อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/3 วันที่ 25 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/3 วันที่ 25 มี.ค. 59

ไรวินท์น้ำตาเอ่อนองสองตา พยายามเก็บกลั้นนิ่ง ยืนไม่สนใจสีนวลชัดเจน ผู้ใหญ่แคล้วปลอบสีนวลไป มองสังเกตไรวินท์ไป “ลูกไปสบายแล้วล่ะแม่สีนวล”
“ไม่..ไม่..ยัยหนู!” สีนวลหน้าซีดขาอ่อนจะเป็นลม
บ่าวรีบเข้าจับประคองตัวจ้าละหวั่น “ว้าย คุณนายคะ คุณนาย!”
“แม่สีนวล! คุณหลวง แม่นวลเค้า..” ผู้ใหญ่แคล้วกำลังจะหันไปบอกไรวินท์ แต่ไรวินท์ถอนใจแรงหน่ายๆ หันเมิน เดินหนีไปดื้อๆ ผู้ใหญ่แคล้วอึ้งๆ รีบไปช่วยบ่าวพยุงสีนวลขึ้นมา
สีนวลเห็นไรวินท์เมินใส่ เลยยิ่งเสียใจปล่อยโฮฟูมฟายหนักไม่หยุด

ไรวินท์ยืนนิ่งเหม่อออกไปที่ลำน้ำไหลเรื่อยที่ศาลาท่าน้ำ แสงแดดสะท้อนเป็นริ้ว แดงเข้าที่สีหน้าที่เศร้าสุดแสนบรรยาย สีนวลเดินเข้ามา จะเรียกแต่ชะงักหยุด ลังเลว่าไม่ควรจะทำลายความเงียบของสามี ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆแบบไม่กล้าเรียกเต็มปาก “ข้าวเย็นเรียบร้อยแล้วค่ะพี่”
“ฉันไม่หิว” ไรวินท์ยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรต่อ ทำให้สีนวลที่อึ้งๆ ตาเริ่มแดงขึ้นมาทันที กับความเย็นชานั้น ต่างฝ่ายเหมือนต่างรอให้ใครพูดอะไรขึ้นมา จนกลายเป็นความเงียบ น่าอึดอัด


ไรวินท์ตัดสินใจหันมา แล้วเดินผ่านสีนวลไปดื้อๆ ก่อนหยุด “พรุ่งนี้ฉันต้องรีบกลับไปทำงาน ไม่อยู่เก็บกระดูกลูก เธอจัดการให้เสร็จแล้วกัน แล้วจะให้คนมารับ” ไรวินท์พูดจบจะเดินไป
สีนวลเอ่ยขึ้นก่อน ไรวินท์เลยชะงักหยุด “พี่จะทิ้งฉันหรือ?”
“เธออย่ากวนใจฉันได้ไหม ขอเวลาฉันสงบสติอารมณ์สักหน่อยเถอะ” ไรวินท์พูดจบ หันเดินก้าวฉับๆหนีไปทันที ทิ้งให้สีนวลแทบจะปล่อยโฮ

บ้านพักวารียามค่ำ เสียงเพลง ปลุกใจจากวิทยุดังแว่วออกมาจากห้อง แสงตะเกียงที่จุดอยู่กลางบ้านดวงหนึ่งถูกบ่าวมาดับลง ทำให้เห็นว่ายังมีแสงตะเกียงจากห้องของวารีที่ไรวินท์ใช้นอน ผ่านช่องบานประตูห้องวารีที่เปิดอ้า
ไรวินท์กำลังลุกนั่ง อ่านเอกสารบางอย่างบนโต๊ะเสร็จพอดี สีนวลเดินเบามาหยุดแอบมองอยู่มุมมืดหน้าห้องมุมหนึ่ง สีนวลทั้งร้อนใจและลังเลอยากจะเข้าไปพูดคุยให้รู้เรื่อง ก้าวไปที่ประตู
มือไรวินท์โผล่มาปิดประตู ลงกลอนเสียก่อน ตามด้วยเสียงวิทยุและแสงไฟตะเกียงในห้องก็ถูกดับมืดลง สีนวลได้แต่ยืนนิ่ง
เช้าตรู่ ประตูห้องวารีเปิดออก ไรวินท์หิ้วกระเป๋า ถือหมวกเดินออกมา ไรวินท์เดินไปที่ประตูเรือน สวมรองเท้า กำลังจะเปิดประตูเรือน ทันใดนั้น เสียงสีนวลก็เรียกดังมาจากด้านหลัง “ฉันจะไปด้วย”
ไรวินท์หันขวับไป เห็นสีนวลที่แต่งตัวรออยู่แล้วพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า โดยนั่งรออยู่ที่ระเบียงมุมหนึ่ง กำลังลุกยืนขึ้น
“นั่นเธอจะไปไหน?”
“ฉันจะกลับไปกับพี่”
“ไม่ได้ เธอต้องอยู่เก็บกระดูกลูก”
“พี่ไม่ต้องห่วง ฉันให้นังช่วยไปบอกผู้ใหญ่แคล้วให้ช่วยเก็บไว้ให้แล้ว.. “ สีนวลเดินถือกระเป๋าตรงไปที่ไรวินท์ “แต่ถ้าฉันไม่ได้ไปกับพี่เสียวันนี้ ฉันก็คงไม่ได้เห็นหน้าพี่อีก” สีนวลเดินไปหยุดจ้องหน้าไรวินท์นิ่งอย่างขมขื่น “ฉันไม่มีคุณแม่ ไม่มีลูก ฉันเหลือพี่อยู่คนเดียว พี่ยังจะทิ้งฉันไปอีกหรือ”
“แล้วเธอไม่คิดหรือว่าฉันเสียใจมากแค่ไหน ฉันต่างหากที่ต้องเสียทั้งแม่ เสียทั้งลูก ก็ไม่อยากจะว่ากันหรอกกนะ ถ้าเธอดูแลลูกให้ดีกว่านี้หน่อย ลูกก็คงไม่ตกน้ำตาย”
“ฉันนึกแล้วว่าพี่ต้องโทษฉัน พี่จะได้มีเหตุผลไปบอกใครๆได้ว่าฉันมันเลว พี่ถึงได้ทิ้งฉัน”
“ฉันไม่อยากเสียเวลามาทะเลาะอะไรกับเธอ แค่นี้ฉันก็เสียใจจนเกินจะเสียใจอยู่แล้ว..ทำไมเธอไม่หาทางอยู่ได้ด้วยตัวเธอเองเล่า แทนที่จะมายึดฉันไว้ไม่ยอมปล่อย เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันแต่งงานกับเธอเพราะแม่ มีลูกกับเธอก็เพราะเห็นแก่แม่ ตอนนี้หน้าที่ของฉันมันจบลงแล้ว..”
“ยังไม่จบ พี่ยังเป็นผัวของฉัน เมื่อพี่สู่ขอฉันเป็นเมียแล้ว พี่ก็ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูฉัน”
“เธอก็รู้ว่าเราไม่ได้เป็นผัวเมียกันนานแล้ว” ไรวินทจ้องหน้า น้ำเสียงจริงจัง “นี่แน่ะ สีนวล..ฉันจะมอบทรัพย์สินให้เธอ เธอจะได้ไม่ต้องกลัวอดตาย เพื่อขอแลกอย่างเดียวคือตัวฉัน”
สีนวลนิ่งเงียบ มองอย่างสมเพชเวทนา “พี่จะให้อะไรฉัน”
ไรวินท์รีบตอบอย่างไม่ลังเล “ตึกที่เธออยู่ โรงงานน้ำอบไทยของแม่ ถ้าเธอมีปัญญาทำ ก็ทำต่อไป สงครามจบเมื่อไรเธอก็ทำขายต่อไปได้”
“ฉันจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าขายบ้านไป ฉันก็ไม่มีที่อยู่”
“ฉันจะให้เงินเธอ ฉันขอแค่หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกไปจากบ้าน”
สีนวลนิ่งใช้ความคิดอยู่อึดใจ ยืนนิ่งราวรูปปั้น“พี่จะไปอยู่กับเมียน้อยเด็กนั่นใช่ไหม”
“เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเธอ”ไรวินท์ตัดบทอย่างเย็นชา
สีนวลขบปากแน่น “คุณแม่เป็นห่วงพี่ ท่านกำชับให้ฉันอย่าทิ้งพี่ เพราะท่านเกรงว่าพี่จะมีจุดจบเหมือนพ่อของพี่”
ไรวินท์ขัดขึ้นทันที “สีนวล.. อย่าล่วงเกินถึงพ่อฉัน”
“ฉันแค่บอกพี่ว่า คุณแม่ห่วงพี่เรื่องนี้.. “ สีนวลเสียงเข้มแข็งขึ้น “แต่พี่ไม่ให้พูดถึงพ่อพี่ ฉันจะไม่พูด ตั้งแต่อยู่กันมาฉันอดทนมาตลอดเพราะเห็นใจคุณแม่ และพี่ก็เป็นผัวฉัน ถึงพี่ไม่เคยรักฉัน ฉันก็..” สีนวลหยุดไม่พูดต่อ กล้ำกลืน เปลี่ยนเรื่อง “บัดนี้.. ฉันยอมแพ้ ฉันเหนี่ยวรั้งพี่ไว้ต่อไปไม่ได้ ต่อให้ฉันก้มลงกราบเท้าพี่อ้อนวอนขอไม่ให้พี่ทิ้งฉัน พี่ก็คงไปจนได้” ไรวินท์ฟังเงียบอึ้งๆ ปวดหนึบๆในหัว อย่างบอกไม่ถูกขึ้นมาทันที สีนวลตัดสินใจแน่วแน่ “ดังนั้น..พี่จงไปเถิด ทิ้งบ้านไว้ให้ฉัน ฉันจะดูแลไว้ให้จนวันที่พี่กลับมา น้องคอยคุณพี่นะคะ คอยทุกลมหายใจเข้าออก กลับมาหาน้องเร็วๆ..”
“ขอบใจที่เธอพูดง่าย ฉันจะจัดการให้เป็นไปตามนั้น เดี๋ยวฉันจะแวะบ้านน้าแคล้ว ให้แกหาเรือไปส่งเธอที่พระนคร ถ้าเธอคิดว่าจะไปอยู่คนเดียวได้”
“ฉันอยู่ไหนก็เท่ากัน พี่ไม่ต้องไปรบกวนน้าแคล้วอีก ฉันจะขอติดเรือพี่ไป ถึงเมืองนนท์แล้วฉันจะแยกไปบ้านเอง”
ไรวินท์ไม่อาจปฏิเสธอะไรได้ไปกว่านี้อีก จึงพยักหน้ารับ

ริ้วน้ำถูกแหวกกระจายเป็นริ้วๆ เมื่อเรือโดยสารกำลังแล่นไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ไรวินท์และสีนวลต่างนั่งเงียบนิ่งไม่พูดไม่จา นั่งเก้าอี้โดยสารกันคนละตัว หันมองไปคนละฟากฝั่งของลำน้ำ ที่ไหลเรื่อยไป

เรือโดยสารแล่นเทียบจอดส่งที่ท่าน้ำบ้านนนทบุรี สีนวลหิ้วกระเป๋าเดินตามไรวินท์ขึ้นมาที่ศาลาท่าน้ำ
“เธอรออยู่ตรงนี้ ฉันขอแวะเข้าไปในบ้านสักครู่”
สีนวลหยุด หน้าเสีย ไม่โต้ตอบอะไร ปล่อยให้ไรวินท์เดินตัวปลิวไป

มาลาตีกำลังนั่งตะไบเล็บไปมาอยู่ที่ระเบียงบ้าน เสียงสุนัขเห่ามาลาตีรีบหันไป ถึงกับร้องดังเป็นเด็กๆ เมื่อเห็น
ไรวินท์สีหน้าสดใสเปี่ยมสุขแบบหน้ามือ เป็นหลังมือกับเมื่อสักครู่ เดินยิ้มแต้มา มีสุนัขเฝ้าสวนกระดิกหางเข้าไปหา
“คุณพี่มาแล้ว! คุณพี่มาแล้ว..” มาลาตีรีบวิ่งตัวปลิวลงบันไดเรือนมาจนเกือบสะดุดล้มโผเข้าซบกอดไรวินท์ “มาลาตีคิดดถึงคุณพี่เหลือเกิน นอนร้องไห้หาอยู่ทุกคืน นับคืนนับวันว่าเมื่อไร คุณพี่จะกลับ เป็นห่วงคุณพี่แทบแย่”
ไรวินท์ก้มจูบแก้มนวลใสของมาลาตีให้หายคิดถึง แบบไม่กลัวใครจะเห็น “ชื่นใจจริงๆ แม่เทพธิดาสุดที่รักของพี่ ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันจริงๆเสียที”
มาลาตียิ้มชื่นใจ มองข้ามบ่าไรวินท์ไปถึงกับชะงักตัวเกร็ง เสียงเปลี่ยนทันที “คุณพี่พาเมียมาหรือ?”
ไรวินท์หันไป เห็นสีนวลมาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล มือกำกระเป๋าแน่น มองเขม็งตรงมาที่ภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า ไรวินท์ไม่พอใจ เดินกลับไปหาสีนวล “บอกให้รออยู่ที่ท่าน้ำไงล่ะ จะเข้ามาทำไม”
“ฉันก็อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงที่แย่งผัวคนอื่นทั้งๆที่รู้ว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว หน้าตาเป็นยังไง รู้จักอายบ้างไหม”
มาลาตียกมือขึ้นปิดหู ร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตานองแก้มขึ้นมาทันที “คุณพี่..คุณพี่ทำไมปล่อยให้เมียมารังแกน้อง น้องก็เมียเหมือนกัน” มาลาตีเดินมาเผชิญหน้ากับสีนวล “เราเป็นผัวเมียกันเพราะเรารักกัน หล่อนต่างหาก ผูกใจผัวไม่ได้ แล้วจะมาโทษใคร”
ไรวินท์อีหลักอีเหลื่อ ทั้งโกรธทั้งหนักใจวุ่น อยู่ตรงกลางระหว่างเมียทั้งสอง “หยุด! พอกันได้แล้ว!”
สีนวลหน้าชาตึง ซีด พยายามสูดลมหายใจลึกๆ ไม่ให้หน้ามืดไปตรงนั้น พยายามข่มใจสู้พูดต่อเสียงสั่นๆ “ฉันเป็นเมียตบเมียแต่ง พี่กลับเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าฉัน ไม่เกรงใจกันบ้างก็เอาเถิด กรรมใดพี่ก่อขึ้นมา กรรมนั้นจะสนองพี่เอง..ผู้หญิงอย่างนี้ มันไม่รักพี่จริงหรอก วันหนึ่งพี่จะต้องกลับมาตายรัง”
ไรวินท์เอ็ดลั่น “ฉันบอกให้หยุดไงเล่าสีนวล! เธอไปได้แล้ว อย่ามาก่อนเรื่องอีกโน่น! ไปรอเรือเข้าพระนครที่ท่าน้ำทางโน้น”
“ฉันไปไม่ถูก”
ไรวินท์จำยอม หันกันดันตัวมาลาตีออกห่างกลับเข้าเรือน “พี่จะไปจ้างเรือให้ไปส่งเขา”
“ก็เชิญไปเถอะ น้องขึ้นบ้านก่อน อยู่ตรงนี้มีแต่เสนียดจัญไร ผัวเมียรักกันอยู่ดีๆก็มายุมาแยงให้แตกกัน คนอะไรบ้าจริง..” มาลาตีค้อน กระแทกเสียงไปที่สีนวล ก่อนหันสะบัดเดินกลับเข้าบ้าน
สีนวลพยายามข่มใจสุดๆ มือยังกำแน่นซีดขาว กำลังจะล้มทั้งยืน
“ไปสิ!” ไรวินท์วางกระเป๋าตนเองไว้ที่ชานบ้าน แล้วเดินตรงรี่มาคว้าดึงสีนวลเดินออกไป ทันที

บ่ายไม่กี่วันต่อมา บ่าว 2-3 คนกำลังปัดกวาด ตัดหญ้ารกบริเวณสนามหน้าเรือนใหญ่ที่ไม่ได้รับการดูแลมานาน โดยต่างมีสีหน้าเศร้าๆ ไม่ค่อยเป็นอันทำการทำงานกัน คอยแต่จะหันไปเมียงมองที่ในเรือนใหญ่ สภาพบ้านดูโทรมไปมาก มีรถไรวินท์จอดอยู่
สีนวล มองดูเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ในมือ แววตาระทมขมขื่น ดวงตาแห้งผาก หน้าซูบซีด ก่อนวางลงบนโต๊ะที่มีไรวินท์ในชุดข้าราชการกำลังนั่งรอ เพื่อเซ็นเอกสาร พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตวางอยู่ข้างๆ
“พี่ยกตึกใหญ่ให้ฉัน พี่ก็ควรจะเอาบ้านหลังเก่าไว้ อย่างน้อยพี่ก็จะยังมีที่อาศัย”
“ฉันลั่นวาจาแล้วว่าจะยกให้เธอ ฉันก็ยกให้หมด ผู้ชายอย่างฉันมีปัญญาทำงาน คงไม่อดตาย”
“ก็ตามใจพี่..พี่คงไม่อยากพาเมียน้อยมาอยู่ใกล้ฉัน แต่ฉันจะเก็บบ้านเล็กไว้ให้พี่ เผื่อวันหนึ่งพี่ต้องกลับมาอยู่”
“ไม่จำเป็น ถ้าบ้านมันมีเกินไปหนึ่งหลัง เธอขายเสียก็แล้วกัน ฉันไม่ห้าม”
“มันเป็นบ้านของพี่ พี่เกิด พี่โตที่นี่ ถ้าวันหนึ่งพี่จะตาย ก็ควรมาตายที่บ้านตัวเอง”
ไรวินท์ขมวดคิ้ว นึกรำคาญ ไม่เข้าหู “คนอย่างฉันคงไม่ตายเสียตั้งแต่อายุสามสิบกว่า ฉันยังอยู่อีกหลายสิบปี ถึงวันนั้นบ้านช่องแถวนี้อาจจะกลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้” ไรวินท์สูดลมหายใจลึก พยายามไม่แสดงความไม่พอใจออกมา ดึงสัญญามาเซ็น “ฉันไปล่ะ ขอให้ทำมาค้าขึ้น ส่วนเธอกับฉันก็ขอให้จากกันด้วยดี”
สีนวลนิ่งมองกระดาษตรงหน้านิ่ง น้ำตาร่วงเผาะ เสียงแหบเครือ “ฉันจะรอ..จนพี่กลับมา”
ไรวินท์รู้สึกหงุดหงิดอีกครั้ง อยากจะตอบกลับไปแรงๆแต่ยั้งไว้อีก ด้วยนึกเวทนาขึ้นมา “อย่าเลย ถือเสียว่าเราหมดบุญหมดกรรมที่ทำร่วมกันแค่นี้ ขอให้แยกไปตามทาง ของแต่ละคนเถิด ฉันหวังว่าเธอจะไปดีกว่าที่จะอยู่กับฉัน”
“ฉันไม่รู้ข้อนั้น แต่รู้อยู่อย่างว่า ผู้หญิงอย่างนังเมียน้อยไม่ได้รักพี่จริง ถ้าพี่มีแต่ตัว มันก็ทิ้ง”
“พอเถอะ อย่ามาชวนทะเลาะต่อเลย ขอให้โชคดี” ไรวินท์หิ้วกระเป๋า หันเดินลงเรือนจากไปทันที
สีนวลน้ำตาลร่วงพรู ไม่มีเสียงสะอื้น ได้แต่ลุกไปยืนเกาะเสามองตามไรวินท์ที่เดินลิ่ว ขับรถแล่นลับไป

บ้านมาลาตีในสภาพสีเก่าซีด โทรมจากการขาดการดูแลมาหลายเดือน หญ้าและต้นไม้รกๆ เถาวัลย์ขึ้นเกาะบ้าน กล่อง ลัง ตู้ เครื่องเรือนต่างๆ ที่ถูกเก็บไว้ตอนช่วงอพยพ กำลังถูกทะยอยขนย้ายออก มาจากห้องใต้ถุนบ้านโดยเด็กรับใช้ 3-4 คน มีมาลาตีคอยยืนกำกับสั่งการ
“กล่องหนังสือของคุณพ่อนี่ ไม่ต้องเอาออกมา ยกไปเก็บไว้ ไป!”
มะลิแต่งตัวสวยหิ้วกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านเดินลงมา เด็กคนหนึ่งเดินยกเข่งถ้วยชามกระเบื้องผ่านหน้าออกไปวาง บ้านระเกะระกะไปด้วยกล่อง ลังเต็มไปหมด “นี่ๆๆ ยกของกันระวังๆหน่อยสิยะ ประเดี๋ยวพวกถ้วยโถโอชามจะแตกเสียหายหมด”
“ไปแล้วหรือแม่ ไปแต่วันเลยนะคะ วันนี้”
“โอ๊ย..ป่านนี้ขาอื่นๆเขาไปกันเต็มแล้ว ไปอยู่บ้านนอกกันเสียนาน จะลงแดงตายกันหมดแล้วมั้ง” มะลิเดินลิ่วออกบ้านไป
มาลาตีไม่ได้ใส่ใจ เพราะเป็นเรื่องปกติทุกวันของ มารดา และกำลังวุ่นกับข้าวของมากมาย หันไปหาเด็ก 2 คนที่กำลังยกตู้ไม้ออกมา “นี่ๆ ตู้นั่นเอาไปวางไว้มุมตรงโน้นก่อน เดี๋ยวยกไปข้างบน จะได้ไว้เก็บเครื่องเงิน ทองหยองที่คุณวินไปเอามา..แต่ตู้มันเก่าดูไม่ได้แล้ว เอาไว้ซื้อใหม่ดีกว่า”
“โต๊ะเอาออกไปไหมคะคุณ?” เด็กคนหนึ่งกำลังจะยกโต๊ะออกมาถามขึ้น
มาลาตีหันไปดู “โต๊ะอะไร? โต๊ะคุณพ่อ..อืม เผื่อพี่วินจะใช้ ยกออกมา วางไว้หน้าห้องนี่ก่อน ถ้าคุณวินไม่ใช้ค่อยเอาเข้าไปเก็บ”มาลาตีวุ่นวายกับข้าวของต่างๆต่อไป

ตกเย็น เด็กรับใช้เปิดประตูรั้ว ให้รถไรวินท์แล่นเข้าบ้านมา ไรวินท์หิ้วกระเป๋าออกมาจากรถ มาลาตีวิ่งรี่ออกมาจากบ้าน สีหน้าดีอกดีใจสุดๆ โผเข้าหาไรวินท์ทันที “จบเรื่องแล้วใช่ไหมคะคุณพี่”
“จบแล้ว”
“ดีจริงๆค่ะ!” มาลาตีรับจูบไรวินท์อย่างฉอเลาะ
“ให้คนใช้มาขนของไปที พี่เก็บของในบ้านมาหมดแล้ว”
“ทำไมน้อยนักล่ะ หรืออยู่ในรถอีกคะ? พวกของงามๆอะไรต่างๆที่บ้านคุณพี่ เครื่องทอง นาก เงิน เครื่องลายคราม กระเป๋าใบเดียวนี่ใส่หมดหรือคะ” มาลาตีมองไปที่กระเป๋าใบเดียวอย่างงงๆ
“แค่นี้ล่ะ พี่ไม่ได้เอาอะไรมาหรอก หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกมาจากบ้านพอแล้ว มีอะไรพี่ก็จะไปหาเอาดาบหน้า”
มาลาตีเสียงขุ่น ผละออก “อะไร้ นี่คุณพี่ไม่เอาอะไรมาเลย? ของดีๆทิ้งเอาไว้ในบ้านให้มันหมดเลยเหรอคะ รู้ไหมว่าหลังสงครามพวกทองเงินนากพวกนั้นราคาจะขึ้นอีกกี่สิบเท่า เชี่ยนหมากอันเดียวเมื่อก่อนแทบไม่มีราคา เดี๋ยวนี้แพงยังกับทอง”
ไรวินท์อึ้งไปครู่ “ช่างมันเถอะ ความจริงของทั้งหมดบนตึกใหญ่นั่นมันติดมากับตึก เป็นสมบัติเดิมของสีนวล คืนเขาไปก็สมควรแล้ว”
“อ้าว! แล้วของของแม่คุณพี่ล่ะคะ เศรษฐีนีอย่างคุณแม่ยังไงก็ต้องมีเพชรนิล ทองหยองเก็บเอาไว้ มันเป็นมรดกของคุณพี่ทั้งนั้น พี่ต้องไปเอากลับมา จะไปทิ้งให้เขาชุบมือเปิบได้ยังไง” มาลาตีไม่ยอม ไรวินท์เงียบอึ้ง “ว่าไงล่ะคะ มันอยู่ที่ไหน ทองหยองทั้งหลายของแม่พี่?”
“ก็คงอยู่กับสีนวล เพราะเขาเป็นคนเก็บข้าวของกลับมาจากบางปะอิน แต่พี่คงไม่กลับไปทวงจากเขา ออกมาแล้วก็ถือว่าจบกันที”
“โธ่! ผู้ชายก็เป็นเสียอย่างนี้ ไม่สนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ บ้างเลย” มาลาตีเปลี่ยนโทนเสียงมาเสียงอ่อนเสียงหวาน “กลับไปนะคะ มันของๆเรา จะทิ้งไว้ทำไม เขาก็ได้บ้านหลังใหญ่ไปแล้ว ยังจะมีหน้ามาเอาอะไรไปอีก..ถ้าเอาก็งกเต็มทน”
ไรวินท์ถอนใจเบาๆ “จ้ะ เอาไว้ว่างๆเมื่อไรค่อยพูดก็แล้วกัน ตอนนี้พี่หิวข้าวแล้ว มีอะไรให้กินหรือยัง?”
“งั้นพี่ไปนั่งพักเสียก่อน น้องจะจัดกับข้าวให้นะคะ ขอโทษที ยังจัดข้าวของไม่เสร็จ บ้านรกเหลือเกิน” มาลาตีสั่งเด็กรับใช้ “แวว มายกกระเป๋าคุณท่านไป” มาลาตีรีบกุลีกุจอเปลี่ยนเป็นเอาอกเอาใจสามีต่อ พาเดินเข้าบ้าน เด็กรับใช้หิ้วกระเป๋าตาม

ที่บ้านสุดสวาท คุณนายประสมที่กำลังป่วย ซูบผอม นอนซมหลับตา ขยับไม่สบายตัวไปมา อยู่บนเตียง
สุดสวาทสีหน้ากังวลไม่สู้ดี พาเมียลูกน้องเก่าของคุณหลวง2คนที่มาเยี่ยม เดินออกมาจากห้อง ดึงประตูปิดเบาๆ
“คุณแม่ไม่ยอมทานอะไรเท่าไหร่เลย พอรู้ว่าดิฉันจะพาไปโรงหมออีกก็ไม่เอาท่าเดียว ท่านห่วงบ้าน บ้านนี้ก็ทั้งเงียบ ทั้งน่ากลัว โจรผู้ร้ายก็ชุกชุมเหลือเกิน เพราะเศรษฐกิจหลังสงครามมันย่ำแย่อย่างนี้”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 14/3 วันที่ 25 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ