อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 15 วันที่ 1 เม.ย.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 15 วันที่ 1 เม.ย.59

อีฟบอกว่าเอาที่มินนี่สบายใจก็แล้วกัน อยากเคลียร์เมื่อไหร่ให้บอก แต่ถึงไม่เคลียร์เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มินนี่กอดอีฟกับใบพลู ขอบใจเพื่อนที่เข้าใจกัน อีฟชวนเซลฟี่กันประกาศให้โลกรู้ว่าพวกเราคัมแบ็กแล้ว

“อย่าเลย!! ฉันอยากมีความเป็นส่วนตัวบ้าง ไม่ต้องให้โลกรู้เรื่องเราทุกอย่างได้เปล่าวะ”

“งั้นแค่ถ่าย แต่ไม่แชร์ โอเครึเปล่า” อีฟถาม มินนี่ขยับเข้าไปเซลฟี่ ให้เห็นถึงมิตรภาพของทั้งสามโดยไม่ได้แชร์



โชกุนยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว วันนี้ดุจฤทัยให้ไปเอากะละมังใส่น้ำเพื่อมาเช็ดตัวให้ภูทอง โชกุนเดินสะดุดจนน้ำกระฉอก เงยหน้าเห็นดุจฤทัยมองอยู่ โชกุนเกือบจะโกหกไปตามสัญชาตญาณ แต่นึกถึงคำเตือนของทรายที่โรงพยาบาลเรื่องผลร้ายของการโกหก โชกุนก็ขอโทษแม่ บอกว่าตนทำหกเอง

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราช่วยกันเช็ด แล้วก็ขอบคุณที่โชพูดความจริง” ดุจฤทัยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โชกุนยิ้มแป้นดีใจที่แม่ไม่ดุ ดุจฤทัยกับภูทองมองกัน ยิ้มดีใจที่โชกุนดีขึ้นแล้ว ดุจฤทัยโทร.แจ้งข่าวดีแก่ทราย ทรายดีใจมากและจะเข้าไปประเมินโชกุนอีกที

ดุจฤทัยถามทรายว่าได้ดูเว็บเพจของโรงเรียนหรือยัง ทรายบอกว่ายัง ดุจฤทัยจึงบอกให้ทรายกับท่านรองดู และหากมีอะไรให้ช่วย ตนยินดีช่วยเต็มที่ พอทรายจะเปิดหน้าเว็บเพจโรงเรียนดู เสียงหนูจีก็เรียกแว่วเข้ามาอย่างร่าเริง...

“ครูทรายยยยยย...”

หนูจีมาเคลียร์กับทรายอย่างแมนๆว่าตนพอจะมีหวังกับครูทรายไหม ทรายลำบากใจแต่ก็ต้องตอบว่า ไม่มีหวังแน่นอน หนูจีถอนใจบอกว่าตนเดาแล้วว่าคำตอบต้องเป็นแบบนี้ เพราะครูทรายชอบผู้ชาย และผู้ชายคนนั้นคือพี่กร!

ทรายอึ้ง หนูจีบอกว่าไม่ต้องเขินเพราะปาล์มเป็นคนบอกตน ทีแรกตนก็คิดว่ากรเป็นเกย์ แต่กรเป็นคนบอกตนว่าเขาชอบผู้หญิงและผู้หญิงคนนั้นคือครูทราย พอดีกรโทร.เข้ามือถือทรายบอกให้รีบเข้าโรงเรียนเพราะมีเรื่องใหญ่ ทรายจึงขอตัวกับหนูจี

“ค่ะ...เอ่อ...แต่ครูทรายคะ ถึงเราจะไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมคะ”

“แน่นอนค่ะ ไว้เจอกันนะคะ” ทรายยิ้มอย่างโล่งใจรีบวิ่งออกไป แม้หนูจีจะผิดหวัง แต่ก็รับได้

ooooooo

ทรายไปถึงโรงเรียนรู้จากปาล์มว่ามีคนเอาใบลาออกของครูไปโพสต์หน้าเพจโรงเรียนตอนนี้ผู้ปกครองเลยรู้ว่าครูดีๆลาออกจริงๆ เลยโวยกันใหญ่ ทรายถามว่าแล้วท่านรองจะทำอย่างไร

“ไม่รู้ แต่ฉันว่าคราวนี้วิกฤติระดับใหญ่สุดเท่าที่ฉันเคยอยู่โรงเรียนเลย ถ้าผู้ปกครองเอาเด็กออกไปเรียนโรงเรียนอื่นหมด โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษาต้องเหลือแต่ชื่อแน่”

ทรายฟังแล้วเครียด

เมื่อเข้าห้องประชุม นพลักษณ์บอกที่ประชุมว่าไม่รู้ว่าใบลาออกของครูหลุดไปลงหน้าเพจได้อย่างไร คนทำไม่หวังดีกับโรงเรียนแน่ กรพูดอย่างแค้นจัดว่าต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในโรงเรียนของเรา

อำนาจที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ตลอดเวลาถามว่าโรงเรียนจะเปิดอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว ท่านรองจะทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นได้ นพลักษณ์เสนอให้หาครูมาเพิ่ม อำนาจแย้งว่าผู้ปกครองต้องการครูที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

“ผมจะบอกให้ครูประจำชั้นอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับทางผู้ปกครองให้ใจเย็น แล้วจะทำอะไรยังไงค่อยคิดกันอีกที” ครูน้อยเสนอ นพลักษณ์ถามว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้ปกครองพาเด็กมาลาออกใช่ไหม พอครูน้อยบอกว่ายังไม่มี อำนาจก็พูดแทรกขึ้นว่า ถ้า ผอ.ยอมทำตามที่ตนเสนอ ปัญหาทุกอย่างก็จบไปแล้ว

นพลักษณ์ขอให้ครูทุกคนทำตามที่ครูน้อยเสนอก่อน ส่วนใครที่ร่วมมือทำเรื่องเสื่อมเสียกับโรงเรียนแบบนี้ ถ้ารู้จะเชิญออกทันที เมื่อปิดประชุมครูทยอยกันออกไป นพลักษณ์เรียกกรให้อยู่ก่อน บอกกรว่าเห็นทีแม่จะต้องขายหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ให้อำนาจตามที่เขาเสนอเพื่อแก้ปัญหานี้

กรไม่เห็นด้วยเพราะทำเช่นนั้นทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผนของอำนาจ กรบอกว่าตนจะทำให้ครูทุกคนกลับมา เพราะเขารักและมีความหวังกับโรงเรียนนี้ นพลักษณ์ถามว่า “อะไรที่ทำให้ลูกมั่นใจว่าลูกทำได้”

“ความรักไงครับ เมื่อก่อนผมอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่ารักโรงเรียนนี้ แต่ตอนนี้ผมกล้าพูดว่าผมรักโรงเรียนนี้ และจะไม่ยอมให้ใครเอาโรงเรียนของเราไปเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองเด็ดขาด!”

ทราย ปาล์ม และครูน้อยออกมายืนคุยอย่างคนรู้กัน ปาล์มบ่นว่าขนาดเอาใบลาออกมาโชว์ได้แบบนี้คงไม่ใช่ครูธรรมดาแล้วล่ะ กระซิบถามว่า “ประกาศตัวโจ่งแจ้งในที่ประชุมขนาดนั้น ทำไม ผอ.ยังเอาไว้อีก”

อำนาจมาเห็นสามคนคุยกันอยู่ก็กระแนะกระแหนว่า

“มารวมกันอยู่ตรงนี้เอง งั้นสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ก็คงไม่ผิด ดีนะที่ผมรู้ว่าควรจะไว้ใจใครและไม่ไว้ใจใคร” พลางมองไปทางครูน้อย และมองทรายกับปาล์มอย่างเหยียดหยาม ครูน้อยประสานสายตากับอำนาจอย่างไม่กลัว พูดลอยๆว่า

“ผมอาจจะโง่ที่เคยเข้าข้างคนผิด แต่ผมดีใจที่วันนี้ผมไม่ได้อยู่ผิดข้าง”

อำนาจมองครูน้อยอย่างอาฆาตก่อนเดินไป อึดใจเดียวทรายคิดอะไรได้บอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ทรายพอรู้แล้วค่ะ ว่าใครจะช่วยเราแก้ปัญหานี้ได้!”

หลังจากคุยกับนพลักษณ์แล้ว กรขึ้นไปยืนมองท้องฟ้ายามเย็นครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่บนดาดฟ้าโรงเรียน ทรายขึ้นมายืนข้างหลังเอ่ยขึ้นว่า

“ความมั่นใจไม่ได้มาจากการทำอะไรถูกต้องอยู่เสมอ แต่มาจากการไม่กลัวที่จะทำอะไรผิด” พอกรหันมองหน้า ทรายพูดหนักแน่นจริงใจว่า “ฉันอยากให้คุณมั่นใจในสิ่งที่ทำ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ฉันจะอยู่เคียงข้างและช่วยคุณเสมอ และฉันเป็นคนนึงนะที่เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวคุณ”

“ขอบคุณ...ขอบคุณมาก”

ทั้งสองมองหน้า ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจและให้กำลังใจโดยไม่มีคำพูดอื่นใด...

ooooooo

ปิ๊กปิ๊กเลือกไปเข้าค่ายดูดาว จักรินทร์กับตรีทิพย์ไปส่งแล้วกลับบอกว่ามีธุระ ปิ๊กปิ๊กผิดหวังมากที่ใครๆ ก็มีพ่อแม่มาด้วย ขณะนั่งเหงาๆ เห็นกล้องดูดาวเล็กๆ วางอยู่จึงเดินไปหยิบ

จักรินทร์กับตรีทิพย์ที่แอบดูอยู่ใจหายนึกว่าลูกขโมยอีกแล้ว แต่พอเห็นปิ๊กปิ๊กถือกล้องไปมอบให้เจ้าหน้าที่ก็ออกไปกอดลูกไว้แน่นด้วยความดีใจที่ลูกเปลี่ยนแปลงแล้ว

ส่วนหวายคุยกับปุ่นเรื่องเรียนต่อ พอรู้ว่าปุ่นจะไปเรียนวิศวะต่อที่อเมริกาก็คิดมาก ขณะเดินเหงาๆนั่นเอง เห็นแดนถูกวัยรุ่นสามคนวิ่งไล่มาดักหน้าแดนถามว่า “มึงกล้ายุ่งกับหญิงกูหรือ” แล้วก็รุมกันทำร้ายแดน หวายวิ่งเข้าไปช่วยแดน ตะโกนว่า “อย่าทำอะไรเพื่อนกู!” ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งชักมีดออกมาจะแทงแดน หวายเข้าช่วยเลยถูกมีดเฉี่ยวที่แขน แต่พวกวัยรุ่นก็ถูกหวายกับแดนเล่นงานจนล้ม แดนจับมือหวายตะโกน “ไอ้หวาย!! วิ่ง!!” พวกวัยรุ่นสะบักสะบอมจนไม่มีแรงตาม

เมื่อหนีมาพ้นแล้ว แดนถามว่าคิดไงถึงมาช่วย หวายบอกว่า “ไม่ได้คิด แค่รู้ว่ามึงคงสู้ไอ้สามคนนั้นไม่ได้”

“ขอบใจที่มาช่วย” แดนเอ่ย หวายบอกว่าครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่อยากใช้ความรุนแรง แดนถามขำๆว่า “เมื่อกี้ไม่ใช่ความรุนแรงเลยนะ” หวายมองหน้าบอกว่า ก็ช่วยเพื่อนแค่ครั้งเดียวไม่นับ แล้วเดินไปเลย

ooooooo

คนที่ทรายหวังให้มาช่วยกรคือดุจฤทัยที่เคยบอกว่าถ้ามีอะไรช่วยได้ให้บอก

วันนี้ดุจฤทัยนั่งอ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนแล้วเครียด ภูทองถามจึงเล่าให้ฟัง บอกว่าอยากช่วยกรเพราะเขาช่วยเราไว้มาก ภูทองเอาด้วยบอกว่าถึงเวลาที่เราต้องช่วยเขาบ้างแล้ว ดุจฤทัยใจรีบโทร.ติดต่อครอบครัวที่ลูกเขาร่วมโครงการทุกคน

พีรดายินดีร่วมมือเต็มที่ จักรินทร์ก็พร้อมร่วมมือและจะชวนตรีทิพย์ไปด้วย

เมื่อมากันครบในห้องประชุม ทั้งผู้ปกครองและเด็กที่ร่วมโครงการผนึกกำลังกันแข็งแกร่ง ทุกคนพร้อมสู้ ทรายกับปาล์มมาร่วมด้วย ปาล์มบอกแก่ที่ประชุมว่า

“ปาล์มกับทรายจะคุยกับคุณครูที่พอจะคุยกันได้ดูอีกสักครั้ง เผื่อจะมีใครเปลี่ยนใจกลับมาบ้าง”

“ขอบคุณทุกคนมากครับ ถ้าเราช่วยกันแบบนี้ อาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก่อนวันประชุมผู้ปกครอง ผมต้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ”

กรลุกขึ้นโค้งขอบคุณทุกคน บรรยากาศในห้องเปี่ยมด้วยพลังและความเชื่อมั่น

ooooooo

พ่อแม่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการของครูทรายจนเด็กทุกคนมีการเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้น พูดคุยกับครู กับเพื่อนผู้ปกครอง กระทั่งแฟนละคร ชี้ให้เห็นถึงความรักเด็กและความตั้งใจทำงานของกร

ชัยภูมิที่กว้างขวางกว่าก็เชิญนายกสมาคมผู้ปกครองและกรรมการบางคนพบปะคุยกัน ยกตัวอย่างลูกของ

ตนว่าถ้าไม่ได้กรช่วยอาจจะเสียลูกไปแล้ว โรงเรียนมีผู้บริหารแบบนี้ดีกับลูกพวกเราทุกคน ขอให้ช่วยกัน

เป็นสุขคุยในกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวว่าถ้าลูกชายตนไม่ได้ครูกรมาดูแลอย่างใกล้ชิดป่านนี้คงไม่กลับมาเรียนต่อ บอกว่า “ถึงมีครูลาออกแต่ถ้าผู้บริหารใส่ใจและรักนักเรียนแบบคุณกร ฉันก็ไม่ให้ลูกออกตามครูนะคะ เพราะฉันเชื่อมั่นครูกร”

ส่วนทรายคุยกับครูที่คุยกันได้ ครูบางคนบอกว่ารู้ว่าท่านรองเป็นคนดีแต่ตนรับปากกับครูใหญ่ไว้แล้ว

“ถ้ารู้ว่าครูใหญ่ใช้ครูทุกคนเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับผู้อำนวยการ ทุกคนยังจะเกรงใจครูใหญ่อยู่หรือเปล่าคะ”

ทรายตัดสินใจแก้ปัญหา ครูต่างสงสัยถามว่า ต่อรองอะไรหรือ

ฝ่ายนพลักษณ์ถูกบีบจนบอกกับที่ปรึกษาว่าคงต้องขายหุ้นให้อำนาจ เพราะให้เวลากรมานานแล้วแต่ยังไม่เห็นดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ครูใหญ่ก็ใช้ทั้งอำนาจ ศรัทธาของครูและเล่ห์เหลี่ยมรุกนพลักษณ์เต็มที่ วันนี้ก็เข้าไปหานพลักษณ์ในห้องแต่เจ้าตัวไม่อยู่ มืออำนาจปัดโดนเอกสารบนโต๊ะหล่น เห็นใบซื้อขายหุ้นก็กระหยิ่มโทร.บอกให้วิทวัสเตรียมเงินไว้ได้เลย

ในภาวะที่กรครุ่นคิดจิตตกยังหาทางแก้ปัญหาไม่ได้นั้น ทรายและปาล์มมาหาเขา ทรายบอกว่าตนมีวิธีทำให้ครูที่ลาออกกลับมาได้แล้ว เพราะหลังจากคุยกับครูหลายคนที่ลาออกทุกคนอ่อนลงและอยากกลับมา ปาล์มบอกว่ารวมทั้งครูที่พีรดา ตรีทิพย์ ไปช่วยพูดด้วยส่วนใหญ่อยากกลับติดอยู่ที่เกรงใจครูใหญ่เพราะเชื่อว่าครูใหญ่ต่อสู้กับฝ่ายบริหารเพื่อทุกคน ครูน้อยจึงแฉเรื่องครูใหญ่เป่าหูครูเรื่อง ผอ.เอาครูทรายเข้ามาทำงานใน ตำแหน่งครูจิตฯว่า เพราะท่านรองอยากจะลดบทบาทครู

แต่กรยังมองไม่เห็นทางที่ครูกลับมา ทรายทิ้งไพ่ตายว่า “เราต้องเปิดโปงเรื่องการซื้อขายหุ้น”

กรจึงนัดวิทวัสมาคุยกับทรายที่ห้องประชุมเล็กในโรงแรมหรู บอกว่าทรายมีข้อเสนอบางอย่าง

เมื่อพบกัน วิทวัสเร่งให้ทรายบอกมาเลยว่า ข้อเสนอคืออะไร ทรายที่เตรียมมาอย่างดีแล้วเสนอทันทีว่า

“คุณกรทราบว่าคุณต้องการซื้อหุ้นของโรงเรียนเปี่ยมคุณ คุณกรมีความยินดีอย่างมากและคิดว่าหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ที่คุณเสนอมามันน้อยเกินไป คุณกรต้องการขายหุ้นให้คุณ 50 เปอร์เซ็นต์แต่มีข้อแม้ว่า คุณจะต้องไม่ซื้อผ่านครูใหญ่” วิทวัสถามว่าทำไม “คุณกรกับครูใหญ่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานต่างกัน คุณกรอยากทำงานกับคุณโดยตรง ถ้าคุณยินดี หุ้น 50 เปอร์เซ็นต์จะเป็นของคุณทันที”

วิทวัสบอกว่าถ้าตนซื้อหุ้นไว้เองก็เท่ากับหักหลังอำนาจ เพราะเขาเป็นคนคิดแผนการทุกอย่าง ที่จริงตนมีโรงเรียนนานาชาติที่เขาใหญ่ ที่รอบๆกรุงเทพฯ ตนก็แค่อยากได้โรงเรียนที่อยู่ใจกลางเมืองเท่านั้น และอำนาจเสนอว่าเขามีแผนต่อรองบีบให้เปี่ยมคุณขายหุ้นได้
ครู่หนึ่ง วิทวัสตัดสินใจเล่าว่า

“คุณอำนาจเขามั่นใจว่าเขาคุมครูส่วนใหญ่ของโรงเรียนได้ เขาก็จะให้ครูสำคัญๆลาออก มาฝากไว้กับโรงเรียนนานาชาติของผมก่อน พอโรงเรียนไม่มีครูก็ต้องยอมขายหุ้นให้เขา แล้วครูที่ฝากอยู่กับผมก็ค่อยกลับไปสอนตามเดิม เขาก็จะได้ทั้งหุ้นทั้งหน้า ที่แก้ปัญหาได้ และพิสูจน์ให้คุณกรเห็นว่าเขาคุมครูได้จริงๆ”

เล่าแล้ววิทวัสก็วิตกว่าถ้าตนปาดหน้าเค้กข้ามหัวครูใหญ่เข้ามาบริหารโรงเรียน อาจโดนเขาใช้วิธีนี้บีบอีกหรือเปล่า

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 15 วันที่ 1 เม.ย.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ