อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/4 วันที่ 26 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/4 วันที่ 26 มี.ค. 59

กลุ่มเจ้าพ่อ และสมุนเข้ามา มาลาตีในชุดที่ดูฉูดฉาดกระโปรงเข้ารูปชายบานๆคอกว้าง โป๊เล็กน้อย ล่อแหลม ควงมากับเจ้าพ่อหนุ่มใหญ่ในชุดสากล เจ้าพ่อโอบมาลาตีมานั่งโต๊ะหน้า บริกรมาต้อนรับ ไรวินท์ก้มหน้าก้มตาเล่นเปียโนไป ไม่สังเกตอะไร
บริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ มาลาตีจัดแจงรินเครื่องดื่ม ผสมอย่างคล่องแคล่ว ป้อนเจ้าพ่อ วงดนตรีขึ้นเพลงใหม่ เป็นเพลง ชะชะช่า บรรดาคนเที่ยวท่าทางคึกคัก ออกมาเต้นมากขึ้น ไรวินท์บรรเลงอย่าสนุก เจ้าพ่อลุก ดึงมาลาตีออกไปเต้น มาลาตีเต้นอย่างชำนาญกับเจ้าพ่อ เต้นไปเต้นมา มองไปทางวงดนตรี มาลาตีเบิกตากว้าง เห็นไรวินท์

ไรวินท์เล่นเปียโนเพลินๆ แต่พอเงยมา สบตามาลาตีพอดี ไรวินท์ชะงัก หยุดเล่นไปนิด แต่แล้วกัดฟัน เล่นต่อ แต่มาลาตีหยุดเต้น จ้องไรวินท์ เอาเรื่อง


เจ้าพ่อสงสัย มาลาตีกระซิบบอก ทำนองฟ้องๆ ใส่ร้ายไรวินท์ เจ้าพ่อหันไปมองสมุน ให้สัญญาณ ไรวินท์กำลังเล่นเปียโนอยู่ เงยมาอีกที พวกสมุนเจ้าพ่อรายล้อม ไรวินท์เห็นท่าไม่ดี ขยับลุก แต่ช้าไปแล้ว สมุนคนนึงเปิดเกมด้วยการเอาขวดเหล้าฟาดหัวไรวินท์ ไรวินท์ร่วงลงไปกับพื้น เหนือคิ้วแตก เลือดอาบ ผู้คนกรี๊ดกร๊าด แหวกเป็นวง ถอยออกไป สมุนที่เหลือเข้ามารุมยำ ไรวินท์มองฝ่าวงล้อมไป เห็นมาลาตีกอดแขนเจ้าพ่อ มองมา แววตาสาแก่ใจ พากันเดินออกไปจากบาร์ ไรวินท์สลบไป สภาพไรวินท์อดีตดูเหมือนกองผ้าขี้ริ้ว ผู้คนมายืนมุงดูอย่างสยองๆ เพื่อนนักดนตรีเข้ามาประคองขึ้น

ไรวินท์ที่แต่งตัวดีเนี้ยบสะอาด เดินนำเข้ามาในเรือนเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวตามมา ยืนอยู่ใต้แชนดาเลียร์ กลางเรือน ไรวินท์หันมาเผชิญหน้าแพรขาว “เรื่องของฉันจบลงเพียงแค่นี้...เธอคงสังเวชใจมากสินะ ที่ในที่สุดฉันก็วิบัติหายนะเหมือนพ่อของฉัน มันคงเป็นบาปกรรมที่ฉันเคยทำไม่ดีกับพ่อของฉันไว้ตอนที่ฉันยังเด็ก ทั้งๆ ที่แม่พยายามป้องกันฉันทุกทางแล้ว แต่ฉันก็ยังเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของพ่ออยู่ดี” ไรวินท์หันไป ผายมือที่โต๊ะกลางห้อง ชุดน้ำชาสวยงามปรากฏขึ้น “เชิญเธอดื่มน้ำชา พักเหนื่อยก่อนเถอะ “ ไรวินท์เดินมาที่โต๊ะ นั่งลง จัดการรินน้ำชาให้
“ฉันไม่เหนื่อย ฉันอยากรู้มากกว่านี้อีก”
ไรวินท์ทำหน้าประหลาดใจ เลื่อนถ้วยน้ำชามาให้แพรขาว แล้วรินถ้วยต่อไปให้ตัวเอง “ไม่มีอะไรที่น่าสนใจอีกแล้วล่ะ” ไรวินท์ยกชาขึ้นจิบ
“ใครว่าล่ะคะ..มันคือช่วงที่น่าสนใจที่สุดต่างหาก...หลังจากนั้น คุณก็กลับมาอยู่เรือนที่คุณสีนวลเธอสิ้น ใช่ไหม แล้วคุณมีภรรยาอีกหรือเปล่า”
“ฉันไม่มีภรรยาใหม่อีกแต่อย่างใด คือ ไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่เลี้ยงเขาไม่ได้น่ะ...”
แพรขาวหมุนถ้วยชาตรงหน้าไปมาพลางมองไรวินท์ตาเป๋ง “แล้ว ..บั้นปลายของมาลาตีล่ะคะ”
“มาลาตีนะเหรอ” ไรวินท์หัวเราะในลำคอ “กรรมตามทัน หล่อนได้ผัวคนสุดท้าย..เป็นนักเลงในบ่อนไพ่ มันผลาญหล่อนจนสิ้นเนื้อประดาตัว”
มาลาตีในสภาพ โทรม แต่งตัวซอมซ่อ ในบ้านสลัม กำลังโดนสามีใหม่ ที่เป็นผู้ชายล่ำบึ้ก ผิวคล้ำ ใส่เสื้อเชิ้ตคับๆแขนสั้นปลิ้นๆ ผมมันแผล็บ หนวดเฟิ้ม ฉุด ยื้อ ตบตี แล้วกระชากเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายคือสร้อยคอเส้นเล็กๆไป มาลาตีพยายามแย่งคืน แต่สู้ไม่ได้ โดนถีบล้มกับพื้น สามีของมาลาตี เดินออกไป มาลาตีลุกขึ้นนั่งร้องไห้ มองรอบตัวที่ไม่เหลืออะไร
“และหลังจากฉันตายแล้วไม่ถึงปี.. หล่อนก็ผูกคอตาย”
แพรขาวทำหน้าตกใจ
มาลาตี ปีนเก้าอี้ เอาเชือกมาคล้องคอฆ่าตัวตาย เก้าดี้ถูกถีบล้มลงเท้าของมาลาตี ลอยเท้งเต้งในอากาศ
ไรวินท์เดินไปนั่งที่เปียโน แพรขาวยังนั่งที่โต๊ะ หันไปที่ไรวินท์
“วิญญาณของมาลาตีไปนรกชั้นไหนฉันก็ไม่รู้นะ เพราะไม่เคยพบกันอีกเลย”
“แล้วตัวคุณ..เสียชีวิตยังไงคะ” แพรขาวมองหน้าไรวินท์ อยากรู้เรื่อง

ที่เรือนของสีนวล สภาพเสื่อมโทรม ไรวินท์ที่หน้าตาทรุดโทรม มีแผลที่ยังไม่หายดี ที่เหนือคิ้ว ท่าเดินหลังงอลงนิดๆ และขาลากๆนิดหน่อย ในสภาพเสื้อผ้าเก่าๆ ปอนๆ ไขประตู ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้ามา บรรยากาศวังเวง ไรวินท์มองไปรอบๆ ตัว เหมือนมีคนมองตาม แต่พอไรวินท์หันขวับไปก็ไม่มีอะไร
ไรวินท์เดินไปมองรูปของสีนวลที่มีฝุ่นจับ “พี่ทำร้ายเธอสีนวล แต่เธอก็ยังเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้พี่ เหมือนเธอจะรู้ล่วงหน้า ว่าพี่จะมีวันนี้“ ไรวินท์รู้สึกเจ็บที่หน้าอก เขาทรมานเอามือกุมหน้าอกไว้ แล้วทรุดตัวงอ เกาะเสาตรงที่ที่สีนวลเคยปูที่นอน นอนกับพื้นตรงนั้นตอนป่วย
มือไรวินท์ค่อยๆแตะไปตามเสา เพื่อนั่งลงพักร่าง จนมาสะดุด กับรอยขีดนับวันรอของสีนวล ไรวินท์นั่งพิงเสา กุม-อก หายใจระรวย ค่อยๆหลับตาลงพักผ่อน

“ฉันอยู่ที่เรือนหลังนั้นมาอีกสองสามปี รายได้ทางเดียวของฉัน มาจากที่ฉันจำนองบ้านไว้กับคุณป้าใหญ่..เพื่อเอาเงินมากินไปวันๆ”
ป้าใหญ่เดินขึ้นเรือนมา มีบ่าวถือปิ่นโตสามชั้นมาด้วย สภาพเรือนรกเรื้อ ฝุ่นหนา ป้าใหญ่ทำหน้าเหม็นๆ มองหาเสื้อผ้าไรวินท์วางพาดตรงนั้นตรงนี้เกลื่อน จานชามวางซ้อน เกรอะกรัง บ่าวทำหน้าแหวะ จะอ้วก
“นี่พ่อไรวินท์อยู่ได้ยังไง แกช่วยเก็บล้างหน่อย ไป..เดี๋ยวให้รางวัล”
บ่าวได้ยินคำว่ารางวัล หน้าดีขึ้นนิด วางปิ่นโตลง หันไปลงมือเก็บกวาด ป้าใหญ่เดินไปจนถึงเฉลียงเล็กๆข้างหลัง
ไรวินท์ในกางเกงแพร เสื้อยืดเก่าๆ สีขาวสกปรก นอนบนตั่ง มุมที่วารีเคยนั่งเล่น อ่านหนังสือพิมพ์ ดูผ่ายผอม หวีผมเสยขึ้นไป หน้ามีเคราบางๆแบบไม่ได้โกนหนวดหลายวัน เหนือคิ้วข้างนึง มีขีดแผลเป็น
“พ่อวิน” ไรวินท์สะดุ้ง ลดนสพ.ลง พอเห็นป้าใหญ่ รีบลุกมายืนไหว้ แล้วก็หน้ามืด เซๆ รีบยึดเสาข้างๆไว้ แล้วยืนพิง “รีบลุกก็หน้ามืดละสิ ไม่ใช่หนุ่มๆเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ หลาน “
“คุณป้า..มาธุระแถวนี้หรือครับ”
“นี่ไม่สบายหรือเปล่า ป้าว่าพ่อวินดูซูบๆไปนะ”
“ผม..ไม่สบายนิดหน่อย แต่ไปหาหมอแล้ว..หมอให้ยามากินแล้วครับ”
“แล้ว..วันนี้มีอะไรกินหรือยัง”
ไรวินท์อึ้งไปนิด “ยังไม่ได้ออกไปซื้อเลยครับ”
“มีสตางค์หรือเปล่า”
“เอ่อ..มีครับ..มี”
“มีก็ดี..แต่พอดีวันนี้ป้าทำขนมจีนน้ำพริกไปวัด..เลยเอามาฝาก”
ไรวินท์กลืนน้ำลาย “ขนมจีนน้ำพริก..ไม่ได้กินมานานแล้ว ขอบพระคุณคุณป้ามากครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้
ป้าใหญ่มองด้วยความสงสาร ไรวินท์จัดแจงรีบเดินเข้าครัว พอเห็นปิ่นโต รีบเปิดดู เอาชั้นปิ่นโตมาวาง แล้วเอาช้อนมาตักกิน อย่างหิวโหย มือสั่นๆ บ่าวต่างพากันมองด้วยความสมเพช ป้าใหญ่ตามเข้ามามองด้วยความเศร้าใจ

สามล้อถีบ พาไรวินท์มาส่งหน้าบ้าน ไรวินท์ก้าวลงมา ถือถุงกระดาษรพ.ใส่ยา แล้วเดินขาลากๆนิดๆ เข้าบ้าน
“เอ้า..น้า..น้า..ค่ารถล่ะ”
“อ้อ ลืม..ลืม ขอโทษๆๆ” ไรวินท์เดินกลับมา ส่งเหรียญให้สามล้อ ยิ้มอย่างขอโทษ
สามล้อส่ายหน้า เก็บเงินใส่กระเป๋า แล้ววกรถกลับ
ไรวินท์เดินเข้าบ้าน แล้วก็ชะงัก มีหัวขโมยสองคน แต่งตัวเป็นชาวบ้าน ชุดดำๆ วิ่งลงบันไดมา พร้อมหีบใส่สมบัติ และพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ยืนจ๊ะเอ๋กันจังๆหน้าพอดี “เฮ้ย..พวกมึงเป็นใคร..ขโมย..ขโมย..ช่วยด้วย ขโมยๆ” ไรวินท์ตะโกน พลางวิ่งเข้าไปแย่งของ
“ไอ้แก่..หลีกไป” ขโมยสะบัด แล้วเอาหีบนั่นเอง เหวี่ยงฟาดเข้าเต็มอกไรวินท์
ไรวินท์กระเด็นหงายล้มลง “โอ๊ย..” พวกขโมยรีบเผ่น “อย่า..เอา..ไป..ช่วยด้วยๆ” ไรวินท์เสียงแหบแห้ง แล้วกระอักเลือดออกมา
เสียงยุงบินวี้ๆๆ ไรวินท์นอนซมบนเตียงนอน ในห้องนอนเดิม ที่ไรวินท์เคยนอนคนเดียวเสมอๆ กุมอกที่เจ็บบอบช้ำ ไอแห้งๆ หน้าซีด ในแสงไฟโคมหัวเตียงที่สลัวๆ จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะของยัยหนูลูกสาวของไรวินท์ดังขึ้น ไรวินท์ตั้งใจฟังให้แน่ใจ “ยัยหนู..”
ยัยหนูวิ่งผ่านประตูห้องที่เปิดกว้างไป ไรวินท์วางหนังสือ ลุกขึ้นอย่างยากเย็น แต่ก็พยายามเดินงุ่มง่าม ตามหาด้วยความดีใจ “ยัยหนู กลับมาหาพ่อแล้วเหรอลูก ยัยหนู”
จู่ๆ ยัยหนูก็หยุดกึก ไรวินท์พยายามจะเอื้อมมือไปจับยัยหนู แต่ยัยหนูก็หันขวับกลับมา กรีดร้อง ตัวกลายเป็นผีตัวซีด เสื้อผ้าเปียกมีน้ำหยดติ๋งๆ “พ่อไม่รักหนู พ่อทิ้งหนูไป พ่อทำให้หนูจมน้ำตาย พ่อฆ่าหนู”
ไรวินท์ตกใจ เซถอยไปข้างหลัง ในเสี้ยววินาทีนั้น ไรวินท์ก็ลืมตาขึ้นตื่นจากความฝันร้าย หายใจหอบถี่ นอนอยู่บนเตียงมือกุมหน้าอก “ฝันไปหรือนี่”
ไรวินท์ถูกยุงตอมหัวหู เขาโบกมือไล่ แล้วเกาๆๆตามตัว ที่ถูกยุงกัดเต็ม ไรวินท์นั่ง มือกดที่หัวใจที่เจ็บเสียด สีหน้าเบลอๆ เลื่อนลอย “ยัยหนู. ยัยหนูไม่น่าตายเลย..ถ้าลูกยังอยู่..พ่อคง..” ไรวินท์นิ่งไป สักพัก ลูบหน้า ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ลำบาก ถอนใจยาว เอามือปาดน้ำตา
ไรวินท์หันไป เห็นมุ้งเก่าที่รุงรัง แขวนสุมๆพันๆม้วนๆไว้เหนือหัว ยังไม่ได้เอาลง “เอามุ้งลงดีกว่า” ไรวินท์รื้อมุ้งที่สุมๆลงมา ทำไป เจ็บอกไป ต้องร้องครางโอย หยุดยืนตัวงอ ไรวินท์เจ็บหน้าอกมากขึ้น เดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น หันไปมองหา ที่มุมนั่งเล่น มีขวดยาวางอยู่บนโต๊ะ และขวดน้ำกับแก้ว ไรวินท์เดินเซๆไป เพื่อจะเอายามากินบรรเทาอาการ ในจังหวะที่ไรวินท์มาถึง ทรุดนั่งลง ยื่นมือไป กำลังจะคว้ายามา ผีสีนวลก็มาปรากฏ นั่งที่เก้าอี้นั่งเล่น มองไรวินท์อดีต ที่กำลังไขว่คว้าขวดยา “สีนวล”
ผีสีนวลคว้ายาไป แล้วเอามาถืออย่างท้าทาย ยิ้มเย็นล้อเลียนเยาะหยัน “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง..ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า..”
“สีนวล ..พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับเธอมามาก ยกโทษให้พี่ด้วยเถอะนะสีนวล ขอยาให้พี่เถิด”
สีนวลยิ้มหวานให้ “พี่ต้องขอกับดวงจันทร์สิคะ..เอ้า..เอาสิ..ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่งให้น้องข้านอน” สีนวลหัวเราะอย่างสะใจ “ฮะๆๆๆๆๆ ขอยา..ให้รักษาตัวข้าเอง ขอยา..ให้รักษาตัวข้าเอง”
“สีนวล..ถ้า..ไม่ได้กินยา..พี่..พี่..ต้องตาย..”
“พี่กลัวตายหรือ..พี่รู้ไหมว่าฉันไม่เคยกลัวเลย..ฉันรอพี่ ฉันอดทน ทรมานแค่ไหนก็ทน..เพื่อจะได้เห็นพี่มาอยู่กับฉัน”
สีนวลเข้ามาคว้าแขนไรวินท์อดีต แล้วลากไปดูที่เสาต้นนั้น
ภาพสีนวลนอนบนที่นอนตรงนั้นปรากฎขึ้น เป็นสีนวลตอนใกล้ตาย น้ำตาไหล นอนเอามีดขีดเสาไปแล้วพูดไปด้วย “ไม่ว่าพี่จะทำร้ายฉันสักเท่าไหร่ ฉันก็ยังนับเดือน นับปีที่พี่จะได้มาอยู่กับฉัน”
สีนวลกลับมาปรากฏที่ข้างๆไรวินท์ ตะโกนใส่หน้าไรวินท์ดังลั่น “พี่จะไม่มีวันได้ไปไหน พี่จะต้องอยู่กับฉันที่เรือนหลังนี้ตลอดไป”
ไรวินท์ร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว สติกระเจิง “ไม่..อย่า....ไม่ สีนวล ไม่” ไรวินท์กุมอกตัวเอง วิ่งหนีขาลากๆนิดๆจนมาถึงหัวบันได ใต้หน้าจั่วของตัวบ้าน
“พี่วินท์ จะหนีไปไหนหรือ ..” ไรวินท์หันไป เห็นสีนวลตามมา รีบหันหนี แล้วเข่าอ่อน ก้าวพลาด กลิ้งตกลงไป ที่ตีนบันได
ไรวินท์ตกลงมานอนบอบช้ำ แล้วพยายามจะลุก ไรวินท์ลุกมาได้ เจ็บอกอย่างหนัก กุมอก เงยขึ้น แล้วกระอักเลือดออกมาอีก
“พี่วินท์..ในที่สุด..เราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
ไรวินท์ช็อค มองหน้าสีนวล ตาค้าง

ไรวินท์ยืนที่หน้าต่างที่มีม่านเย็บสวยงามของเรือนเจ้าบ้าน มองไปที่จั่วบ้านที่แพรขาวเช่า แพรขาวเดินมายืนข้างหลัง มองตามสายตาไรวินท์ไป
“หลังจากนั้น ฉันก็วนเวียนติดอยู่กับเรือนหลังนี้เรื่อยมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนเจ้าของไปกี่คน ฉันก็ยังคงต้องอยู่ที่นี่ราวกับนักโทษอุกฉกรรจ์”
“จิตใต้สำนึกของมนุษย์มักแสดงตัวออกมาเมื่อจิตอ่อนแอ ภาพลูกสาวของคุณและ...คุณสีนวล ในตอนนั้น ก็คงมาจากจิตของคุณที่สร้างขึ้นด้วย”
“อาจเป็นเช่นนั้น”
“คุณวินคะ คุณรู้สึกสำนึกผิดกับคุณสีนวลก่อนที่คุณตายหรือเปล่าค่ะ แล้ววิญญาณของคุณสีนวลให้อภัยคุณไหม”
“ถ้าหมายถึงเสียใจแทนสีนวลที่ถูกมาลาตีหลอกลวง ก็ใช่ ฉันเสียใจมาก เขาต้องมาตายไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการแท้ๆ”
“ฉันหมายถึง สำนึกผิดที่คุณนอกใจเธอ ต่างหาก.... บางทีถ้าคุณสำนึกผิดและขอโทษเธอ เธออาจจะให้อภัยแก่คุณก็ได้นะ ว่าไงคะ คุณสำนึกผิดกับเธอหรือเปล่า”
“ฉัน..” ไรวินท์หันมามองหน้าแพรขาว ทำท่าคิดหาคำตอบ
ที่หน้าต่าง เรือนใหญ่ที่เปิดออก ผีสีนวลปรากฏตัวขึ้น “พี่วิน ..ตอบมา”
แพรขาวรู้สึกว่านี่แหละ คือประเด็นสำคัญ ถามอย่างร้อนใจ “ว่าไงคะ..คุณได้สำนึกผิดต่อคุณสีนวลไหมคะ คุณจำได้ไหมคะ” แพรขาวลุ้น รอฟังคำตอบของไรวินท์
ผีสีนวลที่ดูอยู่มุมนึง “พี่วิน..ตอบมาสิ ตอบมา..”
ไรวินท์ถอนใจ แล้วเดินหนีไปแพรขาวไปจากหน้าต่างเรือน “ฉัน...ไม่เคยรู้สึกอย่างนั้น”
“ฮะ...อะไรนะ”
“ถ้าเธอคิดว่าการสำนึกผิด คือการที่ฉันอยากแก้ตัว..โดยกลับไปใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับสีนวลอีกไหมละก็..ฉันก็ต้องบอกความจริง..ว่า..ไม่เลย !”
ผีสีนวลช็อค ก่อนจะมองลงมาด้วยสายตาเคียดแค้น “ใจร้าย....คนใจร้าย”
“คุณนี่มันแย่มาก รู้ไหม... คุณไม่สำนึกผิดเลยหรือ ภรรยาของคุณแท้ๆ ซื่อสัตย์จริงจังต่อคุณคนเดียว”
“ฉันแต่งงานโดยไม่ได้รัก ตั้งใจเพียงกตัญญูต่อแม่ ลองพยายามแล้ว แต่ทำยังไงใจฉันก็รักสีนวลไม่ได้ ฉันเห็นเป็นพียงเพื่อนเท่านั้น จะให้ฉันหลอกตัวเองว่ารักกระไรได้”
ผีสีนวล ร้าวราน กัดริมฝีปาก แน่น มือกำแน่น สั่นไปหมด
“แต่เขาเป็นแม่ของลูกคุณ”
“ใครว่าอะไรเล่า ฉันไม่เคยปฏิเสธ ตราบใดที่แม่ฉันยังอยู่ ลูกสาวฉันยังอยู่ ฉันก็ยังไม่เลิกจากเขา แต่เมื่อสายใยขาดลงเสียแล้วทั้งสองเส้น ฉันก็เป็นไทแก่ตนเอง”
“คุณคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”
ผีสีนวลร้องไห้ด้วยความแค้น
“เธอก็เห็นว่าฉันไม่ได้ทิ้งเขาไปเฉยๆ ทรัพย์สินทั้งหมด ฉันก็ยกให้เขาไปจนหมด เพื่อแลกกับอิสรภาพของฉัน”
“หึ...อิสรภาพ งั้นหรือ อย่าหวังเลย พี่วิน” ผีสีนวล มองไรวินท์อาฆาต แล้วหน้าต่างพลันกระแทกปิดลง

แพรขาวมองไรวินท์อย่างโกรธๆ “อย่าเอาทรัพย์สินมาอ้าง คุณชอบคิดว่า เงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเมียกี่คนของคุณ คุณก็ใช้เงินฟาดหัวเขาไปหมด แม้แต่ผู้หญิงอย่างมาลาตีคุณก็คิดว่าให้เงินไป แล้วก็จบกัน”
ไรวินท์หันกลับมาเถียงแพรขาว “ก็ฉันคิดว่า..มันยุติกรรมดีแล้ว”
แพรขาวสวนทันที “คนเราจะเป็นสามีภรรยากัน มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองเท่านั้นที่ผู้หญิงเราอยากได้แต่ความรัก ความผูกพัน การให้เกียรติ ซึ่งกันและกันต่างหากที่เราต้องการได้รับจากสามีของตัวเอง”
“ฉันทำดีที่สุดแล้ว”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15/4 วันที่ 26 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ