อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2 วันที่ 12 มี.ค.59

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2 วันที่ 12 มี.ค.59

ความดีความชอบของกล้าครั้งนี้ ทำให้เขาได้รางวัลเป็นเงินเบี้ยหวัดเหมือนคนงานอื่นๆ ไม่ต้องเป็นทาสแรงงานเหมือนเมื่อก่อน กุหลาบไม่เห็นด้วยนัก เพราะมีสมบัติบางชิ้น โดยเฉพาะกำไลทองฝังทับทิม สมบัติเก่าแก่จากต้นตระกูลหายจากกำปั่น เลยอดระแวงไม่ได้ว่าคนเรือหนุ่มจะขโมยไป

แต่กระนั้น...กุหลาบก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกล้าช่วยชีวิตลูกสาวคนเดียวไว้ แถมเป็นคนนำกำปั่นสมบัติมาคืนอีกต่างหาก เลยได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ ไม่แสดงออกให้สามีและลูกสาวไม่สบายใจ

แต่ที่กุหลาบและทุกคนไม่รู้ คือมิ่งกับทิวเป็นหัวขโมยตัวจริง และทุกอย่างก็คงเป็นความลับต่อไปอย่างนั้นถ้าจะไม่มีใครแอบจับพิรุธของสองนักมวยได้เสียก่อน...



กล้ายังไม่รู้ตัวว่าจะมีคนใส่ร้าย มัวเพลิดเพลินกับการพาพลอยและบัวไปเที่ยวบึงเวียงสิงห์ สามเพื่อนรักพูดคุยและใช้เวลาร่วมกันเหมือนตอนเด็กๆ จนกระทั่งฝนเริ่มตก บัวเลยขยับไปกอดพลอยแก้หนาว

พลอยหันไปมองเพื่อนบ่าวสาวขำๆ แกล้งโอด “ปล่อยฉันได้แล้วบัว มากอดฉันทำไม”

“ก็บัวหนาวนี่เจ้าคะ กอดคุณพลอยอย่างนี้จะได้หายหนาว...มาเร็วพี่กล้า เบียดกันเหมือนไก่ตอนหน้าหนาวไง”

กล้าหน้าแดง เอ็ดเสียงเข้มกลบเกลื่อน “เอ็งจะบ้าหรือไงนังบัว คิดอะไรแผลงๆ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ”

บัวอมยิ้มก่อนจะแซวเพื่อนหนุ่ม “ไม่ต้องเขินดอกน่าพี่กล้า แหม...ทีตอนอุ้มคุณพลอยเมื่อคืน เห็นอุ้มอยู่คนเดียวไม่ยอมปล่อย ขนาดมีคนมาขอช่วยยังไม่ยอมเลยเจ้าค่ะคุณพลอย ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา”

พลอยได้ยินก็เหลือบมองกล้าอย่างสะกิดใจ แต่เขาก็ไม่สบตาด้วย บัวแอบสังเกตท่าทีของสองเพื่อนรักเงียบๆ เจ็บลึกในอกแต่ก็ต้องพยายามทำใจ เพราะเรื่องความรักคงฝืนใจใครไม่ได้

ooooooo

กว่าสามเพื่อนรักจะกลับบ้านพระพิสุทธิ์มนตรีก็อีกหลายเพลาต่อมา พลอยขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้ว เช่นเดียวกับบัวที่หอบกระจาดดอกบัวตามไป กล้าทำท่าจะผละกลับเรือนพัก แต่ก็ถูกมิ่งกับทิวดักรอเอาเรื่องเสียก่อน

“ไอ้กล้า...เรื่องทองที่หายไป เอ็งอย่าปากมากนะโว้ย ของมันมีแค่นั้นจริงๆ ไม่ใช่ความผิดของข้า”

“แต่ของที่พวกโจรทำหล่น มีแค่ไหน ฉันหยิบคืนใส่กำปั่นแค่นั้น ไอ้กำไลที่คุณหญิงพูดถึง ตอนแรกฉันก็เห็น”

“นี่เอ็งจะกล่าวหาข้าใช่ไหมไอ้กล้า รึเอ็งอยากมีเรื่อง”

“ฉันไม่กล้าดอกพี่ แต่ถ้าใครถามล่ะก็ฉันคงต้องยืนยันตามที่เห็น”

ความตรงไปตรงมา ยอมหักไม่ยอมงอของกล้า ทำให้มิ่งกับทิวไม่พอใจนัก สังข์ก็พอเดาได้ เลยพยายามเตือนสติกล้าให้ระวังตัวให้ดี เพราะสองนักมวยอาจคิดเอาคืนก็ได้ แต่กล้ากลับไม่ใส่ใจนัก และเลือกจะปลีกตัว เอาเสบียงอาหารไปส่งทองอินในป่ากล้วย พร้อมกับชวนคุยด้วยท่าทางตื่นเต้น

“เมื่อคืนก่อนฉันทึ่งมากเลยนะ เพลงมวยน้าหาใครเปรียบไม่ได้เลย เก่งเหมือนเทวดาไม่มีผิด น้าสอนฉันมั่งสิ”

“ทาสอย่างเอ็งจะเรียนต่อสู้ไปทำไมวะ”

“โธ่น้า...แถวนี้มันถิ่นนักเลง ซ้ายขวาหน้าหลังก็มีแต่หมัดกับเท้าเต็มไปหมด เผลอๆของแข็งอีกต่างหาก ถ้าฉันไม่มีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันตัว ฉันก็แย่สิ”

“เอ็งจะเรียนไปเพื่อล้างแค้นว่างั้นเถอะ”

“ไม่ใช่ล้างแค้น แต่ไว้ป้องกันตัว ปกป้องนายท่านกับคนในบ้านนี้ น้าสอนฉันเถอะ สองสามท่าก็ยังดี”

ทองอินส่ายหน้า ไม่สอนและไม่ยอมบอกเหตุผล กล้าเลยโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ฉันไม่ดีตรงไหนหรือน้า ถึงเรียนมวยกับเขาไม่ได้ หรือน้ารังเกียจที่ฉันเป็นทาสเลยไม่ถ่ายทอดวิชาให้”

“แล้วแต่เอ็งจะคิด แต่สรุปว่าเอ็งไม่เหมาะก็แล้วกัน”

กล้าเคืองมากหมุนตัวจะผละไป แต่ไม่กี่อึดใจ

ก็เปลี่ยนใจหันกลับมา “น้าคิดว่าตัวเองวิเศษนักหรือไง ถึงเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้น้าก็เป็นแค่นักโทษ ถึงฉันเกิดมาเป็นทาส แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี มีความเป็นคนไม่ต่ำด้อยกว่าน้าดอก”

“แล้วไหนวะ...ศักดิ์ศรีของเอ็งไอ้ทาส ข้ามองไม่เห็นว่ะ”

“แม่สอนฉันว่าความจงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ ไม่มีวันสูญหาย ถึงใครไม่เห็นแต่ใจเราเห็น”

ooooooo

เรื่องสมบัติบางส่วนของกุหลาบที่หายไปโดยหาร่องรอยไม่ได้ กลายเป็นหัวข้อซุบซิบของคนทั้งบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี และผู้ต้องสงสัยรายแรกๆก็หนีไม่พ้นมิ่งกับทิว เพราะมีคนงานหลายคนได้ยินกล้าพูดยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง แถมย้ำด้วยว่าตอนยึดของคืนจากพวกด้วง สมบัติในกำปั่นก็อยู่ครบทุกชิ้น

มิ่งกับทิวร้อนใจมาก กลัวความลับเรื่องขโมยของจะแตก โดยเฉพาะกำไลทองฝังทับทิมที่แอบเก็บไว้ เลยตัดสินใจวางแผนร้าย จะป้ายความผิดทุกอย่างให้กล้า!

ฝ่ายบัว...ไม่ได้สนใจหัวข้อซุบซิบของคนงานทั้งบ้าน มัวว้าวุ่นใจกับความรักของตัวเองที่คงไม่มีวันสมหวัง เพราะกล้ามีใจให้พลอย และวันนี้...เมื่อมีโอกาสจัดดอกบัวใส่แจกันก็อดเปรยลอยๆกับพ่อไม่ได้

“ฉันว่าดอกบัวก็สวยดีนะพ่อ ใช้ถวายพระก็ได้ กินเมล็ดก็ได้ กลิ่นก็หอม แต่ทำไมเราไม่ปลูกไว้ในบ้านล่ะพ่อ”

“ถามไม่รู้จักคิด ดอกบัวน่ะมันงามแต่ในโคลนตมโว้ย ราคาค่างวดก็ไม่มี ใครเขาจะมาปลูกเลี้ยงกันวะ โน่น...ไปเก็บเอาตามหนองตามบึงง่ายกว่ากันเยอะ”

สังข์พูดจบก็ผละไปทำงานอย่างอื่น ทิ้งบัวให้นั่งปลงตามลำพัง

“นั่นสินะ ดอกบัวจะไปมีค่าอะไร ยิ่งถ้าเทียบกับ...คุณพลอย”

ภาพความทรงจำวัยเด็กเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นในหัว กล้าเป็นทั้งพี่ชายและเพื่อนแสนดีของเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขาจะวนเวียนดูแลไม่เคยห่าง เธอซาบซึ้งและเข้าใจดีว่าเขาไม่เคยเห็นเธอเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นเพื่อนและน้องสาวตัวยุ่งของเขาเท่านั้น...

แม้จะหนีรอดจากพวกบ้านพระพิสุทธิ์มนตรี แต่ด้วงก็บาดเจ็บสาหัสและตายเสียก่อนจะถูกทางการบุกจับ รื่นกับแผนลูกน้องคนสนิทเลยถูกจับเข้าคุกอย่างง่ายดายไปด้วย พร้อมคำให้การที่ทำให้สถานะและความน่าเชื่อถือของกล้าต้องสั่นคลอน คือพวกด้วงไม่ทันได้ขโมยสมบัติจากกำปั่น เพราะต่างก็ถูกอัดปางตายเสียก่อน

ทุกอย่างเข้าทางมิ่งกับทิวที่สบช่องแอบเอากำไลทองฝังทับทิมของกุหลาบไปซุกในเรือนพักของกล้า เพื่อป้ายความผิดให้คนเรือหนุ่ม ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด เพราะพระพิสุทธิ์มนตรีโกรธและผิดหวังมาก แต่คงไม่เท่ากุหลาบ โวยวายเสียงดังใหญ่โต เพราะเกลียดขี้หน้ากล้าเป็นทุน

“ไอ้กล้า...เอ็งนี่ระยำแท้ เห็นเนื้อเห็นกระดูกกันก็วันนี้เอง”

“ไม่จริงนะขอรับ กระผมถูกใส่ร้าย กระผมไม่ได้ขโมยนะขอรับ”

พระพิสุทธิ์มนตรีทั้งผิดหวังและเสียใจที่เชื่อใจคนผิด ตอกกลับอย่างเหลืออด

“นี่เอ็งยังจะเถียงอีกเหรอวะไอ้กล้า บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ ของที่เหลือเอ็งไปซ่อนไว้ที่ไหน”

กล้ายืนยันว่าไม่รู้เรื่อง มิ่งกับทิวกลัวความจะแตก เลยผสมโรงกับกุหลาบ ยั่วยุให้กล้าอาละวาดเพื่อปกป้องตัวเอง ผลก็คือคนเรือหนุ่มขาดสติ เถียงและตอบโต้อย่างดุเดือด จนถูกคุณพระสั่งล่ามโซ่เพื่อรอลงโทษ

ooooooo

กล้าตรอมใจไม่ยอมกินข้าวกินปลาจนคนรอบข้าง โดยเฉพาะพลอยกับบัวอดเป็นห่วงไม่ได้ ต้องหาทาง ลักลอบเอาเสบียงอาหารไปให้เสมอ เช่นเดียวกับทองอิน เห็นเหตุการณ์โดยตลอด สงสารและเวทนาในชะตากรรมของคนเรือหนุ่มมาก ถึงกับแอบไปเยี่ยมในเย็นวันหนึ่ง

“นี่ล่ะหนอความภักดี มีแต่ใจเอ็งเท่านั้นที่ได้เห็น แต่คนอื่นเขาไม่เห็นใจเอ็งดอก ไอ้ลูกทาส”

ทองอินยื่นกระบอกน้ำและกล้วยให้ แต่กล้าก็เบือนหน้าหนี จนอดีตทหารอดหมั่นไส้ไม่ได้

“พระอิฐพระปูนดีแท้ วะ...นี่เอ็งยังเคืองข้าอยู่หรือไง อย่าลืมสิว่าสภาพของเราตอนนี้ไม่ต่างกันหรอก เป็นคนร้ายเหมือนกันทั้งคู่ ที่สำคัญ...คือโดนใส่ร้าย”

“น้ายังไม่เคยบอกฉันเลยว่าน้ามาเป็นนักโทษได้ยังไง”

“ข้าไม่อยากคิดถึงมัน ไม่อยากคิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้น”

“มันเลวร้ายมากขนาดนั้นเลยหรือน้า”

“ชีวิตคนเราเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้หรอกไอ้หนู ถ้าเอ็งยอมหักไม่ยอมงอ สักวันก็จะเป็นเหมือนข้า แต่เอาเถอะ...ถ้าคราวนี้เอ็งรอดไปได้ ข้าจะถือว่าเรามีวาสนาต่อกัน แล้วข้าจะสอนมวยให้เอ็ง”

“จริงเหรอน้า น้าอย่าหลอกฉันนะ”

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 2 วันที่ 12 มี.ค.59

ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทประพันธ์โดย ณพุทธ สุศรีฯ
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ กำกับการแสดงโดย โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ควบคุมการผลิตโดย : ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ เริ่มตอนแรกในวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2559
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ