อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/3(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/3(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

“คุณวิน..มาช่วยชีวิตแพร..สองครั้ง ครั้งนึง..เมื่อวานตอนค่ำ..ที่ในตึกร้างในซอยบ้านป้าสมพร..คุณสีนวลทำให้แพรไม่มีสติเดินตากฝนออกไปจากบ้าน แล้วเข้าไปในตึกร้างที่ก่อสร้างค้างทิ้งไว้ จะทำให้ของหล่นลงมาทับแพร แต่คุณวินมาช่วยแพรไว้ทัน แล้วครั้งที่สอง..ที่บ้านใหญ่ พี่พัสกร..จะมาเอาแพรไป คุณวินก็มาช่วยแพรอีก..แล้วคุณวินก็ช่วยสอนพี่กร..จนพี่กรยอมไปแล้วนะคะ..คุณวินช่วยแพร..แต่แพรยังไม่ทันได้ขอบคุณ..ยังไม่ทันได้บอกลา..คุณวินท์หายไป..” แพรขาวเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กๆ สาโรจน์มองเงียบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พี่สาโรจน์นึกว่าแพรเป็นบ้าหรือคะ..พี่สาโรจน์ไม่เชื่อ”

“ผมเชื่อ..”


“จริงนะคะ”
“นลินเล่าให้ผมฟังแล้ว..มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แพรขาว..คุณจำได้ไหม..ก่อนที่คุณจะถูกพาให้เดินออกไปจากบ้าน.. ที่ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณเขม..แล้วผมรีบไป..ที่จริง..คุณเขมไม่ได้โทหาผม”
แพรขาวมองงง
เสียงโทรศัพท์สาโรจน์ดัง ทุกคนหันมอง “คุณเขม..ฮะ?? อะไรนะ..ตำรวจจับคนงานที่ไซท์..เป็นไปได้ยังไงครับ ก็ทุกคนก็มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องแล้วนี่ครับ..ครับๆ..ผมจะรีบไป..” สาโรจน์กดวาง แล้วมองหน้าแพรขาว แล้วก็หันไปมองทุกคน “ขอโทษนะครับ ผมคงต้องไปก่อน..แล้วผมจะโทหานะ..คุณแพร..กรุณารับโทผมด้วยนะครับ” สาโรจน์หันมาหานลิน แจ็บ “ไว้ทานข้าวกันวันหลังครับ” สาโรจน์รีบเดินออกไป
“อะไรนะคะ..”

“ผมไปถึงออฟฟิศ ปรากฏว่าคุณเขมประชุมอยู่ที่พรรคการเมือง ไม่ได้รู้เรื่องที่ไซด์งานอะไรเลย ไม่มีปัญหาคนงานอะไรทั้งนั้น..แล้ว..พอผมเช็คดูโทรศัพท์..มันไม่มีประวัติการโทรอะไรเลย..ไม่ปรากฏว่ามีใครโทรหาผม แต่..ตอนนั้น..ผมได้ยินเป็นเสียงคุณเขม..พูดแบบนั้นกับผมจริงๆ มันเป็นไปได้ยังไง..”
“คุณสีนวล..”
“เขาทำให้ผมออกมาจากบ้านนั้น..ถ้าผมไม่ออกมา..คุณแพรก็คงไม่ถูกพาไปที่ตึกร้าง..”
“โอย..ร้ายกาจจัง”
“ใช่..เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ยอมให้คุณไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว เรื่องที่คุณจะซื้อไม้บ้านนั้น..ผมจะไปจัดการให้เอง..คุณจะให้ซื้อไม้แล้วเอามาไว้ที่ไหนก็บอกมา..”
แพรขาวฟังแล้วถึงกับอึ้ง

ที่คฤหาสน์โอฬาร รถตู้มาจอด มีเขมินีลงมาพร้อมกับประไพประคองคุณนายแถบทิพย์ลงมา คุณนายแถบทิพย์ ยืนมองบ้านโอฬาร ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา “กรมันไปแล้ว..”
“อะไรนะแม่..”
“มันไม่อยู่ที่นี่ แล้วก็ไม่อยู่ที่ไหนอีกแล้ว”
ประไพถาม “คุณท่าน..รู้ได้ยังไงคะ”
“ฉันรู้..เมื่อคืน..ฉันฝัน..” เขมินี ประไพมองหน้ากัน แล้วมองหน้าคุณนายแถบทิพย์ “เมื่อคืน..ฉันฝัน..เห็นมัน..”

คุณนายแถบทิพย์ที่ดูสาวสวยปิ๊ง กำลังยืนยิ้มรอ พัสกร หล่อ ใส หนุ่ม ดูสดสะอาด ในชุดโทนขาว ดูเท่เหมือนชุดกีฬา เดินเข้ามาหาอย่างกระฉับกระเฉง ยิ้มแย้ม สดใส “แม่..กรไปก่อนนะครับ”
“กรจะไปไหนลูก..จะไปฟิตเนสหรือ”
“ไม่ใช่ครับ..กรจะไปแล้ว ไปไกลมาก..”
“ไปไกลหรือลูก..แล้วเมื่อไหร่จะกลับ”
“กรไม่กลับแล้วครับแม่..ขอให้หายป่วย แล้วแข็งแรงๆนะครับ” พัสกรไหว้แม่ แล้วหันไป เดินไปสักพัก แล้วหันมา โบกมือบ๊ายบาย
คุณนายแถบทิพย์โบกมือตอบ ยิ้มสดใส

คุณนายแถบทิพย์ปัจจุบันน้ำตาซึม เช็ดน้ำตา ทำเอาประไพพลอยเช็ดน้ำตาไปด้วย
เขมินีจุกในคอเบาๆ แต่สูดลมหายใจลึก อย่างคนใจแข็ง “กรคงไปดีแล้วจริงๆล่ะแม่ มันถึงมาลาแบบนั้น”
“แต่แม่ก็ไม่อยากอยู่บ้านนี้อีกต่อไปแล้วล่ะเขม มันมีแต่ภาพความทรงจำเก่าๆ แล้วก็ภาพเหตุการณ์ร้ายๆ..แม่อยากเปลี่ยนที่อยู่ใหม่”
วันใหม่ ทั้งครอบครัวใส่บาตรพระกันที่บ้านหลังใหม่ พระให้พร แล้วเดินจากไป คุณนายแถบทิพย์ ประไพ เดินไปกรวดน้ำกัน มีลูกหมาน่ารักวิ่งไปมาที่สนามที่เพิ่งแต่งใหม่ๆ ชมพูกับแพรขาวเดินเล่นมา
“หนูใส่บาตรแล้วคิดถึงคุณพ่อ แล้วก็คุณลุงด้วย”
“คิดถึงว่ายังไงคะ”
“หนูขอให้คุณพ่อ กับคุณลุงได้รับผลบุญที่เราถวายอาหารพระ”
“แม่ก็เหมือนกัน..”
“เราจะไม่ได้เจอคุณลุงอีกแล้วหรือคะ”
แพรขาวฟังแล้วก็อึ้งไป
เขมินีตามมาเดินมาจูงแพรขาว “ชมพู เล่นกับเบบี้ไปก่อนนะหลาน” เขมินีพยักหน้ากับแพรขาว ”ฉันมีเรื่องสำคัญ..จะพูดกับเธอหน่อย”
ชมพูไปเล่นกับหมา
“ค่ะ”
“เธอลาออกจากงานประจำของเธอซะ แล้วมาบริหารงานของครอบครัวเราอย่างเต็มตัวแทนฉัน “
“พี่เขม..”
“เธอทำได้อยู่แล้ว สาโรจน์เขาจะช่วยเธอ ส่วนฉัน จะได้ไปทำงานการเมืองให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”
“ขอเวลาแพรทำใจก่อน ได้ไหมคะ”
“ไม่ต้องทำจงทำใจอะไรแล้ว..เธอเป็นตัวแทนของพัสกร แต่เธอเก่งกว่าพัสกร จะได้ช่วยดูแลสมบัติของลูกสาวเธอเองไง ฉันจะไปเป็นสส.แล้ว..ต้องลาออกจากธุรกิจทุกอย่างให้หมด เดี๋ยวจะมีเรื่องว่าผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้ตำแหน่งหน้าที่มาเอื้อธุรกิจตัวเอง..เข้าใจไหม ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ฉันไม่ได้ ฉันก็จะรอสมัครครั้งต่อไป ฉันไม่อยากมีครอบครัว อยากทำงานเพื่อส่วนรวมแล้ว เธอต้องช่วยพวกเราสิ พวกเราไม่มีใครแล้ว นอกจากเธอคนเดียวนะ..แพรขาว..”
แพรขาวถึงกับอึ้งไปเมื่อฟังที่เขมินีขอ

ที่ต้นไม้ที่เคยเป็นที่ตั้งศาล ไม่มีศาลเจ้าบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่มีร่องรอยบนพื้นหญ้า แพรขาวยืนมองด้วยความเศร้าเพราะเพิ่งตระหนักความจริงไม่มีไรวินท์อีกต่อไป แพรขาวถอยๆมา มองไปที่เคยมีบ้านหลังเล็กที่ตนอยู่ ตรงนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว มีแต่ร่องรอยบนพื้น และหญ้าแทงต้นเล็กๆขึ้นมา แพรขาวมองไป ที่ที่ตั้งบ้านใหญ่ ตรงนั้น คนงานกำลังปรับที่ดินอยู่ มีที่พักคนงานชั่วคราว กองวัสดุ แพรขาวหันกลับไปที่คลอง ประตูรั้วและทุกอย่างยังอยู่ กุญแจที่ล็อกดอกใหญ่เบ่อเริ่ม แพรขาวมองรอบตัว แล้วหันกลับมา มองที่ที่ตั้งศาลอีกที แล้วชะงัก ใต้ต้นไม้ มีแจกันที่เคยเป็นที่เสียบดอกกุหลาบขาวทิ้งนอนอยู่ แพรขาวเดินเข้าไปดู กำลังก้มจะเก็บแจกัน
“พวกคนงานเขาทำงานกันเร็วมากนะครับแพรขาว..ไม่กี่วันเท่านั้น ก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ถ้าคนที่ไม่เคยเห็น คงนึกไม่ออกว่าที่นี่เคยมีบ้านสองหลังนั้นตั้งอยู่“ แพรขาวชะงักก่อนที่จะหันมา สาโรจน์เดินเข้ามา “บ้านก็รื้อไปหมดแล้ว ไม้เค้าก็ขนไปหมดแล้ว บ้านหลังใหญ่ มีคนเขาซื้อไม้เก่าไปใช้ทำร้านอาหารที่ดำเนินสะดวก ส่วนหลังเล็ก..ก็กำลังสร้างศาลาที่วัดที่ลพบุรี คนละทิศละทางกัน เขาคงไม่ได้พบกันอีกแล้ว”
“ค่ะ”
“ที่นี่ไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ทั้งคุณไรวินท์ หรือคุณสีนวลก็ตาม “
“ค่ะ” แพรขาวรับคำด้วยความเศร้าเดินออกไปจากตรงนั้น
สาโรจน์มองตามด้วยความหนักใจ แล้วรีบเดินตามไป “ถ้าศาลาปฏิบัติธรรมสร้างเสร็จ ผมจะพาคุณไปเอง ไปทำบุญ..ทำพิธีมอบศาลาให้กับทางวัด”
“พี่โรจน์อย่าลืมนะคะ..ให้เขาทำป้ายชื่อ..เขียนว่า..ศาลาไรวินท์ด้วย”
“ศาลาไรวินท์ ได้ครับ”
“ขอบคุณนะคะ“ แพรขาวพูดจบก็เดินออกท่าทางเหมือนคนหลงทาง สาโรจน์มองแล้วถอนใจ

ที่หน้าจั่วศาลา มีป้ายไม้สลักทาสี เขียนว่า”ศาลาไรวินท์” พระเดินลงมา มัคทายกและสาโรจน์เดินลงมาส่งพระที่เดินถือชุดสังฆทาน ชักแถวกลับเข้าไปในวัด แพรขาว ชมพู นั่งพนมมือส่งพระอยู่ที่พื้นข้างบันไดด้านนึง พอพระไปแล้ว แพรขาวกับชมพูก็ลุกยืน มีศาลาสองหลัง ตั้งอยู่คู่กัน ขนาบลานกิจกรรมตรงกลาง ริมแม่น้ำ
สาโรจน์อธิบาย “พอดีไม้เรือนเล็กทั้งหมดสร้างศาลาเดียว จะใหญ่เกินไป ท่านเจ้าอาวาสเลยบอกให้สร้างเป็นสองหลัง เวลาวัดมีงาน จะใช้พื้นที่ที่ลานตรงกลาง แล้วศาลาสองหลังนี้จะได้เป็นที่นั่งพัก หรือใช้เป็นที่เลี้ยงพระก็ได้ หรือทำกิจกรรมอื่นก็ได้”
“ดีค่ะ..จะได้เป็นประโยชน์”
“ไม้เนื้อแข็งพวกนี้เป็นไม้รุ่นเก่า แข็งแรงกว่าไม้ใหม่ ศาลาสองหลังนี่จะอยู่ได้อีกเป็นสิบปี”
ชมพูเดินเล่นแถวนั้นหันไปแล้วยิ้ม ไรวินท์ยืนอยู่ตรงนั้น ชมพูไหว้ ยิ้มให้
สาโรจน์ชวน “เรียบร้อยแล้ว..จะกลับกันเลยไหมครับ”
“ก็ดีค่ะ” แพรขาวหยิบกระเป๋า ทันใดเสียงเพลงเปียโนดังมา แพรขาวชะงัก
“มีอะไรหรือครับ”
“พี่ได้ยินเสียงดนตรีไหมคะ เสียงเปียโน”
“เสียงเปียโน..จะมาอยู่ในวัดนี้ได้ไงครับ ไม่ใช่โบสถ์ฝรั่งซักหน่อย”
“นั่นน่ะสิคะ”
ชมพูพูดกับอากาศ “คุณลุงมาอยู่ที่นี่แล้วหรือคะ”
สาโรจน์ แพรขาวชะงัก หันไป
“ค่ะ..ค่ะ ได้ค่ะ” ขมพูพูดต่อ แล้วหันมาหาแม่ วิ่งกลับมา “คุณแม่ขา..คุณลุงบอกว่า ขอบคุณค่ะ”
แพรขาวดีใจ แทบร้องไห้ “ชมพู คุณลุงอยู่ที่ไหนลูก”
“ไม่อยู่แล้วค่ะ ตะกี๊อยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้หายไปแล้ว” แพรขาวเม้มปาก น้ำตาปริ่มออกมา สาโรจน์มองอย่างอึ้งๆ “คุณแม่อยากจะเจอคุณลุงหรือคะ”
แพรขาวรีบเช็ดน้ำตา “ไม่เป็นไรหรอกค่ะลูก..รู้ว่าคุณลุงอยู่ที่นี่..สบายดี แม่ก็ดีใจแล้ว” สาโรจน์นิ่งเงียบ “ไปเถอะค่ะ..พี่สาโรจน์” แพรขาวจูงชมพูเดินนำไป
สาโรจน์ยืนอึ้ง ข้างๆสาโรจน์ ไรวินท์ก้าวมายืนมอง แต่สาโรจน์ไม่เห็น เดินผ่านไรวินท์ไป

รถตู้ที่จอดรออยู่ คนรถวิ่งมาเปิดรถให้ แพรขาวจูงชมพูมา กำลังจะไปขึ้นรถมีสาโรจน์ตามมารั้งท้าย
ไรวินท์ยืนระหว่างสองศาลามองตามมา ไรวินท์พยายามส่งพลังไปเรียก ส่งกระแสจิตไปสื่อสารบอกกล่าว แพรขาวกำลังจะก้าวขึ้นรถ แต่แล้วชะงัก แพรขาวหันกลับ ยืนมองภาพศาลาทั้งคู่ ที่ตั้งเคียงกัน
แพรขาวเกิดความรู้สึกตื้นตันท่วมท้นบางอย่าง สาโรจน์มองสงสัย “มีอะไร แพรขาว”
“เรื่องป้ายชื่อศาลาน่ะค่ะ พี่ช่วยให้ช่างทำป้ายชื่อสำหรับติดที่ศาลาโน้นด้วย ได้ไหมคะ”
“ได้สิครับ คุณอยากให้ชื่ออะไรล่ะ”
“ศาลาสีนวลค่ะ”
ไรวินท์ทั้งทึ่งและปลื้มปิติ ดีใจ “แพรขาว..เราสื่อกันได้ เรามีความปรารถนาที่ตรงกันถึงเพียงนี้..!!”
“ศาลาสีนวล..คู่กับศาลาไรวินท์หรือครับ”
“ค่ะ..พี่โรจน์ช่วยดูแลให้หน่อยนะคะ”
“คุณเคยอยากจะกันให้ทั้งสองคนนั้นแยกกันแทบแย่ ไม่ใช่หรือ”
“แพรไม่ได้อยากให้เขาแยกกัน แต่อยากให้คุณวินท์เป็นอิสระจากการถูกจองจำต่างหาก ถ้าทั้งสองคนได้เป็นอิสระ หมดเวรหมดกรรมต่อกัน ได้ทำบุญทำกุศลร่วมกัน และได้ไปที่ชอบที่ชอบเสียที น่าจะดีที่สุด ใช่ไหมล่ะคะ” แพรขาวหันมามองอีกครั้ง ยกมือไหว้สถานที่นั้น ก่อนขึ้นรถ
สาโรจน์เดินไปนั่งคู่คนขับด้านหน้า พลางกดโทรศัพท์ “ช่างชัยเหรอครับ ช่างครับ..ผมอยากจะให้ช่างทำป้ายสำหรับติดศาลาที่วัดอีกป้ายนึงนะครับ”
รถตู้ออกวิ่งไป สาโรจน์พูดโทรศัพท์สั่งงานไป แพรขาวหันมองข้างหลัง อาลัย
“ถ้าคุณลุงไปที่ชอบๆ..เราก็จะไม่ได้เจอคุณลุงอีกสิคะ”
“ชมพู..พวกเรากับคุณลุง..คงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะลูก..”
รถตู้แล่นห่างออกไป ไรวินท์ได้แต่ยืนหน้าศาลามองตามไป

บ้านหลังใหม่ยามค่ำเปิดไฟสวยๆงามนวลตา ท่ามกลางความมืด เสียงเปียโนของไรวินท์ดังมาแผ่วๆ แพรขาวอยู่ในชุดนอนหลับบนเตียง เสียงเพลงของไรวินท์ดังขึ้นๆอย่างไพเราะ แพรขาวค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมองไปในห้องแล้วชะงักตาเบิกกว้าง ในเงามืดไรวินท์ในชุดขาว ยืนมีแสงในตัวเรืองรองบางๆ แล้วค่อยๆชัดขึ้น
“คุณวิน..” แพรขาวรีบลุกลงจากเตียง
ไรวินท์ก้าวเข้ามาในแสงสว่าง “ฉันมาขอบใจและมาลาเธอ”
แพรขาวดีใจแทบกระโดดเข้าไปกอด “คุณอยู่ที่วัดใช่ไหมคะ ฉันดีใจจัง ที่คุณเป็นอิสระแล้ว”
“ขอบใจเธอมาก ฉันได้สวดมนต์ ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ เป็นบุญกุศลแก่ฉันมาก”
“เอ๊ะ แล้วคุณมาหาฉันที่บ้านก็ได้หรือคะ ไม่ต้องรอให้ฉันไปเยี่ยมคุณที่วัดหรือ”
“ฉันเป็นอิสระแล้ว ฉันจะไปไหนก็ได้”
“จริงหรือคะ”
ไรวินท์ยิ้มก่อนทีจะเดินนำไป แพรขาวรีบตามด้วยอยากรู้อยากเห็น

ไรวินท์ในชุดสูทขาว ตามด้วยแพรขาวในชุดราตรีสีขาววิบวับก้าวตามมา แพรขาวมองไปรอบๆ ต้นไม้ต่างๆมีไฟระยิบระยับแพรวพราว แพรขาวมองไปในน้ำ ดอกไม้สวยๆหลายสี ลอยมาเต็ม
“ฉันอยากบอกให้เธอรู้ ว่าฉันหลุดพ้นออกมาจากการจองจำในบ้านนั้นได้ ตั้งแต่วันที่ฉันไปช่วยเธอที่บ้านร้าง”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/3(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ