อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 3 วันที่ 6 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 3 วันที่ 6 มี.ค.59

ทรายยังมุ่งมั่นที่จะตามตัวเด็กในโครงการ วันนี้เห็นพ่อแม่ของตังเมมาส่งก็ดีใจเข้าไปทักทายว่าเป็นพ่อแม่ของน้องเมษาใช่ไหม แต่พอหันมาอีกทีตังเมก็เดินไปแล้ว ทรายรีบตามไปเพื่อจะเอาวงเวียนคืนให้ พอตังเมเห็นวงเวียนก็ตกใจแย่งไปจากมือแล้ววิ่งหนีไปเลย

“อ้าว...เมษา น้องเมษา” ทรายได้แต่ถอนใจแต่ไม่ตามไป เพราะรู้ว่าตังเมยังไม่พร้อมที่จะคุย

เมื่อเจอกรณีของตังเม ทรายเสนอกรว่า ถ้าเด็กที่ตนสนใจพ่อแม่ไม่ได้แยกทางกัน ท่านรองพอจะอนุโลมรับเข้าโครงการได้ไหม



“ผมว่าแทนที่คุณจะหาปัญหาใหม่ ลองพยายามแก้ปัญหาที่มันกองอยู่ตรงหน้าก่อนดีกว่า ถ้าคุณทำให้หวายยอมเข้าโครงการและทำให้โชกุนมีพัฒนาการจนแม่เขาหายโกรธที่ประเมินผลผิดพลาดได้เมื่อไหร่ ผมอาจจะพิจารณารับเด็กที่คุณต้องการ”

ทรายรับคำหน้าจ๋อยๆ ถอนใจยาวๆอีกครั้งคิดหนักว่าทำอย่างไรจึงจะให้หวายยอมเข้าโครงการ??? โดยจรรยาบรรณแล้วตนจะไม่ไปที่บ้านเด็กถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แล้วจะทำอย่างไรดี เพราะเวลานี้หวายพักการเรียนอยู่

แต่หวายไม่ได้อยู่บ้านเพราะพ่อไม่รู้ว่าถูกพักการเรียน เมื่อได้เวลาพ่อก็ไล่หวายให้ไปโรงเรียน เอะอะโวยวายและใช้ความรุนแรงกับคนงานลั่นทั้งวัน หวายออกจากบ้านก็เข้าห้าง หามุมเหงานั่งฟังเพลง เพลงที่ฟังกี่ครั้งก็เจ็บลึกถึงหัวใจ...

“...อีกเนิ่นนาน ที่ต้องทรมานใจ ให้ชีวิตต้องเศร้าและเสียใจเท่าไหร่ วันที่เคยหม่นหมอง อยู่ลึกลงไปข้างใน กลายเป็นความปวดร้าว ที่ยังค้างคาใจ ต้องฝืนทนต่อไป... วางมันเอาไว้ ลืมมันทิ้งไปก่อน หยุดความคิดเสียบ้าง วันนี้เรายังต้องนอน ปล่อยให้ความหลับใหล คลายความทุกข์ในใจกับชีวิตที่ไม่เคยแน่นอน...”

หวายเศร้าเหงาอยู่กับเพลงเช่นนี้ วันแล้ว...วันเล่า...

ooooooo

มินนี่สำราญเบิกบานใจอยู่กับ “มายา” หลงตัวเองอยู่กับภาพลวงตารอบตัว นอกจากไอซ์ซิ่งที่ตีสองหน้าต่อหน้าทำดีเหมือนเพื่อนซี้ที่ใช้ได้ดั่งใจทุกอย่างแต่แอบแทงข้างหลังอย่างเจ็บแสบ เธอยังมีอีฟกับใบพลูที่คอยอวยและสอพลอเพราะเห่อและหวังเกาะคนดัง

เฟซบุ๊กเพจ “แอนตี้มินนี่” มีคนกดไลค์เพิ่มอย่างรวดเร็ว จากแปดพันคนในไม่กี่วันก็พรวดเป็นเก้าพันคน มินนี่ฟังไอซ์ซิ่งเล่าแล้วแค้นใจบอกว่าจะจับมันเข้าคุกแล้วสั่งไอซ์ซิ่งให้ช่วยตามหาให้เจอ ไอซ์ซิ่งตีเนียนบอกว่าจะพยายามนี่ถ้าไม่ใช่มินนี่เพื่อนรักจะไม่ช่วยหรอก

เช้าวันนี้ มินนี่เห็นทรายเดินอยู่ก็ลุกไปหาถามว่าเห็นการแถลงข่าวของแม่ตนหรือยัง ครูคงรู้แล้วว่าตนกับแม่แก้ปัญหาได้ ตอนนี้ตนยังได้รับรางวัลเยาวชนตัวอย่างสาขาต่อต้านยาเสพติดคงทำให้ครูและโรงเรียนสบายใจขึ้น และตนไม่ใช่เด็กมีปัญหาไม่ต้องรับคำปรึกษาจากครู ครูคงหาคนไข้ใหม่ได้ไม่ยากเพราะโรงเรียนยังมีเด็กเพี้ยนๆอีกเยอะ

พูดเพราะๆ ด่าเนียนๆ แล้วหัวเราะคิกๆ เสียงใสๆ ไหว้ลาครูทรายทิพย์อย่างนอบน้อม

ทรายมองตามมินนี่ไปอึ้งๆ นึกปลงๆกับพฤติกรรม ของ “เด็กสมัยนี้” แต่พอหันกลับก็เจอโชกุนยืนหน้าซื่อตาใสอยู่ ทรายสะดุ้งถามว่ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ โชกุนยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ ใสนิ้ง...

ooooooo

ทรายปะเหลาะโชกุนว่าวันนี้ครูอยากวาดภาพให้วาดเป็นเพื่อนครูด้วย โชกุนถามว่าวาดภาพอะไร ทรายบอกให้วาดภาพบ้าน โชกุนวาดรูปบ้านเสร็จ ทรายบอกให้วาดคนด้วย โชกุนถามว่าเอากี่คน ทรายบอกว่าตามใจโชกุน กี่คนก็ได้

พอโชกุนวาดเสร็จ ในรูปมีสามคน ทรายถามว่าใครบ้าง โชกุนชี้คนตัวเล็กที่ยืนกับตนบอกว่านี่ตนกับพ่อ ส่วนรูปคนตัวใหญ่ที่ยืนห่างออกไป โชกุนบอกว่านี่แม่ ทรายถามว่าทำไมถึงวาดรูปคุณแม่ยืนห่างออกไปล่ะ? โชกุนก้มหน้าเศร้าไม่ตอบ

ทรายเอารูปที่โชกุนวาดไปให้กรดู วิเคราะห์จากรูปว่า

“ภาพวาดของน้องโชกุนบ่งบอกบุคลิกภาพได้อย่างชัดเจน” เธอวิเคราะห์ว่ารูปบ้าน ลายเส้นที่เขียนซ้ำหลายทีลบแล้วลบอีกแสดงว่าไม่มั่นใจตัวเอง “ส่วนรูปคน ที่แม่ยืนห่างออกไปและตัวใหญ่กว่าพ่อแสดงว่าแม่เป็นคนน่ากลัวสำหรับโชกุน” เมื่อดูรูปกันอย่างละเอียดแล้ว ทรายสรุปว่า

“ข้อมูลเบื้องต้นประเมินได้ว่าสาเหตุที่ทำให้โชกุนโกหกอาจจะมาจากบุคลิกบางอย่างของคุณดุจฤทัย ที่กระตุ้นให้เด็กใช้จินตนาการเพื่อเอาตัวรอด”

“เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการปรับพฤติกรรมเด็กก็ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้คุณดุจฤทัยเข้าใจด้วย” กรเสริม

ทรายเห็นด้วยบอกว่าจะรีบติดต่อดุจฤทัยเพื่อดำเนินการต่อไป กรชมว่าดีมากพลางส่งรูปคืนให้

ทันใดนั้นแปมมาเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาบอกกรว่า คุณครูนารีครูประจำชั้น ป.3/2 กับครูปาล์มขอเข้าพบมีเรื่องจะรายงาน ทรายลุกขึ้นจะออกไป ปาล์มบอกให้อยู่ก่อนเรื่องนี้อาจจะต้องให้เธอช่วย

นารีกับปาล์มช่วยกันเล่าเรื่องเด็กหญิงญาทิปหรือปิ๊กปิ๊ก เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฐานะทางบ้านค่อนข้างดีบุคลิกภายนอกดูปกติดี แต่สองสามวันมานี้มีเด็กห้องอื่นๆฟ้องครูประจำชั้นว่าของหาย ส่วนใหญ่จะหายตอนที่เอากระเป๋ามาวางที่ห้องกิจกรรม ครูประจำชั้นเอาภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดูและขอให้ครูนารีดำเนินการ

ดูกล้องวงจรปิดแล้ว กรถามว่าครูเคยสอบถามเด็กบ้างหรือยังว่าเขาเป็นอะไรและทำไปทำไม ครูนารีบอกว่าเด็กไม่ยอมพูดอะไรเลย ถามว่าของอยู่ไหนก็ไม่ยอมบอกเลยต้องปรึกษาครูปาล์ม

“ปาล์มก็เลยพามาหาท่านรอง พอรู้ว่าทรายอยู่ด้วยก็เลยรีบรายงานเผื่อทรายจะช่วยอะไรได้”

“ว่าไง...ช่วยได้ไหม” กรหันถามทรายทันที ทรายตอบอย่างมุ่งมั่นตามเคยว่า ลองดู

ต่อมาทรายเรียกปิ๊กปิ๊กมาพบ ให้นั่งเล่นตุ๊กตาหมีที่มุมเด็กเล่น ทรายเข้ามายิ้มให้และแนะนำตัวกับปิ๊กปิ๊ก

ปิ๊กปิ๊กยกมือไหว้แต่ไม่สบตา วางตุ๊กตาหมีไว้ไม่เล่นต่อ นั่งตัวตรงอย่างระวังตัว ทรายถามว่าทำไมไม่เล่นกับพี่หมีต่อ ปิ๊กปิ๊กไม่ตอบ ทรายหยิบตุ๊กตาหมีขึ้นแนบหู ทำท่าฟัง แล้วพูดอย่างเข้าใจว่า

“อ๋อ...ครูเข้าใจล่ะ ขอบใจพี่หมีมาก พี่หมีบอกน้องญาทิปนะว่าครูรู้ความจริงหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าครูจะดุนะคะ”

ปิ๊กปิ๊กฟังแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัยมากขึ้นทุกที พอทรายหยุดพูด ปิ๊กปิ๊กหันมองทรายแว่บหนึ่ง พูดอย่างรู้ทันว่า

“พี่หมีพูดไม่ได้...ปิ๊กปิ๊กรู้”

ทรายหัวเราะเบาๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น...

ooooooo

ทรายหว่านล้อมจนปิ๊กปิ๊กยอมพูดด้วย ทรายไม่พูดเรื่องขโมยของของเพื่อนแต่พูดถึงความเดือดร้อนของคนที่ถูกขโมยของไปว่าบางคนต้องโดนพ่อแม่ดุ ปิ๊กปิ๊กบอกว่าไม่อยากให้เพื่อนโดนดุ และไม่อยากได้ของของเพื่อนด้วย

แต่พอทรายถามว่าเอาของเหล่านั้นไปไว้ที่ไหน ปิ๊กปิ๊กถามว่าบอกแล้วตนจะโดนตีไหม ทรายบอกว่าไม่ตีและจะเก็บไว้เป็นความลับด้วย ปิ๊กปิ๊กจึงไว้ใจยอมบอก นารีจึงเอาของเหล่านั้นคืนเจ้าของ กรถามว่าไม่อยากได้แล้วขโมยไปทำไม ทรายบอกว่าตอนนี้ยังไม่ทราบ อยากคุยละเอียดเพื่อประเมินพฤติกรรม ถ้ารีบๆเดี๋ยวจะประเมินผลผิดอีก

อำนาจไม่พอใจที่เกิดเรื่องแล้วไม่มีใครแจ้งฝ่ายปกครอง หรือทรายถือว่าตัวเองเป็นคนของท่านรองจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ จนกรต้องชี้แจงอย่างจริงจังว่า ในฐานะทายาทเจ้าของโรงเรียนทุกคนล้วนเป็นคนของตนทั้งสิ้น กระนั้นอำนาจก็เล่นแง่ว่าเรื่องนั้นตนไม่เถียงแต่ถ้าไม่ทำตามระเบียบ ฝ่ายปกครองจะมีไว้ทำไม อ้างว่า “ให้เกียรติครูน้อยบ้าง!!”

กรขอโทษถ้าทำให้ครูน้อยรู้สึกไม่ดี ตอนนี้เราคุยกันแล้วจากนี้ฝ่ายปกครองทำงานร่วมกับครูทรายทิพย์ได้เลยไม่ต้องคิดว่าใครเป็นคนของใคร ครูน้อยที่ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วรับคำเบาๆ

ปาล์มบอกทรายว่าครูน้อยไม่มีอะไร เป็นคนรักเด็ก ทำงานหนัก ตรงไปตรงมา แต่ทำงานภายใต้ครูใหญ่เลยต้องฟังคำสั่ง จริงๆแกไม่อยากไล่เด็กออกเลย ครูใหญ่กับท่านรองก็มีขัดๆกันบ้างแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ถามทรายว่าแล้วตกลงเรื่องญาทิปครูน้อยจะจัดการอย่างไรต่อไป

“เชิญผู้ปกครองมาพูดคุย และแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ วันที่ผู้ปกครองมา ครูน้อยให้ฉันเข้าด้วย ถ้าฉันกับครูน้อยทำงานร่วมกันได้ก็คงดี เด็กอีกหลายคนคงจะไม่โดนไล่ออก หรืออย่างน้อย หวายก็อาจจะไม่โดนพักการเรียนเหมือนที่โดนอยู่ตอนนี้” ทรายสงสารหวาย และมีความหวังที่จะทำงานกับครูน้อยได้ดีขึ้น

ooooooo

วันนี้หวายเตร็ดเตร่จนไม่รู้จะไปไหน จึงไปกินข้าวที่บ้านกับแม่และลูกหว้าน้องสาว หวายร่าเริงมีความสุข จนลูกหว้าชวนว่ามาอยู่ด้วยกันจะได้กินข้าวด้วยกันทุกวัน แต่หวายเป็นห่วงพ่อ เพราะถ้าตนมาอยู่ที่นี่แล้วพ่อจะกินข้าวกับใคร

แต่พอกลับถึงบ้าน ยอดยุทธถามถึงการเรียน หวายปดว่าดี ยอดยุทธปรามว่าอย่าไปชกต่อยกัน ไม่งั้นป๊าจะเอาให้หนักกว่าที่โดนอีก หวายรับคำใจสะท้านด้วยความกลัวความดุและทำจริงของพ่อ

ส่วนทรายถึงวันนัดผู้ปกครองปิ๊กปิ๊กมาพบ คนที่มากลับเป็นดอกแคที่เลี้ยงดูปิ๊กปิ๊กมาโดยตลอด เพราะพ่อมัวแต่วุ่นอยู่กับเมียน้อย แม่ก็เอาแต่ตามไล่ตบเมียน้อย ดอกแคจึงมาทำหน้าที่แทนผู้ปกครอง ดอกแคบอกทรายว่า ถ้าตนไม่แคร์ ในบ้านก็ไม่มีใครแคร์ปิ๊กปิ๊ก

ทรายรู้สึกแปลกๆ ออกไปคุยกับปิ๊กปิ๊กจึงรู้ว่าในชีวิตของหนูน้อยมีแต่ดอกแค เมื่อเล่าให้กรฟังเธอพูดอย่างห่วงใยว่า

“ฉันคิดว่าถ้าเราไม่รีบปรับพฤติกรรม เด็กมีแนวโน้มที่จะทำผิดซ้ำ และอาจโดนไล่ออกอีก”

กรตัดสินใจให้รับปิ๊กปิ๊กเข้าในโครงการ ให้ทรายรีบประเมินพฤติกรรมและรายงานตนด้วย

ooooooo

ส่วนโชกุน ดุจฤทัยมาคุยกับทราย แล้วโยนภาระทั้งหมดให้ทรายจัดการ อ้างว่าตนไม่มีเวลาต้องหาเงินมาส่งโชกุนเรียน ส่วนโชกุนเมื่ออยู่กับแม่ก็ถูกเข้มงวดจนเกร็ง เมื่อไปอยู่กับภูทองผู้เป็นพ่อ ก็ได้รับการตามใจทุกอย่าง โชกุนจึงต้องโกหกแม่ในสิ่งที่แม่ห้ามแต่พ่อให้ทำ โชกุนจึงต้องทำและเรียนรู้สิ่งผิดๆจากความขัดแย้งของผู้ใหญ่

ปิ๊กปิ๊กที่อยู่แต่กับดอกแคสาวใช้แสบ เมื่อดอกแคขอเบิกเงินจากตรีทิพย์เพื่อผ่อนค่าโทรศัพท์ราคาแพง แม่ของปิ๊กปิ๊กไม่ให้ก็แอบขโมย ปิ๊กปิ๊กมาเห็นก็ขู่ว่าห้ามพูดให้ใครรู้ทั้งยังสอนวิธีขโมยที่ไม่ให้ถูกจับได้ พูดให้เห็นว่านั่นคือความเก่ง

จากเรื่องราวของเด็กๆที่เก็บข้อมูลได้ ในคำนำวิทยานิพนธ์ของทรายเรื่อง “ผลกระทบต่อเชาวน์ปัญญาและเชาวน์อารมณ์ในเด็กครอบครัวหย่าร้าง” ทรายจึง
เขียนว่า

“พ่อแม่อยากให้ลูกมีบุคลิกนิสัยอย่างไร พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง...” และ “เพราะครอบครัวคือหน่วยที่เล็กที่สุด แต่มีความสำคัญที่สุดของสังคม ถ้าครอบครัวไม่สมบูรณ์ สังคมก็บิดเบี้ยว แต่ทางกลับกัน ถ้าเราทำครอบครัวให้สมบูรณ์ แม้จะเป็นครอบครัวที่แตกแยกก็ตาม สังคมที่น่าอยู่ก็ไม่ไกลเกินความเป็นจริง”

ระหว่างที่หวายถูกพักการเรียนนั้น หวายปกปิดพ่อออกจากบ้านทุกวันแล้วไปเดินห้าง วันนี้โชคร้ายถูก รปภ.ห้างจับแล้วโทร.แจ้งทางโรงเรียน
เป็นเรื่องใหญ่ทันที อำนาจจะโทร.เรียกผู้ปกครองคราวที่แล้วเรียกแม่ คราวนี้จะเรียกพ่อ หวายตกใจแทบช็อก ครูน้อยถามว่ามีอะไรให้บอกครูได้ไหม ส่วนอำนาจเอาแต่ข่มขู่และจะเรียกพ่อมาให้ได้

หวายกลัวหน้าซีดเผือด เพราะถ้าพ่อรู้ต้องโดนหนักแน่ หวายคุกเข่าอ้อนวอนอำนาจอย่าบอกพ่อ ครูน้อยมองอย่างสงสารแต่อำนาจมองอย่างเลือดเย็น
ทันใดนั้น กรและทรายมาถึง กรเข้าในห้องบอกว่า “ผมมาขอรับตัวนายถวายชัยเข้าโครงการ”

อำนาจมองขวับ หวายมองงงๆ ทรายบอกหวายว่าครูรู้เรื่องระหว่างหวายกับพ่อแล้ว ทรายรู้จากปุ่นและเด็กอ้วนว่าพ่อของหวายดุมากและมักใช้ความรุนแรง ทรายกับกรจึงรีบมารับตัวหวายจากอำนาจ

กรถามหวายว่าระหว่างเข้าโครงการกับบอกพ่อจะเลือกอะไร อำนาจค้านทันทีว่าทำแบบนี้เท่ากับจงใจปิดบังผู้ปกครองเด็ก ทรายโต้ว่าถ้าบอกไปตอนนี้เด็กอาจถูกลงโทษจากที่บ้าน การโต้เถียงตึงเครียดขึ้น จนหวายโพล่งขึ้นว่า

“ผมยอมเข้าโครงการแล้วครับ!!! ผมเข้าโครงการก็ได้ครับ แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับป๊า จะให้ทำอะไรผมทำทุกอย่าง”

อำนาจไม่พอใจกำหมัดแน่น ทรายโล่งอก และน้อยมองกรอย่างชื่นชม

ooooooo

ทรายเสนอให้รับตังเมหรือเมษาเข้าโครงการ เพราะถึงแม้ครอบครัวของตังเมจะไม่ได้หย่าร้างแต่เด็กก็อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของพ่อแม่ ถูกกดดัน เครียดจนทำร้ายตัวเอง ทรายอธิบายจนกรเห็นด้วย

มินนี่ที่ปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการ และแม่ช่วยสร้างภาพ จนจากที่ถูกสังคมประณามว่าเล่นยากลายเป็นได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นสาขาต่อต้านยาเสพติด ในวันขึ้นรับรางวัลไอซ์ซิ่งอัพรูปให้ไม่หยุด แต่ที่จริงเธอถ่ายคลิปตลอดเวลา โดยเฉพาะถ่ายคลิปที่อีฟชมว่า “เจ๋งอ่ะ ฉันอยากขึ้นเวทีรับรางวัลแบบนี้บ้าง” มินนี่พูดอย่างลำพองใจว่า

“ไม่เห็นยากเลย แกทำแบบฉันสิ ถ่ายรูปที่มันสร้างกระแสแล้วก็แกล้งทำรูปหลุด พอเป็นข่าวก็ขอโทษบอกว่าไม่ตั้งใจอย่าเอาเป็นแบบอย่าง แล้วก็บำเพ็ญประโยชน์วันสองวันออกข่าว แค่นี้ก็ได้รางวัลแล้ว”

ไอซ์ซิ่งที่ริษยาและคิดแทงข้างหลังมินนี่ตลอดเวลา ถ่ายคลิปนี้และนำไปปล่อยในเพจ เพียงข้ามคืนยอดแชร์ก็เป็นหมื่นแล้ว เช้านี้มินนี่เดินเข้าห้องอาหารก็ถูกทุกสายตามองมา เธอยังหลงคิดว่าเขาเหล่านั้นชื่นชมตนที่ได้เป็นเยาวชนดีเด่นสาขาต่อต้านยาเสพติด จนพีรดาโทร.มาด่าว่าให้สัมภาษณ์แบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่รู้ไหมว่าตอนนี้นักข่าวตามจิกแม่ทุกวินาทีแล้ว

มินนี่เปิดดูคลิปแล้วช็อกแผดเสียงกรี๊ดด้วยความอับอาย เธอกรี๊ดไม่หยุดจนทรายต้องมาพาออกไปหาที่สงบคุยกัน แต่มินนี่เหมือนคนสติแตกพร่ำพูดแต่ว่า “ไม่จริง...มีคนแกล้งฉัน มันอิจฉาฉัน”

นักข่าวมากลุ้มรุมทำข่าวที่หน้าโรงเรียน จน นพลักษณ์ต้องออกมาขอให้นักข่าวกลับไปก่อน ผู้ที่สะใจกับเรื่องนี้คืออำนาจ เสนอทันทีว่าต้องเชิญมินนี่ออกจากโรงเรียนเพราะทำให้ชื่อเสียงโรงเรียนตกต่ำอย่างที่สุด กรแย้งทันทีว่า

“มงกุฎแก้วจะต้องอยู่โรงเรียนต่อไป!!” โดยกรให้มินนี่เข้าร่วมโครงการ พีรดาพูดไม่ออกเพราะดีกว่าถูกเชิญออก

ทรายพูดคุยกับมินนี่ที่อยู่ในสภาพควบคุมสติไม่ได้ เธอมีความเห็นว่า

“จากอาการของมินนี่ที่ฉันเห็น...เด็กรับมือกับมันไม่ได้ ถ้ายังไม่รีบยื่นมือเข้าไปช่วย อาจจะสายเกินไป...”

ในที่สุดพีรดาจำต้องให้มินนี่เข้าร่วมโครงการ แล้วเธอก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวบีบน้ำตาแก้ต่างให้ลูกตามถนัดว่า คลิปที่ออกไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งจากคลาสแอ็กติ้ง พวกแอนตี้แฟนคงแอบถ่ายไว้ดิสเครดิตซึ่งมินนี่ก็อดทนตลอดมา แล้วก็บีบน้ำตา

“แต่ถ้าทำกันเกินไป รดาจะไม่ทนแล้วนะคะ ขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวของรดาด้วย อย่าทำร้ายกันอีกเลย”

ooooooo

เพราะกรกำหนดให้ทรายปิดโครงการเทอมหน้า เธอเอารูปของเด็กในโครงการมาเรียง หวาย มินนี่ ตังเม ปิ๊กปิ๊ก โชกุน ทรายดูรูปไล่ไปทั้งห้าคนแล้วดึงรูปตังเมออกมาคิดว่าทำอย่างไรจึงจะได้คุยกัน

ทรายเดินเข้าไปในโรงอาหาร พยายามตีสนิทกับเด็กตามโต๊ะต่างๆ แล้วจึงเดินไปนั่งโต๊ะข้างหลังตังเม สังเกตเห็นว่าตังเมแอบมองเหมือนจะสนใจ ทรายยิ้ม
ในหน้า ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ปาล์มติงว่าเธอจะย่างสามขุมเข้าหาเด็กแบบนั้นไม่ได้ ทรายบอกว่าเด็กที่ทำร้ายตัวเองนั้นต้องอาศัยความไว้วางใจเท่านั้น ถ้าตังเมไม่เปิดใจ ไม่ไว้ใจเดินเข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ปาล์มติงว่า

“ฉันรู้ แต่ถ้ามัวทำตามหลักวิชาการแล้วจะแก้ปัญหาทันก่อนปิดเทอมหรือ?”

“ไม่ทัน เย็นนี้ฉันจะขอท่านรองเลื่อนเวลาการประเมินผลโครงการ...เป็นสักเทอมหน้า” ทรายพูดอย่างมีความหวัง

แต่พอไปคุยกับกร เขาไม่ให้เลื่อนเพราะถูกอำนาจกดดันในที่ประชุมว่าเขาต้องทำให้ทุกคนเห็น ไม่อย่างนั้นตนต้องเป็นหนังหน้าไฟไม่รู้จะตอบอย่างไรเรื่องที่เด็กทำผิดแล้วไม่โดนไล่ออก กรย้ำว่าและตนก็รับปากแล้วว่าต้องปิดโครงการนี้ภายในเทอมนี้ ถามทรายว่าทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้จะได้เปลี่ยนคนใหม่ ย้ำถาม “ทำได้...หรือ...ไม่ได้”

“ฉันจะพยายามทำให้ได้ค่ะ” ทรายตัดสินใจสู้ๆ

“ดีมาก...ทรายทิพย์...ขอบคุณมาก”

เมื่อทรายไปเล่าให้พ่อฟัง สักทองบอกว่า “ลูกคิดถูกแล้วที่ไม่ทิ้งโครงการ เจ้านายลูกเป็นคนน่าสงสารนะ”

ทรายบอกว่าตนน่าสงสารมากกว่าที่ต้องทำงานภายใต้การกดดันขนาดนี้ สักทองชี้ว่าแต่กรต้องถูกกดดันทั้งจากแม่ จากผู้ปกครอง บรรดาครูแล้วยังครูใหญ่อีก

กรเล่าให้สมภพฟัง สมภพปรารภว่าสงสารทราย เขาถามพ่อว่าแล้วไม่สงสารตนหรือ สมภพชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นคนชี้นิ้วสั่งแต่ทรายต้องทำตามคำสั่งถูกกดดันอีกทีและต้องทำได้ผลเลิศตามที่กรวางไว้

กรเล่าถึงความกดดันท้าทายที่ตนได้รับจากครูใหญ่ บอกพ่อว่า ตนต้องทำให้มันรอดให้ได้ ถึงไม่เหลือใคร เหลือแค่ตนคนเดียวก็ต้องทำให้โครงการนี้สำเร็จ

“ถ้าอย่างนั้น ลูกต้องลงจากหอคอยงาช้าง เลิกชี้นิ้วสั่ง แล้วลงมาลุยกับเด็กคนนั้น ลุยกับเขา ทำงานไปด้วยกัน รับรู้ปัญหาและแก้ปัญหาไปด้วยกัน...”
กรฟังพ่อพูดแล้วนิ่งคิด...

ooooooo

เมื่อทรายขอเลื่อนเวลาปิดโครงการไม่สำเร็จ เธอตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน เริ่มลุยงานอย่างเอาจริงเอาจัง เรียกเด็กในโครงการทั้งห้าคนมาคุยทีละคน
เด็กแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน หวายกับมินนี่ คุยพูดด้วยอย่างจำใจต้องเข้าร่วมโครงการ ตังเมยังตั้งป้อมไม่คุยด้วยใช้วิธีดื้อเงียบต่อต้าน ผิดกับโชกุน พอทรายเรียกไปก็คุยน้ำไหลไฟดับ จนทรายแทบไม่มีโอกาสพูด ปิ๊กปิ๊กพูดถึงแต่พี่ดอกแคไม่มีพ่อกับแม่อยู่ในความคิดเลย กระทั่งบอกว่าคราวหน้าให้ครูเรียกพี่ดอกแคมาคุยด้วย เพราะพี่ดอกแคต้องอยากคุยด้วยแน่ๆเลย

ขณะปิ๊กปิ๊กออกไป เดินผ่านของเล่นที่วางอยู่ ก็แอบหยิบไปเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทรายไม่เห็นเพราะคุยกับเด็กห้าคนเสร็จก็เหนื่อยแทบหมดแรงจนฟุบไปกับโต๊ะ

เมื่อเธอรายงานการคุยกับเด็ก กรถามว่า “สรุปสัมภาษณ์เด็กแล้วก็ยังไม่ได้อะไรคืบหน้า”

“ค่ะ หวาย ตังเม ปิดกั้นไม่ยอมเปิด มินนี่อยู่ในโลกออนไลน์ โชกุนเปิดมากที่สุด ส่วนปิ๊กปิ๊กจะต้องหาข้อมูลเพิ่มจากโรงเรียนเก่า น่าจะช่วยได้”

“โรงเรียนเก่า แล้วคุณจะไปเมื่อไหร่”

ทรายงงๆ แต่เมื่อกรบอกว่าจะไปด้วย เธอติงว่า ตนไปแล้วกลับมารายงานก็ได้

“ไม่เป็นไร คุณบอกเองว่างานมันยาก ต้องใช้เวลา แต่ผมให้เวลาคุณเพิ่มไม่ได้ ผมก็ให้ความร่วมมือแทน ช่วยกันทำงานจะได้เสร็จก่อนปิดเทอม”

กรกับทรายไปถึงใกล้โรงเรียนเก่าของปิ๊กปิ๊กก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมง จึงเดินคุยกันริมสระน้ำ ทรายถูกเด็กวิ่งชนเอกสารเกี่ยวกับประวัติของปิ๊กปิ๊กที่ทรายถือปลิวตกน้ำ กรลุยไปเก็บเอกสาร ทรายเห็นดังนั้นลุยลงไปเก็บด้วยกัน

ยังมีเวลาเหลือ เพื่อให้ตัวแห้ง ทั้งสองแวะเข้าร้านเสริมสวย ทำให้ตัวและเสื้อผ้าแห้ง ระหว่างนั้นกรไม่เพียงทำของตัวเองหากยังช่วยทรายด้วย ในสภาพผ่อนคลายนี้ กรถามว่าเธอมีแฟนหรือยัง ทรายบอกว่ายัง เขาถามว่าทำไม

“ช่างเลือก”

“ช่างเลือกหรือว่าไม่มีใครเลือก” กรถามทีเล่นทีจริงแล้วหัวเราะ ทรายหันมองขวับเพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้ แว่บนั้นนึกในใจว่า...น่ารักอ่ะ...

กรดูเวลาแล้วเตือนว่าจวนได้เวลานัดแล้ว ทรายรีบลุกจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบจนเหยียบชายผ้าถุงเกือบหลุด เธอรีบดึงไว้ กรมองขำๆนึกในใจว่า...ตลกดี...

ooooooo

เมื่อได้พบและคุยกับครูโรงเรียนเก่าของปิ๊กปิ๊ก ครูบอกว่าพี่เลี้ยงคนนี้มีอิทธิพลต่อปิ๊กปิ๊กมาก ปิ๊กปิ๊กเป็นเด็กน่ารักแต่มีปัญหาเรื่องขโมยของ ทางโรงเรียนพยายามเรียกผู้ปกครองมาคุยก็ไม่มา หนักเข้าแม่ก็มาลาออกเลย

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 3 วันที่ 6 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ