อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/2 วันที่ 26 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/2 วันที่ 26 มี.ค. 59

“โอย..โอย..” จานข้าววางทิ้งแห้งอยู่ข้างเตียงนอนสีนวล ไม่ถูกแตะกินแม่แต่นิด สีนวลหายใจแรงฟืดฟาด หลับตาร้องคราง ปวดเนื้อตัว กระสับกระส่ายไข้ขึ้นสูง ไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง “พี่..พี่วิน ฉันรอพี่..รอพี่ พี่..”
รับฝีเท้า ไรวินท์ในจินตนาการ มาหยุดยืนมองสีนวลอยู่ที่ข้างเตียง “แม่สีนวล”
สีนวลยังหลับตา ครางเพ้อ“พี่วิน พี่วิน..”
“ฉันมาแล้ว”

สีนวลหยุดร้อง ลืมตา หันมอง “พี่!” ไรวินท์ยืนมองหน้านิ่ง “พี่ ฉันรอพี่ พี่กลับมาแล้ว! กลับมาหาฉันแล้ว” สีนวลพยายามจะลุกหา ไรวินท์แสยะยิ้มอย่างเย็นชาแล้วจางหายไป “พี่จะไปไหน? พี่! เดี๋ยว!” สีนวลพยายามตะเกียกตะกายตาม จนถลาร่วงจากเตียงมือโดนจานข้าวหล่นกระจาย มีแต่ลมพัด ม่านปลิว ไม่มีใคร “ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว พี่อย่าไปไหน“ สีนวลพยายามตะเกียกตะกายไปที่ประตู แต่ไปได้ไม่ไกล “พี่ต้องมาอยู่กับฉัน พี่..พี่!” สีนวลได้แต่ร้องเรียกสุดเสียงที่มี อย่างหมดหวัง


เรือนเล็กบ้านสีนวลยามสาย ฟ้าครึ้มๆ แพรขาวมายืนมองอยู่ที่หน้าเรือนเล็กของสีนวล กำลังแหงนสะดุดมองสนใจไปที่หน้าจั่วของเรือน “นี่มันหน้าจั่วของเรือนที่ฉันอยู่นี่?”
“ใช่..”
แพรขาวที่กำลังสงสัย ไม่แน่ใจอยู่ ต้องสะดุดหันไปมองเมื่อมีใครกำลังเดินมา
ป้าใหญ่เดินรี่ขึ้นเรือน ไปดึงประตูเปิด ก่อนตะโกนเรียกขึ้นไปชั้นบน “แม่สีนวล เป็นยังไงบ้าง!”
แพรขาวมองตาม รีบตามไป ไรวินท์มองตามไปด้วยความเศร้าไม่อยากดู

ป้าใหญ่เดินมาถึงหน้าห้องนอนสีนวล เหลือบไปเห็นมือสีนวลผอมซีดอยู่ที่หน้า พื้นประตู แพรขาวที่เดินตามมาด้วยตกใจ
“แม่สีนวล!” ป้าใหญ่รีบเข้าไปดู เห็นสีนวลนอนกองอยู่ที่พื้น ร้องครางเบาๆอย่างคนจะหมดเสียง ตายังลืมมองจับจ้องที่ประตู จนแพรขาวมองตามว่านางมองอะไร
“พี่ พี่..พี่วิน”
ไรวินท์ที่ตามแพรขาวมา ยืนดูอยู่ตรงนั้น
“นี่เธอจะไปไหน ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้” ป้าใหญ่รีบเข้าไปประคองสีนวล แต่ถึงกับสะดุ้งทันที เมื่อจับตัวสีนวล “ต๊าย! นี่ทำไมตัวร้อนจี๋อย่างนี้แม่สีนวล ไข้ไม่ลงเลยหรือนี่ เธอต้องไปโรงพยาบาล! ตายแล้วๆ”
“ไม่ไป ไม่ไป..ฉัน..จะอยู่ รอพี่วิน..ที่นี่”
“ไม่ได้แล้วแม่สีนวล ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ อย่าดื้อเลย ฉันจะไปหาคนมาพาเธอไปหาหมอ” ป้าใหญ่พูดจบ จะลุกออกไป
สีนวลรีบคว้าดึงมือไว้ จนป้าใหญ่ชะงักหัน “ไม่! อย่าไป” พูดจบสีนวลมีอาการชัก ทุรนทุราย หายใจสั้นตื้น มือยังจับป้าใหญ่ไว้แน่น
“ว้ายๆ แม่สีนวล! เป็นอะไร ว้าย! ช่วยด้วยๆ”
แพรขาวแทบไม่อยากดูต่อไป สงสารจับใจ อาการชักสีนวลลดลง จนมาเป็นกระตุกๆเป็นระยะ สีนวลกลับมาพอมี สติ มองหน้าป้าใหญ่ ดึงมือเข้ามาพร้อมกับยัดพวงกุญแจโบราณพวงโตให้ไป “ให้..พี่ พี่วิน..ด้วย”พูดจบคำสุดท้าย สีนวลขาดใจทันที ตาลืมค้างนิ่งเหมือนเป็นการกำชับกำชากับป้าใหญ่
ป้าใหญ่แทบช็อค “แม่สีนวล!”
แพรขาวมองด้วยความสลดสงสารสีนวลจับใจน้ำตาร่วงเผาะ ไรวินท์ที่ยืนที่ประตูก้มหน้าลง เสียใจกับการกระทำของตัวเองที่ต้องทำให้ผู้หญิงที่รักตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา เหมือนขออโหสิ
แพรขาวมองไรวินท์ด้วยความไม่พอใจ

ไรวินท์ในชุดข้าราชการ ลงจากรถพร้อมกระเป๋าเอกสาร สีหน้าสดชื่น เขาเข้ามาที่โต๊ะวางกระเป๋าลงยังไม่ทันทำอะไรเสียงเคาะบังตาก็ดังพร้อมกับหน้าเสมียนที่เปิดเข้ามา
“ว่าไง?”
“มีคนเอามาฝากให้ท่านตั้งแต่วันพฤหัสบดีครับ”
ไรวินท์รับจดหมายน้อยที่เสมียนยื่นส่งให้อย่างสงสัย เขาอ่านจดหมายด้วยความช้อคที่สีนวลเสียแล้ว ไรวินท์เข่าอ่อน ทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ ซบหน้ากับฝ่ามือ

ฟ้าแดงฉาน เหงาๆ ตะวันรอนกำลังจะลาลับ ไรวินท์ในชุดเชิ้ตขาวเนคไทดำกางเกงดำ ที่เดินใจเต้น ใจหายวูบๆ เดินตรงเข้าไปที่ศาลาสวดฯหลังหนึ่งที่เงียบเหงา ไม่มีคนเลย ไรวินท์มาหยุดยืนมองอย่างใจหาย สายตาปะทะเข้ากับบางอย่างตรงหน้า ไรวินท์เห็นเงาตัวเองสะท้อน ลงบนกระจกรูปถ่ายสีนวลบนขาหยั่งหน้าหีบศพ สีนวลสีหน้าอมทุกข์อมโศกเหมือนมองตัดพ้อน้อยใจ
ไรวินท์สะท้อนใจ ทำอะไรไม่ถูก ใจเต้นไม่เป็นส่ำ จนไม่เป็นอันกราบศพ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้ารูป “พี่ขอ..” ไรวินท์จะขออโหสิกรรม แต่ยังพูดไม่ทันจบ
เสียงป้าใหญ่ดังขึ้น “เออแน่ะ! สวดคืนสุดท้าย เพิ่งจะโผล่มา” ไรวินท์หันไป เจอป้าใหญ่มายืนอยู่ สีหน้าน้ำเสียงทั้งตำหนิทั้งรังเกียจ “รออยู่ตั้งกี่วันกว่าพ่อโฉมเอกจะมาได้ นี่ฉันว่าจะต้องทำศพแม่สีนวลแบบผีไม่มีญาติเสียแล้ว เมียก็รออยู่จนหมดลม หวังว่าผัวจะมาดูใจก็ไม่มี”
ไรวินท์หน้าจ๋อยซีด ยกมือไหว้ “ผมไปราชการทางเหนือหลายวัน กลับมาเมื่อวาน เสมียนเก็บจดหมายคุณป้าไว้ เพิ่งส่งให้ผมเมื่อเช้านี้เอง” ป้าใหญ่มองอย่างไม่คิดเชื่อแม้แต่น้อย ไรวินท์ต้องขยับตัวอย่างอึดอัด พอดีกับญาติพี่น้องทางสีนวลเพิ่งเข้ามาถึงศาลา ไรวินท์อดีตเลยหันไปยกมือไหว้ “..สวัสดีครับ”
ญาตสีนวลมองไรวินท์อดีตอย่างตัวประหลาดรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ เดินเลี่ยงไปหาที่นั่งไกลๆ
ไรวินท์หน้าจ๋อยๆ ก่อนหันไปถามป้าใหญ่ “สีนวลเป็นอะไรตายครับ?”
“ตรอมใจตายน่ะสิ ยังมีหน้ามาถาม” ป้าใหญ่ตอบสะบัดเสียงด้วยความเคืองสุด ทำเอาไรวินท์อึ้งหน้าชาไปทันที แต่ยังคิดจะซักต่อให้หายสงสัย

เสียงพระสวดฯดัง ไรวินท์นั่งฟังสวด เหม่อนิ่งอยู่แถวหน้าลำพัง ป้าใหญ่กับลูกหลาน 2-3 คน นั่งพนมมือฟังอยู่ห่างออกไป พากันซุบซิบมองเป็นระยะ มีญาติพี่น้องสีนวลที่นั่งแยกไปอยู่อีกกลุ่ม
แพรขาวมานั่งลงข้างๆ ไรวินท์ หันมองหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ พูดกับไรวินท์ที่ไม่เห็นและไม่ได้ยินเธอ “คุณนี่มัน..เหลือเกินจริง ทำตัวจนไม่มีใครยากคบหา ดูซิ มีแต่คนเขาไม่อยากเสวนาด้วย” แพรขาวสะดุด เมื่อเพิ่งเห็นว่าเหมือนมีใครมานั่งอยู่ข้างไรวินท์อีกข้างหนึ่ง เลยค่อยโน้มตัวมอง แต่ก็แทบสะดุ้ง เพราะเห็นวิญญาณสีนวลนั่งหน้าอมทุกข์ นิ่ง หน้ามองตรงอยู่ น้ำตาไหลเป็นสาย “คุณสีนวล!”แพรขาวขนลุกวาบ นึกไม่ถึง ดึงตัวกลับมานั่งตัวตรง ก่อนลองหันโน้มตัวมองไปอีก ครั้ง ไม่เห็นสีนวลแล้ว แพรขาวอึ้งๆ มองหาไปมา แต่ไม่มีสีนวลแล้ว
ไรวินท์เดินเข้ามา เห็นหน้าแพรขาวซีดๆ “เป็นอะไร มีอะไร..”
“ฉันเห็น..ผี..คุณสีนวลอยู่ที่นี่ด้วย”
ไรวินท์ตกใจ “จริงหรือ..”
แพรขาวพยักหน้าถี่ๆ ไรวินท์ได้ฟังถึงกับอึ้ง

งานสวดเสร็จสิ้นพระ 4 รูปกำลังเดินกลับเป็นแถว ญาติสีนวลกำลังเดินกลับ ไรวินท์ยืนส่งหน้าศาลา ยกมือไหว้ลา
พี่ชายสีนวลเลยพูดขึ้นเสียงขุ่นๆ “จะเผาเมื่อไหร่ ส่งข่าวบอกกันด้วย เรื่องบ้านจะทำอย่างไรก็แล้วแต่เธอ พวกฉันไม่เกี่ยวข้อง”
“บ้านอะไรกันครับ”
“บ้านที่สีนวลเขาอยู่ไงล่ะ อุตส่าห์มีแก่ใจยกให้เธอ แต่ถ้ายังมียางอายอยู่บ้างก็ไม่น่าจะรับ ถวายวัดไปยังได้บุญกว่า เธอไม่เคยให้อะไรน้องฉัน มีแต่มาเอา เอาจนหมดเนื้อหมดตัว น่าจะพอแล้วนะฉันว่า” พูดจบญาติสีนวลหันพากันเดินจากไปทันที ปล่อยให้ไรวินท์อึ้งงงอยู่อย่างนั้น หันไปเห็นป้าใหญ่รีๆรอๆอยู่ เลยเดินเข้าไปหา
“สีนวลยกบ้านให้ผมหรือครับ”
ป้าใหญ่ค้อนตาเขียว ตอบกระแทกเสียง “ย่ะ ก็เหลืออยู่อย่างเดียวนี่ล่ะ เขาสั่งไว้ก่อนตายนี่ เอ้า เอาไป..” ป้าใหญ่ยื่นพวงกุญแจโบราณ กระแทกใส่มือไรวินท์ “เธอจ่ายค่างานศพให้วัดก็แล้วกัน ฉันไม่ออกให้ล่ะ ทีแรกนึกว่าจะต้องทำศพแบบอนาถา ว่าจะรับเป็นเจ้าภาพเอง เธออุตส่าห์มาก็รับภาระไปเถอะ ได้บ้านมาตั้งหนึ่งหลัง ขายเสียก็คุ้ม”
“ครับคุณป้า ผมจัดการเอง” ไรวินท์มองพวงกุญแจในมือ อย่างไม่คาดคิด ไม่รู้จะทำยังไง

ไรวินท์ก้าวเดินไปตามทางหน้าบ้านเรือนเล็กที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ขึ้นรกรุงรัง ไรวินท์เห็นเรือนเล็กสภาพเก่าโทรม เถาตำลึงเลื้อยคลุมรกเรื้อพันหน้าจั่ว ไรวินท์มองอย่างหดหู่ พวงกุญแจโบราณถูกนำไปไขประตูเปิดออก ภายในค่อนข้างเก่าของวางเป็นระเบียบ เครื่องเรือนมีอยู่น้อยชิ้น ไรวินท์เดินสำรวจ เห็นว่าห้องส่วนใหญ่ถูกปิดล็อคไว้หมด แสดงว่าไม่ถูกใช้ เลยหันเดินขึ้นไปดูข้างบน

ห้องนอนถูกเปิดออก ไรวินท์ยืนมองอย่างเศร้าใจ จู่ๆพลันนึกย้อนไปถึงสีนวล
สีนวลนิ่งมองกระดาษตรงหน้านิ่ง น้ำตาร่วงเผาะ เสียงแหบเครือ “ฉันจะรอ..จนพี่กลับมา”
ไรวินท์กวาดตามองเข้าไปในห้อง ข้าวของมีราคาไม่มีให้เห็นสักชิ้น เหลือแต่ตู้ที่เคยใส่ของเหล่านั้นว่างเปล่าตั้งอยู่
ไรวินท์ตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ปลายเตียงออกดู เห็นเสื้อผ้าสีนวลวางพับ เรียบร้อย นึกหยิบขึ้นมาคลี่ดู เห็นแต่เสื้อเก่าๆ มีรอยชุนเย็บเกือบทุกตัว ดูไปไม่มีของใหม่แม้แต่ชิ้นเดียว ไรวินท์เห็นหีบของสมบัติสมัยแม่วางด้านนึงอย่างสนใจ ยกมาเปิด
ในนั้น พบถุงผ้าไหมเล็กๆ ใกล้กันมีซองจดหมายปึกใหญ่ วางซ้อนอย่างมีระเบียบ ไรวินท์เกือบไม่ได้สนใจ เลยหยิบถุงขึ้นมา แต่เกี่ยว ติดเอาซองจดหมายฉบับหนึ่งร่วงไปที่พื้น เมื่อเปิดถุงออกเจอธนบัตร ปึกเล็กๆพับซ้อนๆกันอยู่ราวสามร้อยบาทก่อนก้ม ลงไปเก็บซองจดหมายขึ้นมา ไปสะดุดกับลายมือจ่าหน้าซองว่า “คุณสีนวล”
ไรวินท์ชะงัก เหลือบมองต่อไปเห็นลายเซ็น ที่เขาเจนตา “จดหมายฉันหรือ!” ไรวินท์ฉงนมาก มองไปที่ปึกซองจดหมายที่เหลือทั้งหมด

ไรวินท์เดินมาเปิดจดหมายไล่เรียงแต่ละฉบับออกดูที่ริมหน้าต่างห้องนอน
ข้อความในจดหมายฉบับแรก“แม่สีนวล ฉันคิดดูแล้วว่า ได้มอบบ้านและเงินให้เธอไปมากมาย เธอคง ไม่ขัดข้อง ถ้าฉันจะขอของแต่งตัวของแม่ฉันกลับมาบ้าง เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึง คุณแม่..” ตอนนั้น สีนวลวางเข็มขัดทองเส้นใหญ่ กับแหวนทับทิม และตุ้มหูลงในกล่อง “ฉันจะรักษาของเหล่านี้ไว้อย่างดี ช่วยฝากของมากับแม่ชะอุ่ม คนที่ถือ จดหมายนี้ เขาเป็นบ่าวคนสนิทของฉันเอง ไว้ใจได้ หวังว่าเธอคงทำตามที่ฉัน ประสงค์..ไรวินท์”
ไรวินท์อึ้งทันที “นี่มันอะไรเนี่ย!”
ไรวินท์งง ฉงน รีบเปิดอ่านฉบับต่อไป ข้อความในจดหมายฉบับต่อมา “แม่สีนวล ขอบใจมากที่ส่งเข็มขัดทอง แหวนตุ้มหูมาให้ แต่ฉันจำได้ว่า แม่ฉันมีมากกว่านี้ มีสร้อยหรือกำไลด้วย ฉันจำได้ไม่ถนัด ขอให้เธอละอายบ้างที่กอบโกยไปจากฉันมากมายแล้ว ของเล็กๆน้อยๆแค่นี้จะให้กันไม่ได้ วิญญาณแม่ฉันคงไม่ไปสู่สุคติ ถ้ารู้ว่าลูกชายไม่ได้ของที่เป็นสมบัติของแม่..ไรวินท์”
ไรวินท์เริ่มมึน รีบกวาดตาดูฉบับต่อไป
ข้อความในจดหมายฉบับต่อมา “แม่สีนวล โปรดเห็นใจ ฉันมีเรื่องเดือดร้อน อยากขอให้ช่วยเหลือ มาลาตีไปก่อหนี้สินไว้ให้ฉัน มากมาย ฉันยื่นคำขาดไปแล้วว่าจะเลิกกับหล่อน แต่จำเป็นต้องใช้หนี้สินที่หล่อน ก่อไว้ มิฉะนั้นเจ้าหนี้จะเอาเรื่อง ไปฟ้องเจ้านายให้ฉันต้องออกจากราชการ ถ้าหากว่าเธอมีเงินมาให้ฉันสักแปดพันมาแก้ขัดก่อน แล้วฉันจะใช้คืนเธอโดยเร็ว ที่สุด”
สีหน้าไรวินท์ ซีดเผือด “แปดพันบาท! แม่สีนวลนี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถึงไม่รู้!”
ไรวินท์หน้าร้อนผ่าว มึนตึง จดหมายแทบจะร่วงจากมือ ตัวชาตาพร่า เซไปชนเสากลางห้อง สูดลมยาว ก่อนรวบรวมสติแข็งใจอ่านจดหมายฉบับที่เหลือ
ข้อความในจดหมายฉบับต่อมา “แม่สีนวล ขอบใจมากที่ฝากเงินแม่ชะอุ่มมาให้ฉัน ฉันนำไปชำระหนี้แล้ว..แต่ยังไม่พอ ขาดอยู่อีกสองพันบาท ตอนนี้ฉันกำลังคิดจะลาออกจากราชการ เพื่อหาเงินก้อนสักห้าพันบาทมาจ่ายหนี้ให้หมด ที่เหลือให้มาลาตีไปตามที่หล่อนร้องขอ หล่อนสัญญาว่าได้เงินไปแล้วจะไม่มารบกวนฉันอีกเป็นอันขาด”
ไรวินท์พึมพำเบาๆกับตัวเอง “?ห้าพัน..”
ไรวินท์กวาดตาอ่านฉบับสุดท้ายจนเสร็จ แทบหมดเรี่ยวแรง จดหมายที่เหลือ ร่วงกราวกระจาย ไถตัวเข่าอ่อนทรุดอยู่กลางห้อง “แม่สีนวล ..ฉันไม่ได้เป็นคนเขียนจดหมายพวกนี้เลย..แม้เพียงฉบับเดียว..”
พลันไรวินท์เริ่มคิดขึ้นมาว่าคนที่เขียนจดหมายและกำลังเขียน ลายเซ็นลงท้ายว่า “ไรวินท์” เป็นมาลาตี “มาลาตี เธอ..” ไรวินท์เหมือนโดนตีกระหน่ำ โบยเฆี่ยนไปทั้งร่าง หลับตา ขบฟันกรอด ภาพมาลาตีหลั่งไหลย้อนความผุดขึ้นมาในหัวทันที
“คุณมาพบผม ก็เรื่องพินัยกรรมของคุณสุดสวาท ใช่ไหม?”
“ค่ะ ดิฉันคาดการณ์ว่าคุณพี่สุดสวาทน่าจะขอให้คุณเป็นพยานในพินัยกรรมฉบับใหม่นี้ ที่เธอจะบังคับให้คุณพ่อเซ็นชื่อ โปรดเชื่อดิฉันเถอะค่ะ ไม่ใช่ความประสงค์ของคุณพ่อแน่นอนคุณพ่อรักดิฉันมาก ท่านเป็นห่วง ท่านไม่มีวันยอมทอดทิ้งให้ดิฉันกับแม่อดตาย ดิฉันขอกราบ.. “ มาลาตีก้มกราบลงกับอกไรวินท์ทันที “ขอร้องท่านว่า..กรุณาอย่ารับเป็นพยานให้คุณพี่สุดสวาทเลยนะค่ะ”
ไรวินท์ผงะนึกไม่ถึงว่ามาลาตีจะกราบอก และตกใจกับถ้อยคำขอร้องนั้นแววตาเริ่มหนักใจ มาลาตีเงยหน้า ช้อนตามอง แทบจะปริ่มน้ำตาไหลนองเสียงเริ่มสั่น แววตาวิงวอนสุดๆ ไรวินท์สบตามาลาตี ใจอ่อนยวบยาบ

มาลาตีนั่งสวยๆที่ชิงช้า ทำหน้าตกใจหวาดเสียวไปกับเรื่องที่ ไรวินท์อดีตที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเล่าให้ฟัง
“ทำไมคุณพี่สุดสวาทถึงใจร้ายอย่างนี้”
“ผมเห็นท่าไม่ดีก็เลยตัดบท ขอขึ้นไปเยี่ยมคุณหลวงท่านเสร็จก็รีบบึ่งมาพบคุณเลย”
มาลาตียิ้มอย่างน่ารัก น่าสงสาร มีความหวังอย่างละห้อย “คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างคะ ท่านดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ”
ไรวินท์หนักใจ “ทรุดลงไปมาทีเดียว”
“โธ่คุณพ่อ เสียดายเหลือเกินที่จะไม่ได้เห็นหน้าคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดิฉันเป็นคนมีวาสนาน้อยจริงๆ”
ไรวินท์ทรุดนั่งลงข้างๆ บนชิงช้า “คุณมาลาตี”
มาลาตีกรีดนิ้วน้ำตา วางมืออีกข้างนึงไว้บนชิงช้า ใกล้ขาไรวินท์ ไรวินท์เคลื่อนมือไปจะกุมมือมาลาตีไว้ เกือบๆ..แต่หยุด ยังยั้งใจเอาไว้

ไรวินท์ยังตามมองอิริยาบถที่งุ่นง่านของมาลาตี ด้วยสายตาที่เอ็นดูไม่วางตา
“อย่าเพิ่งโมโหโทโสไปเลย พี่ก็พยายามเกลี้ยกล่อมสุดสวาทอยู่ หวังว่าเขาจะอ่อนลง อีกไม่นาน”
มาลาตียิ้มอย่างน่ารัก น่าสงสาร มีความหวังอย่างละห้อย“ขอให้สำเร็จทีเถอะค่ะ สาธุ”
ไรวินท์พูดทีเล่นทีจริง “แล้วถ้าพี่ทำสำเร็จ”
มาลาตีรอฟัง “คะ?”
“จะได้รางวัลอะไร บ้างนะ?”
มาลาตีมองสบตาอย่างเปิดเผย ก่อนยิ้มน้อยๆชม้ายตาให้ จนไรวินท์แทบจะละลาย

“เรื่องคดี..พี่เสียใจด้วยนะ”
มาลาตีสะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที “มาลาตีเสียใจ..มาลาตีไม่สามารถรักษามรดกของคุณพ่อไว้ได้ ถ้าวิญญาณคุณพ่อรู้คงเสียใจ ที่ลูกน้อยมาลาตีถูกโกงมรดกไปไม่เป็นธรรม..ฮือๆๆๆ”
“ไม่เป็นไรๆ..พี่อยู่นี่แล้ว” ไรวินท์กอดปลอบมาลาตีที่สะอึกสะอื้นไม่หยุด
ไรวินท์น้ำตาซึมร่วงด้วยความเจ็บแค้น “หลอกใช้ฉันมาตั้งแต่แรก เธอไม่ได้รักฉัน! เธอพลาดหวังมรดก เลยมาเกาะฉันใช่มั้ย!” ไรวินท์ชะงักนึกความต่อขึ้นมาได้

“ผู้หญิงอย่างนี้ มันไม่รักพี่จริงหรอก วันหนึ่งพี่จะต้องกลับมาตายรัง”
“ฉันบอกให้หยุดไงเล่าสีนวล! เธอไปได้แล้วอย่ามาก่อนเรื่องอีกโน่น!”

“อ้าว! แล้วของของแม่คุณพี่ล่ะคะ เศรษฐีนีอย่างคุณแม่ยังไงก็ต้องมีเพชรนิล ทองหยองเก็บเอาไว้ มันเป็นมรดกของคุณพี่ทั้งนั้น พี่ต้องไปเอากลับมา จะไปทิ้งให้เขาชุบมือเปิบได้ยังไง” มาลาตีไม่ยอม ไรวินท์อดีตเงียบอึ้ง “ว่าไงล่ะคะ มันอยู่ที่ไหน ทองหยองทั้งหลายของแม่พี่?”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/2 วันที่ 26 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ