อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/4(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/4(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

ไรวินท์ในชุดสูทขาว ตามด้วยแพรขาวในชุดราตรีสีขาววิบวับก้าวตามมา แพรขาวมองไปรอบๆ ต้นไม้ต่างๆมีไฟระยิบระยับแพรวพราว แพรขาวมองไปในน้ำ ดอกไม้สวยๆหลายสี ลอยมาเต็ม
“ฉันอยากบอกให้เธอรู้ ว่าฉันหลุดพ้นออกมาจากการจองจำในบ้านนั้นได้ ตั้งแต่วันที่ฉันไปช่วยเธอที่บ้านร้าง”
“คุณไปช่วยฉันจริงๆด้วย..”
“ฉันถูกจองจำไว้กับบาปที่ฉันเคยทำกับสีนวลและทุกคน ยิ่งฉันดิ้นรนเพียงไร มันก็ยิ่งเหมือนบ่วงที่ยิ่งรัดฉันแน่นเข้า ยิ่งฉันอยากไป ฉันยิ่งไปไมได้”
“แล้ว..เกิดอะไรขึ้นล่ะคะ”

“วันนั้น..ขณะจิตนั้น ฉันคิดถึงแต่ว่า..ขอให้เธอปลอดภัย ขอให้เธอไม่ตายไปเป็นผีตายโหงเฝ้าบ้านร้างหลังนั้น ฉันขอยอมไปอยู่แทนเธอเอง นั่นคือครั้งแรก..ที่ฉันคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตัวเอง ยอมสละตนอย่างถึงที่สุดเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เมื่อฉันหยุดนึกถึงตัวเองได้ ฉันก็หลุดพ้นออกมาได้ ง่ายๆแค่นั้นเอง”


แพรขาวน้ำตาจะไหล ซึ้งใจ “ฉันต้องขอบคุณคุณสิคะ ที่คุณ..เมตตาฉันถึงเพียงนั้น”
“เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันพ้นจากความเห็นแก่ตัวได้ ฉันจึงมีบารมีพอที่จะไปช่วยคนอื่นได้ เช่นช่วยพัสกร”
“แบบนี้..คุณก็ต้องช่วยคุณสีนวลได้ ใช่ไหมคะ”
“เธอเป็นคนมีน้ำใจเสมอนะ แพรขาว ฉันอโหสิให้สีนวลแล้ว และฉันคงจะช่วยเขาได้แค่ชี้ทางให้..จากนั้น ฉันก็ต้องไปตามทางของฉัน”
แพรขาวได้ฟังถึงกับอึ้งไป

เรือขาวลอยไปอย่างสงบในผืนน้ำ ไรวินท์และแพรขาวนั่งเผชิญหน้ากันอยู่คนละด้านของเรือ แพรขาวก้มลงวักมือเล่นในน้ำ สีหน้าแอบวิตกกังวลบางอย่าง ไรวินท์มองมา ดวงตาอ่อนโยน
แพรขาวตัดสินใจถาม “คุณ..จะไปตามทางของคุณ..หมายความว่า..ฉันจะไม่ได้พบคุณอีก ใช่ไหมคะ”
“ถึงเวลาที่ฉันต้องกล่าวคำอำลากับเธอแล้ว ขอบใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉัน เส้นทางของเธอ..จากนี้ จะไม่มีสิ่งใดร้ายแรงมาแผ้วพานอีกแล้ว เธอจะดำเนินชีวิตที่เป็นสุขตามอัตภาพกับลูก” แพรขาวฟังอย่างตั้งใจ ไรวินท์คิดหนักว่าจะพูดดีไหม แล้วก็พูดอย่างเกรงใจ “อีกอย่างนึง..ที่ฉันควรจะบอกเธอ คือ” เขานิ่งไป กลัวแพรขาวโกรธ
“คือ..อะไรคะ”
“สาโรจน์เป็นคนดี ซื่อตรง นิสัยมั่นคง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอจะได้คู่คิดที่ดี เขาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเธอ” แพรขาวชะงักไปทีแรก แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ ไรวินท์ถามด้วยความสงสัย
“ขำอะไร”
“ถ้าต้องการเขามาแบ่งเบาภาระ ฉันก็แค่ตั้งให้เขามาเป็นผู้ช่วยในบริษัทก็ได้ค่ะ ไม่ต้องถึงกับเอามาเป็นสามีซักหน่อย”
ไรวินท์ทำหน้าระอาๆกับนิสัยกวนๆของแพรขาว “เขารักเธอ..”
“ฉันอยากอยู่กันสองคนแม่ลูกจนกว่าชมพูจะดูแลตัวเองได้ เวลานั้น..ฉันคงอายุ 50 ถ้าพี่สาโรจน์รอได้ ก็ขอให้รอจนถึงวันนั้นก็แล้วกัน” แพรขาวมองหน้าไรวินต์ตรงๆอย่างจริงใจ
“ชมพูโชคดีที่มีแม่อย่างเธอ ฉันเสียดายเหลือเกิน ที่ไม่มีโอกาสพบผู้หญิงอย่างเธอตั้งแต่ฉันยังมีชีวิตอยู่”
“อ๊ะ..อย่ามาหวานกับฉันนะ คุณนี่ไม่เลิกนิสัยแบบนี้จริงๆด้วย”
“ฉันพูดจริง เธอลืมแล้วหรือว่าในโลกของฉันมิอาจกล่าวเท็จได้ แต่ก็จริงของเธอ..บุญของฉันไม่มีพอจะได้พบผู้หญิงอย่างเธอ ฉันต้องไปตามทางของฉัน..”
แพรขาวมองไรวินท์ด้วยความเศร้าใจ

เรือลอยเข้ามาเทียบท่า ไรวินท์ก้าวจากเรือขึ้นท่าน้ำ ก่อนก้มลงมาฉุดมือแพรขาวให้ก้าวขึ้นจากเรือ แพรขาวก้าวขึ้นมายืนบนท่าเรือ มือยังจับกับไรวินท์สบายๆ ทั้งสองมองหน้ากัน อ่อนโยน ยอมรับสภาพ เข้าอกเข้าใจ
“คุณวินท์..ถึงเวลาที่เราต้องลาจากกันแล้วใช่ไหมคะ”
“จ้ะ แพรขาว..ฉันจะต้องลาไปตามทางของฉัน แต่ไม่ใช่ลาจากกันตลอดกาล” แพรขาวทั้งเศร้าและอึ้งเงียบไป “ฉันได้ละเมิดกฎของสองโลก ที่ขีดคั่นระหว่างเรา นำตัวเข้ามาพัวพันกับเธอหลายครั้งหลายหน สร้างสายใยผูกพันระหว่างเราสองคนขึ้นมา ทั้งเธอและฉันต่างก็ไม่มีใครต้องการตัดรอนสายใยนั้น แต่วันนี้ ยังไม่ใช่เวลาของเรา..”
ไรวินท์ก้าวเข้ามาหาแพรขาว พร้อมกับที่ร่างของไรวินท์มีแสงเรืองรองระยิบระยับออกมา แพรขาวก้าวเข้าไปหา และร่างของแพรขาวก็ดูมีแสงระยิบระยับเหมือนกัน ทั้งสองกอดกัน แล้วไรวินท์ก้มลงมาจูบกับแพรขาว ขณะที่จูบ ร่างของไรวินท์ก็เหมือนกลายเป็นแสงที่ค่อยๆโปร่งใส ร่างไรวินท์ค่อยๆ สลายหายวับไป แพรขาวยังยืนอยู่ที่ท่าจูบนั้น

แพรขาวที่นอนหลับอยู่ แต่มีน้ำตาไหลออกมา ไรวินท์ยืนมองอยู่ข้างเตียงมองด้วยความอาลัย “ลาก่อน..แพรขาว”
ไรวินท์ถอยออกมา
“คุณวิน คุณวิน..อย่าไป..”
“ฉันต้องไป..ลาก่อน” ไรวินท์ถอยเข้ามุมมืดและจางหายไป
แพรขาวสะดุ้งตื่น ลืมตามา แล้วลุกนั่งมองไปรอบๆ มีแต่ความว่างเปล่าไม่มีใคร “นี่..เราฝันไปเหรอเนี่ย..???”
น้ำตาแพรขาวไหลเปียกแก้ม แพรขาวแตะน้ำตาตัวเองมาดู
วันใหม่ ป้ายศาลาสีนวลถูกช่างติดเรียบร้อยที่หน้าศาลาอีกหลังนึง สาโรจน์กับพระเจ้าอาวาสยืนดู สาโรจน์เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปใกล้ของป้ายกับศาลานั้น

ที่ร้านขายไม้เก่า ชานเมือง บริเวณกว้างที่มีกองไม้จากบ้านเก่าต่างๆกองไว้หลายๆหย่อม ที่หย่อมนึง ด้านในร้าน แต่กลางแจ้ง บนพื้นดินแฉะ มีไม้จากเรือนใหญ่บ้านป้าสมพรกองอยู่
ที่เสาต้นนึงวางนอนบนพื้น มีรอยบากที่สีนวลทำไว้ เห็นชัดเจนในสายฝน มีเสียงสะอื้นดังมา ที่ปลายเสาอีกด้านสีนวลนั่งหัวเปียกผมโชก นั่งสะอื้นกลางสายฝน สีนวลค่อยๆเงยขึ้น เห็นใบหน้าซีดระทม มีน้ำตาไหลปนสายฝน สีนวลเงยมองฟ้า หนาวสั่น

ที่หน้าจอโทรศัพท์ของแพรขาว แพรขาวสไลด์ดูรูปศาลา และป้ายชื่อศาลาสีนวล ศาลาไรวินท์ที่สาโรจน์ส่งมาให้
ที่หน้าโต๊ะพระ แพรขาวกราบพระ สวดมนต์และกรวดน้ำด้วยที่กรวดน้ำ เทน้ำลงในพานเล็กๆที่ใช้รอง ท่องบทสวดของการกรวดน้ำเบาๆ
ในสวนบริเวณบ้าน แพรขาวเดินออกมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วนั่งลงเทน้ำลงช้าๆที่โคนต้น “คุณสีนวล ขอให้คุณได้พบกับความสงบสุขเถอะนะคะ”

สีนวลที่กำลังร้องไห้อย่างขมขื่นในสายฝน แต่ทันใด มีลำแสงระยิบระยับหมุนวนลงมาจากเบื้องบนลงมาอาบรอบตัวสีนวล สีนวลเงยหน้ามาด้วยความแปลกใจ
“สีนวล..สีนวล..”
สีนวลมองรอบตัว แล้วชะงัก เห็นไรวินท์ยืนอยู่ถือร่มสีขาว ตัวเหมือนมีแสงระยิบแพรวราวในตัวเอง “คุณไรวินท์”
ไรวินท์ยิ้มให้ ยื่นมือข้างนึงมา “ไปกันเถอะ สีนวล เธอมีที่อยู่ที่ดีกว่านี้แล้ว”
สีนวลยื่นมือที่ผอมซีดสกปรกออกไป ไรวินท์จับไว้แล้วดึงขึ้นมา แล้วแบ่งร่มให้สีนวล ทั้งสองเดินเคียงกันไปจางหายไป

สีนวลพบว่าตัวเองมาอยู่ที่ศาลา เสียงกรุ๋งกริ๋งของกังสดาลรูปใบโพธิ์ในวัดดังสดใส สีนวลมองรอบตัวงงๆ พบว่าตนแต่งตัวสวยงาม เหมือนเวลาไปงานทำบุญ แล้วมองไปตรงด้านหน้าศาลา ไรวินท์ยืนอยู่ หน้าตายิ้มแย้ม
“พี่วิน..พี่พาฉันมาที่นี่หรือ”
“แพรขาวเป็นผู้สร้างศาลานี้ และอุทิศให้เป็นชื่อของเธอ”
“แพรขาว..”
“เธอจะได้อยู่ที่นี่อย่างสงบร่มเย็นไปจนกว่าจะพ้นกรรม..มา..ไปกราบหลวงพ่อกันก่อนดีกว่า” ไรวินท์พูดจบก็เดินนำไปมีสีนวลตามไป หน้าตาสีนวลเรียบสงบแต่ผุดผ่อง
ร่างไรวินท์ สีนวล ทรุดนั่งลงกับพื้นหน้าโบสถ์ มองเข้าไปผ่านประตูด้านหน้าที่เปิดกว้าง เห็นองค์พระประธานสวยงาม ทั้งสองกราบพระสามหนแบบเบญจางคประดิษฐ์พร้อมกัน ทั้งสองนั่งพับเพียบลง มองดูพระกันอย่างเงียบๆ มีพระที่มีพักตร์เปี่ยมเมตตา ทั้งสองต่างนั่งอิ่มใจไปสักครู่
ไรวินท์หันมา มองหน้าสีนวล “เราทั้งสองสิ้นเวรสิ้นกรรมต่อกันแล้ว เราจะไม่ต้องมาพบกันอีก”
“ดีแล้วค่ะ..อิฉันกราบลา” สีนวลพนมมือ กราบไรวินท์แล้วเงยขึ้นมานั่งตรงตามเดิม
ไรวินท์ยิ้ม พนมมือรับไหว้ แล้วจางหายไป สีนวลยิ้มด้วยแววตา แล้วหันไปมองดูพระ ได้ยินเสียงกังสดาลกรุ๋งกริ๋งให้ความารู้สึกร่มเย็น

หน้าวัดลพบุรี ตรงริมท่าน้ำมีปลาสวายมากมาย มีคนโยนอาหารให้กิน ชมพูวิ่งนำมาที่ศาลาทั้งสอง
แพรขาวเดินตามมาสาโรจน์เดินรั้งท้าย แพรขาวถือพวงมาลัยที่ร้อยอย่างสวยงามมาสองพวง
ชมพูมายืนอ่าน “ศาลาไรวินท์ ศาลาสีนวล..” ชมพูยกมือไหว้ทั้งสองศาลา
แพรขาวเดินมาที่ศาลาไรวินท์ แล้วเอาพวงมาลัยแขวนตรงขอบประตูด้านหน้าศาลา ไหว้เงียบๆ
ชมพูเข้ามา จับมือสาโรจน์ดึงๆ สาโรจน์ก้มมายิ้ม ถามเบาๆ “จะไปไหนชมพู”
ชมพูกระซิบตอบ “พาหนูไปดูปลาที่แม่น้ำหน่อยสิคะ”
สาโรจน์มองดูแพรขาวที่ยังก้มไหว้นิ่งอยู่ แล้วหันมายิ้มกับชมพู “รอคุณแม่ก่อนสิคะ”
แพรขาวไหว้ศาลาไรวินท์เสร็จพอดี หันมองมาที่ชมพูและสาโรจน์ โบกมือให้ “พี่สาโรจน์พาชมพูไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวแพรตามไป”
ชมพูวิ่งต่อไป สาโรจน์รีบตามไปจูงมือ “อย่าวิ่งค่ะ ชมพู”
ทั้งสองหันมาหาแพรขาวโบยมือบ๊ายบาย แพรขาวยิ้มโบกมือตอบ แล้วหันกลับเดินไปที่ศาลาสีนวล เอาพวงมาลัยอีกพวงไปแขวน แพรขาวเงยมองดูป้ายชื่อสีนวล พนมมือ พูดเบาๆ “คุณสีนวล..วันนี้ฉันมาทำสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลให้คุณ ถ้าเรามีเวรกรรมอะไรต่อกัน ขอให้อโหสิต่อกันให้หมดนะคะ คุณจะได้ไปสู่ที่ๆดีกว่านี้ คุณวินเขาไปแล้ว คุณก็ควรจะได้ไปบ้าง” แพรขาวเดินขึ้นไปบนศาลาสีนวล มองดูรอบๆ ก่อนที่จะรู้สึกเบลอๆ ตาลายๆ ง่วงขึ้นมาทันที พอมองรอบๆ รู้สึกภาพเบลอเลือนราง แพรขาวมีอาการหนังตาหนัก เหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น
แพรขาวตัดสินใจ ค่อยๆนั่งลงกับม้านั่งศาลา แล้วเอนพิงเสาต้นนึง แล้วหลับตาลง แพรขาวหลับไปในทันที

กังสดาลรูปใบโพธิ์ที่ส่งเสียงตามลมเพราะพริ้งสดใส เสียงนกพิราบที่เกาะหลังคาร้องคูๆเบาๆ แพรขาวลืมตาขึ้น แล้วก็เกือบสะดุ้ง เบิกตากว้าง ที่ม้านั่งใกล้ๆกัน สีนวลในชุดสวยงาม หน้าตาแจ่มใส สงบ อ่อนโยนมองมา ไม่ถึงกับยิ้มแย้ม แต่สีหน้าค่อนข้างเรียบตามนิสัย “ขอบใจเธอมากที่สร้างที่อยู่ให้ฉัน ตอนไปกับเสาเรือนนั้น..ฉันลำบากลำบนมาก อยู่ที่นี่ค่อยสบายขึ้น”
“เป็นความประสงค์ของคุณไรวินท์ค่ะ ฉันทำตามเขา”
สีนวลแววตาเอ็นดู “เธอและพี่วิน ต่างยกความดีให้กันและกัน..เหมือนกันทั้งคู่..”
“เขาไปแล้ว..ใช่ไหมคะ”
“ใช่..พี่วินไปแล้ว.. เธอคงจำวันนั้นได้ วันที่เขาหลุดพ้นไปจากบ้านหลังนั้นต่อหน้าต่อตาฉัน เพื่อไปช่วยเธอ ฉันก็เลยพยายามหาทางจะออกไปจากบ้านนั้นบ้างแต่ฉันก็ไปไม่ได้ ฉันจึงรู้ตัวว่าฉันหลงจองจำตัวเองในนรกมานานเกินไปแล้ว เธอก็เหมือนกัน อย่าปล่อยให้ชีวิตอับเฉาเพราะความโง่งมเหมือนกับฉัน”
“ฉันจะพยายามใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทค่ะ”
“ฉันจะช่วยเธอ..ตอบแทนบุญคุณ..ที่เธอมีน้ำใจให้ฉัน”
“ช่วย..ช่วยอะไรคะ”
“นับจากนี้ไป ตราบใดที่ไม่มีใครเอ่ยถึงฉันหรือพี่วิน เธอจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด ใจเธอจะได้ไม่ผูกพันกับพี่วินอีกเธอควรจะได้อยู่กับชายที่รักเธอจริง”
“ใครคะ”
“คุณสาโรจน์คือคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ ฉันจึงขอมอบให้เธอ..เป็นสิ่งตอบแทน”
แพรขาวมองงงงัน ร่างสีนวลค่อยๆจางหายไป ยิ้มอย่างมีความสุขสงบ สีหน้าอ่อนละมุน เสียงกังสดาลดังกรุ๋งกริ๋ง
นกพิราบบนหลังคาร้องคูเบาๆ

ปีหนึ่งผ่านไป ขนมเค้กอันใหญ่ในครัว ชมพูกับสาโรจน์ กำลังช่วยกันบีบครีมและแต่งหน้าเค้กด้วยช้อคโกเลตเม็ดๆสีๆและน้ำตาลที่ทำเป็นดอกไม้ และของตกแต่งต่างๆ ชมพูจริงจังมาก และสาโรจน์ก็ดูเหมือนเป็นพ่อของชมพู ทั้งสองแต่งเค้กให้มีคำว่า HAPPY BIRTHDAY แพรขาวโผล่มาแล้วชะงัก แอบดูเห็นชมพู สาโรจน์จริงจัง ถกเถียงกันไปมาแพรขาวแอบขำ
แพรขาว คุณนายแถบทิพย์ ประไพ นั่งดูทีวีกันอยู่ ทันใด ไฟในห้องดับลง แต่ทีวีไม่ได้ดับ ชมพูถือเค้กอันนั้น ที่ปักเทียนเกือบ30 เล่มออกมา สำหรับแพรขาว สาโรจน์ถือถาดใส่จาน ช้อน มีดตัดเค้ก ตามเข้ามา
แพรขาวขำแต่แกล้งทำเป็นเซอร์ไพร้ซ์ คุณนายแถบทิพย์ ประไพ หันมาหัวเราะ ร้องเพลงแฮ็ปปี้เบิร์ธเดย์ให้แพรขาว แพรขาวยิ้มกับทุกคน ร่าเริง แล้วสุดท้ายเป่าเทียน

แพรขาวนั่งทำงานด้วยคอมพ์อยู่ที่ระเบียง ส่วนคุณนายแถบทิพย์ ประไพ ช่วยกันดูแลต้นไม้ในสวน สาโรจน์กำลังช่วยชมพูในการหัดถีบรถจักรยานอยู่หน้าบ้าน ชมพูขี่ไปๆๆ สาโรจน์ช่วยจับด้านหลัง แพรขาวมองลุ้นๆ ชมพูขี่ได้ดูเริ่มจะคล่อง สาโรจน์ปล่อยรถ ให้ชมพูขี่เอง ชมพูขี่ไปได้สักพัก แล้วทันใดรถเอียงไปเอียงมา แล้วในที่สุดหักไปรถลงเนินแล้วชนต้นไม้ ล้มลง ชมพูลุกมา เข่าแตก ศอกแตก ร้องไห้ สาโรจน์วิ่งไปอุ้ม ตกใจ ห่วงใยเหมือนลูกตัวเอง ปลอบๆจนชมพูหยุดร้อง
คุณนายแถบทิพย์เห็นก็โวยวายด้วยความตกใจ ประไพกรี๊ดกร๊าด จนแพรขาววิ่งออกมา สาโรจน์อุ้มชมพูที่ตกใจ แต่หยุดร้องแล้ว เข้าไปในบ้าน ทุกคนตามไปดู
สาโรจน์ลงมือทำแผลให้ชมพูอย่างตั้งอกตั้งใจ พูดปลอบไปพลาง แพรขาวช่วยอยู่ข้างๆ คุณนายแถบทิพย์ ประไพมองๆ ทีแรกกังวล แต่ชมพูพูดจ้อ ไม่ร้องไห้ คุณนายแถบทิพย์ ประไพเห็นภาพที่ดูเหมือนพ่อแม่ลูก แล้วค่อยๆหันมามองหน้ากัน ยิ้มออกมา

สาโรจน์วิ่งมาที่ทางวิ่งในสวน วิ่งมาลำพังก่อนแล้วหันกลับไป แพรขาววิ่งตามมาแต่ไกล แต่ท่าทางหมดแรงเต็มที่
สาโรจน์หยุดวอร์มดาวน์ รอแพรขาว แพรขาววิ่งมาถึงแบบกระปลกกะเปลี้ย หยุด และบิดตัวไปมา เป็นการวอร์มบ้าง ทำตามแบบสาโรจน์
สาโรจน์มองแพรขาวจากหัวลงมาที่เท้า รองเท้าแพรขาวข้างนึง เชือกหลุด สาโรจน์บอกให้แพรขาวอยู่เฉยๆ แล้วเข้ามานั่งคุกเข่า สาโรจน์ก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้แพรขาวอย่างตั้งใจ แพรขาวก้มมาดู สาโรจน์ก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าจนเรียบร้อย แล้วเงยหน้ามา เมื่อสบตากัน แพรขาวยิ้มให้อ่อนๆ สาโรจน์มองอย่างชื่นใจ
รองเท้าวิ่งของทั้งคู่เดินช้าๆเคียงกันมา แพรขาว สาโรจน์ เดินดื่มน้ำจากขวดแก้วคนละขวด มาด้วยกันสบายๆ สาโรจน์มีผ้าเช็ดเหงื่อ
“คุณแพร..ผมขอคุยเรื่องของเราหน่อยสิ”
แพรขาวชะงักก่อนที่จะหันมาถามอย่างใจเย็น “เรื่องของเรา?”
“คุณแพรคงรู้..ว่าผมรักคุณมานานแล้ว ตั้งแต่พบกันใหม่ๆ”
แพรขาวมองอย่างเห็นใจ “เราตกลงว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันมาตั้งนานแล้วนะคะ พี่สาโรจน์..”
“แต่ตอนนี้..ตำแหน่งงานของผมดีขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้น ฐานะตอนนี้ผมก็มั่นคง..จนจะไม่มีใครมาพูดได้ ว่าผมจะมาชอบคุณแพร..เพราะอยากได้สมบัติของคุณ”
“ชมพูยังไม่โตพอค่ะ..แพรก็ชอบพี่มากนะคะ แต่แพรยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร มันไม่ยุติธรรมสำหรับพี่ค่ะ ผู้หญิงดีๆ ที่โสดๆ มีอีกเยอะนะคะ “
“ผมรอได้..ถ้ามีกำหนดเวลา แต่ไม่ใช่รอไปจนตายก็ไม่มีหวัง”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 17/4(ตอนอวสาน) วันที่ 29 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ