อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 16/6 วันที่ 28 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 16/6 วันที่ 28 มี.ค. 59

“ไม่ว่าไงค่ะ นั่นเป็นเรื่องของเขา ที่แพรไม่เกี่ยว แพรทำทุกอย่างไปตามหน้าที่และความจำเป็น แล้วแพรก็มีเรื่องอื่นให้ต้องคิด..มากกว่าเรื่องนี้..” ทันใด มีเสียงกดกริ่ง ทุกคนสะดุ้ง หันไป
ประไพดีใจเหมือนมีระฆังช่วย “ทางโรงพยาบาลมารับแล้วค่ะ”
แพรขาวรีบเดินผ่านเขมินีอย่างเชิดๆ ไปเปิดประตู บุรุษพยาบาลและนางพยาบาล พร้อมรถวีลแชร์ เข็นเข้ามา
“คนไข้พอจะนั่งไหวไหมครับ”
ประไพตอบ “ไหวค่ะ เชิญเลยค่ะ ทางนี้ค่ะ”
พยาบาลเข็นรถไปรับคุณนายแถบทิพย์ แพรขาวเข้าไปช่วยพยุงอีกแรง คุณนายแถบทิพย์นั่งลงบนวีลแชร์

“พี่ประไพมีอะไร โทรบอกแพรด้วยนะคะ”


“ค่ะ คุณแพร..ไม่ต้องห่วงนะคะ”
เขมินีเชิดตอบแพรขาว แล้วรีบตามคุณนายแถบทิพย์กับประไพไป
แพรขาวทำหน้าที่ล็อกประตูห้องคอนโด สีหน้าแพรขาวเซ็ง เหนื่อย ท้อๆ ทันใด เสียงโทรศัพท์แพรขาวดังขึ้น “นลิน มีอะไร คุณยายเหรอ..เป็นอะไร..” แพรขาวยืนค

ทางด้านสาโรจน์โทรศัพท์เรื่องงานอยู่ “ถ่ายเสร็จแล้วส่งเข้าเมล์พี่เลยนะ อย่าลืมตั้งชื่อไฟล์ว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างโปรเจ็ค B2 ประจำเดือนสิงหาคม 2558”
“ครับ”
พูดจบสาโรจน์วางสายโทรศัพท์มือถือ แต่โทรศัพท์ดังขึ้นอีกทีแต่เป็นเขมินีโทรเข้ามา “คุณเขมไม่ได้ไปประชุมอยู่หรือครับ”
“เปล่า...ชั้นให้คนอื่นไปแทนละ เพราะชั้นต้องไปดูแลแม่..ตอนนี้แม่แอดมิตอยู่โรงพยาบาลนะ แม่ต้องให้หมอให้ยาระงับประสาท เหตุเพราะผีพัสกรมันกวนเหลือเกิน”
“อ้อ..ครับ..”
“รู้ไหม..ว่ายัยแพรเขาพูดถึงเธอว่าไง” สาโรจน์นิ่งอึ้ง “เขาบอกว่า..เธอเพ้อไปเองคนเดียว เขาไม่ได้เล่นด้วย ไม่เคยให้ความหวังเธอแม้แต่น้อย และไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับเธอเลย ทำใจหน่อยนะ สาโรจน์ รักเขาข้างเดียวมันก็เป็นแบบนี้แหละ แค่นี้นะ” เขมินีหัวเราะสะใจแบบขื่นๆ ก่อนจะวางสาย
สาโรจน์ยืนอึ้ง

สาโรจน์กดเบอร์มือถือ แต่โทรศัพท์ที่มีเสียงบอกว่าตัดไปโหมดรับฝากข้อความแล้ว สาโรจน์ดูหน้าจอแล้วอึ้งๆ กดวาง หน้าผิดหวัง

ที่ร้านไอศกรีม ชมพูกำลังงอแง แพรขาวมองด้วยความหนักใจ “ทำไมไม่ให้หนูไปด้วย หนูอยากไป..”
“อย่าเลยลูก ผู้ใหญ่เขาวุ่นวายกัน หนูอาจจะ..ไม่ปลอดภัย” แพรขาวนึกที่สีนวลบอกอยากได้ชมพูดไปอยู่ด้วย
“ไม่ปลอดภัยเพราะอะไร”
พอดีเขมินีมาถึงพอดี ได้ยินที่สองแม่ลูกกำลังเถียงกัน
“เอ่อ..อ๋อ..แม่กลัวหนูจะไปเล่นริมคลองไงคะ “
“หนูไม่ไปเล่นริมคลอง หนูจะไปหาคุณลุง”
“คุณลุงก็ไม่ว่างค่ะ”
เขมินีทนไม่ไหว ถามแทรกขึ้น “คุณลุงอีกแล้ว..ใครเหรอ คุณลุง”
แพรขาวส่ายหน้า แล้วยิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เรื่องนิทานที่มีตัวละครสมมุติที่แพรกับชมพูชอบเล่าให้กันฟังก่อนนอน เชิญค่ะ พี่เขม”
“นอกจากเหนื่อยวิ่งรอกโรงพยาบาลไปดูแม่ฉัน วิ่งรอกไปทำงาน วิ่งรอกรับลูก..เธอยังจะต้องวิ่งรอกไปดูแลพวกที่บ้านเช่านั่นอีกเหรอ..งานศพคุณยายก็เสร็จไปแล้วนี่นา..แพรขาว”
“แพรอยากไปช่วยป้าสมพรกับนลินเก็บของๆคุณยาย....เลยจะขอฝากชมพูไว้กับพี่เขมในช่วงวันหยุดนี้เท่านั้นเอง “
โทรศัพท์แพรขาวดัง แพรขาวดู แล้วนิ่งไปเมื่อเห็นหน้าจอคือชื่อสาโรจน์ แพรขาวตัดสินใจ กดทิ้งและปิดเครื่อง
เขมินีมองๆ แล้วเลิกคิ้ว “เธอปิดเครื่องใส่ใคร”
“อ๋อ..เปล่าค่ะ..พอดีแบตจะหมด ประหยัดแบตไว้ยามจำเป็น พอดีพาวเวอร์แบงค์ไม่ได้เอามากินขนมกันเถอะค่ะ พี่เขมจะดื่มกาแฟไหมคะ คาปูชิโน่ที่นี่อร่อยนะคะ”
เขมินีอึ้งๆ เพราะเชื่อว่าคนนั้นต้องเป็นสาโรจน์แน่

สาโรจน์มองดูโทรศัพท์ด้วยสีหน้าขรึม แล้วกดหาอีกเบอร์

ที่หน้าเรือนเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวถือแจกันกุหลาบขาว มาวางแล้วไหว้ แพรขาวมองรอบๆ “คุณวินคะ..ชั้นแวะมาเยี่ยมค่ะ..คุณเป็นยังไงบ้าง” เงียบไม่มีคำตอบ “คุณคืนดีกับคุณสีนวลหรือยัง” เงียบ ใบไม้ก็แทบไม่กระดิก “คุณไม่สบายใจหรือคะ..อย่าเศร้าไปเลยค่ะ คุณวิน อารมณ์ทุกอารมณ์ มันจะแค่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ไม่อยู่ยั่งยืน” แพรขาวมองไปที่หน้าต่างเรือนใหญ่ซึ่งปิดสนิท “เว้นเสียจากเราจะยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมเลิก ใครอยากจะกำก้อนหินไว้ไม่วางลง..ก็หนักเอง” แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ
“ฉันเองก็มีเรื่องทุกข์ใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ฉันบอกกับตัวเองว่าทุกเรื่องราวมันต้องผ่านไป ไม่มีปัญหาใดอยู่นิ่งอยู่กับที่ สิ่งที่ควรทำ คือทำตัวให้พร้อมเสมอ เพื่อจะเจอกับสิ่งใหม่ในวันหน้าเมื่อปัญหามันหมดไปแล้ว”
ผู้ชายในรองเท้าหนังเดินเข้ามา แพรขาวได้ยิน หันไปแล้วอึ้ง เห็นสาโรจน์ยืนหน้านิ่งอยู่ มองมาแบบตัดพ้อ “ผมโทรไปเท่าไหร่ คุณก็ไม่รับ แล้วสุดท้ายคุณก็ปิดเครื่อง ทำไมหรือ แพรขาว นี่ผมโทรหานลิน ถึงรู้ว่าคุณมานี่”
“พอดียุ่งๆเพราะคุณแม่เข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะ แล้วคุณยายเกสรก็มาเสีย แพรเลย..มีอะไรต้องทำมาก..”
“คุณมีอะไรต้องทำ คุณก็บอกให้ผมช่วยแบ่งเบาไปทำได้นี่ครับแพร..”
“แพรเกรงใจน่ะค่ะ”
“แพรขาว..”
“ไปหาคุณป้ากันดีกว่าค่ะ” แพรขาวพูดจบก็เดินลิ่วไป ทิ้งให้สาโรจน์มองตามด้วยความหนักใจก่อนที่จะรีบตามไป

หน้าต่างห้องผีสีนวลเปิดออกมา ช้าๆ เสียงผีสีนวลหัวเราะดังอย่างสาแก่ใจ ร่างไรวินท์ปรากฏขึ้น หันขวับ เงยมองไปที่หน้าต่างสีนวลอย่างไม่พอใจ
ผีสีนวลมาปรากฏตัวข้างหลังไรวินท์ “พี่ติดเนื้อต้องใจแม่แพรขาวแต่แรก” ไรวินท์หันมาช้าๆ ฟังไปเงียบๆ “พี่ให้ดอกกุหลาบติดผมหล่อนไป ช่วยหล่อนให้พ้นมือชายที่มันจะสะกดเอาหล่อนมาเป็นเมียได้ทั้งๆที่พี่ไม่ควรทำ พี่อยู่คนละภพกับหล่อน แต่พี่กลับสร้างกรรมข้ามภพ”
“ฉันเป็นคนบาป เรื่องจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏเห็นจะไม่มีทาง แต่อย่างน้อย กรรมที่กระทำลงไปก็เป็นกรรมดี ไม่ใช่กรรมชั่วอย่างเธอที่ต้องการฆ่าหนูชมพู สิ่งนี้ก็จะเป็นเวรเป็นกรรมของเธอต่อไป”
“ในที่สุดพี่ก็ยอมรับว่าพี่ชอบหล่อน เพราะพี่เสแสร้ง..คิดอย่างพูดอย่างแบบตอนเป็นมนุษย์ไม่ได้”
“ฉันชอบแพรขาวในความสุจริต กล้าหาญ มีน้ำใจ ราวกับเป็นผู้ชายคนหนึ่ง น่าเสียดายที่ฉันไม่เจอผู้หญิงคนนี้เสียตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ มิฉะนั้น ฉันคงจะไม่ไปก่อเวรก่อกรรมกับผู้หญิงอื่น ฉันคงจะหยุดที่หล่อนคนเดียว”
“คนอย่างพี่ ถึงมีเมียดีก็ไม่รู้ค่า โง่เง่าเหมือนแม่แพรขาวนี่ล่ะ น่าขำ หล่อนมีมนุษย์ผู้ชายแสนดีมาชอบ กลับไม่เอา กลับมาใจจดใจจ่อกับพี่ทั้งที่อยู่คนละโลก คนแบบนี้ไม่โง่ก็บ้า”
“เราเป็นเพื่อนร่วมเวียนว่ายตายเกิดกัน ย่อมมีเมตตาจิตต่อกันได้เสมอ ไม่เลือกว่าหญิงชาย ดูอย่างเด็กชื่อต๊อก..ที่กล้าช่วยแพรชาวจนตัวตาย เพราะแพรขาวเคยเอื้อเฟื้อเจือจานต่อเขา”
“ฉันไม่เชื่อ..”
“ถ้าเช่นนั้นเธอก็ต้องจมปลักอยู่ในทุกข์ต่อไปฉันชี้คำตอบให้แล้ว เธอมองไม่เห็น ฉันก็จนใจ“ ไรวินท์หันหลังให้ แล้วเดินหายไป ทิ้งให้สีนวลรู้สึกแค้น แล้วหันไปมองทางด้านเรือนใหญ่

แพรขาวเหวอๆ ช็อคๆ เมื่อได้ยินป้าสมพรบอก “คุณป้าตกลงจะขายบ้านนี้!!”
“จ้ะ หนูแพร..คงต้องย้ายกันไปไม่เกินเดือนหน้านี้แล้ว”
“พอดี มีคนในซอยนี่ล่ะ เขาอยากจะได้ที่..แล้วเขาจะปลูกตึกแถวขาย เขาเลยให้ลุงบุญมาถาม คุยกันก็ตกลงราคากันได้ ก็โอเคเลย”
“เดี๋ยวๆนะคะ..เขาจะปลูกตึกแถวขาย..แล้ว..เรือนไม้สองหลังนี่ล่ะคะ”
“เขาจะเอาแต่ที่จ้ะ ไม่เอาบ้าน เราก็คงต้องรื้อบ้าน..ขายไม้ไป”
“อะไรนะ” แพรขาวได้ฟังถึงกับหน้าซีด

แพรขาวคิดหนัก เดินมองรอบๆบ้านไปมา
สาโรจน์เดินตามมา “คุณแพร..”
“คุณสาโรจน์ได้ยินไหมคะ เขาจะรื้อบ้าน แล้วขายไม้ไป เขาอาจจะขายให้พวกรับซื้อไม้เก่า แล้วแบบนี้คุณวินมิต้องเร่ร่อนไปกับไม้เหรอ”
“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง..บางที..นี่อาจเป็นวิธีแก้ปัญหาของคุณวินเลยนะ ผมว่า”
“แก้ปัญหายังไงคะ”
“ก็ถ้าบ้านสองหลังถูกรื้อ..ไม้แต่ละชิ้น หน้าต่าง หน้าจั่ว เสา ฝาเรือน..ถูกขายกระจายกันออกไป คุณวินอาจจะเป็นอิสระก็ได้ สีนวลก็จะยึดเขาเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป”
“โอ๊ย..จริงด้วย..ถ้าคนซื้อเรือนใหญ่ไปทาง เรือนเล็กไปทาง คุณวินก็หลุดพ้นเป็นอิสระ” สาโรจน์มองแพรขาวด้วยความเซ็งนิดๆ ที่แพรขาวคิดแต่เรื่องไรวินท์ขนาดนี้อย่างจริงจังมากมาย แต่แพรขาวนิ่งไปนิด แล้วนึกประเด็นใหม่ได้ “แต่ถ้าเป็นแบบนั้น..แล้วคุณวินจะต้องเร่ร่อนไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ เราคงไม่มีโอกาสเจอเค้าอีก”
สาโรจน์แอบประชดเบาๆ “เขาก็ไปตามบุญตามกรรม จะไปสิงสถิตอยู่ที่ไหน เราก็คงไม่รู้แล้วล่ะครับ”
“คุณวินจะไปตกระกำลำบากที่ไหน เราก็ไม่มีทางรู้” แพรขาวหมดหวัง
สาโรจน์หมั่นไส้มากขึ้น หลุดปากออกไป “นอกจากคุณแพรจะซื้อไม้เรือนที่คุณวินสิงอยู่เอามากองไว้ในบ้านคุณแพรเอง เอาไหมล่ะครับ ดีไหม ชอบไหม”
แพรขาวลืมตัว กระโดดเหมือนเด็ก “โอ๊ย จริงด้วยๆๆ คุณสาโรจน์ฉลาดมาก เก่งที่สุดเลย ขอบคุณค่ะ ขอบคุณๆๆ”
แพรขาวเข้ามาจับมือสาโรจน์เขย่า แทบโดดกอด ทำเอาสาโรจน์อึ้งไป ทำหน้าไม่ถูก
ผีสีนวลกรีดร้องลั่น แต่ไม่มีใครได้ยิน “นังแพรขาว..แก..แกไม่มีทางจะได้คุณวินไปแบบนั้น..ถ้าแกอยากได้คุณวิน แกต้องตาย”

ทันใด เหนือลำคลอง เมฆสีดำลอยทะมึนมา เสียงผีตายโหงในลำคลองคร่ำครวญแว่วๆ คลื่นในลำคลองกระเพื่อมๆๆ ผีสีนวลปรากฏตัวขึ้นที่ท่าน้ำ “พวกสัมภเวสีเร่ร่อนทั้งหลายที่ผ่านไปมาณ.บริเวณรอบๆนี้...ได้ยินข้าหรือไม่ ข้าจะมอบเพื่อนให้ไปเร่ร่อนกับพวกเจ้าอีกสักหนึ่งชีวิต แต่พวกเจ้าต้องช่วยข้า”
สีนวลมองจ้องไปรอบๆ ทั้งในอากาศและในน้ำ ฟองน้ำปุดๆๆๆขึ้นรอบๆท่าน้ำ สีนวล มองเห็นสร้อยแก้วตาเสือค่อยๆ ลอยขึ้นมาในน้ำ สีนวลแสยะยิ้ม ก้มลง หยิบสร้อยแก้วตาเสือขึ้นมา

นลิน แจ๊บ แพรขาว สาโรจน์ ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร วางจาน ช้อน แก้วน้ำ
“ดูสิ แม่ยังไม่มาเลย”
“สงสัยคุยกะลุงบุญติดลม..โทรตามมั้ย “
“อุ๊ย อย่าเลย..แจ๊บ ปล่อยคุณป้าคุยเถอะ..พี่รอได้ ยังไม่หิว”
ทันใด เสียงโทรศัพท์สาโรจน์ดัง ทุกคนหันมอง “คุณเขม..ฮะ?? อะไรนะ..ตำรวจจับคนงานที่ไซท์..เป็นไปได้ยังไงครับ ก็ทุกคนก็มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องแล้วนี่ครับ..ครับๆ..ผมจะรีบไป..” สาโรจน์กดวาง มองหน้าแพรขาว แล้วก็หันไปมองทุกคน “ขอโทษนะครับ ผมคงต้องไปก่อน..แล้วผมจะโทหานะ..คุณแพร..กรุณารับโทผมด้วยนะครับ” สาโรจน์หันมาหานลิน แจ็บ “ไว้ทานข้าวกันวันหลังครับ” สาโรจน์รีบไป
แพรขาวหันมายิ้มให้สองคน แต่ทันใด ทั้งหมดได้กลิ่นไหม้
นลินตกใจ “เอ๊ะ..พี่แจ๊บ กลิ่นอะไรไหม้อ่ะ”
แพรขาวถาม “แกงหรือเปล่า”
“ลิน..ก็พี่บอกให้ปิดเตาแล้วไม่ใช่เหรอ”
แจ็บรีบไป โดยมีนลินวิ่งตามไปเถียงกันไปตลอดทาง “ลินปิดแล้วนะพี่”
แพรขาวมองตามไป ห่วงๆ แล้วก็ถอนใจ แล้วหันกลับมาที่โต๊ะอีกทีแล้วชะงัก บนโต๊ะ สร้อยแก้วตาเสือของลลิตวางอยู่ แพรขาวชะงักกึก ขนลุกซู่ แพรขาวจ้องตะลึง มีพลังบางอย่างที่ดูดสายตาไว้ แต่แพรขาวพยายามจะถอย
ขาแพรขาวเหมือนโดนล็อคไว้ ก้าวไม่ออก สร้อยนั้นส่งพลังชวนเชิญประหลาดมาถึง ดวงตาแพรขาวมองที่สร้อย โดนสะกด แพรขาวค่อยๆยื่นมือไป แตะที่สร้อย ทันทีที่แตะสร้อย แพรขาวสะดุ้ง แล้วเหมือนบังคับตัวเองไม่ได้
แพรขาวหยิบสร้อยมาดู
ผีสีนวลปรากฏขึ้น “ลองสวมดูสิ แพรขาว” แพรขาวอึ้ง “สร้อยเส้นนี้มันคือสร้อยของเธอนะ แพรขาว สวมซะ!”
แพรขาวสวมสร้อยแก้วตาเสือ
นลินแจ๊บ เดินเถียงกันออกมา

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 16/6 วันที่ 28 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ