อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/2(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/2(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

เรือนใหญ่ ไฟดับทีละดวงจนมืดสนิท ผีสีนวลหมุนคว้างไปมาในบ้าน “หายไปไหน..พี่วิน พี่วินหายไปไหน พี่วิน!!!!” มุมต่างๆในบ้าน ผีสีนวลวิ่งหาไปมา ใจหายวาบ “พี่วิน..ทำไมฉันไม่รู้สึกอีกแล้ว..ว่ามีพี่อยู่แถวนี้”
ที่เรือนเล็กสีนวลปรากฏขึ้น เดินหาไปมารอบๆด้วยความตกใจและขวัญเสีย “พี่วิน พี่อยู่ที่ไหน ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้”
ที่ศาลเจ้าบ้านสีนวลเดินมาหยุด เริ่มตระหนักความจริง “พี่วิน พี่หนีไปจากที่นี่แล้วใช่ไหม..พี่หลุดพ้นจากการจองจำในบ้านนี้ได้แล้วจริงๆ แล้วพี่ก็ทิ้งชั้นไป ไม่กลับมาพบกันอีกแล้ว..ใช่ไหม”

หน้าประตูรั้วรถทุกคนจอดอยู่หน้าบ้านด้านนอก ป้าสมพรถือกระเป๋าเล็กเดินออกไป
หน้าต่างชั้นบนเปิดผางออก ผีสีนวลมาโผล่หน้าต่าง “พวกแกจะไปไหน..จะหนีฉันไปกันหมดเลยหรือไง ไม่นะ ชั้นไม่ให้ไป!!”


เนยจะยกกล่องใหญ่สีน้ำตาลออก แต่ออกประตูเล็กไม่ได้ “คุณป้าคะ ต้องเปิดประตูใหญ่ก่อนค่ะ ของออกไม่ได้”
ป้าสมพรวางกระเป๋าลง แล้วควักกุญแจที่พกมาทั้งพวง เดินกลับเข้ามาในบ้านอีก ป้าสมพรตรงมา ไขกุญแจประตูใหญ่ ที่ใส่สายยู นลิน แจ๊บ แพรขาวเดินหิ้วของกันมาคนละชิ้นสองชิ้นมาถึงพอดี แต่ป้าสมพรไขยังไงๆก็ไขไม่ออก
นลินทัก “แม่ กุญแจผิดลูกหรือเปล่า”
ป้าสมพรส่งพวงกุญแจให้ แจ๊บไขๆ ก็ไม่ออก ทุกคนพากันยืนมุง
ป้าสมพรบอก “เอ้า..เอาของเล็กๆออกไปทางประตูเล็กก่อนไป”
แพรขาวเดินนำไปประตูเล็ก และพบว่าประตูเล็กปิดอยู่ แพรขาวขยับเปิดกลอนประตูเล็ก ปรากฏว่ากลอนติด เปิดไม่ได้ “เอ๊ะ ทำไมเปิดไม่ได้”
ทุกคนต่างมารุมที่กลอนลองเปิดกัน
เนยมองรอบๆ ขนลุก “เค้า..เค้าจะไม่ให้เราหนีไปไหนหรือเปล่าคะ”
ทุกคนมองหน้ากัน แพรขาวเงยมองไปที่ห้องข้างบน สีนวลยืนอยู่บนนั้นชัดเจน มองลงมา หัวเราะเสียงวังเวง
ทุกคนอึ้ง ขยับเบียดกันอัตโนมัติ
นลินเสียงสั่น “ทำไงดี..”
ทุกคนเบียดกัน ตามองที่ผีสีนวลอย่างทั้งเกลียด ทั้งกลัว
“ถ้ามันไม่ให้เราออกทางประตู เราก็ปีนข้ามไป” แจ็บมองมาที่กองของที่วางกันไว้ แล้วเข้าไปยกกล่องมาวางข้างกำแพง แล้วเอาอีกกล่องซ้อนกันขึ้นไป เอากระเป๋ามาวางให้เป็นขั้นสำหรับปีน “ลิน..มา..”
นลินรีบปีนขึ้นไปบนกองกล่องกระเป๋า โดยมีแจ๊บช่วย นลินนั่งคร่อมบนกำแพง แจ๊บโหนตามไป แล้วนั่งคร่อมกำแพงด้วยกัน เว้นที่ตรงกลางไว้
“แม่..ขึ้นมา แม่..”
เนยประคองส่งป้าสมพรให้ปีนขึ้น นลินกับแจ๊บอยู่บน ช่วยฉุด จากนั้น นลินโดดลงข้างด้านนอก ลงไปรอรับแม่ ให้ทิ้งตัวลงมา ป้าสมพรโดดตาม โดยมีนลินรอรับ
เนยรีบปีนตาม และโหนไปคร่อมกำแพงรอคู่กับแจ๊บ ยื่นมือมาช่วยแพรขาว “คุณแพร มาค่ะ..”
แพรขาวส่งกระเป๋า ถุงเสื้อผ้าตนให้เนย จากนั้น แพรขาวปีนขึ้นกองของ แล้วส่งแขนให้แจ็บและเนยช่วยฉุด ทั้งสองฉุดแพรขาวเต็มที่ โดยแพรขาวพยายามโหนขึ้นไป แต่แล้ว แพรขาวโหนไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรถ่วงอยู่
“พี่แพร.. ถีบตัวขึ้นมาหน่อยครับ ทำไมตัวหนักจัง”
แพรขาวพยายามเหนี่ยวตัวขึ้น แต่ไม่ขึ้น แพรขาวสงสัย ก้มลงดูก็ต้องผงะ แทบช็อค ที่เท้าทั้งสองของแพรขาว มีมือสองมือของผีสีนวลจับไว้แน่น แพรขาวผงะด้วยความกลัวสุดๆ ร่างผีสีนวลค่อยๆปรากฏขึ้นเต็มตัว มือจับเท้าแพรขาวที่ใส่รองเท้าคัทชูไว้แน่น
หน้าผีสีนวลดุดันต้องการเอาชนะ “เธอหนีชั้นไปไม่ได้หรอก”
“เธอก็เอาตัวชั้นไว้ไม่ได้หรอก เหมือนที่เธอไม่เคยยึดใครไว้กับเธอได้เลยนั่นแหละ” แพรขาวเตะเท้าถีบใส่ผีสีนวลเต็มแรง จนรองเท้าทั้งคู่หลุดไปในมือผีสีนวล ผีสีนวลเซไปรู้สึกงง จ้องหน้าแพรขาว
แพรขาวรีบตะกายโหนตัวขึ้น มีเนยกับแจ๊บดึงแพรขาวขึ้นไปสำเร็จ ผีสีนวลมองในมือตน ที่ถือรองเท้าแพรขาวไว้ แพรขาวโดดลงอีกด้าน มีนลิน ป้าสมพรรอรับ แจ๊บ เนยรีบโดดตาม แจ๊บรีบวิ่งไปเปิดรถ นลิน ป้าสมพรรีบขึ้นเร็วปรี๊ด แพรขาวคว้าถุง กระเป๋าตน วิ่งเปิดรถตัวเอง เนยมาขึ้นรถแพรขาว
รถสองคันพุ่งตามกันออกไปแบบฝุ่นตลบ ผีสีนวลเขวี้ยงรองเท้าแพรขาวลงพื้น แล้วเงยขึ้นร้องกรี๊ดก้อง

ที่คฤหาสน์โอฬาร ทุกคนอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วนั่งกินเครื่องดื่มร้อนๆกัน มีเด็กรับใช้เดินเสิร์ฟให้ทุกคน
ป้าสมพรบ่นอุบ “ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าคืนสุดท้ายที่ออกมาจากบ้านที่ป้าโตมา เราต้องหนีหัวซุกหัวซุนกันแบบนี้ คุณสีนวลแกอยู่กับเรามานานเท่าๆกับคุณไรวินท์ แต่แกแอบมิดแล้วไม่เคยแสดงอะไรเลย แล้วพอถึงวันที่แกแสดง แกก็จัดหนักเลย”
นลินสงสัย “หรือเป็นเพราะคุณวินท์จากเค้าไปแล้ว แกถึงพาลอาละวาดเอากับเรา”
แจ๊บขนลุก “เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ผีขังคนไม่ให้ออกจากบ้าน”
แพรขาวนิ่งไป นึกออก “รู้แล้ว....ที่แท้ แกกลัวถูกทิ้งนี่เอง คุณวินท์หนีไปได้แล้ว แล้วพวกเราก็หนีอีก บ้านก็รอวันรื้อ..แกคง..พยายามจะยื้อยุดทุกอย่างเอาไว้ให้สุดความสามารถน่ะค่ะ น่าสงสารจัง” แพรขาวพูดๆไป รู้สึกปวดหัว จนต้องยกมือขึ้นมากุม “โอ๊ย..”
ป้าสมพรเป็นห่วง “เป็นอะไร”
“อยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา”
นลินเสนอ “งั้น..เรานอนกันเถอะ พี่แพรจะได้นอน..”
ป้าสมพรมาจับตัวแพรขาว แล้วผงะ “หนูแพรตัวร้อนจี๋เลย..หนูต้องกินยาแก้ไข้แล้วล่ะ”

แพรขาวกินยา ดื่มน้ำ ก่อนจะล้มตัวลงนอน แพรขาวรู้สึกหนาว ดึงผ้ามาห่มถึงคอ แล้วหลับตาลง แต่ก็มีเสียงคนลากเก้าอี้อยู่หน้าห้อง แพรขาวลืมตาขึ้นมา ลุกขึ้นครึ่งๆตัว “ใครมาลากเก้าอี้..” แพรขาวงงๆ ทันใดเครื่องเสียงถูกเปิด เสียงเพลงตื๊ดดังมา แพรขาวที่ทั้งเพลียและปวดหัว ลุกขึ้นมา “ใครเปิดเพลง..นลินเหรอ..หรือแจ๊บ” เสียงเพลงดังขึ้นอีก “เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ดึกป่านนี้เนี่ยนะ” แพรขาวเสยผม เดินเซๆนิด นิ่วหน้าเพราะปวดหัว แต่ฝืนใจ เปิดออกไป
ที่หน้าห้องพัสกร มืดสนิท แพรขาวเดินออกมา ทันใด เพลงที่ดังสนั่นอยู่ก็ดับเงียบไป แพรขาวชะงักหันมองรอบๆ ไม่มีอะไร มีเสียงบานปะตูกระแทกปัง ปัง ปัง เป็นระยะไม่หยุด “ใครน่ะ..คุณสีนวล..คุณตามชั้นมาที่นี่หรือ”
เสียงบานประตูดังถี่ๆๆๆ แพรขาวฝืนเพ่งมองไป แพรขาวเซๆไป แตะผนัง พิงผนังไว้ เพ่งตามองไปในความมืดสลัว “ไม่ใช่คุณสีนวล” แพรขาวนึกได้ ตาเบิกโพลง “พี่กร..พี่หรือเปล่า..”
ทันใด ไฟสลัวตามทางที่เปิดไว้กระพริบๆๆๆ แล้วดับลง ในความมืด ร่างพัสกรปรากฏขึ้น ทีแรกเป็นเงาขาวๆแล้วชัดขึ้นๆ พัสกรที่มีเลือดอาบเหมือนวันที่ถูกยิง เดินเซๆเข้ามา ใกล้เข้ามา “พี่กร..พี่ต้องการอะไร” พัสกรยื่นมือออกมา ตรงเข้ามาหา ดวงตาประสงค์ร้าย “ทำไม พี่กรจะทำอะไร พี่จะ..จะทำร้ายแพร จะฆ่าแพรเหรอ”
“ใช่!” พัสกรถึงตัวแล้วบีบคอแพรขาว ดันแพรขาวจนถอยไปติดผนัง
แพรขาวเอามือทั้งสองจับข้อมือพัสกรไว้ พยายามดึงออกแต่ไม่มีแรง เริ่มหายใจไม่ออก สำลัก “ไม่..ไม่..” แพรขาวมองเห็นหน้าพัสกรค่อยๆมืดลงๆ สายตาแพรขาวเริ่มพร่า “ไม่เอา..ไม่ตาย..ชั้นต้องอยู่กับชมพู ชั้นต้องได้เห็นชมพูตอนโต..” แพรขาวดิ้นๆๆ มือยังพยายามแกะมือพัสกรจากคอตน แพรขาวเข่าทรุด รูดร่วงลงกับพื้น ร่างพัสกรนั่งคร่อมตามมา ยังบีบคอแพรขาวต่อเนื่อง เค้นสุดแรง จะเอาให้ตายจริงๆ
แพรขาวลืมตาโพลง มองเห็นหน้าพัสกรแสยะ แล้วพลันทุกอย่างมืดสนิท แพรขาวลืมตาค้างแต่ไม่เห็นอะไร และพยายามาด้วยลมหายใจสุดท้าย “คุณวิน ช่วยด้วย!! คุณไรวินท์ ช่วยแพรขาวด้วยค่ะ”
พัสกรที่คร่อมบีบคอแพรขาวอยู่ ทันใด มีแสงสว่างวาบพุ่งเข้ามาปะทะพัสกรอย่างแรง พัสกรกระเด็นกลิ้งไป
แพรขาวกระเด็นไปฟุบอยู่อีกทาง แพรขาวที่เป็นอิสระรีบหอบสูดอากาศหายใจเข้าปอดอย่างแรงที่สุด แล้วค่อยๆ ตะกายลุก พลางโงหัวขึ้นมาดู ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพตรงหน้าที่เห็นคือร่างสีขาวของไรวินท์ ที่เรืองแสงสว่างในความมืด กำลังยืนจังก้า จ้องพัสกรที่ล้มกลิ้งโค่โล่อยู่ พัสกรเงยหน้าพร้อมกับแสยะลุกขึ้นมาคำราม อาละวาดพุ่งใส่ ไรวินท์แค่ยกมือขึ้นรอรับ พัสกรก็กระทบพลัง และกระเด็นถอยไปไกล
“คุณวิน..”
“ใคร..ใคร..มึงเป็นใคร” พัสกรพยุงร่าง ลุกขึ้นมา โกรธ งง “มึงมาขวางกูทำไม”
ไรวินท์ยืนอย่างสง่ามองดูพัสกรด้วยแววตาอ่อนโยน สีหน้าและราศีของไรวินท์ดูเปลี่ยนไป ไร้ทุกข์ ไร้เศร้า เมตตา เบิกบาน “ฉันเป็นเพื่อนของแพรขาว แพรขาวคือคนที่มีบุญคุณต่อฉัน เขาช่วยให้ฉันเป็นอิสระ ฉันจึงต้องมาช่วยเขา พัสกร นายอย่าทำบาปอีกเลย หักอารมณ์ฝ่ายต่ำเสียเถิด วิญญาณจะได้หลุดพ้น”
“ไม่.. ทุกคนจะต้องชดใช้ที่ทำให้กูต้องตาย กูจะเอาไปเป็นเพื่อนกูให้หมด ทั้งแม่ ทั้งเมีย”
“ไม่มีใครอยากให้พี่ตายเลยนะ แม่พี่ก็รักพี่ ห่วงพี่ที่สุด แม้แต่ดิว เขาก็ไม่ตั้งใจจะทำให้พี่ตาย”
“ไม่ต้องมาพูด อีแพศยา มึงนั่นแหละ ตัวดี มึงเป็นเมียกู มึงควรอยู่กับกู แต่มึงทิ้งกูไปคนแรก ถ้ามึงอยู่กะกู ป่านนี้กูก็คงยังไม่ตาย! ส่วนแม่.. แม่ไม่สั่งสอนกู ถ้าแม่สอนกูให้ดีมาแต่ต้น กูก็คงไม่ไปยุ่งกะอีนางดิว”
“ถ้ายังโทษแต่คนอื่น ก็จะทุกข์อยู่เช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ฉันเคยมาแล้ว ฉันถึงบอกได้ว่ามันทรมานทรกรรมแค่ไหน ปลดปล่อยตัวเองเถอะ พัสกร นายจะได้ไปที่อื่นเสียที ไม่ต้องมาเฝ้าบ้านนี้ ไม่ต้องทำให้ทุกคนเกลียดกลัว วิ่งหนี หรือขับไสไล่ส่ง ที่อื่นมันอาจจะดีกว่านี้ เป็นชีวิตใหม่ ให้นายได้มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดที่สอบตกในชีวิตเก่า”
พัสกรอึ้ง ยอมรับฟัง “แล้วต้องทำยังไงล่ะ..”
“อย่าผูกพันกับคนเหล่านี้อีกต่อไปเลย ตัดความโกรธแค้นอาฆาตเสียให้หมด เลิกพะวงกับตัวเอง มิฉะนั้นนายจะเป็นนักโทษที่ถูกจองจำไม่รู้วันสิ้นสุด“
พัสกรนิ่งก่อนที่จะคอตก ไหล่งุ้ม หันเดินหนีไปอีกด้านนึง ไรวินท์มองตามไป แพรขาวขยับจะตาม ไรวินท์มองมาด้วยสายตาปรามให้แพรขาวรอก่อน

พัสกรที่เดินคกตก ไหล่ลู่ ลักษณะยอมแพ้ จำนน แล้วค่อยๆทรุดลงกองกับพื้น ร้องไห้อย่างขมขื่น “ฉันไม่อยากตาย..แม่..แม่..ช่วยลูกด้วย ช่วยลูกกรด้วย ฮือๆๆๆ”
แพรขาวค่อยเดินตามมา ยืนดูห่างๆ สงสารอย่างมาก น้ำตาพัสกรที่ไหลออกมากลายเป็นเลือด และบาดแผลที่ถูกยิงก็มีเลือดไหลออกมาพลั่กๆๆๆ สภาพของพัสกรดูเป็นผีที่น่ากลัวมากขึ้นๆ แพรขาวมองด้วยสยดสยองและรู้สึกกลัวจนถอย
ไรวินท์เดินเข้าไปหาพัสกร “พัสกร..ยอมรับเสียเถิดว่าชีวิตจบลงไปแล้ว เหมือนกระแสน้ำที่ไม่มีวันย้อนกลับ” พัสกรเงยมองหน้าไรวินท์ ที่ส่องแสงผุดผ่อง เหมือนจะยอมรับกระแสแห่งกุศลที่แผ่มาให้ “แม่ เมีย หรือลูก คือคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันกับนายแค่ชั่วคราว เมื่อหมดเวลา ก็ต้องแยกย้ายกันไป”
“ฉันแค่..แค่อยากให้แม่..ตายมาอยู่กับฉัน “ พัสกรมองไปข้างหน้า

ภาพในอดีตพัสกรในชุดรับปริญญา คุณนายแถบทิพย์ดีใจ เอาช่อดอกไม้มาให้ พัสกรกราบแม่ แม่ กอด หอม แล้วมีคนมาถ่ายรูป สองแม่ลูกกอดกัน มองกล้อง มีความสุข

“แพรก็เหมือนกัน แพรควรจะตาย..มาอยู่เป็นเพื่อนกับฉัน” พัสกรเหม่อมมองไปในความทรงจำ

ภาพในอดีต คืนส่งตัว งานแต่งงาน แพรขาวกับพัสกร ในชุดแต่งงาน อยู่ในห้องนอน แพรขาวยืนดูเงาตัวเองในกระจก สวยมากๆ แล้วพัสกรที่ดูหล่อเหลาเดินมากอดเอวข้างหลัง ทั้งสองยืนส่องกระจกคู่กัน ยิ้มอย่างมีความสุข

พัสกรละสายตาจากภาพในความคิด แล้วปิดหน้า ร้องไห้คร่ำครวญ
ไรวินท์มองอย่างเมตตา “ถ้าแม่นายตกใจกลัวจนตายไป นายจะบาปหนักที่ทำร้ายแม่ วิญญาณจะเสวยกรรมอยู่ในนรก นายอยากเห็นไหมว่านรกมันเป็นยังไง”
พัสกรมองตาไรวินท์ ไรวินท์มองตอบเพื่อให้พัสกรมองดูภาพนรกจากในตาไรวินท์ พัสกรมองแล้วเกิดอาการกลัว ตั่วสั่น ยกมือขึ้นบังหน้า “ไม่เอา ไม่ดู กลัว กลัวแล้วๆ อ๊าก..กลัวๆๆๆ” พัสกรเอามือปิดหน้า แล้วคว่ำตัวลง นอนดิ้นทุรนทุรายไปมาด้วยความกลัว แพรขาวยืนมองด้วยความตกตะลึง
ไรวินท์เข้าไปใกล้ แตะที่หลังพัสกรพูดปลอบ “ชีวิตของนายที่ผ่านมาได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยบุญเก่า แต่ไม่เคยสร้างบุญใหม่ จึงจบลงเร็ว ไปสู่เส้นทางใหม่เสียเถิด พัสกร..จะได้มีโอกาสสร้างบุญใหม่อีกครั้ง”
พัสกรสงบลง แล้วสักพัก ค่อยๆเงยหน้าขึ้น หน้าพัสกรที่เป็นผีน่ากลัวเปลี่ยนไป กลายเป็นหน้าพัสกรธรรมดาแต่ซีดเท่านั้น พัสกรลุกขึ้น แล้วหันมาหาแพรขาว “แพร พี่ต้องไปแล้ว ยกโทษให้พี่”
แพรขาวกลัว แต่พยายามคุมอาการ “ฉันอโหสิให้พี่ทุกอย่าง และขออโหสิจากกรรมใดๆที่เคยล่วงเกิน ขออย่ามีเวรกรรมใดๆผูกพันต่อกันอีก” พัสกรพยักหน้ารับ แล้วถอยๆ แล้วหันหลัง เดินหายวับไป แพรขาวมองตามไป แล้วหันมาไรวินท์ยืนมองอยู่ แล้วยิ้มมาอย่างอ่อนโยน “คุณช่วยชีวิตชั้นไว้อีกแล้ว คุณไรวินท์ คุณมาที่นี่ได้ แปลว่าตอนนี้คุณจะไปที่ไหนก็ได้ ใช่ไหมคะ”
“ขอบคุณเธอมาก..แพรขาว..ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเธอ” ไรวินท์ยิ้ม แล้วค่อยๆเลือนหายไป
แพรขาวรู้สึกใจหายและเศร้า “คุณวินท์..อย่าเพิ่งไป..” แพรขาวยืนเศร้า

สาโรจน์อยู่ชุดนอนหลับอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังลั่น สาโรจน์สะดุ้ง ตื่นมา รีบควานรับโทรศัพท์ “นลิน..มีอะไรครับ”
“พี่สาโรจน์..พี่แพรค่ะ มีไข้สูงมาก แล้วมาหมดสติอยู่นอกห้อง เป็นอะไรไม่ทราบ พวกเราอยู่ที่บ้านโอฬารค่ะ”
“โอเคๆ นลิน ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

สาโรจน์ในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด วิ่งขึ้นมา แล้วเห็นแพรขาวนอนแน่นิ่งบนพื้น มีนลินคอยดูแลอยู่ สาโรจน์รีบเข้ามา อุ้มร่างแพรขาวขึ้น แล้วรีบพาไป

เจ้าหน้าที่รพ.เข็นเตียงที่มีแพรขาวที่นอนแน่นิ่งมาตามทาง สาโรจน์เดินไปข้างๆ ท่าทางร้อนใจ

วันใหม่ ที่นั่งห้องโถงโรงพยาบาล สาโรจน์นั่งกุมหัว หลับอยู่ที่เก้าอี้ เขมินีเดินเข้ามา แตะเบาๆ ที่ไหล่สาโรจน์ สาโรจน์สะดุ้ง เงยมา แล้วทำหน้ามึนงง เขมินียื่นถ้วยกระดาษไขใส่กาแฟร้อนให้สาโรจน์ เขมินีนั่งลงข้างสาโรจน์ จิบกาแฟไปด้วย
“หมอบอกว่า..แพรแค่ไข้ขึ้นสูงมากไปหน่อย.. แต่ผลเลือดไม่มีอะไรน่าห่วงนะ..ไม่ได้ติดเชื้ออะไร..แต่เด็กนลินบอกว่าเมื่อตอนเย็นวาน..เค้าไปตากฝนในซอยบ้านนั้นมานี่.. ก็คงร่างกายอ่อนแอด้วย..ก็เลย”
“ผมแค่ออกมาจากบ้านนั้นแป๊บเดียว..ก็เกิดเรื่องเลย “
“เธอนี่ก็รักเขามากจริงๆนะ สาโรจน์” สาโรจน์อึ้ง เขมินีปลงๆ “ก็ดีแล้ว..ต่อไปชั้นก็.คงต้องฝากเธอดูแลเค้า..กับหลานสาวชั้นด้วย”
“คุณแพรขาวไม่ได้ชอบผม”
“อนาคต..อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฉันตัดสินใจแล้ว..ว่าชั้นจะทำงานการเมือง ตรียมเข้าสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า..คงต้องถอยออกมาจากงานธุรกิจ ชั้นไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากเธอ ชั้นจะให้แพรขาวมารับช่วงแทน ถ้ามีเธอคอยเป็นพี่เลี้ยง แพรขาวก็จะพัฒนามาเป็นนักธุรกิจที่เก่งได้ เพราะน้องสะใภ้ชั้นคนนี้..เขาเป็นคนเก่งอยู่แล้ว ฝากด้วยนะ สาโรจน์”
สาโรจน์นิ่งไปแต่สายตาที่มองเขมินีอย่างยอมรับ

แพรขาวลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปอย่างอึ้งๆ เมื่อเห็นสาโรจน์ นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ “พี่สาโรจน์คะ..”
“อะไรนะ..คุณแพร..เรียกผมว่า..”
“พี่สาโรจน์..เพราะ..คุณสาโรจน์..ก็เหมือนพี่ชายของแพร”
“คุณแพร..ตั้งใจจะให้ผมเป็นแค่พี่ชายนี่เอง..”
“ก็พี่คือคนที่รู้ปัญหาของแพรที่สุด แล้วแพรก็คุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง..แพรไม่มีญาติของตัวเอง ไม่มีพ่อแม่ พี่น้อง พี่เขมเป็นพี่สาว..พี่ก็เป็นพี่ชายแพรไม่ได้หรือคะ”
“ได้..คุณแพรจะให้ผมเป็นอะไรก็ได้”
“คุณวิน..เค้าไปแล้วค่ะ..”
“คุณวิน..เจ้าบ้านเจ้าเรือน..ของคุณน่ะหรือ”
“คุณวิน..มาช่วยชีวิตแพร..สองครั้ง ครั้งนึง..เมื่อวานตอนค่ำ..ที่ในตึกร้างในซอยบ้านป้าสมพร..คุณสีนวลทำให้แพรไม่มีสติเดินตากฝนออกไปจากบ้าน แล้วเข้าไปในตึกร้างที่ก่อสร้างค้างทิ้งไว้ จะทำให้ของหล่นลงมาทับแพร แต่คุณวินมาช่วยแพรไว้ทัน แล้วครั้งที่สอง..ที่บ้านใหญ่ พี่พัสกร..จะมาเอาแพรไป คุณวินก็มาช่วยแพรอีก..แล้วคุณวินก็ช่วยสอนพี่กร..จนพี่กรยอมไปแล้วนะคะ..คุณวินช่วยแพร..แต่แพรยังไม่ทันได้ขอบคุณ..ยังไม่ทันได้บอกลา..คุณวินท์หายไป..” แพรขาวเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กๆ สาโรจน์มองเงียบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พี่สาโรจน์นึกว่าแพรเป็นบ้าหรือคะ..พี่สาโรจน์ไม่เชื่อ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/2(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ