังคมจริงๆ ผมแนะให้ว่าคุณออยลองทำละครชี้นำสังคมในทิศทางที่ดีขึ้น น่าจะดีกว่านะครับ ไม่ใช่สักแต่ว่าจะสะท้อนช้อนเรตติ้ง!”

ถูกฉัตรตอบโต้อย่างแหลมคม คุณออยก็เหวี่ยงใส่ถามว่าสรุปคือจะไม่เล่นใช่ไหม ผิดสัญญาตนต้องเรียกค่าเสียหาย ฉัตรให้คำนวณมาถ้าสมเหตุสมผลตนก็ยินดีรับผิดชอบจะจ่ายให้ทุกบาททุกสตางค์ แล้วชวนพีรดากับมินนี่กลับ

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 14 วันที่ 29 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ