อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 6 วันที่ 6 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 6 วันที่ 6 มี.ค. 59

สาโรจน์ขอให้ใจเย็น มีทางเจรจาโดยไม่ต้องขึ้นศาล เขมินีสุดทนโวยว่าแพรขาวไม่ผิด พัสกรต่างหากที่ผิดและแพรขาวควรเป็นคนฟ้องหย่าเรียกค่าเลี้ยงดูจนคุ้ม พัสกรยืนกรานว่าแพรขาวมีผู้ชายใหม่แน่ สาโรจน์ไกล่เกลี่ย ถ้าอย่างนั้นช่วงที่ตนกำลังหาทางเจรจา ขอให้เขาอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร เพื่อประโยชน์ของเขาเอง พัสกรหน้าหงิกเมินไม่รับปาก

เขมินีต้องขอโทษสาโรจน์แทนแม่และน้องเลวๆ ของตน เขาเข้าใจ เขมินียังหนักใจอยากให้แม่รู้เรื่องท๊อปเร็วที่สุด ก่อนจะกลายเป็นแม่กาดำหลงรักลูกกาเหว่า



สาโรจน์เห็นว่ามีเพียงแพรขาวที่จะทำให้พัสกรกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ เขมินีเห็นด้วยและตำหนิแพรขาวน่าจะสู้ไม่ใช่ยอมแพ้ทั้งๆที่ดิวเทียบอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

สาโรจน์คิดว่าเพราะเทียบกันไม่ได้ แพรขาวถึงแค้นที่ไปเอาผู้หญิงแบบนั้นมาเทียบเท่า มีวิธีเดียวที่จะจูงใจเธอได้ คือขอให้เธอทำเพื่อลูกเท่านั้น

ooooooo

หลังเสร็จงาน พนักงานร้านสปาพากันกลับ แพรขาวเห็นว่ามาตายังอยู่ในห้องลลิต จึงถามปีว่าตนต้องอยู่รอส่งลูกค้าให้หมดไหม ปีได้ยินเสียงหัวเราะแว่วออกมาก็บอกไม่ต้อง กลับได้เลย แพรขาวจึงรีบเก็บของไปลงเรือที่ต๊อกรออยู่...ลลิตเห็นมองเธออย่างเสียดาย

มาถึงท่าน้ำบ้าน แพรขาวให้ต๊อกรอสักครู่ เธอเข้าบ้านหยิบของกินใส่ถุงเอาออกไปให้ บอกเขาว่า ตนก็ไม่ใช่คนมีเงิน แต่เขาลำบากกว่า ต๊อกยิ่งซาบซึ้งในน้ำใจของเธอ

ในคืนนั้น แพรขาวเตรียมพร้อมออกมาหาไรวินท์ในนิมิตเร็วขึ้น นั่งเล่าเรื่องมาตาให้เขาฟัง ไรวินท์บอกว่าเธอเป็นเจ้ากรรมนายเวร ให้แพรขาวตั้งสติดีๆ ยังต้องเจอเรื่องอีกมากมาย

“ยังไม่หมดอีกเหรอคะ ที่ผ่านมานี่ก็หนักเอาการแล้วนะ แต่ก็ดี มาให้หมดไปทีเดียวจะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุขเสียที เออใช่...แล้วเมื่อไหร่กรรมของคุณวินท์จะหมดคะ ถ้าหมดแล้วจะไปไหนต่อ...ฉันว่าเจ้ากรรมนายเวรของคุณ น่าจะเป็นภรรยาของคุณนะคะ”

ไรวินท์ฉงน ทันใดเสียงหน้าต่างห้องสีนวลเปิดออกกระแทกผนังดังปัง! คนในเรือนใหญ่สะดุ้ง สมพร

เอ็ดเนยว่าลืมปิดหน้าต่างอีกแล้ว เนยทำหน้างงๆ...ข้างบน สีนวลเดินวนรอบห้องคร่ำครวญเจ็บปวด เกิดแสงจ้ารอบตัวจนกระทบสัญญาณทีวี เกสรหลับตาสวดแผ่เมตตา

ไรวินท์พาแพรขาวเข้ามาในอดีต ที่ร้านข้าวแกงข้างกระทรวง ทั้งสองอยู่ในชุดร่วมสมัย เขาเล่าว่าในวันแต่งงานตนกับสีนวล มีผู้หญิงต้องร้องไห้ถึงสามคน แพรขาวตาโพลง ไรวินท์ท้วงอย่าใช้สายตาของคนปัจจุบันมาตัดสินคนในอดีต ที่มีความคิดค่านิยมต่างจากยุคของเธอ

“แล้วคุณทราบไหมว่าคนยุคฉัน เอาเรื่องพวกขุนนางหลายเมียยุคคุณมาแต่งนิยาย ที่พูดถึงความล้มเหลวของครอบครัวกี่เรื่องแล้ว” แพรขาวย้อน ทำให้ไรวินท์นิ่งไปพัก

ภาพไรวินท์ซื้อลูกอมมาฝากบัวน้อยแม่ค้าวัย

สิบหก แพรขาวเห็นแล้วอุทาน “หลอกเด็กขายข้าวแกงด้วยทอฟฟี่ คุณนี่มัน...โฮ้ย...”

ภาพเปลี่ยนมาที่บ้านสนอง สนองมีน้องสาวชื่อรำไพและน้องชายอีกสองคน แพรขาวเดาออกทันทีว่ารำไพเป็นสาวอีกคนของไรวินท์ “คุณนี่โปรยเสน่ห์ได้ทุกที่ทุกนาทีเลยสินะ”

แล้วก็มาเป็นบ้านสุดสวาท เธออยู่ในชุดลูกผู้ดีสวมเพชรพลอยนั่งเล่นเปียโนอยู่ ไรวินท์เดินเข้ามา สุดสวาทสะดุ้งเหนียมอายถามเขามารับคุณพ่อหรือ เขากลับนั่งลงเคียงข้างร่วมเล่นเปียโนกับเธอ...แพรขาวเห็นแล้วส่ายหน้ากับการหว่านเสน่ห์ของเขา

“ฉันคบหากับพวกหล่อนเหล่านี้ ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกับสีนวลเสียอีก”

แพรขาวรู้สึกคนนี้ค่อยสมกับเขา แต่ก็ทึ่งถามเขาจัดสรรเวลาอย่างไร ไรวินท์ตอบว่าไม่ใช่เรื่องยาก แล้วเริ่มให้เห็นจากบัวน้อยก่อน...ตนเป็นลูกค้าประจำอยู่
พักใหญ่ ก็ขอเธอจากพ่อแม่ไปเช่าบ้านอยู่ พ่อแม่บัวน้อยยากจนย่อมพอใจที่มีข้าราชการหนุ่มเศรษฐีมาสู่ขอลูกสาว

แพรขาวติงถ้าเป็นสมัยนี้เขาโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ไปแล้ว แล้วอดตำหนิพ่อแม่บัวน้อยไม่ได้ว่าขายลูกกิน...ไม่เพียงเท่านั้น ไรวินท์ทำให้สีนวลเข้าใจว่าตนต้องไปราชการต่างจังหวัดบ่อยๆ แต่ความจริงมาอยู่กับบัวน้อย สีนวลไม่วายห่วงใย จัดยาสารพัดให้มาและเตือนอย่าทานอะไรที่เสาะท้อง ตนกลับรู้สึกรำคาญบอกเธอว่าตนไม่อ่อนแอเพียงนั้น และยังว่าเธอไม่เคยออกไปหัวเมืองรู้ได้อย่างไรว่าอาหารไม่สะอาด สีนวลหน้าเจื่อน ...แพรขาวทนไม่ไหวแทรก

“สมกับจบรัฐศาสตร์จริงๆด้วยนะคุณน่ะ จัดการวางระบบบริหารปกครองเสร็จสรรพ”

ไรวินท์เคืองถามไม่อยากฟังเรื่องของคนที่สองแล้วใช่ไหม แพรขาวรีบบอกว่าอยากฟัง เขาให้เธอได้เห็นที่บ้านสนอง เนื่องจากพ่อแม่เสีย สนองจึงต้องออกจากมหา’ลัยมาทำงานเลี้ยงน้องอีกสามคน แล้วพอเขาแต่งงาน เมียสนองก็รังแครังคัดน้องๆของสนอง จนมีปากเสียงไล่น้องๆออกไปอยู่ที่อื่น รำไพเรียนจบมัธยมแล้วจึงตัดปัญหายอมพาน้องสองคนออกไปอยู่กันเอง แต่ขอร้องให้สนองส่งน้องๆเรียนต่อให้จบ

ไรวินท์สงสารพาเธอกับน้องไปเช่าบ้านอยู่ และยังฝากงานให้เข้าทำลูกจ้างรายวันในกระทรวง รำไพตอบแทนด้วยการทำอาหารเย็นให้ทาน แล้วที่นี่ก็กลายเป็นอีกบ้านของเขา

แพรขาวทึ่งทำไมทำอะไรดูง่ายไปหมด ถามบัวน้อยกับรำไพรู้เรื่องของกันและกันไหม ไรวินท์ส่ายหน้า

แพรขาวจึงถามถึงสุดสวาทอีกคน...ไรวินท์เล่าว่าเรื่องสุดสวาทเริ่มต้นในงานเลี้ยงเต้นรำราตรีสโมสร หลวงพิทักษ์ไผทเต้นรำกับสุดสวาทลูกสาว ที่แต่งตัวโก้เฉิดฉายสง่างามสมฐานะ แต่ถ้าให้เทียบความสวย เธอสู้บัวน้อยกับรำไพไม่ได้ สุดสวาทเป็นคนหยิ่ง ทำให้ไม่มีผู้ชายกล้าเข้าหา คืนนั้นจึงไม่มีใครมาขอเต้นรำด้วย เธอเซ็งอยากกลับบ้าน แต่หลวงพิทักษ์กลัวเสียมารยาท เผอิญเห็นตนซึ่งเป็นลูกน้องในกรมเดินมาจึงขอให้ช่วยดูแลเธอ

สุดสวาทพึงพอใจในความหล่อของตนมาก จากนั้นตนก็เข้าออกบ้านเธอได้ง่ายดาย...แพรขาวมองภาพเหตุการณ์แล้วฟันธงว่าสุดสวาทน่าจะไปกับเขาได้ดี ไรวินท์ส่ายหน้า ถ้าหมายถึงฐานะการศึกษาล่ะใช่ แต่ตนคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รู้ทันผู้ชายมากเกินไป ทำให้น่าอึดอัด

“อ้าว ผู้ชายนี่ ผู้หญิงคุยไม่เก่งก็ว่าโง่ พอพูดจาพาทีก็ว่าฉลาดเกินไปซะอีก ยังไงกันคะ”

ไรวินท์ออกตัวว่าไม่ได้คิดอย่างนั้น ตนเกรงใจคุณหลวงจึงรักษาไมตรีกับสุดสวาทไว้ แพรขาวติงไม่รักแล้วมาให้ความหวังเธอทำไม คงเกรงผลกระทบหน้าที่การงานของตัวเอง แพรขาวฟังแล้วฉุน ไรวินท์เล่าต่อว่าโชคยังดีที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล คุณหลวงถูกจับฐานฉ้อราษฎร์ บังหลวง ถูกสั่งย้ายไปประจำตำแหน่งลอย ตนได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้ห่างจากครอบครัวนั้น เพื่อความปลอดภัยของหน้าที่การงาน ตนจึงห่างจากสุดสวาทนับจากนั้น...แพรขาวอุทาน

“ฉันเพิ่งเห็นลายคุณเดี๋ยวนี้เอง คุณนี่มันเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่”

“แพรขาว! ฉันก็แค่ทำตามสัญชาตญาณของมนุษย์ผู้ชายก็เท่านั้น แต่อย่างน้อยฉันก็ยอมแต่งงานกับคนที่แม่เลือกให้” แพรขาวสุดทนที่จะฟัง สะบัดหน้าเดินหนี

ไรวินท์มองตามไม่รั้งไว้

ooooooo

เช้าวันใหม่ แพรขาวตื่นมาเห็นชมพูยังนอนอยู่ก็หอมแก้มก่อนจะลุกออกไป นึกถึงเรื่องของไรวินท์แล้วทำให้เธอเดินไปที่ศาลด้วยความโมโหแทนผู้หญิงของเขาประกอบกับเรื่องของตัวเอง จึงมาเอาแจกันกุหลาบคืน ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นบอกนั่นของบูชา แพรขาวยกมือห้าม

“ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณตอนนี้ ขอเวลาฉันนิดนะคะ ตอนนี้ยังปรี๊ดอยู่” แพรขาวกำแจกันเดินดุ่มๆกลับเรือน ไรวินท์มองตามงงๆ

ช่วงพักกลางวันแพรขาวออกไปทานข้าวกับเพื่อนๆ มีหนุ่มใหญ่จ้องมอง เพื่อนเห็นบอกอย่าไปสนใจ เพราะเขามีเมียสามคนแล้ว แพรขาวยิ่งฉุนสบถ “ไม่เข้าใจพวกผู้ชายที่ชอบสะสมเมียเล็กเมียน้อยจริงๆ คิดว่าแน่ว่าเจ๋งมากนักเหรอ ผู้หญิงทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้ารึไง”

พูดจบสาโรจน์เข้ามาทักอย่างสุภาพ ทุกคนมองตะลึงเล็กน้อย พอเขาแนะนำตัวว่ามาจากคุณนายแถบทิพย์ แพรขาวอึ้ง แต่ก็ยอมสนทนากับสาโรจน์ในร้านกาแฟลำพัง

แพรขาวจำสาโรจน์ได้ พอรู้ว่าเป็นคนของเขมินีก็แปลกใจทำไมวันก่อนถึงช่วยตนจากพัสกร เขารีบบอกว่า

วันนั้นยังไม่รู้จักพัสกรและตนตั้งใจจะไปสังเกตการณ์เฉยๆ เธอขอบคุณ สาโรจน์บอกตนไม่ชอบวิธีของพัสกร แพรขาวให้เขาพูดธุระที่มาวันนี้ เขาอึ้งที่โดนรวบรัด

“ครับดีครับ คุณพัสกรให้ผมมาแจ้งคุณว่า เขาประสงค์จะหย่าขาดจากคุณ โดยคุณต้องยินยอมให้ลูกสาวกลับไปอยู่ในความดูแลของคุณนายแถบทิพย์ แล้วทางคุณพัสกรจะมอบเงินเลี้ยงดูรายเดือนให้ เดือนละเจ็ดหมื่นบาท”

แพรขาวนิ่งมองว่าจะมาไม้ไหน สาโรจน์ถามเธอจะว่าอย่างไร แพรขาวย้อนถามมีเงื่อนไขอะไรอีก เขาบอกไม่มี เงินเดือนจะโอนเข้าทุกวันที่หนึ่ง ตนเตรียมเอกสารทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความสบายใจของเธอ หญิงสาวมองเอกสารนิ่งแค่นยิ้ม “ดิฉันไม่ตกลงค่ะ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 6 วันที่ 6 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ