อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/2 วันที่ 25 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/2 วันที่ 25 มี.ค. 59

ไรวินท์กำลังนัวเนียอยู่กับมาลาตี ในท่ายืนพิงโต๊ะทำงาน
“มาลาตีโชคดีเหลือเกิน ที่ได้เป็นเมียพี่วิน”
“พี่ต่างหากที่โชคดี ที่มาลาตีเลือกเป็นเมียพี่”
ไรวินท์ มาลาตี นัวเนียกันหนักขึ้น มือไม้ของมาลาตีปัดป่ายไปทั่ว เห็นกรอบรูปวารีสั่นสะเทือนโอนเอนไปมา

เสียงหายใจขัดๆของวารี สีนวลเร่งผู้ใหญ่ให้พายเรือเร็วขึ้น วารีกุมมือสีนวลไว้ ตกลงข้างตัวช้าๆ สีนวลมองแขนของวารี แล้วมองหน้าวารีตกใจสุดขีด
สีนวล ร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง “คุณแม่!”



ไรวินท์พลิกตัวมาลาตีไปอีกด้านกำลังนัวเนียกันอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่กรอบรูปของวารีตกลงที่พื้น ไรวินท์ชะงักนิดหน่อย
มาลาตีจับหน้าไรวินท์มาหาตน ยิ้มหวานให้ก่อนจะจูงมือไปที่เตียง “มาเถอะคะ พี่วิน”
ไรวินท์ตามไป กระหยิ่ม ที่กรอบรูปของวารี เห็นกรอบกระจกแตก

ยามเช้าที่เชิงบันไดเรือน สีนวล ผู้ใหญ่แคล้ว และลูกน้องผู้ใหญ่แคล้วสวมชุดดำ ยืนคุยกันอยู่
สีนวลยื่นจดหมายไปให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่แคล้ว “ฉันฝากจดหมายนี้ไปให้ผัวฉันที่ทำงานด้วยนะจ๊ะ หน้าสงครามแบบนี้ติดต่อกันยากเหลือเกิน”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะส่งให้ถึงมือท่านเลย ฉันไปล่ะนะผู้ใหญ่ แม่สีนวล”
“ไปดีมาดีนะทิด” ผู้ช่วยผู้ใหญ่เดินออกไป ผู้ใหญ่แคล้วกับสีนวลมมองตาม “บังเอิญจริงๆ ที่เจ้าทองสุกมันมีธุระไปพระนครฯ พอดี...ทำไมไม่ให้เขาเอาจดหมายไปส่งถึงบ้านพักของพ่อไรวินท์ที่นนทบุรีเลยล่ะ น่าจะรู้ข่าวเร็วกว่า”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าว่าบ้านพี่วินอยู่ที่ไหน”
ผู้ใหญ่มองอย่างสงสัย “อะไรกัน ผัวเมียกันจะไม่บอกกันบ้างเชียวหรือ”
สีนวลกลบเกลื่อน “เอ่อ คือ พี่วินเขาเคยให้ฉันไว้แล้ว แต่ฉันไม่รู้เก็บไว้ที่ไหนนะจ้ะ”
ผู้ใหญ่แคล้วมองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อ “อ่อ”
สีนวลยืนหลบตาอยู่ ด้วยความเศร้าสร้อย

ไรวินท์รับจดหมายจากลูกน้อง ลูกน้องส่งจดหมาย โค้งให้ แล้วก็ออกไป “ลายมือสีนวลนี่” ไรวินท์แกะซองเปิดอ่าน ถึงกับเซด้วยความตกใจและเสียใจ จดหมายหล่นลงกับพื้น “คุณแม่....”

เสียงสวดพระอภิธรรมแว่วมา สีนวลนั่งมองโลงศพไม้ที่เรียบๆ ตามมีตามเกิด ด้วยความเศร้าสร้อย
ไรวินท์ในเครื่องแบบอยู่บนเรือ มองออกนอกเรือ ใจไปถึงวัดแล้ว น้ำตาไหลเงียบๆ
สีนวลมองควันไฟจากปล่องเมรุ ผู้ใหญ่แคล้วยืนอยู่เป็นเพื่อน
“ทำใจเถอะแม่สีนวล เผาแกไปนะดีแล้ว คนตายเพราะโรคติดต่อ เขาไม่เก็บไว้นานหรอก”
“ฉันเข้าใจจ้ะ ผู้ใหญ่”
ไรวินท์กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางด้านหลังของสีนวล มองไปที่ควันไฟ “แม่...แม่จ๋า ลูกวินมาแล้ว แม่จ๋า” ไรวินท์ร้องไห้อย่างไม่อาย นั่งคุกเข่า ก้มลงกราบที่พื้น แล้วมองไปตามควันไฟ
สีนวลมองไรวินท์แล้วสะเทือนใจไปด้วย “พี่วิน”

ที่ลานดินยัยหนูเอาข้าวโปรยให้ลูกเจี๊ยบและ แม่ไก่ มีบ่าวนั่งเด็ดยอดตำลึงพลางดูอยู่ใกล้ๆ ไรวินท์ ผู้ใหญ่แคล้วนั่งคุยกัน มีสีนวลนั่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“โรคท้องร่วงระบาดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านตายกันหลายคนเลยคราวนี้ ก็พวกคนแก่กับเด็กนั่นแหละ “
“แม่ฉันเคราะห์ร้ายเอง รู้งี้ให้อยู่พระนครต่อไปก็ดี”
“พ่อคุณเอ๋ย เกิดแก่เจ็บตายมันเป็นกันทุกคนนะพ่อ พระท่านว่าไว้ หักใจเสียบ้าง พี่แกเป็นคนดี ใจบุญสุนทาน ฉันเชื่อว่าแกไปดีแน่ๆ ว่าแต่เรื่องลูกเมียนี่เถอะ จะว่ายังไงจะพากลับไปด้วยกันไหม”
สีนวลมองหน้าไรวินท์ ไรวินท์อึกอัก “เอ่อ...คือ”
“โรคระบาดยังไม่หยุด ฉันเองก็กลัวๆ นี่ก็ส่งลูกเมียไปอยู่กับตายายอีกหมู่บ้าน ตอนนี้ฉันเลยเฝ้าบ้านคนเดียว แถวนี้หนีตายกันหมดแล้ว พ่อวินรับลูกเมียไปอยู่ด้วยเห็นจะดีกว่า”
ไรวินท์รู้สึกเหมือนโดนกดดัน สีนวลและผู้ใหญ่แคล้วจ้องหน้า รอคำตอบจากไรวินท์ “ฉัน..ต้องพาลูกเมียไปด้วยกันแน่ๆ “ สีนวลยิ้มออก ผู้ใหญ่แคล้ว ก็พลอยสบายใจ “แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
สีนวลหุบยิ้มแทบจะทันที ผู้ใหญ่แคล้วทำหน้าสงสัย “อ้าว จะมัวรออะไรอยู่ละ โรคระบาดมันไม่ลามมาถึงเรือนก่อนเหรอ”
“ฉันต้องเตรียมทางโน้นให้พร้อมก่อน เสร็จแล้วก็จะ..รีบ มารับ”
“ไม่ต้องเตรียมอะไรหรอกพี่วิน ฉันกับลูกให้ไปวันนี้ก็ได้ เสื้อผ้าก็มีไม่กี่ชิ้น เก็บเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ อย่างอื่นทิ้งไว้ แล้วค่อยไปหาเอาข้างหน้าได้”
“นั่นสิ ที่หนูสีนวลว่าก็เข้าทีนา”

ที่ลานบ้าน คนใช้จะยกกระจาดตำลึงของไปในครัว เห็นยัยหนูยังเล่นเอาของกินให้ไก่อยู่
“คุณหนูขา เล่นอยู่ตรงนี้นะค่ะ เดี๋ยวบ่าวขอเอาผักไปเก็บในครัวก่อน”
“จ้ะ หนูไม่ไปไหน”
บ่าวเดินลับตาไป ยัยหนูไล่ตามไก่ไปถึงบริเวณประตูที่ท่าน้ำ จู่ๆ ประตูก็เปิดเอง เห็นเป็นผีเด็กชายผมแกละ ค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้น “ยัยหนู”
“พี่แกละ พี่หายไปไหนมา”
ผีเด็กแกละ มองหน้ายัยหนู กวักมือเรียก ยัยหนูเข้าๆ เดินไปหา ทิ้งไก่กับลูกเจี๊ยบไว้

บนเรือน ไรวินท์อดีตพูดเสียงแข็งใส่สีนวล “ไม่ได้หรอก ฉันเองก็อาศัยเพื่อนเขาอยู่ จะพาเธอไปก็เกรงใจเขา ฉันจะหาที่อยู่ใหม่ให้เธอก่อน แล้วจะมารับ”
“แต่ว่า...”
“ตามนี้”
สีนวลหุบปากเงียบ นิ่ง ผู้ใหญ่แคล้วมองไรวินท์อดีตด้วยสายตาตำหนิ เลยเปลี่ยนท่าทีเป็นเฉยชาใส่
ไรวินท์ตัดบท “เสร็จธุระแล้วใช่ไหม งั้นฉันคงต้องขอลากลับก่อน”
ผู้ใหญ่แคล้วอึ้ง “อ่อ “
“แม่นวล ลูกอยู่ไหนล่ะ เรียกมาให้ฉันชื่นใจที”
สีนวลค่อยๆ ลุกไป ชะโงกลงไปดูที่พื้นลาน แต่ไม่เห็น แปลกใจ “ยัยหนู คุณพ่อจะกลับแล้ว อ้าวไปไหนเสียแล้ว เมื่อกี้ยังวิ่งอยู่แถวนี้อยู่เลย ลูกคนนี้ซนขึ้นทุกวัน”
“คงอยู่แถวนี้ล่ะ มาทีไร ก็ชอบไปเล่นกับลูกเจี๊ยบกับแม่ไก่อยู่เรื่อย มา เดี๋ยวน้าลงไปช่วยหา กำลังจะกลับพอดี” ผู้ใหญ่แคล้วมองไปที่ท่าน้ำ “อ้าว ประตูท่าน้ำเปิดทิ้งไว้อีกแล้ว ใครมาเปิดเล่นนะ ก็ฉันปิดเองกับมือนี่นา”
สีนวลหันมามองหน้าผู้ใหญ่ขวับ กลัวว่าลูกจะลงไปท่าน้ำ หน้าเสีย ผู้ใหญ่แคล้วก็พลอยตกใจได้ไปด้วย
“หรือว่า...” สีนวลตะโกน “ยัยหนู ยัยหนูอยู่ไหนลูก ยัยหนู” สีนวลพรวดพราด ลงไปตามหาลูก
ผู้ใหญ่มองตาม ไรวินท์ตกใจไปด้วย ลุกตามไปอย่างกังวล

สีนวลเดินกึ่งวิ่ง ตะโกนเรียกหายัยหนูไปทั่ว บ่าวเดินกลับมายังลาน “คุณหนูไปไหน”
“เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย”
“ก็ฉันสั่งให้คอยดูคุณหนูไง” สีนวลออกตามหา “ยัยหนู ยัยหนู อยู่ไหนลูก อย่าเล่นแบบนี้แม่ใจจะขาดอยู่แล้ว ยัยหนู”
ทุกคนต่างตะโกนเรียกและออกตามหายัยหนูบนบกจนทั่ว ไรวินท์ก็ตะโกนวิ่งหาด้วย ทุกคนมาเจอกันบริเวณท่าน้ำ
“ว่าไง น้าแคล้วทางนั้นเจอยัยหนูไหม”
“ทางคุณล่ะ” ผู้ใหญ่แคล้วหนักใจ แล้วมองออกไปที่ท่าน้ำ ก่อนตะโกนบอกชาวบ้าน “เฮ้ย มาช่วยกันงมดูที เผื่อจะช่วยยัยหนูมันได้”
ชาวบ้านผู้ชายลงไปงมในคลอง กันหมด ไรวินท์ถอดรองเท้าได้ก็รีบตามลงไปด้วย
สีนวลจะตามลงไป แต่ชาวบ้านผู้หญิงมาฉุดเอาไว้ “คุณสีนวลอยู่นี่แหละ อย่าตามไปเลย”
“ไม่ ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาลูก ยัยหนู ยัยหนูลูกแม่” สีนวลพยายามจะกระชากตัว วิ่งไปในน้ำ แต่สู้แรงชาวบ้านไม่ไหว ทิ้งตัวกับพื้น ร้องไห้ มองไปที่คลองตลอดเวลา
ไรวินท์งมลงไป โผล่ขึ้น ตามหาลูก อย่างสุดกำลัง โผล่มาทีก็ตะโกนเรียกลูกที “ยัยหนู กลับมาหาพ่อสิลูก ยัยหนู พ่อจะพาหนูกลับพระนครวันนี้นะ มาหาพ่อสิลูก”
สักครู่มีชาวบ้านชายคนหนึ่ง อุ้มร่างของยัยหนูขึ้นมาจากน้ำ วางร่างไร้วิญญาณของยัยหนูลง ไรวินท์รีบขึ้นฝั่งมาดูลูก สีนวลเห็นคนเริ่มมุง รีบแหวกคนเข้าไปดู พอเห็นร่างของยัยหนู ก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวด วิ่งเข้าไปแย่งลูกมากอดด้วยใจสลาย ไรวินท์โผล่ขึ้นมา มองไป เห็นสีนวลกำลังคร่ำครวญ
“ไม่จริง ยัยหนู ลูกแม่ หนูยังไม่ตายใช่ไหม ลืมตาขึ้นมาสิ...หนู ลูกแม่ หนูต้องฟื้นสิลูก”
ที่มุมหนึ่งชาวบ้านแอบซุบซิบกัน “ผีตายโหงมันคะนอง มาเอาตัวไป ถึงไม่มีใครได้ยินเสียงเด็กร้องเลย”
ไรวินท์มองภาพทั้งหมด ช้อคอึ้ง สีหน้าหมดอาลัยตายอยากชั่วขณะ ทิ้งตัวเองลงไปในน้ำ กลั้นหายใจ เหมือนจะปล่อยให้จมน้ำตายไป แต่สุดท้ายก็พุ่งพรวดขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วก้าวขึ้นมา นั่งร้องไห้อย่างปวดร้าวบนตลิ่ง
ที่ริมคลอง ตอนนี้สงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไรวินท์นั่งจ้องไปในแม่น้ำ “ยัยหนู กลับมาหาพ่อสิลูก”
เสียงร้องไห้กระซิก ของผียัยหนูดังลอยออกมา ยัยหนูปรากฏร่างขึ้น “พ่อจ๋า แม่จ๋า เขาไม่ให้หนูไป”
สักครู่ปรากฏร่างผีเด็กแกละ และผีผู้ใหญ่ปรากฏตัวขึ้นกดไหล่ยัยหนูเอาไว้ ไรวินท์เหมือนจะได้ยินเสียงอะไร แต่พอมองออกไป ก็เห็นแต่ท่าน้ำว่างเปล่า

ในปัจจุบัน ไรวินท์หันมองออกไปริมคลอง แพรขาวเอามือทาบอกไว้ด้วยความสงสารเรื่องราวของไรวินท์ ได้สติก็ค่อยๆ พูดคุยกับไรวินท์ให้คลายจากความเศร้า “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงรักชมพูเอามากมาย คุณมีลูกสาวเล็ก ๆ เหมือนฉันนี่เอง”
“ยัยหนูอายุน้อยกว่าชมพูนิดหน่อย ฉันเห็นแกแล้วยอมรับว่าคิดถึงลูกของฉันเหลือเกิน เธอคงเข้าใจแล้วว่าทำไมฉันจึงปล่อยให้หนูชมพูจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ มันทุกข์ทรมานเกินไปสำหรับฉัน แม้ว่า”
“แม้ว่า...อะไรคะ”
“แม้ว่า....ไม่ใช่เรื่องของฉันอย่างไรล่ะ ฉันสองจิตสองใจมาตลอด เธอและฉันอยู่กันคนละโลก ถ้าหากว่าฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หากเป็นผลดีก็ดีไป แต่ถ้ามีผลร้าย ฉันก็จะทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่”
“คุณมีบุญคุณกับฉัน ฉันอยากจะช่วยคุณ พูดจริงๆ นะคะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม”
“ทุกข์ของฉันมีอย่างเดียว คือเป็นนักโทษอยู่ในเรือนนี้ รอคอยอิสรภาพที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่”
“มันมีวิธีไหนที่จะช่วยได้บ้างไหมคะ”
“ฉันรู้ว่าเธออยากช่วยฉันจริง แต่เธอทำอะไรไม่ได้หรอก มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือการที่ฉันต้องรอให้บาปที่ฉันได้ทำกับสีนวลนั้น จบสิ้นลง หรือไม่เขาก็ยอมที่จะปลดปล่อยฉันไป”
“คุณสีนวลน่ะหรือคะ ที่เป็นคนขังคุณไว้ในเรือนนี้ “
ที่หน้าต่างห้องเก็บของ หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ ก็ปรากฏร่างผีสีนวลที่หันข้างอยู่ ที่จู่ๆ ก็หันจ้องมาด้วยความแค้น นัยน์ตาแดง น้ำตาเป็นสายเลือด “เขาไม่รู้หรอก เขาไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่รู้เสมอมา..และจะไม่มีทางรู้ตลอดไป”
ไรวินท์ยืนนิ่งเหมือนยอมรับสภาพ
แพรขาวตามเข้ามาซักต่อ “คุณสีนวลเธอดูอ่อนหวาน เรียบร้อยอย่างนั้น จะให้ผู้หญิงแสนดีอย่างคุณสีนวลลุกขึ้นมาทำร้านคุณได้ ต้องมีเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่าทั้งหมดที่คุณเล่ามาแน่ๆ “
“เธอเดาไม่ผิด ฉันยังทำบาปกับเขาอีกมาก อย่างที่เรียกได้ว่าเกินที่จะให้อภัยได้ บาปกรรมหนักอันนั้นทำให้ฉันไปไหนไม่ได้เมื่อร่างแตกดับ เอาละ...เรื่องเดินมาถึงตอนท้ายแล้ว ฉันจะเล่าให้ฟัง”
แพรขาวมอง รู้สึกตื่นเต้น

ไฟโหมลุกไหม้บนเชิงตะกอนเผาศพแบบก่อกองฟืนติดดิน ไรวินท์ สีนวล ผู้ใหญ่แคล้ว เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านอีก5-6คน กำลังยืนมองกองเพลิงอยู่มุมหนึ่ง ณ ลานเผาศพของวัด ทุกคนอยู่ในชุดขาวดำ
สีนวลร้องไห้สะอึกสะอื้นเจียนตาย มีบ่าว 2-3 นางที่น้ำตาท่วมไม่น้อยไปกว่า ยืนประกบอยู่ใกล้ๆ “ฮือๆๆ..ยัยหนู ยัยหนู..”
ไรวินท์น้ำตาเอ่อนองสองตา พยายามเก็บกลั้นนิ่ง ยืนไม่สนใจสีนวลชัดเจน ผู้ใหญ่แคล้วปลอบสีนวลไป มองสังเกตไรวินท์ไป “ลูกไปสบายแล้วล่ะแม่สีนวล”
“ไม่..ไม่..ยัยหนู!” สีนวลหน้าซีดขาอ่อนจะเป็นลม
บ่าวรีบเข้าจับประคองตัวจ้าละหวั่น “ว้าย คุณนายคะ คุณนาย!”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/2 วันที่ 25 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ