อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 5 วันที่ 11 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 5 วันที่ 11 มี.ค.59

ดุจฤทัยถามโชกุนว่าครูไปหาพ่อแล้วเป็นยังไงบ้าง โชกุนบอกว่าพ่อคุยกับครูทรายสนุกมาก ดุจฤทัยชักสีหน้าหาว่าโชกุนโกหก โทร.ไปเช็กกับสักทองทันที หาว่าเขาสร้างเรื่องหลอกครู ถามว่าทำไมเขาไม่พูดความจริง

โชกุนขอร้องแม่อย่าว่าพ่อเลย แต่ดุจฤทัยก็ยังไล่บี้หาว่าสักทองโกหก สักทองทนไม่ได้วางสาย เธอก็โทร.ไปเช็กกับลูกน้องเขา ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงยิ่งขึ้น โชกุนขอร้องแม่ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่าว่าพ่อเลย แต่ก็หยุดดุจฤทัยไม่ได้

เย็นนี้ขณะที่ทรายเก็บของเตรียมจะกลับ โชกุนก็ผลักประตูเข้ามา พอเห็นหน้าทรายก็ร้องไห้โฮพูดไปร้องไห้ไปว่า



“โชจะไม่พูดความจริงอีกแล้ว ไม่พูดแล้ว” ทรายเช็ดน้ำตาให้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น “โชพูดความจริงแล้วคุณแม่ไม่เชื่อ โทร.หาคุณพ่อแล้วพ่อกับแม่ก็ทะเลาะกัน โชไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ถ้าโชโกหกพ่อกับแม่ก็ไม่ต้องทะเลาะกัน”

ทรายกอดโชกุนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไว้ด้วยความสงสารปลอบว่าโชกุนเป็นเด็กดี อยากเห็นพ่อแม่รักกัน แต่บางครั้งผู้ใหญ่ทะเลาะกันเรื่องลึกซึ้งเกินกว่าเราจะเข้าใจ พ่อแม่อาจไม่ได้ทะเลาะกันเพราะโชกุนก็ได้ บอกว่าปัญหาของพ่อแม่ปล่อยให้เขาแก้กันเอง สิ่งที่โชกุนทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ โชกุนควรจะพูดความจริง

แต่ความจริงที่เจ็บปวดสะเทือนใจ ทำให้โชกุนยิ่งร้องไห้ บอกทรายว่า

“ไม่เอา ถ้าโชพูดความจริง พ่อแม่จะทะเลาะกันโชไม่เอา...ไม่เอาแล้ว ยิ่งกับแม่ โชไม่กล้าพูดความจริงแล้ว”

ooooooo

โชกุนร้องไห้บอกว่าต่อไปจะไม่พูดความจริงอีกแล้ว ทรายปลอบว่าถ้าโชกุนไม่กล้าบอกความจริงแม่ บอกกับครูก็ได้เดี๋ยวครูจะบอกคุณแม่ให้เอง ดุจฤทัยเดินมาหน้าห้องได้ยินพอดี เป็นเรื่องทันที!

“สอนให้ลูกโกหกฉันแต่พูดความจริงกับตัวเอง สอนแบบนี้ได้ไงหา!” ทรายพยายามชี้แจง ดุจฤทัยไม่ฟังประกาศจะไม่ให้ลูกอยู่ในโครงการนี้อีกแล้ว ทรายกลุ้มใจไปคุยกับอาจารย์พลอยซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์พลอยบอกว่า

“ข้อควรจำในการเป็นนักจิตข้อที่ 1 ‘ไม่ใช่เห็นใจอย่างเดียว ต้องเข้าใจด้วย’ เราต้องเข้าไปแก้ปัญหาไม่ใช่

แบกรับปัญหา นี่เพิ่งเริ่มต้นนะ ถ้าทำไปเรื่อยๆ โอ้ยยยย...เจออีกเยอะ” อาจารย์พลอยให้กำลังใจและให้รีบๆ เดี๋ยวจะไม่ทันจบปีนี้

ทรายกลับไปอ่านไดอารี่ของตังเมแล้วงง ที่ทั้งหน้าเขียนแต่คำว่า “ไม่อยากไป” ทรายสงสัยว่ามันคืออะไร

ชัยภูมิ รู้จากนวลสราญว่าอาทิตย์หน้าตังเมไม่ไปบ้านใหญ่ก็กลับมาดุด่าเปรียบเทียบว่าเจ้กับเฮียไม่เห็นทำตัวแปลกประหลาดแบบนี้เลย ตังเมบอกว่าไม่อยากไปเพราะถูกเจ้กับเฮียด่าว่าเป็นลูกเมียน้อย ชัยภูมิถามว่าแล้วเป็นยังไง ได้เป็นลูกตนโชคดีแค่ไหนแล้ว ตังเมถูกพ่อดุด่า เมื่อชี้แจงก็ถูกแม่ปรามว่าอย่าเถียงพ่อ พ่อให้ทำอะไรก็ต้องทำ

ก่อนออกจากบ้านไป ชัยภูมิสั่งนวลสราญว่าอาทิตย์หน้าตังเมต้องไปงานเลี้ยง “ไม่งั้นฉันจะตัดเงินเดือนเธอสองคน เดือนหน้ากินแกลบกันก็แล้วกัน”
เมื่อชัยภูมิไปแล้ว นวลสราญก็เข้าห้องพระสวดมนต์ ปล่อยวางจนตัวเองรู้สึกดีขึ้น

ขณะเดียวกันตังเมขังตัวเองในห้องนอน กรีดข้อมือตัวเอง แล้วประชดด้วยการหยิบมือถือขึ้นถ่ายรูปข้อมือ!

ooooooo

เมื่อไอซ์ซิ่งได้ข้อมูลมินนี่แล้วก็โพสต์รูปมินนี่กากบาทสีแดงพาดลำตัวมีข้อความ “โรคจิต ติดโซเชียล” ไม่นานทั้งอีฟและใบพลูก็เม้าท์ว่าถ้ามินนี่ป่วยเป็นแบบนี้จริงอ่านเม้นต์แล้วมีหวังฆ่าตัวตายแน่ เพราะแต่ละเม้นต์แรงๆทั้งนั้น

จริงดังคาด มินนี่อ่านแล้วกรี๊ดอย่างคลุ้มคลั่ง แล้วพีรดาก็ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าว แก้ต่างให้มินนี่ว่าเป็นโพสต์ขำๆ อย่าไปคิดมาก ปลอบมินนี่ว่าลูกไม่ได้บ้า คนที่บ้าคือครูนั่นต่างหาก คงโกรธที่เราออกจากโครงการเลยปล่อยข่าวแกล้งเรา

พีรดาไปโวยวายที่โรงเรียนหาว่าทรายเป็นคนปล่อยข่าวนี้ เสนอให้ยุบโครงการนี้เพราะทำให้ตนและลูกเดือดร้อน

กรเอ่ยขึ้นก่อนที่ผู้อำนวยการนพลักษณ์จะตัดสินว่า ประเด็นที่ว่าครูทรายทิพย์ทำข้อมูลรั่วนั้น ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปไม่ใช่ความลับ ใครๆก็เผยแพร่ได้ ฉะนั้นที่ว่าครูทรายเป็นคนปล่อยข้อมูลเพื่อทำให้มินนี่เสียหายก็ตัดทิ้งไปได้เลยและเมื่อข้อมูลไม่ได้หลุดจากครูทรายจึงไม่มีเหตุผลที่จะปิดโครงการนี้

ข้อชี้แจงอย่างจะแจ้งของกร ทำให้ทั้งพีรดาและอำนาจเถียงไม่ขึ้น เดินปึงปังออกจากห้องประชุมไป

พีรดาชี้แจงแก่นักข่าวตามที่กรชี้แจง พิธีกรแสดงความเห็นใจมินนี่ที่ถูกด่าฟรี แต่คนที่โกรธแค้นที่สุดคือไอซ์ซิ่งที่มินนี่รอดตัวไปได้อีกตามเคย
ตังเมโพสต์รูปข้อมือของตัวเองครู่เดียวก็ลบทิ้ง

แต่หลายคนก็ได้ดูแล้ว ทรายไปหาที่บ้าน นวลสราญตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าตังเมไปเรียนพิเศษ ทรายเอ่ยนิ่มๆว่า

“คุณนวลสราญคะ การปล่อยวางกับไม่สนใจปัญหามันต่างกันนะคะ” แล้วเอารูปข้อมือตังเมที่ปริ๊นต์จากเฟซบุ๊กให้ดู บอกว่าถ้าคุณแม่ปล่อยวางต่อไปน้องอาจจะเป็นอันตรายมากกว่านี้ ถ้าคุณแม่ยังไม่อยากรับรู้ปัญหา ก็ต้องปล่อยให้ตนได้ช่วยทำอะไรบ้างก็ยังดี นวลสราญจึงบอกที่เรียนพิเศษของตังเมให้ที่แท้ตังเมไม่ได้ไปเรียนพิเศษ ทรายไปเดินหาจนเจอคุยกันเรื่องไดอารี่ว่าตังเมเขียนมากกว่านี้หน่อย

ได้ไหมครูอยากอ่านเรื่องที่ตังเมอยากพูดหรืออยากเขียน หว่านล้อมอย่างนุ่มนวลแล้วเอายาให้ตังเมทาแผล พูดก่อนเดินออกไปว่า

“อย่าลืมนะ ถ้าอยากจะเล่าเมื่อไหร่ ครูพร้อมรับฟังเสมอ”

ตังเมไม่มองทรายที่เดินไป ก้มหน้าหยิบยามาทาแผลน้ำตาร่วง...

ทรายเดินผ่านตึกเรียนพิเศษ เห็นพ่อแม่ต่างมารอรับลูก บ้างเตรียมขนมข้าวต้มมารอรับ ทรายนึกในใจว่า

“พ่อแม่เกือบทุกคนอยากให้ลูกได้ดี ประสบความสำเร็จ ทุ่มเทให้กับลูกเหมือนเขาเป็นถ้วยรางวัลชีวิต แต่อาจจะละเลยหลงลืมสิ่งที่ลูกต้องการอย่างแท้จริง ความคาดหวังของพ่อแม่ เหมือนดาบสองคม เป็นทั้งพลังผลักดันลูก และอาจเป็นสิ่งที่ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว”

ทันใดนั้นทรายได้รับโทรศัพท์จากกร เธอถามว่าเขาอยู่ที่ไหน กรยืนอยู่ข้างหลังแตะไหล่เธอเบาๆ ทรายหันไปเห็นกรในชุดลำลองดูดีใส่แว่นดำ ยิ้มเท่ จนทรายอึ้ง...

น่ารักอ่ะ!!

ooooooo

วันนี้กรนัดทานข้าวกับสมภพที่ห้าง เขาเจอทรายก่อนจึงเข้าไปนั่งดื่มกาแฟคุยกัน

“เมื่อกี๊ที่เจอกับตังเมดูสงบลงนะคะ จริงๆเด็กทำร้ายตัวเองไม่ได้โชว์ออฟ ไม่ชอบให้ใครเห็นแผล ที่ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กคงจะมีแรงกระตุ้นอะไรบางอย่างชั่ววูบ เพราะลงแป๊บเดียวก็ลบทิ้ง”

“พูดถึงเฟซบุ๊ก คุณรับแอด...”

ทรายรีบพูดแทรกว่าตนมีเรื่องจะรายงาน บ่นตัวเองว่าเกือบลืม กรชำเลืองมองอย่างรู้ทันแต่ไม่ขัดคอ

“เรื่องคุณดุจฤทัย...วันก่อนเรามีเรื่องเข้าใจผิดกัน เธอบอกว่าจะขอถอนตัวโชกุนออกจากโครงการ...ฉันไม่แน่ใจว่าเธอพูดเพราะโกรธหรือเปล่า ถ้าอาทิตย์หน้าโชกุนไม่ได้มาหาฉันเหมือนปกติ ฉันจะลองอธิบายให้คุณดุจเข้าใจอีกที”

กรยื่นหน้าเข้าไปถามล้อๆว่ากลัวตนถามเรื่องเพื่อนใหม่ในเฟซบุ๊กจนต้องเปลี่ยนเรื่องไปไกลขนาดนี้เลยหรือ ทรายทำหน้าตายปฏิเสธเสียงสูงว่า เปล๊า...

ตนไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง เรื่องเฟซบุ๊กอะไรนั่นตนไม่ได้คิดอะไรเลย

“ผมรู้แล้วทำไมคุณปรับพฤติกรรมการโกหกของโชกุนไม่ได้ ที่แท้ก็เป็นเอง” กรเอนหลังพิงพนักเหมือนจับโกหกเด็กได้ ทำเอาทรายชะงักจ๋อย

ที่นอกร้าน สมภพมาตามนัด เขาเดินมองหากร เห็นคุยอยู่กับหญิงสาวหัวเราะร่าอยู่ในร้านกาแฟก็ชะงักมอง

เหตุที่กรหัวเราะได้ขนาดนี้เพราะเมื่อเขาจับเท็จทรายได้ เธอยอมรับตนไม่กล้ารับเขาเข้ามาในเฟซเพราะกลัวจะเห็นความไร้สาระของตนและจะไล่ตนออก

“ฮ่าๆๆ นี่ ไม่ต้องเข้าเฟซบุ๊ก ผมก็เห็นความไร้สาระของคุณหมดแล้ว ถ้าผมจะไล่คุณออกเพราะความไร้สาระของคุณ ผมไล่ออกไปนานแล้ว ถ้าผมจะไล่ออก ต้องเป็นเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพราะสิ่งที่คุณโพสต์บนเฟซบุ๊ก”

ทรายโล่งใจถามว่าถึงตนบ่นหรือด่าเขาในเฟซบุ๊กก็ไม่ไล่ออกหรือ

“ไม่ เพราะผมรู้ว่าคุณไม่ทำ คนอย่างคุณถ้าไม่พอใจคงเดินมาด่าผมตรงๆ ไม่มีทางด่ากระทบหรือบ่นลอยๆ ให้คนโดนด่าไปคิดเอาเอง...หรือว่าไม่จริง”

ทรายเสียหน้าอย่างแรง หยิบแก้วน้ำมากินแก้เกี้ยว ในขณะที่กรยังหัวเราะสบายๆเหมือนผู้ใหญ่จับผิดเด็กได้ ดูเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนมากกว่าลูกน้อง พูดกลั้วหัวเราะว่า “สรุปมโนไปเอง!! คงเครียดอยู่หลายวันเลยล่ะซิ”

ทรายพยักหน้าเก้อๆ เขินๆ กรยิ่งหัวเราะชอบใจ สมภพเห็นพอดี เขายิ้มและส่งข้อความถึงกรว่ามาถึงแล้ว

กรจึงบอกทรายว่าจะไปทานข้าวกับพ่อก่อน นึกได้บอกว่า

“เรื่องเฟซบุ๊ก ถ้าคุณไม่สบายใจไม่ต้องรับผมเป็นเพื่อนก็ได้นะ...เพราะถึงคุณกับผมไม่ได้เป็นเพื่อนกันในเฟซ เราก็ได้เจอกันในโลกความเป็นจริงอยู่ดี” พูดแล้วยิ้มสบายๆลุกไป

สมภพมองกรแล้วยิ้ม เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของกรเลย ส่วนทรายนั่งนิ่งเริ่มคิดในสิ่งที่กรพูดอย่างสงบ

ooooooo

เมื่อกรไปพบสมภพถามว่าวันนี้จะทานอะไรดี สมภพบอกว่า ก่อนพูดเรื่องกินตอบมาก่อนว่าผู้หญิงเมื่อกี๊เป็นนักจิตวิทยาที่เขาเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆใช่ไหม ชมว่าน่ารักดี ทำให้ลูกพ่อหัวเราะได้อย่างที่พ่อไม่เคยเห็นมุมนี้ของลูกมาก่อน

เข้าในร้านไม่ทันสั่งอาหาร กรก็ได้รับเฟซตอบรับเขาเป็นเพื่อนแล้ว กรหัวเราะชอบใจจนสมภพถามว่ามีอะไร

“ไม่มีครับ” กรรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋า ถามกลบเกลื่อนอย่างร่าเริงกระฉับกระเฉงว่าเราจะทานอะไรดี

ส่วนทรายมองออกไปนอกร้านยิ้มกับตัวเองนิดๆ ทั้งสองต่างมีความรู้สึกหัวใจพองฟูขึ้นอย่างประหลาด...

ที่บ้านโชกุน...โชกุนกำลังนั่งอ่านการ์ตูนหัวเราะชอบใจอยู่ ดุจฤทัยเดินมานั่งใกล้ๆ ตะล่อมถามว่าครูทรายสอนอะไรบ้าง โชกุนดูการ์ตูนไปตอบไปว่าไม่ได้สอนอะไร ครูชวนคุย ชวนเล่น ให้วาดรูปแล้วก็ให้กินขนมอร่อยๆ

ดุจฤทัยถามว่าโชกุนชอบอยู่กับครูทรายมากกว่าอยู่กับแม่หรือเปล่า โชกุนตอบซื่อๆว่าครูทรายใจดีไม่ดุ ดุจฤทัยเสียงเข้มทันทีถามว่า โชว่าแม่ดุเหรอ! โชกุนตกใจวางหนังสือการ์ตูนรีบบอกว่าเปล่า ก็ถูกแว้ดทันทีว่า

“อย่ามาโกหก!! แม่ได้ยินโชพูดกับครูทรายว่าจะไม่ยอมพูดความจริงกับแม่แล้วเพราะกลัวแม่” โชกุนลนลานบอกว่าตนไม่ได้พูด “แม่ได้ยินกับหูยังจะโกหกอีก แม่ส่งโชไปหาครูนั่นเพราะจะให้หยุดพูดโกหก แต่นี่กลับโกหกมากกว่าเดิม”

เมื่อโชกุนบอกว่าตนไม่โกหกแล้ว ดุจฤทัยก็หาเรื่องต่อ ถามว่าเมื่อกี้แม่บอกให้ไปแปรงฟัน แปรงหรือยัง โชกุนอึกอักแล้วตอบว่าแปรงแล้ว ดุจฤทัยสั่งให้อ้าปากให้ดม พอโชกุนอ้าปากเธอยื่นหน้าเข้าไปดมก็ผงะแทบจะเป็นลม

รุ่งขึ้น ดุจฤทัยไปบอกอำนาจว่าตนต้องการให้โชกุนออกจากโครงการเพราะยังโกหกเหมือนเดิม ซ้ำยังได้ยินครูทรายทิพย์สอนให้โชกุนโกหกตนเพื่อเอาตัวรอดด้วย บอกว่าจะไม่ให้ครูทรายทิพย์มายุ่งกับโชกุนอีกต่อไป อำนาจได้ทียุให้เธอบอกผู้ปกครองคนอื่นด้วยเพื่อไม่ให้ลูกหลานตัวเองตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ดุจฤทัยรับจัดให้เพราะถนัดอยู่แล้ว

เช้าวันเดียวกัน ขณะนักเรียนเข้าแถวหน้าเสาธงและครูน้อยกำลังอบรมนั้น จู่ๆยอดยุทธพ่อของหวายก็พรวดเข้าไปที่แถวของนักเรียนชั้น ม.6 ลากคอหวายออกจากแถว ครูน้อยเห็นบอกครูธวัชให้นำออกกำลังกายเลยและตัวเองรีบลงจากเวทีไป

ยอดยุทธกระชากหวายไปอัดกับกำแพงตวาดถามอย่างโกรธสุดขีดว่า “มึงพักการเรียนทำไมไม่บอกหา!” แล้วก็ตบจนหวายลงไปกองกับพื้น ยอดยุทธทั้งด่าทั้งตบหวายว่าไม่รักดี ลูกชั่ว ให้มาเรียนแต่กลับทำตัวเป็นอันธพาลจนถูกพักการเรียน ไม่อยากเรียนก็ลาออกตนจะได้ไม่ต้องทนทำงานเหนื่อยส่งมาทำตัวเลวๆอย่างนี้

หวายถูกพ่อทั้งด่าทั้งตบตี ครูน้อยรีบมาดู ปุ่นรีบไปบอกทรายกับกรให้มาช่วย กรบอกให้แยกยอดยุทธออกจากหวาย ยอดยุทธโวยวายว่าอย่ามายุ่งตนกำลังสั่งสอนลูกของตน กรโต้ว่านั่นคือวิธีการสอนแบบของเขาแต่โรงเรียนมีวิธีการสอนลูกศิษย์ในแบบของเรา เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนักเรียนของเรา

ยอดยุทธยังโวยวายไม่หยุดด่าว่าหวายสันดานไม่ดี ทรายติงว่า

“สิ่งที่หวายเป็น ไม่ได้เกี่ยวกับสันดาน และเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ค่ะ แต่ต้องใช้เวลาและมีคนคอยนำทาง”

“แต่ถ้าให้หวายลาออกไปตอนนี้ เขาก็ออกไปสร้างปัญหาที่อื่นอยู่ดี ให้เขาเรียนต่อและมีครูทรายคอยดูแล ผมมั่นใจว่า ถวายชัยจะต้องดีขึ้นแน่นอนครับ” กรเสริม

“ผมเห็นด้วยกับคุณกรและครูทรายนะครับ!! ตั้งแต่โดนพักการเรียนและเข้าร่วมโครงการของครูทราย นายถวายชัยไม่ได้สร้างปัญหาเพิ่ม ผมคิดว่านักเรียนน่าจะเรียนรู้และไม่ทำอีก ให้เด็กเรียนต่อเถอะครับ” ครูน้อยช่วยพูด

ยอดยุทธชะงัก ยอมให้หวายเรียนต่อแต่ถ้ามีเรื่องอีกครั้งเดียวจะเอาออกทันที

ทรายกับกรมองครูน้อย เห็นแววตาแห่งความเป็นมิตรของครูน้อยก็พอใจและนึกขอบใจ

ทรายบอกหวายให้ไปเข้าเรียนเสียแต่ถ้ามีอะไรอยากพูดก็มาหาครูได้ หวายอยากจะพูดอะไรแต่พูด

ไม่ออก พูดได้แต่ว่า “ข...ขอบคุณครับ” ด้วยสีหน้ารอยยิ้มที่เปิดรับทรายมากขึ้น เพียงแค่นี้ทรายก็ปีติแล้ว

ส่วนกรคุยกับครูน้อย จึงรู้ว่าที่ยอดยุทธไม่รู้เรื่องหวายถูกพักการเรียน เพราะวันที่ตนโทรศัพท์ไปแจ้งที่บ้านนั้นลุงของหวายเป็นคนรับสายและเป็นคนมาเซ็นเอกสารรับทราบแทนเพราะพ่อแม่ของหวายไปต่างจังหวัด และที่ไม่บอกพ่อหวายเพราะกลัวหวายถูกทำโทษ กรขอบคุณครูน้อยที่ช่วยตนกับทรายอธิบายจนพ่อของหวายยอมฟัง ครูน้อยบอกว่าเพื่อนักเรียนตนยอมทำอยู่แล้ว

ooooooo

ขณะกรกำลังคุยกับครูน้อยนั้น นพลักษณ์โทร.เรียกกรไปคุยที่ห้องทำงาน เอาเอกสารของครูใหญ่เกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการที่มีเด็กถอนตัว ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือ เด็กกรีดข้อมือ ถามว่าแบบนี้ยังจะว่าโครงการไปได้ดีหรือ

กรยืนยันว่าแม้จะวุ่นวายบ้างแต่ก่อนปิดเทอมโครงการจะเห็นผล นพลักษณ์ไม่เชื่อ บอกให้กรถอนตัวเสีย ให้ทรายดูแลโครงการต่อไปเพราะมันไม่มีทางสำเร็จอยู่แล้ว กรถามว่า “มันไม่เห็นแก่ตัวเกินไปเหรอครับ”

“ตรงกันข้าม ลูกกำลังทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อโรงเรียน เด็กคนนั้นมาแล้วก็ไป แต่เราต้องอยู่กับโรงเรียนตลอดไป ถ้าลูกเสียชื่อเสียง เสียเครดิต โรงเรียนเราจะอยู่ลำบาก ถอนตัวเถอะลูก”

“ผมจะไม่ถอนตัวและจะต้องทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ที่ผมทำไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเด็กๆที่อยู่ในโครงการทุกคน! ผมมั่นใจ เด็กทุกคนจะต้องได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่มีวันถอนตัว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ แม่หวังว่าลูกจะทำเพื่อเด็กจริงๆ และไม่เอาตัวเองไปผูกกับปัญหาและผูกกับคนของลูกจนแกะไม่ออก!!!” นพลักษณ์พูดเป็นนัยจนกรชะงักแปลกใจ

ooooooo

เย็นนี้ จักรินทร์มาหาทรายชวนไปทานข้าวเย็นด้วยกันเพราะทรายดูแลลูกสาวตนดี ทรายรู้ทันบอกว่าคุยกันที่โรงเรียนดีกว่า เมื่อจักรินทร์ยังตื๊อ ทรายบอกว่าตนมีนัดกับปิ๊กปิ๊กและได้เวลานัดแล้ว ทรายเดินไปเปิดประตูเชิญจักรินทร์ออกไป

ดอกแคกับปิ๊กปิ๊กมาถึงหน้าห้องพอดี ปิ๊กปิ๊ก

ถามว่าคุณพ่อมาคุยกับครูทรายเหมือนกันหรือ จักรินทร์บอกปิ๊กปิ๊กว่าใช่ แต่หันไปจิกดอกแคว่าอย่าสาระแนไปบอกตรีทิพย์ว่าเจอตนที่นี่ ดอกแคฟังแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 5 วันที่ 11 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ