อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 5 วันที่ 4 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 5 วันที่ 4 มี.ค. 59

ไรวินท์ถามถึงวีณา แรมบอกอย่างขมขื่นว่าใครจะทนอยู่กับคนที่เลี้ยงเขาไม่ได้ ไม่มีเกียรติ ไม่มีหน้ามีตา ไรวินท์จึงบอกว่าตนมีเงินเดือนจะแบ่งให้พ่อ แรมขอบใจแต่ตนคงอยู่อีกไม่นาน และบอกที่ผ่านมาถ้าเขาจะโกรธเกลียดที่ตนทิ้งมา ตนก็จะขอบอกว่า วันหนึ่งถ้าเขาเจอสิ่งเดียวกับตน เขาจะเข้าใจเองว่าทำไม

แพรขาวยืนมองด้วยความสะเทือนใจ นึกไม่ถึงว่าแรมจะรับผลของทางที่เลือก แล้วอดถามไรวินท์

ไม่ได้ว่าวีณาเป็นอย่างไร...ไรวินท์ทำให้ได้ไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของวีณา เธอได้มาอยู่บ้านป้าใหญ่ ในวันนั้นป้าใหญ่กำลังขึ้นรถจะไปร่วมงานแต่งงานของเขากับสีนวล วีณามองจากหน้าต่างห้องอย่างเย้ยหยัน



ในงานมีแขกมากพอสมควร วารีทักทายพี่ใหญ่แล้วถามถึงวีณาไม่มาด้วยหรือ พี่ใหญ่บอกว่าวีณาไปไหนมาไหนไม่ได้เพราะเป็นง่อย วารีตกใจไม่อยากเชื่ออยากไปเยี่ยมน้องแต่ถูกห้ามไม่ควรไป...สภาพวีณาที่แพรขาวได้เห็น เธอซูบผอม ผมร่วงบางอย่างเห็นได้ชัด ขาลีบทั้งสองข้าง ขยับไปไหนต้องใช้ถัดคลาน ในห้อง กระจกแตกร้าวเพราะทนดูหน้าตาตัวเองไม่ได้

ooooooo

ได้เวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ ไรวินท์และสีนวลนั่งพับเพียบรับพรจากวารีให้ปรองดองกัน ภรรยาควรรู้จักผ่อนปรนตามอัธยาศัยสามี หนักนิดเบาหน่อยอย่าถือสา สามีขอให้รักและยกย่องภรรยา อยู่กันตลอดไปอย่าทิ้งขว้าง ทั้งสองรับคำ วารีปลาบปลื้มภูมิใจ

ไรวินท์เล่าให้แพรขาวฟังว่า หลังแต่งงานตนก็ย้ายมาอยู่เรือนใหญ่ สีนวลดูแลปรนนิบัติไม่มีข้อบกพร่อง แต่ตนก็คุยกับเธอได้ไม่กี่คำก็เลี่ยงหนี ส่วนแม่ยังอยู่ที่เรือนเล็กและทำน้ำอบน้ำปรุงต่อไปเพราะขายดิบขายดี...

แม่ยังเข้าใจว่าที่ตนออกจากบ้านตอนเย็นบ่อยด้วยหน้าที่การงาน เขาขอให้สีนวลมาช่วยแม่ทำอะไรที่เป็นกิจจะ– ลักษณะ จะได้ไม่เหงา แม่จึงให้เธอดูแลบัญชี

ตัวเขาออกเที่ยวอย่างมีความสุข แต่พอกลับมาบ้านต้องตกใจเพราะสีนวลยังนั่งรอ โดยไม่ซักถาม ไม่โต้เถียงใดๆ...แพรขาวเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วสงสัย

“จนแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้ว คุณกับภรรยาคุณก็ยังพูดจากันน้อยคำเนี่ยนะ”

“ฉันอยู่กับสีนวลได้ไม่เกินห้านาทีก็ไม่รู้จะพูดอะไรด้วยแล้ว สีนวลเป็นคนไม่พูด ถามถึงจะตอบ เมื่อตอบก็ตอบเท่าที่จำเป็น เธอไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้บ้างหรือ”

“ไม่เคยค่ะ บอกตามตรงผู้หญิงช่างพูดจะตาย ไม่พูดมากก็พูดน้อย แต่ถ้าสนิทกันแล้วก็พูดมากกันทุกคน”

“แต่ไม่ใช่สีนวล เมียฉันเป็นผู้หญิงดี ไม่ว่านิสัยหรือประพฤติตัว เรียบร้อยดีงามทุกอย่าง แต่เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายเข้าใกล้หนเดียวก็ไม่ติดใจจนอยากจะเข้าใกล้อีก”

แพรขาวแทรกถามเขาคงไม่ได้พูดแบบนี้กับสีนวล ไรวินท์ว่าตนมีมารยาทพอ แต่ที่บอกเธอตรงๆเพราะโลกของตนเป็นโลกที่กล่าวเท็จไม่ได้ รู้สึกอย่างไรก็ต้องบอกอย่างนั้น...

หลังจากที่ได้พบแรม ไรวินท์ก็เช่าบ้านชั้นเดียว

ที่ดูสะอาดอยู่ในทำเลที่ดีขึ้นให้แรม และนำเงินเดือนมาให้ทุกเดือน แต่พ่อก็ยังไม่เลิกดื่ม เพียงแค่น้อยลง พ่อเปรยว่า

“คำพูดที่ว่า อยู่กันไปก็รักกันเองมันไม่จริง...อาจจะจริงกับผู้หญิง แต่ผู้ชายเรา ถ้ารักจืดจางเสียแล้วก็เหลือแต่หน้าที่ และในที่สุด แม้แต่หน้าที่ก็จะรั้งไว้ไม่อยู่”

“แม้แต่ความดีของแม่ ไม่ได้เหนี่ยวรั้งพ่อไว้ได้บ้างเลยหรือครับ”

“ความรักนะลูก เกิดขึ้นมาได้มันยังดับลงได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รัก มันก็เหมือนเทียน พอถูกลมแรงๆ อย่างไรเสียก็ต้องดับ” ไรวินท์ไม่เห็นด้วย “แกคิดหรือว่า เราจะต้องทนฝืนกันไปจนตาย เพื่ออยู่กับคนที่เราไม่อยากอยู่ด้วย ทำไปเพื่ออะไร...พ่อบอกแม่แล้วว่าเขาจะหาผัวใหม่ก็หาไป พ่อไม่ว่าอะไร ใช่ว่าพ่อจะบีบบังคับเขาเสียเมื่อไหร่ เงินทองพ่อก็ส่งเสียให้เขาสม่ำเสมอ จนเขาบอกมาเองว่าไม่ต้องการ พ่อถึงหยุดส่ง”

ไรวินท์อดีตรู้ว่าแม่อยากให้พ่อกลับมาอยู่พร้อมหน้ามากกว่าที่จะได้เงินจากพ่อ ตนตั้งใจไว้จะไม่ทิ้งลูกเมีย ถึงจะเบื่อเขาสักแค่ไหนก็ตาม แรมถอนใจเดินออกมาส่งหน้าบ้านและบอกว่า

“พ่อก็ภาวนาให้ลูกกับแม่สีนวลอยู่กันด้วยดีความรักของพ่ออยู่ที่แม่น้อย เมื่อใจรักแล้วไม่มีอะไรจะทำให้เลิกได้ จนกว่าจะสมรัก”

ไรวินท์อดีตย้อนถามว่าน้าน้อยไม่ได้รักพ่อเหมือนที่แม่รัก พ่อเคยเสียใจบ้างไหม แรมตอบว่าไม่...แพรขาวยืนฟังอยู่มุมหนึ่งไม่พอใจกับความคิดของแรมเลย แต่ไรวินท์ปรามให้ฟังต่อ

“พ่อไม่เสียใจ พ่อขออยู่กับคนที่พ่อรัก ถึงจะสั้นก็ยังคุ้มกว่าทนไม่เป็นสุขไปจนตาย” แรมเห็นลูกขมวดคิ้วไม่พอใจ “อย่าเพิ่งเข้าใจพ่อผิดไรวินท์ พ่อไม่เคยพูดว่าแม่เป็นผู้หญิงเลวทรามตรงไหน แม่เป็นคนดี เพียงแต่เขาทำให้พ่อรักเขาไม่ได้ พ่อไม่เห็นเลยว่าทำไมคนเราจะต้องทนไปจนตัวตาย แค่เพื่อให้อีกคนถูกใจ”

ไรวินท์อดีตถอนใจนิ่งยังไม่ค่อยเข้าใจ...ภาพบ้านแรมเปลี่ยนมาเป็นหน้าเรือนของวารี แพรขาวงงนิดๆ

แต่ก็อดติงไม่ได้ว่า เกลียดผู้ชายที่คิดแบบนี้ ไม่นึกถึงใจลูกเมียบ้าง ไรวินท์มองแววตาตำหนิในที “เธอก็ตอบตัวเองได้อยู่แล้วนี่ สามีเธอคิดอย่างไร แบบเดียวกันหรือไม่”

แพรขาวสะอึกหน้าหม่นลง “ก็คง...คล้ายๆมังคะ แต่ก็ดีที่ฉันยังได้เกิดมายุคนี้ ไม่ต้องทนมาก ทนไม่ได้ก็ไม่ทน ไม่รู้จะทนไปทำไม”

แสงแดดส่องมากระทบหน้าแพรขาว ไรวินท์เปรยเบาๆ ตนอยากให้สีนวลได้ยินความคิดนี้บ้าง เขาจะว่าอย่างไร...ไรวินท์เดินไป แพรขาวมองตามหลังอย่างสงสัยในคำทิ้งท้ายนั้น รีบเดินตามไปถามว่าสีนวลทราบความจริงเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวเขาตอนไหน ไรวินท์ทำตาดุใส่แต่เธอกลับยิงคำถามต่อหน้าตาเฉยว่าเขาไม่ได้ทำแบบที่พ่อเขาทำกับแม่ใช่ไหม เขาประชดกลับ

“เธอคงอยากให้โลกนี้จบลงด้วยความสุขแบบเทพนิยายสินะ แล้วเจ้าชายก็กลับมาครองคู่กับเจ้าหญิง และใช้ชีวิตกันอย่างเป็นสุขชั่วนิรันดร์”

แพรขาวนิ่งรอฟังเขาตอบที่เธอถาม พลันเกิดหมอกควันลอยขึ้นมาเป็นสัญญาณเตือนว่าประตูแห่งการข้ามเวลาเปิดขึ้น เธอจำต้องเดินข้ามกลับไป แต่ไม่วายหันมาตะโกนบอกไรวินท์ว่า

“คุณวินท์ขา ฉันอยากรู้เรื่องคุณสีนวล กรุณาเล่าต่อด้วยนะคะ ไม่รู้ล่ะ คุณต้องเล่านะคะ”

ไรวินท์ขันในความล้นของแพรขาว จากนั้นก็นึกถึงสีนวลด้วยความรู้สึกผิด...บนห้องชั้นสองเรือนใหญ่ที่มืดทึบ สีนวลนั่งก้มหน้าร้องไห้ น้ำตาไหลหลั่งมากจนนองพื้นดูเหนอะหนะน่าขนลุก แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

ooooooo

รุ่งเช้า เกสรยกถาดใส่บาตรขึ้นจบก่อนจะฝากสมพรไป พอสมพรเดินออกไปกับเนย ตรงที่เกสรนั่งก็มีน้ำมันหยดลงมาจากร่องกระดานมาใส่บ่า เธอเอามือแตะดูแล้วรีบพนมมือกล่าวตกมันอีกแล้ว แล้วเธอก็สวดบทแผ่เมตตา สัพเพสัพตา...

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 5 วันที่ 4 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ