อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17 วันที่ 28 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17 วันที่ 28 มี.ค. 59

ผีสีนวลปรากฏขึ้น “ลองสวมดูสิ แพรขาว” แพรขาวอึ้ง “สร้อยเส้นนี้มันคือสร้อยของเธอนะ แพรขาว สวมซะ!”
แพรขาวสวมสร้อยแก้วตาเสือ
นลินแจ๊บ เดินเถียงกันออกมา
“เห็นไหมล่ะ หนูปิดไฟแล้วจริงๆ”
“นั่นสิ แล้วกลิ่นเหม็นไหม้มาจากไหน ไม่มีอะไรไหม้ซักหน่อยสงสัยเป็นกลิ่นลอยมาจากบ้านอื่นมั้ง”
สองคนเดินออกมา แล้วงง ไม่เห็นแพรขาวแล้ว
“อ้าว..แล้วพี่แพรไปไหนล่ะ”
แจ๊บมองไปที่เก้าอี้ เห็นกระเป๋าแพรขาวยังวางอยู่ “กระเป๋าก็ยังอยู่นี่ แล้วพี่เค้าไปไหนล่ะ ไปเดินเล่นเหรอ”

ที่บ้านยายเกสรแถวใต้ต้นไม้ ชมพูร้องเรียกแพรขาว “แม่จ๋า แม่จ๋า แม่อยู่ไหน”


แพรขาวโผล่เข้ามาด้วยความร้อนใจพยายามมองหา “ชมพูๆๆอยู่ไหนลูก”
แพรขาวมองไปเห็นก็ผงะ ที่ประตูรั้วในระยะไกลเห็นชมพูกำลังเปิดประตูรั้วเอง
“แม่..แม่..แม่อยู่ไหน” ชมพูเปิดประตู แล้ววิ่งหายไปนอกบ้าน แพรขาวตกใจรีบวิ่งไป

แพรขาวเดินลิ่วๆเดินมุ่งไปที่หน้าบ้าน ไรวินท์ปรากฏร่างขึ้น มองตามแพรขาวไปอย่างฉงน แพรขาวเดินตรงทื่อไป
“แพรขาวๆ เธอจะไปไหน” แพรขาวเหมือนไม่ได้ยิน เดินต่อไป มุ่งสู่ประตูบ้าน ไรวินท์หายตัววาบไป ปรากฏตัวขึ้นขวางดักหน้าแพรขาว แพรขาวชะงัก ไรวินท์มองเห็นสร้อยแก้วตาเสือที่คอแพรขาว “แพรขาว..เธอ..ถอดสร้อยออกเดี๋ยวนี้”
“ชมพู ชมพูหนีออกจากบ้าน เค้าเป็นเด็กมีปัญหา ขาดความอบอุ่น ชั้นจะไปช่วยลูกเดี๋ยวนี้”
แพรขาววิ่งทะลุตัวไรวินท์ไป ไรวินท์มองด้วยความตกใจ

ทางด้านนลิน แจ๊บ มายืนงงที่แถวๆเรือนเล็ก “ที่นี่ก็ไม่อยู่นี่”
“เอ๊ะ..แล้วพี่แพรไปไหน..”
“ไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่า”
ทันใด ฝนเริ่มตกพรำลงมา
“อ้าว ฝนตก..”
ทั้งสองรีบวิ่งหลบฝนกลับบ้าน

ในสายฝนที่พรมพรำแพรขาววิ่งมาถึงประตูหน้าบ้านที่ปิดอยู่ แพรขาวจับกลอนจะเปิดออก
ไรวินท์ตามมามองด้วยความตกใจ “แพร..อย่า..หยุดเดี๋ยวนี้ แพรขาว!!”
แพรขาวเหมือนไม่ได้ยินไรวินท์ ภาพหลอนของแพรขาว แพรขาวมองเห็นชมพู วิ่งไกลหยอยๆ ท่าทางเสียขวัญออกไปทางท้ายซอยท่ามกลางฝน “แม่จ๋าๆๆ แม่อยู่ไหนๆๆ”
“ชมพู..อย่าตากฝน กลับมา ชมพู” แพรขาวเปิดออกไป แล้ววิ่งตามไปนอกบ้าน
“แพรขาว เข้ามา อย่าไป อย่าไป”
แพรขาวมองไปที่ถนนซอย แพรขาวเห็นชมพูวิ่งตามหาแม่ไปท้ายซอย “แม่จ๋าๆๆ แม่อยู่ไหน”
แพรขาวเดินตาเบิกโพลงไปท้ายซอย ไกลออกไปๆ
ไรวินท์ร้อนรน ยื่นมือจะออกไปจากประตู ตัวก็เด้งกลับเข้ามาเหมือนโดนผลักกระเด็น ไรวินท์ทั้งอึ้งและช็อค

แพรขาววิ่งมาตามพื้นถนนซอย ที่ค่อนข้างเปลี่ยว ฝนพรมพรำ แพรขาวมองไปข้างหน้า ตัวเริ่มเปียกๆมองเห็นชมพูที่เปียกฝน วิ่งไปๆ แล้วพอมาถึงหน้าสถานที่แห่งหนึ่ง ชมพูหยุดมองดู แพรขาวมอง รีบวิ่งเข้าไป สถานที่นั้น คือตึกร้างกลางซอย ที่สร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างไว้ แพรขาวมองชมพูวิ่งหายเข้าไปในตึกนั้น
แพรขาวตามมา หยุดมอง แล้วตะโกนเรียก “ชมพู..ชมพู..ออกมาลูก อย่าเข้าไป..” เสียงแพรขาวก้องๆ แล้วแพรขาวตัดสินใจ รีบวิ่งตามเข้าไป

ไรวินท์เกาะประตูกัดฟัน พยายามจะผ่านออกไป แต่ก็กระเด็นกลับมาตามเคย ไรวินท์หันมาที่เรือนใหญ่ วิ่งกลับมา แล้วตะโกนออกไปเสียงก้อง “สีนวล..สีนวล..เธอจะเอาแพรขาวไปไหน”
ทางด้านนลิน แจ๊บ กำลังเก็บผ้าที่ตากต่างพากันวิ่งเข้าบ้าน ไรวินท์เข้าไปหาพยายามที่จะบอก “พวกเธอ..เธอสองคน..ออกไปช่วยแพรขาวสิ ไปเดี๋ยวนี้..เร็ว!!”
นลิน แจ๊บ ไม่เห็นและไม่ได้ยินไรวินท์ ไรวินท์พยายามเข้าไปจะจับตัวสองคนนั้น แต่มือไรวินท์ผ่านร่างสองคนนั้น สัมผัสไม่ได้ ไรวินท์พยายามจะปัดผ้าที่สองคนหอบตะกร้า และกาละมังมา มือไรวินท์ผ่านวืบไป ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลย ทั้งนลิน แจ๊บ พากันเข้าบ้านไป มีเสียงหัวเราะเบาๆของผีสีนวลก้องไปทั้งบ้าน
ไรวินท์หันขวับ วิ่งไปหา ร่างผีสีนวลปรากฏร่างขึ้นตรงหน้าบันไดทางขึ้น
“สีนวล ฉันยอมรับผิด ฉันเต็มใจจะชดใช้หนี้กรรมทุกอย่างที่ทำกับเธอ”
“พี่คุกเข่าก่อนสิ”
“ได้..” ไรวินท์คุกเข่าลง ผีสีนวลผงะด้วยความคาดไม่ถึง “สีนวล ขอร้องล่ะ เธออย่าฆ่าแพรขาว มันจะเป็นบาปมหันต์ให้เธอตกนรกลงลึกกว่านี้ ปล่อยแพรขาวไปเถอะ!!”
“ฉันอยู่ในนรกมานานหลายสิบปีแล้ว”
“นับวันเธอจะยิ่งจมลึกลงไปทุกที เธอลงโทษตัวเองกับฉันยังไม่พอ เธอจะลงโทษแพรขาวให้เป็นผีที่หลงทางหลงภพ ไปผุดไปเกิดไม่ได้อีกคนหรือ เหี้ยมโหดเกินไปแล้ว”
“มันจะพรากพี่ไปจากฉัน มันจะรื้อบ้าน เอาพี่ไปอยู่ด้วย ส่วนฉันจะต้องร่อนเร่พเนจรไปที่อื่น ฉันยอมไม่ได้”
“แพรขาวตั้งใจจะช่วยปลดปล่อยฉันต่างหาก ต่อให้ไม่มีแพรขาว วันนึงบ้านนี้ก็ต้องถูกรื้อขายไปอยู่ดีเมื่อหมดสภาพ ถ้าเธอไม่ยอมไป เธอก็จะเป็นนักโทษของตัวเองตลอดกาล ปล่อยแพรขาวเดี๋ยวนี้!!”
“พี่รักมัน!!”
“ถ้าหมายถึงฉันจับใจในความดีของหล่อนล่ะก็..ใช่! แต่ฉันไม่ได้รักแพรขาวอย่างที่เคยรักผู้หญิงอื่น บุญฉันไม่ถึงผู้หญิงคนนี้ จิตใจหล่อนสูงกว่าฉันมาก”
“ฉันก็อยากจะช่วยพี่นะ แต่พอดี เมื่อออกพ้นบ้านหลังนี้ไป..มันก็เกินอำนาจของฉันแล้ว พวกสัมภเวสีเร่ร่อนทั้งหลายข้างนอกต่างหาก ที่พวกมันร่วมมือกัน จากผีเฝ้าคลอง ไปสู่ผีไม่มีมีญาติ มันส่งต่อนังแพรขาวให้กัน ที่ไหนมีผีตายโหงที่มันต้องการวิญญาณไปเป็นตัวตายตัวแทนของมัน นังแพรขาวมันก็จะไปตายที่นั่น..หึๆๆๆ”
ไรวินท์ตกใจ หันกลับไป

ในตึกร้างที่สร้างไม่เสร็จ เห็นสายฝนที่หน้าต่างที่เจาะโล่ง ไม่มีบานหน้าต่าง มีร่องรอยคนเข้ามาทำบางอย่าง พื้นปูนเปลือย มีกองขยะจากภาชนะ ขวดน้ำ กระป๋องเครื่องดื่ม ที่เก่าๆ มีรอยคนมาพ่นสีที่ผนัง มีกองเสื่อตามมุม มีรองเท้าแตะข้างนึง แพรขาวเดินเข้ามามองหาซ้ายขวา
มีเสียงชมพูร้องไห้ดังมาจากด้านใน “แม่จ๋า..แม่..แม่อยู่ไหน”
“ชมพู แม่อยู่นี่”
แต่ในห้องนั้น ไม่มีชมพู แพรขาวมองรอบตัว ที่ประตูห้องที่เปิดออกไปอีกด้าน ชมพูวิ่งผ่านไป “แม่ๆ..”
แพรขาววิ่งตามออกไปทางประตูนั้น

ในสายฝน ไรวินท์วิ่งสุดฝีเท้าสู่ประตูบ้าน จะโดดออกไปจากประตูหน้าบ้าน แต่เหมือนตรงประตูนั้นมีพลังบางอย่างที่แข็งแร่งขวางไว้ ร่างไรวินท์เด้งกลับมาอย่างแรง ไรวินท์ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตะโกนออกไป “แพรขาว ตื่นสิ ตื่น! ตื่น! ดึงสร้อยเส้นนั้นออกไป”

เสียงไรวินท์ดังเอคโค่สะท้อนไปมาก้องๆ ซ้ำๆอยู่ไกลๆในตึกร้าง “แพรขาว ตื่นสิ ตื่น! ตื่น! ดึงสร้อยเส้นนั้นออกไปๆๆๆๆ”
แพรขาวไม่รับรู้ถึงเสียงนั้นเลย เดินไปอยู่ที่เชิงบันไดขึ้นชั้นบน สร้อยคอแก้วตาเสือที่คอแพรขาวแกว่ง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
ชมพูวิ่งขึ้นไป แล้วหันหลังมา ก้มมองจิกสบตาแพรขาว “แม่..”
“ชมพู.”
“ตามหนูมาสิ ฮิๆๆ“ พูดจบก็วิ่งหายขึ้นไป
“ชมพู ลงมา อย่าขึ้นไป” แพรขาววิ่งตามไปด้วยความร้อนใจ

ที่หน้าเรือนใหญ่ ผีสีนวลหัวเราะอย่างสาแก่ใจ เสียงหัวเราะสีนวลดังก้อง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าเป็นสายๆแว่บๆๆๆ เสียงเปรี้ยงๆ ผสมไปกับเสียงหัวเราะของผีสีนวล
แพรขาววิ่งขึ้นมาถึงห้องกว้างชั้นบน ชมพูยืนอยู่กลางห้อง และหันมามองหน้าแพรขาว แล้วชี้ไปที่ชั้นลอย ที่อยู่เหนือห้องนั้นไปอีก แพรขาวสงสัย เดินไปหาชมพู แล้วแหงนมอง ตามที่ชมพูชี้ เหนือขึ้นไป คือระเบียงชั้นลอย ที่ไม่มีราวกั้น ตรงนั้นมีถังเก่าๆใหญ่ๆเหมือนถังน้ำมันที่สูงเท่าอกคน วางเรียงๆกันอยู่สามสี่ใบ
แพรขาวก้มหันมา จะถามชมพูว่าอะไรทำไม แต่ปรากฏว่าไม่มีชมพูที่ข้างตัวแล้ว แพรขาวงงๆ มองหารอบตัว
ทันใด มีเสียงหัวเราะจากข้างบน แพรขาวเงยมอง ข้างบนชั้นลอย ข้างๆถังน้ำมันนั้น ชมพูกำลังพยายามผลักถังนั้น ที่ใหญ่และดูมีน้ำหนัก ถังครูดไปกับพื้นปูน เสียงโลหะหนักๆถูกับปูน เป็นรอย และส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดก้องๆชวนสยอง ถังนั้นขยับเข้ามาหมิ่นขึ้นๆ พร้อมจะตกลงไป
แพรขาวตกใจ จะก้าวเท้าถอย แต่ทันใดมีมือมากอดรอบเอว แพรขาวตกใจก้มมามองเห็นชมพูที่ยิ้มน่ากลัว และกอดเอวแพรขาวแน่น ไม่ให้ไป เสียงเอี๊ยดๆหนักๆดังมาจากข้างบน แพรขาวเงยมอง ถังน้ำมันนั้นกำลังจะตกลงมา แพรขาวแหงนมอง ตาเบิ่งลืมโพลง จะหนีก็หนีไม่ได้ ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใต้รัศมีถังนั้น

ที่หน้าเรือนใหญ่ ท่ามกลางฝน ผีสีนวลยืนหัวเราะ “ฮะๆๆๆๆ”
ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ไรวินท์ที่ถึงตาจนตัดสินใจ ที่จะยอมไปเป็นผีตายโหงแทน ตะโกนออกไปสู่ภายนอกสุดพลัง “ไอ้พวกสัมภเวสีเร่ร่อน ..มาเอาชั้นไป..มาเอาดวงวิญญาณของชั้นไปแทนผู้หญิงคนนั้น..” ถังน้ำมันกำลังเอียงลงมาใกล้หล่นแล้ว แพรขาวยืนนิ่ง ขยับไม่ได้ มีชมพูที่หน้าชวนสยองกอดเอวแน่น “ชั้นขอยอมไปเป็นผีเฝ้าบ้านร้าง เป็นตัวตายตัวแทนของพวกแกเอง..” ขาดคำที่พูดตัวไรวินท์เกิดมีแสงสว่างจ้าเปล่งออกมาจากตัวเอง สีหน้าผุดผ่องราวกับปล่อยวาง ยอมสละทุกอย่าง ไรวินท์ตัดสินใจ ถอยออกมาจากประตูนั้น เพื่อตั้งหลัก แล้วพุ่งตัวตั้งใจที่จะกระโจนออกไป เพื่อสละวิญญาณ ร่างไรวินท์ทะลุกำแพงพลังที่มองไม่เห็นออกไปได้อย่างอัศจรรย์ ผีสีนวลที่กำลังหัวเราะชะงักด้วยความผิดคาด ร่างไรวินท์ลอยทะลุออกจากเขตรั้วบ้านนั้นไป

ในตึกร้างถังน้ำมันตกร่วงลงมา แพรขาวยืนอยู่ใต้ถังนั้น ก่อนที่ถังจะตกลงมาทับร่างสว่างของไรวินท์ก็พุ่งเข้ามาหาแพรขาว มือไรวินท์จับที่สร้อยแก้วตาเสือแล้วกระชาก สร้อยนั้นขาดผึง ลูกปัดกระจายเด้งดึ๋งๆๆ ไปตามพื้นปูนเปลือยบ้านร้าง ทันใด ดวงตาของแพรขาวพลันกระพริบมีสติพึ่บขึ้นมาทันที แพรขาวเห็นหน้าไรวินท์ที่กอดตนอยู่
“แพรขาว..”
“คุณวิน..”
แพรขาวยื่นมือขึ้นไปหามือไรวินท์ มือแพรขาวและมือไรวินท์จับกัน ไรวินท์ดึงแพรขาวออกมาอย่างรวดเร็ว
พอดีกับถังนั้นที่เหมือนลอยค้างอยู่ในอากาศ ก็ตกลงมากระทบพื้นดังสนั่น ฝาถังหลุดกระเด็นออก ของเหลวสีดำในถังนั้นกระจายกระเด็นสาดไปทั่วบ้าน แพรขาวอยู่ในอ้อมกอดไรวินท์ หลบมุม พ้นจากรัศมีของเหลวดำนั้น
“แพรขาว เธอปลอดภัยแล้ว” ร่างไรวินท์สว่างจ้ามากขึ้นๆ และการยิ้มเปี่ยมด้วยความสุข แพรขาวสลบไปโดยมีรอยยิ้มในใบหน้า
ไรวินท์อุ้มแพรขาวเดินมาตามถนนในซอย ใบหน้าไรวินท์ อิ่มเอมใจ ส่วนใบหน้าแพรขาวหลับพริ้ม ไรวินท์อุ้มแพรขาวเดินกลับบ้าน ผีสีนวลร้องออกมาอย่างผิดหวังและจางหายไป

แสงไฟสลัวจากบนเสาถนน แพรขาวลืมตาขึ้นมาแล้วยืนตะลึงงงๆ แพรขาวมองรอบๆ พบว่าตัวเองยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตูบ้าน แพรขาวงง ว่าตัวมาตรงนี้ยังไง
“พี่แพรๆ” แพรขาวหันมอง นลิน แจ็บกำลังวิ่งเข้ามาอย่างตกใจ
“พี่แพร..พี่หายไปไหนมาครับ”
แพรที่เปิดประตูเข้ามามีสีหน้าเหวอ แพรขาวตัวเปียกมีน้ำหยดจากตัว
นลินกอดแพรขาวไว้ “พี่แพร..ไปเดินตากฝนที่ไหนมา พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
แพรขาวซีดๆ งงๆ หนาวสั่น “ไม่..พี่ไม่เป็นไร..”
แจ๊บสงสัย “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

เรือนเจ้าบ้านมืด เงียบ และดูว่างเปล่าราวบ้านร้าง แพรขาวใส่เสื้อผ้านลิน เป็นเสื้อยืด กางเกงขาสั้น มีผ้าขนหนูพาดบ่า เช็ดผมพลาง ก้าวเข้ามา ยืนมองเรือนเจ้าบ้านเพียงห่างๆ
แพรขาวพูดเสียงดังราวกับกลัวไรวินท์ไม่ได้ยิน “คุณวินคะ ขอบคุณมากนะที่ไปช่วยชีวิตแพร แพรขอลาคุณแค่นี้ ลาชั่วคราวนะคะ บ้านนี้ถูกรื้อเมื่อไหร่ แพรจะเอาไปสร้างศาลาเล็กๆให้วัดต่างจังหวัด จะได้เป็นบุญกุศลตกไปถึงคุณ” เสียงแพรขาวเหมือนดังไปในความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบ นิ่ง ไม่มีร่องรอยของพลังงานอะไรอีก
แพรขาวมองรอบตัว รู้สึกว่าไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ
นลินลากกระเป๋าใบเล็กมา มองแพรขาวแปลกๆ “พี่แพร..บอกลาคุณวินเหรอ”
แพรขาวหน้าตาเหวอๆ “คุณวินไม่อยู่แล้ว..ลิน”
“อะไรนะคะ”
แพรขาวยอมรับความจริง ใจหายเบาๆ “คุณวินไปแล้ว”
“จริงเหรอ..พี่แพรรู้ได้ไง”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“แต่พี่บอกว่า..คุณวินไปช่วยพี่ไม่ให้ถูกของตกใส่ ที่ตึกร้างในซอยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่..คุณวิน..ออกจากเขตบ้านนี้ไปช่วยพี่ได้..แล้ว..ก็..คง..”
สองสาวมองหน้ากัน อึ้งๆ

เรือนใหญ่ ไฟดับทีละดวงจนมืดสนิท ผีสีนวลหมุนคว้างไปมาในบ้าน “หายไปไหน..พี่วิน พี่วินหายไปไหน พี่วิน!!!!” มุมต่างๆในบ้าน ผีสีนวลวิ่งหาไปมา ใจหายวาบ “พี่วิน..ทำไมฉันไม่รู้สึกอีกแล้ว..ว่ามีพี่อยู่แถวนี้”
ที่เรือนเล็กสีนวลปรากฏขึ้น เดินหาไปมารอบๆด้วยความตกใจและขวัญเสีย “พี่วิน พี่อยู่ที่ไหน ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17 วันที่ 28 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ