อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15 วันที่ 26 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15 วันที่ 26 มี.ค. 59

“โถ เอ็งนี่ ให้แม่หยิบดูนิดดูหน่อยก็ไม่ได้”
มาลาตีรับถุงหันเดินออกจากร้านทันที สวนกับแพรขาวและไรวินท์ ที่กำลังก้าวเข้ามาในร้าน “ไม่เอาล่ะ ฉันจะกลับไปลองของฉันที่บ้าน”
“เอ้อประเดี๋ยววันนี้พรุ่งนี้ข้ามือขึ้น มาซื้อใส่เองก็ได้ ไม่ง้อเอ็ง”
แพรขาวเหลียวมองตามสองแม่ลูกไปพอดีกับป้าใหญ่ ที่เพิ่งเดินสวนทั้งสองเข้ามา ในร้าน และเหลียวมองตามไป อย่างคุ้นๆว่าเป็นใคร
“ป้าใหญ่..คุณป้าของฉัน..เป็นตัวละครสำคัญอย่างมาก ในช่วงชีวิตสุดท้ายของฉัน”

“ท่านช่วยคุณได้ไหมคะ”


ไรวินท์แตะนิ้วที่ปากตน ทำนองจุ๊ๆให้เงียบๆและฟัง แพรขาวหันไป สนใจ
ป้าใหญ่ถามเจ้าของร้าน “นั่นเมียเจ้าไรวินท์หลานชายฉันหรือเปล่า?”
“จ้ะ นั่นล่ะคุณนาย คุณมาลาตีกับแม่..เจ๊มะลิ”
“อืม..ดูมีอันจะกินกันเหลือเกินนี่”
“เดี๋ยวนี้เจ๊มะลิเขามีเงิน ไม่งั้นจะเข้าออกบ่อนเฮียซ้งหลังตลาดได้ทุกวันหรือ ทองหยองก็มาซื้อมาเปลี่ยนใส่เรื่อยๆ เงินทองดูไม่ขาดมือเลย”
ป้าใหญ่หูผึ่งทันที แพรขาวมองหน้าไรวินท์ ที่ดูปลงๆ

ศาลาสวดฯที่วัดแห่งหนึ่งยามค่ำ มีคนทยอยมาร่วมงานจำนวนหนึ่ง แพรขาวมายืนอยู่หน้าศาลาสวดฯ หันมองๆไปโดยรอบว่างานศพใครอะไรยังไง “แล้วนี่มันงานศพของใครกัน?”
“งานศพใครไม่สำคัญหรอก แต่มันสำคัญที่..เป็นงานที่ทำให้ชั้น..กับป้าใหญ่ ได้มาพบกัน”
แพรขาวพยายามมองเข้าไปในศาลา พลันเห็นไรวินท์เดินเข้ามากับเพื่อนร่วมงานตรงไปหาเจ้าของงานที่เป็นข้าราชการในกรมเดียวกัน ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลา พูดคุยทักทายกันสั้นๆ ก่อนไรวินท์หันไปชะงักเล็กน้อย
ป้าใหญ่ยืนคุยอยู่กับแขกเหรื่ออื่นๆมุมหนึ่งไม่ไกล ที่หันมองมาพอดี ไรวินท์จำได้ ยกมือไหว้ทักทายทันที
ป้าใหญ่รับไหว้อย่างไม่อยากจะรับนัก มองนิ่ง คันปาก แพรขาวมองลุ้น
ไรวินท์เดินเลี่ยงผู้คนมานั่งคุยอยู่กับป้าใหญ่มุมหนึ่ง ขณะที่แขกในงานทะยอยกันมา และรอฟังสวด ไรวินท์พาแพรขาวมานั่งฟังที่เก้าอี้ข้างๆ
“เขาไม่ได้ทำน้ำอบไทยขายแล้วหรือครับ?”
“แม่สีนวลจะทำกระไรไหว ผู้หญิงตัวคนเดียว คุมคนงานก็คงไม่เป็น ขายบ้านขายกิจการ เอาเงินมากินมาใช้ไปวันๆ พ่อวินก็น่าจะรู้ดี” หางเสียงที่เหมือนประชดและตำหนิของป้าใหญ่ แล้วมองหน้า ทำให้ไรวินท์ชะงักไปนิด
“นี่ผมก็เพิ่งจะทราบ..”
“แม่สีนวลเป็นเมียตบเมียแต่ง แม่วารีเลือกสะใภ้คนนี้เอง พ่อวินไม่เห็นแก่แม่บ้างหรือ แม่ตายปุ๊บก็เลิกกับเมียปั๊บ เมียเขาทำอะไรผิดรึก็เปล่า”
“ผมไม่ได้ทิ้งขว้างสีนวลให้ตกระกำลำบากนะครับคุณป้า ผมก็มอบทรัพย์สินให้เขาไปหมด ผมหิ้วมาแต่กระเป๋าใบเดียวออกจากบ้าน ก็ยุติธรรมดีแล้ว”
“พูดออกมาได้ ยกสมบัติให้เมีย ก็ถ้าให้จริงแล้วทำไมถึงต้องมาเรียกคืน จนเมียจนกรอบทันตาเห็น”
ไรวินท์สวนทันควัน “ไม่จริงนะครับ ผมไม่เคยกลับไปเอาเงินสีนวลเลย นับแต่เลิกกัน“ ไรวินท์ชักไม่พอใจ “?ผมยกทั้งบ้าน เงินทอง ทั้งทองหยองของแม่ ผมก็ยกให้เขาหมด เขารวยยิ่งกว่าผมอีกตอนนี้”
ป้าใหญ่ส่ายหน้า มองอย่างดูถูกดูแคลน “อย่ามาปิดบังป้า นี่คงไม่รู้ว่าป้าไปมาหาสู่กับแม่สีนวล เวทนาผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียว ได้แต่ขายสมบัติไปเรื่อย กินอยู่เองคงไม่ กี่บาทหรอก แต่ต้องเอาไปให้ผัวด้วยนี่สิ มันเปลือง” ไรวินท์ฉุนหน้าแดง พยายามอดกลั้น “ผิดกับเมียน้อยที่มีทองใส่เสียแดงครึ่ดไปทั้งตัว จนใครต่อใครก็พูดว่าพ่อวินเอาสมบัติแม่ไปประเคนให้เมียน้อย”
“คุณป้าไปฟังพวกผีเจาะปากจากที่ไหน ช่วยกลับไปบอกพวกนั้นด้วยว่า ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เรื่องที่จะกลับไปเอาเงินเมียเก่า แม้แต่คิดก็ยังไม่เคย” ไรวินท์ทนไม่ไหว เดินหนีไปข้างศาลา ออกไปด้านนอก เดินหนีไปตามทาง
ป้าใหญ่ไม่ไว้หน้า ลุกตามไป

ที่ข้างศาลา ไรวินท์ทั้งโกรธทั้งอาย เดินก้มหน้างุด ดุ่มๆมา ป้าใหญ่ตามติด ทำให้คนหันมาสนใจไม่น้อย หน้าตาโกรธเกรี้ยวมากมาย
แพรขาว และไรวินท์ตามไปดู
“ไรวินท์ ฉันนึกแล้วว่าเธอต้องไม่ยอมรับ ที่จริงฉันก็ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน ที่มาเตือนก็เห็นว่าพ่อวินเป็นหลาน แม่ก็ห่วงนักห่วงหนาว่าจะมีอันเป็นไปเหมือนพ่อ ที่มีเมียผิดคิดจนตัวตาย ใครๆก็รู้”
ไรวินท์หันขวับ เสียงแข็ง “ผมไม่เป็นอย่างพ่อครับ อย่างน้อยผมก็มีเงินเดือน เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวได้”
“ถ้าเลี้ยงได้อย่างปากว่าละก็ .. ก็เลิกไปเอาเงินเมียเก่าเสียทีนะ สงสารเขาบ้าง จนเมียจะไม่มีกินอยู่แล้ว”
“ผมไม่ทราบว่าคุณป้าไปเอาเรื่องอย่างนี้มาจากไหน ผมไม่เคยไปเอาเงินสีนวล แม้แต่สตางค์เดียว ทุกวันนี้ผมมีด้วยน้ำพักน้ำแรงของผมเองทั้งนั้น”
ป้าใหญ่หัวเราะหยันๆ “ย่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จนใจ พ่อวินคงหาเงินเก่งจนแม่ยายมีเงินเสียไพ่ทีละมากๆ”
ไรวินท์ที่กะจะลาถึงกับหน้าชา อึ้งเงียบไป หันไปก็เจอแต่สายตาคนโดยรอบที่จับจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
หนึ่งในสายตาคนรอบๆนั้น มีแพรขาวอยู่ด้วย “คุณป้าใหญ่นี่..เห็นหน้านิ่งๆ ที่จริงแซ่บมาก..”
“ดูฉันสิ..ช่างโง่งมราวกับตัวตุ่น “
ไรวินท์หน้าซีด อายผู้คน

ไรวินท์ก้าวลงจากรถ ตรงมาพูดใส่มาลาตีในชุดอยู่บ้านสวยพริ้ง ที่ทำหน้าที่ปิดประตูบ้านเสร็จ “เมื่อกี้ฉันเจอป้าของฉันในงาน ป้าบอกว่าสีนวลเมียฉันขายบ้านขายสมบัติ ไปเกือบหมด” มาลาตีชะงัก “ป้าพูดว่าฉันไปเอาเงินจากสีนวล”
“แล้วทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะ”
“น้ามะลิเอาเงินทองจากไหน..ให้ไปได้เสียที่บ่อนไพ่ตั้งมากมาย”
มาลาตีชะงักอึ้ง
ไรวินท์เดินตามมาลาตีเข้ามาในห้อง มาลาตีเดินหน้านิ่งๆ “มาลาตี บอกแม่น้องทีสิ ว่าพี่ไม่อยากให้เธอเอาเงินที่พี่หามาให้ด้วยความ ยากลำบาก ไปเข้าบ่อนไพ่เสียหมด”
มาลาตีหันมา ทำหน้าตกใจเว่อร์ “อุ๊ย แม่ไม่ได้ไปเข้าบ่อนนะคะคุณพี่ เขาแค่ไปเล่นกับ เพื่อนกันนิดๆหน่อยๆ ทีละสตางค์สองสตางค์ ผู้หญิงแก่ๆไม่มีอะไรทำ ก็เล่นไพ่กัน ปกตินี่คะ ไม่มีเอาเงินเอาทองกันมากหรอกค่ะ รับรองได้”
“งั้น ที่เจ้าหนี้มาทวงถึงบ้านนั่น คงไม่ใช้เจ้าหนี้บ่อนไพ่ใช่ไหม”
“เฮ้อ คุณพี่ก็จับแพะชนแกะไปเรื่อย น้องบอกแล้วไงคะ ว่าเพื่อนแม่หนีหนี้ แม่เป็น นายประกันให้ เลยต้องใช้หนี้แทน อีกเจ้าก็เป็นเจ้าหนี้เงินผ่อน ที่แม่ไปซื้อข้าวของ มาเข้าบ้าน เงินสดจะไปเอาที่ไหน ของหลังสงครามแพงเหมือนจะตาย เงินเดือนคุณพี่ก็ขึ้นไม่ทันราคาของหรอก”
ไรวินท์ฟังมาลาตีสาธยายจนเกือบลืมเรื่องที่ถาม จนเหลือบไปสะดุดที่จี้นิลน้ำเงิน เม็ดใหญ่บนตัวมาลาตีเข้า
“นั่นเธอไปซื้อเครื่องเพชรใหม่มาหรือ พี่ไม่เคยเห็น แล้วเอาเงินมาจากไหน”
มาลาตีเกือบสะดุ้ง ยกมือทาบ อกไม่รู้ตัว ตอบอ้อมแอ้ม “ไม่ได้ซื้อใหม่ค่ะ คือ เอา เข็มขัดทองของเก่าไปขาย ทองมันราคาดี ก็เลย..ซื้อพวกนี้มา”
“เธอขายของเก่าได้ ก็น่าจะเก็บเงินไว้ ไปซื้อของใหม่แพงๆอีกทำไม”
“อุ๊ย ไม่แพงค่ะ รวมทั้งชุดแล้วก็พอๆกับเข็มขัดทอง แหมคุณพี่ น้องก็ต้องมีอะไรไว้ ใส่ไว้แต่งตัวบ้าง น้องเป็นภรรยาหัวหน้ากองนะคะ ไปงานไหน คนจะได้ไม่ดูถูก”
ไรวินท์ถอนใจส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะสืบสาวเรื่องราวต่อไปจากใคร

เรือนเล็กบ้านสีนวล สีนวลผอมซูบ ซีดเซียว ดูไม่มีเรี่ยวแรง เดินเซๆมา ในเสื้อผ้าถุงเก่าๆ รับจดหมายน้อยจากแม่อุ่ม ที่มายื่นให้ที่ระเบียงเรือนเล็ก “จากคุณไรวินท์จ้ะ”
สีนวลตาวาว หัวใจพองโตขึ้นมาในบัดดล รีบเปิดจดหมายออกดู
ข้อความในจดหมาย “แม่สีนวล ฉันละอายเกินกว่าจะไปสู้หน้าเธอได้..”
“ฉันละอายเกินกว่าจะไปสู้หน้าเธอได้ ฉันยังไม่มีเงินมาใช้หนี้เธอ ขอเป็นว่า เมื่อใดฉันมีเงินพอจะคืนเธอได้ ฉันจะกลับไปหาเธอเอง” สีนวลนึกภาพไรวินท์อดีตกำลังเขียนจดหมายอยู่ที่โต๊ะ บ้านมาลาตี “ขอบใจที่เธอเป็นห่วงฉัน ไม่ต้องเขียนมาหาฉันอีก ไม่ต้องเป็นห่วงฉันด้วย ฉันสบายดี มีข่าวเมื่อใด ฉันจะส่งข่าวถึงเธอเอง..ไรวินท์”
สีนวลสีหน้าสลดเล็กน้อย แต่แววตาแอบมีความหวัง

ที่หีบเก็บสมบัติหัวนอนสีนวลถูกลากมา และเปิดออก สีนวลใส่จดหมายไรวินท์อดีตที่ได้มาลงไป รวมกับฉบับก่อนๆหน้าอีก4-5ฉบับ สีนวลทิ้งตัวลงนั่งที่ที่นอนที่ปูกลางห้อง ติดเสาเรือน ใกล้ที่เสา เห็นมือสีนวลหยิบมีดเล็กที่วางอยู่ในเชี่ยนหมากโคนเสา ขึ้นมาขีดกรีดลงที่เสา ต่อจากรอยขีดเก่าอีกนับสิบเป็นริ้วยาว “ฉันรอพี่ ยังไงฉันก็จะรอ..” สีนวลหมดแรง นอนลง หลับตา น้ำตาไหลปลายหางตา
สีนวลนอนซมแน่นิ่ง หันหลังให้ประตูห้อง
ป้าใหญ่โผล่ประตูมาเห็น ตกใจ “แม่สีนวล..แม่สีนวล!” สีนวลพลิกมาเพ่งมองสักพัก แล้วพอเห็นหน้าชัดว่าเป็นป้าใหญ่ ยกมือพนม น้ำตาไหล “นี่เธอเป็นอะไรกันแน่..สีนวล..อาการเธอไม่ใช่น้อยแล้วนะ”
แพรขาว ไรวินท์ยืนมองด้านนึง มองเลยไป เห็นรอยขีดที่เสา แพรขาวเดินเข้าไป คุกเข่าดู เงยหน้ามาถามไรวินท์
“นี่มัน..อะไรคะ”
“แม่สีนวล..ใช้มีดบากเป็นรอยไว้..เพื่อนับวัน..ว่านับตั้งแต่เธอป่วย..เป็นเวลานานแค่ไหน..กี่วัน..กว่าฉันจะกลับมาหา”
“แล้ว..มันนานแค่ไหนกันคะ”
ไรวินท์นิ่ง

ตึกมหาดไทยข้าราชการเดินกันไปมาขวักไขว่ ไรวินท์กำลังเปิดจดหมายป้าใหญ่ออกอ่าน “ แม่สีนวลป่วย อาการหนัก พ่อวินควรมาเยี่ยม” ไรวินท์เงยหน้าจากจดหมายด้วยความยุ่งยากใจ
มาลาตีนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานในชุดเดินทางสวยหรู เตรียมเดินทางไปกับสามี ไปราชการต่างจังหวัด มองสังเกตอยู่ “จดหมายใครคะ คุณพี่?”
“ป้าของพี่”
มาลาตีลุกพรวด “ป้าพี่ที่ชอบเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาฟ้องนะหรือคะ ทำไมอีกคะ?”
“ป้าเขียนมา..บอกว่าสีนวลป่วยหนัก..ทำยังไงดี เย็นนี้ต้องขึ้นรถไฟแล้ว เหลือเวลาแค่สามชั่วโมง” ไรวินท์วางจดหมายไว้บนโต๊ะ
“เจ้ากรรม! แล้วมาป่วยเอาวันที่คุณพี่จะเดินทางไปราชการเมืองเหนือ”
“คนจะป่วย เลือกวันเวลาได้ที่ไหนกันเล่า” ไรวินท์มองนาฬิกาข้อมือ “เอ ทำไงดี..เธอจะไปกับพี่ไหม”
“ไม่ละค่ะ เรื่องอะไรน้องจะไป คุณพี่ก็ไม่ต้องไปหรอกค่ะ คนป่วยกว่าจะหายก็นานเป็นเดือนๆ ไว้เรากลับมาจากหัวเมืองก่อนก็ยังทัน นี่ไปแค่ ๕วันเอง”
ไรวินท์ชักคิดลังเล เสียงเคาะบังตาดังแทรกมาพอดี เสมียนหน้าห้องเปิดเข้ามาพร้อมเอกสารปึกใหญ่ “เอกสารที่ท่านต้องลงนามภายในวันนี้ครับ”
ไรวินท์มองเอกสารกองโตที่เสมียนเดินมาวางให้บนโต๊ะตรงหน้าที่ต้องทำให้เสร็จ และเริ่มลงมือเซ็น โดยลืมจดหมายน้อยจากป้าใหญ่ที่ถูกกองเอกสารวางทับไปทันที
หมอฉีดยาให้สีนวล สีนวลสลึมสลือมองเห็นหมอหนุ่มที่ฉีดยาให้ เบลอๆ ไม่ชัดนัก เสื้อขาวๆ คิดว่าเป็นไรวินท์ สีนวลที่ผอมโทรม ไม่มีเรี่ยวแรง ไข้ขึ้นสูง ครางเสียงแหบแห้ง “.พี่วิน..พี่วิน..พี่วินมาหรือคะ”
ป้าใหญ่และเด็กข้างบ้านยืนมองห่างๆอย่างเวทนาสงสาร หนักใจ
“แม่สีนวลประเดี๋ยวพ่อวินคงมานะ ฉันเขียนจดหมายไปบอกเขาแล้ว นี่หมอเขามาฉีดยาให้ไข้จะได้ลง”
“ไข้ขึ้นสูงมากเลยครับ น่าเป็นห่วง พาไปนอนที่โรงพยาบาลจะดีกว่า”
แพรขาวยืนมองด้วยแววตาสลด
สีนวลหยุดร้องครางนิ่ง ก่อนค่อยๆเหลียวตาขวางจ้องหน้าหมอ เสียงเปลี่ยนทันที หนักแน่น “ไม่ไป” ป้าใหญ่ หมอ หันมองสีนวลเป็นตาเดียว “ฉัน-ไม่-ไปไหน! จะอยู่ที่นี่..ฉันต้องอยู่นี่”
“แม่สีนวล เชื่อหมอเถอะ หมอเขาเป็นห่วง เธออยู่นี่ก็ไม่มีคนดูแล ข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน เป็นอะไรไปจะไม่มีใครช่วย”
“ไม่ค่ะ! ถ้าฉันต้องตาย ก็จะตายที่นี่ ฉันจะอยู่ที่นี่!”
“ถ้าอย่างนั้น ไม่เป็นไรครับ นอนพักผ่อนเถิดครับ แล้วพรุ่งนี้หมอจะมาดูใหม่”
ป้าใหญ่สีหน้าจนใจ แพรขาวหันมา เห็นไรวินท์ยืนข้างๆ “เฮ้อ ชั้นไม่เข้าใจคุณสีนวลจริงๆ จะไปรอคนใจดำคนนั้นทำไมอีก จริงไหม”
“จริง..ทั้งใจดำ ทั้งเขลา”
แพรขาวหันไป มองไปที่แววตาแข็งกร้าวของสีนวล แล้วชะงัก “..แต่แววตาคู่นี้ ทำไมฉันคุ้น เหมือนเคยเห็นที่ไหน”
แพรขาวพยายามนึกจริงจัง ไรวินท์มองหน้า รู้สึกแปลกใจ

พระจันทร์สีช้ำหม่น จากมุมบานหน้าต่างห้องสีนวล
“โอย..โอย..” จานข้าววางทิ้งแห้งอยู่ข้างเตียงนอนสีนวล ไม่ถูกแตะกินแม่แต่นิด สีนวลหายใจแรงฟืดฟาด หลับตาร้องคราง ปวดเนื้อตัว กระสับกระส่ายไข้ขึ้นสูง ไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง “พี่..พี่วิน ฉันรอพี่..รอพี่ พี่..”
รับฝีเท้า ไรวินท์ในจินตนาการ มาหยุดยืนมองสีนวลอยู่ที่ข้างเตียง “แม่สีนวล”
สีนวลยังหลับตา ครางเพ้อ“พี่วิน พี่วิน..”
“ฉันมาแล้ว”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15 วันที่ 26 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ