อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 3 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 3 มี.ค. 59

แพรขาวออกมายืนข้างเปียโน ไรวินท์บรรเลงเพลงจบท่อนสุดท้ายพอดี นึกซนยื่นนิ้วไปจิ้มคีย์ ไรวินท์ในชุดข้าราชการหันมายิ้มบอกให้ลองเล่น เธอส่ายหน้าบอกต้องฝึกก่อน เขาถามจะไปฝึกที่ไหน เธอจึงยิ้มเรี่ยๆ บอกอาจจะฝึกแถวๆนี้

“หมายถึงกับฉันรึเปล่า ฉันไม่เคยมีลูกศิษย์สักคนเลยนะ” ไรวินท์สบตาจนแพรขาวเขิน

“เอาเป็นว่าคือ...ฉันอยากจะขอบคุณคุณอีกครั้งแล้วกัน คุณใช่ไหมที่ช่วยชมพูเมื่อตอนบ่าย จนพ่อของชมพูรีบหนีกลับไป ต้องเป็นคุณแน่ๆเลย ขอบคุณนะคะ”



ไรวินท์ทำหน้าขรึมบอกคงไม่กล้ามาที่นี่อีกนาน แพรขาวถามเขาทำอย่างไร เขาไม่ตอบกลับเดินออกไปกลางสนาม แพรขาวถามจะไปไหน เขาย้อนถามยังอยากรู้เรื่องของตนอีกไหม ตาหญิงสาวเป็นประกายด้วยความอยากรู้ รีบไปยืนเคียงข้างเขา

สองคนปรากฏตัวในสวนหน้าเรือนทั้งสองหลัง แพรขาวรีบเดินตามไรวินท์ จู่ๆเขาก็หยุด ทำให้เธอชนแผ่นหลังเขา จึงโวยเบาๆ “โอ๊ย! เดินดีๆสิคุณ”

ไรวินท์ถามกลับว่าใครกันแน่ แพรขาวฉุนแล้วก้าวเดินตามเขาต่อ เพิ่งสังเกตชุดที่เขาใส่จึงถามเขาเป็นข้าราชการหรือ ไรวินท์เล่าว่าตนเรียนจบคณะรัฐศาสตร์ก็เข้ารับราชการกระทรวงมหาดไทย แพรขาวทึ่งเพราะเป็นที่เดียวกับแรม เขาพยักหน้ารับ

“แปลกใจหรือ...ซึ่งแม่ฉันก็ไม่ชอบใจนักดอกนะ เกรงฉันจะต้องออกหัวเมือง แล้วครอบครัวจะแตกแยกแบบพ่ออีก แต่ชะตาชีวิตคนเรามันไม่มีทางฝืนได้จริงๆ บทจะเป็นมันก็เป็นไปอย่างนั้น”

แพรขาวเดินตามไรวินท์มาที่หน้าเรือนใหญ่ เห็นคนรับใช้หลายคนกำลังขนของเข้าบ้าน เจ้าของบ้านคนใหม่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ไรวินท์เล่าว่า “เจ้าคุณท่านมีลูกชายสามคน ลูกสาวอีกสอง แต่ต่างก็แต่งงานแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลือก็แต่ลูกสาวคนสุดท้องที่ท่านไม่ยอมยกให้ใคร เพราะตั้งใจจะให้อยู่เป็นโสด เพื่อดูแลพ่อแม่ในยามชรา”

“เอ๊ะ...ลูกสาวคนสุดท้อง ว้าว! รู้แล้ว คนนี้คือนางเอกของคุณใช่ไหมคะ”

ไรวินท์ไม่ตอบ แววตากลับเศร้าลง แพรขาวถามย้ำว่าทายถูกใช่ไหม เธอสวยไหม ชื่ออะไร...ขาดคำก็เห็นสาวสวยวัย 25-26 แต่งตัวเรียบๆสะอาดสะอ้านสมฐานะ สั่งคนรับใช้ขนของขึ้นไปข้างบน ไรวินท์บอกว่าเธอชื่อ...สีนวล

วันเวลาผ่านไป แพรขาวได้เห็นสีนวลทำงานฝีมือปักผ้าเช็ดหน้า 4-5 ผืนอย่างตั้งอกตั้งใจ เป็นอักษรตัววี จากนั้นก็นำมาให้วารีที่เรือนเล็ก วารีมีท่าทีเอ็นดูรักใคร่สีนวลมาก เพราะเป็นแม่บ้านแม่เรือน มารยาทก็งาม...วารีเห็นว่าตนกินหมากจะทำให้ผ้าเช็ดหน้าสวยๆเปรอะเปื้อน จึงบอกสีนวลว่าจะให้ไรวินท์แทน ตัวอักษรวีก็เป็นชื่อเขาได้พอดี สีนวลออกอาการเขินอาย

ไม่ทันไร ไรวินท์อดีตก็กลับจากทำงานเดินเข้ามาสวัสดีวารี สีนวลหน้าแดงขวยเขิน วารีเอาผ้าเช็ดหน้าสีนวลให้ลูกชาย...แพรขาวชะเง้อมองด้วยความอยากเห็นลายปัก แล้วล้อไรวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆว่า “ปัดโธ่ ที่แท้นางก็ทำมาให้คุณนั่นล่ะ ว้าวๆๆๆ”

“นี่แม่หนู หัดมีมารยาทเสียบ้าง”

แพรขาวยักไหล่แอบหัวเราะคิกคักก่อนจะหันกลับไปมองเรื่องราวต่อ...ไรวินท์อดีตกล่าวกับสีนวลว่า ถ้าสีนวลไม่รังเกียจตนก็จะรับไว้ ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง วารีก้มหน้าแอบยิ้มก่อนขอตัวไปทำงานต่อ เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวคุยกัน แต่สีนวลก็เอาแต่ขวยเขินไม่พูดคุย ไรวินท์จึงทำลายความเงียบระหว่างทั้งคู่ลง

“คุณหญิงท่านเป็นอย่างไรบ้างครับ ท่านทำใจได้บ้างหรือยัง นี่ท่านเจ้าคุณก็สิ้นบุญได้เกือบปีแล้ว”

“ค่ะ ก็พอทำใจได้ ตอนนี้ป่วยกระเสาะกระแสะนอนอยู่บนห้องไม่ค่อยยอมลงมาข้างล่าง”

“ผมก็ไม่มีโอกาสไปกราบท่านเลยครับ”

สีนวลออกตัวแทนว่าท่านชอบนอนพักไม่ให้ใครพบ แล้วเธอก็เงียบไม่รู้จะคุยอะไรอีก ชายหนุ่มต้องหาเรื่องถามไถ่ เธอก็ตอบเป็นคำๆแบบคนคุยไม่เก่ง จนเขาเหนื่อยกับการหาเรื่องคุย

แพรขาวส่ายหน้า “เห้อ...อะไรของนาง เป็นฉันฉันก็คงเบื่อ” พอนึกได้ชำเลืองมองไรวินท์ เห็นเขานิ่งก็แอบเบาใจ คิดว่าเขาคงไม่ได้ยิน

การสนทนาของไรวินท์กับสีนวลจบลงเมื่อมีสาวใช้เอาน้ำมาเสิร์ฟ สีนวลขอตัวกลับไปดื้อๆ ไรวินท์อดีตยังงง...แพรขาวปล่อยขำกับพฤติกรรมของสีนวล แล้วยกมือปิดปากรู้ว่าเสียมารยาท แต่ไรวินท์ยังยืนนิ่งแววตาหม่น แพรขาวแย็บถาม...เขารักสีนวลแล้วต้องอกหักหรือ

“เธอคอยฟังสิ่งที่แม่จะพูดกับฉันก่อนดีกว่า”

แพรขาวมองอย่างสงสัย...ภาพอดีตเปลี่ยนเป็นห้องนอนคุณหญิงที่เรือนใหญ่ วารีแวะมาเยี่ยม คุณหญิงให้สีนวลลงไปหาของว่างมาต้อนรับ เพื่อจะมีโอกาสคุยกันลำพัง คุณหญิงขอให้วารีหาคนที่เหมาะสมแต่งงานกับสีนวล เพราะรู้ว่าตัวเองคงอยู่อีกไม่นานและว่าลูกมีสมบัติมากพอจะไม่อดตาย...วารีฟังแล้วรู้ว่าคุณหญิงหมายถึงไรวินท์

พอตกเย็น ไรวินท์กลับจากทำงานก็อาบน้ำแต่งตัวจะออกไปข้างนอก วารีดักรอคุย “หนูนวลยังสาวยังแส้ มีสมบัติติดตัวก็ไม่น้อย เกรงใครจะมาปอกลอก ถ้าได้ผู้ชายดีๆ คุณหญิงท่านก็หมดห่วง แม่ก็เห็นด้วยกับท่าน เพราะพ่อแม่ก็ไม่ห่วงอะไรเท่าอยากให้ลูกมีฝั่งมีฝาให้หมดเรื่องไป” ไรวินท์เห็นด้วย วารีจึงรวบรัด “ถ้าได้ลูกเขยอย่างลูกวิน คุณหญิงท่านก็ไม่รังเกียจดอก”

ไรวินท์หัวเราะเบาๆถามแม่คิดอย่างนั้นหรือ วารียกแม่น้ำทั้งห้ามาสาธยายแล้วถามเขามีคนรักหรือยัง เขาบอกยังและไม่คิดขัดใจแม่ถ้าแม่เห็นว่าดี วารีดีใจมากแล้วไรวินท์ก็ออกไป

เกือบทุกคืนที่ไม่มีใครรู้ว่าไรวินท์ออกมาเที่ยวเต้นรำอย่างสนุกสนาน บางครั้งก็เล่นเปียโนพลิ้วไหวให้สาวๆกรี๊ดกร๊าด...แพรขาวกับไรวินท์อยู่ในชุดเข้ากับบรรยากาศ แพรขาวตาโพลงไม่คาดคิดว่าชีวิตท่านเจ้าบ้านเจ้าเรือนในอดีตจะฟุ้งเฟ้อขนาดนี้ ไรวินท์ถามเต้นรำเป็นไหม แพรขาวรีบบอกว่าแบบยุคนี้ไม่เป็น เขาบอกไม่ยากและดึงเธอออกมาบอกให้เต้นตาม

แพรขาวก้มมองเท้าจับจังหวะ ไรวินท์ไม่ให้ก้มให้มองหน้าเขาและยิ้มแย้ม เธอจึงถาม

“ในเมื่อไลฟ์สไตล์ เอ๊ย...รสนิยมคุณเป็นแบบนี้ แล้วทำไมคุณไปรับปากคุณแม่ว่า เอ้อ...ฉันถามจริงนะ คุณคิดแค่นั้นจริงๆหรือ สมัยคุณนี่คิดจะตัดสินใจแต่งงานก็ง่ายๆกันงี้หรือ”

ไรวินท์บอกทำไมต้องทำให้ยากด้วย แพรขาวร้องโอ้ มันเรื่องใหญ่ ตัดสินใจใช้ชีวิตกับใครสักคนทั้งชีวิต อย่างกับให้แม่ช่วยเลือกผ้าเช็ดหน้าให้อย่างไรอย่างนั้น ไรวินท์อึ้งไปครู่ก่อนจะตอบว่าตนรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตั้งใจไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง เพราะพ่อคนเดียวก็พอแล้ว แพรขาวสุดมึนมองไรวินท์อดีตที่มีสาวๆห้อมล้อมอย่างกับดารา

แล้วไรวินท์ก็เปลี่ยนพาแพรขาวมาในที่สลัมแห่งหนึ่ง...เห็นไรวินท์อดีตเดินเข้ามาถามเด็กที่วิ่งเล่นแถวนั้นบางอย่าง แล้วเขาก็เดินข้ามสะพานไม้เก่าๆมายังบ้านไม้ผุๆพังๆสุดตรอกริมคลองที่เหม็นคลุ้ง เขาหยุดมองสภาพบ้านอย่างสังเวชใจ ข่มใจก้าวเข้าไปร้องถามมีใครอยู่ไหม แล้วตาแก่คนหนึ่งก็เดินออกมา พอทั้งสองสบตากันต่างตะลึงนิ่งอึ้ง

แพรขาวเห็นแล้วอุทาน “นั่น! ตายจริง!”

ไรวินท์แทบอยากเมินหน้าหนีรู้สึกผิดมากขึ้น... ไรวินท์อดีตเอ่ยขึ้น “พ่อ...ทำไมพ่อ”

แรมแทรกถามมีธุระอะไร ไรวินท์อดีตจึงบอกว่าตนจะแต่งงาน...แรมโบกมือขัดอย่าบอกว่าจะให้ไป ตนไม่ไป ไรวินท์เงียบไปครู่แล้วจึงเอ่ยถามพ่อสบายดีหรือ แรมหัวเราะในคอตอบเสียงแหบพร่าว่า ตายเมื่อไหร่คงสบาย พูดจบก็จะเดินกลับเข้าบ้าน ไรวินท์เรียกไว้ เขาหันมาถามอย่างรำคาญว่าอะไร ไรวินท์ส่งธนบัตรใบละร้อยให้ แรมนึกไม่ถึงเอื้อมมือสั่นเทาไปรับอย่างกลัวจะหล่นหาย แล้วจึงเอ่ยถาม...จะเข้ามาไหม ไรวินท์อดีตถึงกับน้ำตาคลอ

ภายในบ้านยิ่งน่าเวทนา แรมตักน้ำใส่ขันวางให้ ไรวินท์ถามทนอยู่ได้อย่างไร แรมตอบด้วยความปวดร้าวว่า “ก็คนมันสิ้นเนื้อประดาตัว จะให้ไปอยู่วิมานที่ไหนได้ยังไง แกไม่ต้องมาถามมากความ พ่อไม่ต้องการแก้ตัวหรือสำนึกผิดอะไร ทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้เพราะพ่อเลือกเอง”

ไรวินท์ถามถึงวีณา แรมบอกอย่างขมขื่นว่าใครจะทนอยู่กับคนที่เลี้ยงเขาไม่ได้ ไม่มีเกียรติ ไม่มีหน้ามีตา ไรวินท์จึงบอกว่าตนมีเงินเดือนจะแบ่งให้พ่อ แรมขอบใจแต่ตนคงอยู่อีกไม่นาน และบอกที่ผ่านมาถ้าเขาจะโกรธเกลียดที่ตนทิ้งมา ตนก็จะขอบอกว่า วันหนึ่งถ้าเขาเจอสิ่งเดียวกับตน เขาจะเข้าใจเองว่าทำไม

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 4 วันที่ 3 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ