อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 7/3 วันที่ 14 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 7/3 วันที่ 14 มี.ค. 59

ไรวินท์ในชุดข้าราชการ สวมหมวกก้าวเดินลงระเบียงเรือน มีสีนวลที่อยู่ในชุดสวยกว่าปกติที่เคยคือมีสีสันขึ้นมา สีหน้าสดใส มายืนส่ง ยื่นกระเป๋าให้กับไรวินท์
“อย่าลืมบอกให้แช่มย้ายของส่วนตัวของพี่ ..ที่พี่จดรายการไว้บนโต๊ะ กลับไปไว้ในห้องเราด้วย พี่ไปล่ะ”
เรือนใหญ่ยามค่ำ พระจันทร์กระจ่างสดใสเด่นชัด เห็นห้องไรวินท์ชั้นสองเปิดไฟอยู่ สีนวลในชุดเตรียมเข้านอนเดินผ่านมาหน้าห้องไรวินท์ หยุดมองหน้าประตูนิ่ง คิดเรื่องวันนี้
“คุณมาลาตี!”

“ค่ะ นี่ค่ะ ผ้าเช็ดหน้าของคุณไรวินท์ที่มาลาตีลืมติดไปวันก่อน” มาลาตียื่นผ้าเช็ดหน้าในมือคืนให้ไรวินท์ เห็นลายปักรูปตัว “V” ชัดเจน
สีนวลเห็นอึ้ง หน้าชาวูบ ไรวินท์อึ้งไม่แพ้กัน รับไว้ รีบเอามือกำปิดลายปัก ทำไม่รู้ไม่ชี้ เป็นปกติๆ“อะอ้อ.ครับ..”


“ขอบพระคุณนะคะ วันนี้ตั้งใจเอามาคืน ตอนที่ไปนั่งร้านอาหารด้วยกันก็ลืมเสียได้” มาลาตียิ้มๆ หัวเราะเบาๆ หันไปเห็นสีนวล” อ้อ มีแขกอยู่นี่คะ ถ้าอย่างนั้นมาลาตี ไม่รบกวนแล้วล่ะค่ะ กลับละค่ะ”
สีนวลน้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ได้สติรู้ตัว เลยจะหันเดินกลับห้อง แต่พอก้าวเท้าเกิดเสียงพื้นไม้ลั่นดังขึ้น
“นั่นใคร?”
“นวล เองค่ะ”
“มีอะไร?”
“ปะ-เปล่า นวล..นวลจะมาถามว่าพี่จะรับ เอ่อ..โกโก้ร้อนๆไหม นวล..จะเข้านอนแล้ว”
ประตูห้องอ้าเปิดขึ้น ไรวินท์ในชุดนอนกางเกงแพร เสื้อคอกลมยืนอยู่ ภายในเห็นเป็นแสงโคมข้างเตียงสลัวๆ ลอดออกมา “เข้ามานอนที่นี่สิ ..”
“เอ่อ..อะไรนะคะ”
“..พี่กำลังจะนอนพอดี..เข้ามา..”
ไรวินท์ผลักประตูเปิดออกกว้าง สีนวลหน้าแดงก่ำใจเต้นระรัวเดินเข้าไป ไรวินท์มองตรงมาแน่วแน่

ดวงอาทิตย์ทอแสงเหนือขอบฟ้ายามเช้า สีนวลนอนร่างเปล่าเปลือยอยู่ใต้ผืนผ้าแพรกับไรวินท์ที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ สีนวลลืมตามองเพดาน สีหน้าแช่มชื่นผุดผาด ไม่นึกไม่ฝันกับสิ่งที่เกิดขึ้นข้ามคืนผ่านมา มีรอยยิ้มเล็กๆเปี่ยมสุข ก่อนหันไปมองไรวินท์ แล้วค่อยๆขยับลุกออกจากเตียงไปเบาๆ

ไรวินท์ในชุดข้าราชการ สวมหมวกก้าวเดินลงระเบียงเรือน มีสีนวลที่อยู่ในชุดสวยกว่าปกติที่เคยคือมีสีสันขึ้นมา สีหน้าสดใส มายืนส่ง ยื่นกระเป๋าให้กับไรวินท์
“อย่าลืมบอกให้แช่มย้ายของส่วนตัวของพี่ ..ที่พี่จดรายการไว้บนโต๊ะ กลับไปไว้ในห้องเราด้วย พี่ไปล่ะ”
“ไม่ได้หรอกพ่อ กลับไป พ่อก็อยู่คนเดียว กินเหล้า อาการก็จะยิ่งหนักเกินเยียวยา แล้วพ่อก็ต้องกลับมานอนที่โรงพยาบาลอีก เชื่อผมเถอะ อยู่นี่มีทั้งหมอ ทั้งพยาบาล แล้วผมก็จะให้บัวน้อยมาดูแลพ่อด้วย”
“พ่ออยู่มาจนปูนนี้แล้ว ถ้ามันจะตายก็สมควรแก่เวลา เชื่อพ่อเถอะ เอาพ่อกลับไป”
“พ่อ..”
แรมไอหนักๆ จนไรวินท์รีบประคอง คว้าแก้วน้ำมาให้ดื่ม ไรวินท์มองสภาพอันทรุดโทรมของแรมอย่างเวทนาและสงสาร

ไรวินท์ประคองแรมมาลงนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งในห้อง มีบัวน้อยเดินถือตะกร้าข้าวของใช้ ของแรมตามหลังมา
“แกจะพาฉันมาไว้นี่ทำไม..”
“ไปบ้านพ่อ พ่อก็ต้องอยู่คนเดียว ลุกนั่งไม่ไหวแล้ว มาอยู่บ้านบัวน้อยนี่ล่ะ บัวน้อยจะได้คอยดูแลพยาบาลพ่อเอง”
บัวน้อยแอบทำหน้าเบื่อๆ ไม่พอใจ เดินไปวางตะกร้าข้าวของลงบนโต๊ะ กระแทกๆ ไรวินท์หันไปหาบัวน้อย “บัวน้อย เธอต้องช่วยดูแลพ่อฉันให้ดีที่สุด ฉันอาจไม่มีเวลามาหาบ่อยนัก แต่ฉันจะให้เงินเอาไว้ใช้จ่าย ไม่ต้องกลัวเรื่องรักษาพยาบาล”
“ค่ะ บัวน้อยจะดูคุณปู่เอง”
ไรวินท์สังเกตเห็นปฏิกิริยาไม่พอใจของบัวน้อยออก เลยควักเงินออกมายื่นให้ “นี่ ฉันให้เงินเธอเพิ่มอีกเดือนละยี่สิบห้าบาท เห็นใจว่าต้องรับใช้คนป่วย เอาไว้ซื้ออะไรก็ได้ ตามใจชอบ”
บัวน้อยตาวาว รีบมารับก้มกราบแทบอก “ขอบพระคุณค่ะ พี่จะให้บัวน้อยทำอะไร บัวน้อยก็ยินดี เพราะชีวิตบัวน้อย..ก็มีแต่พี่นี่แหละ..ที่เป็นที่พึ่ง” บัวน้อยมองเงินในมืออย่างพอใจสุดๆ
ไรวินท์ถอนใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

หน้าเรือนเล็กบ้านวารี เสียงหัวเราะครื้นเครงของไรวินท์ดังแว่วนำออกมา
“..ช่วงนี้ไม่ต้องไปราชการต่างจังหวัดครับ.เจ้านายผมท่านสงสารผม..ที่ไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลคุณแม่บ้างเลยไงครับ ท่านเห็นผมไม่ค่อยสบายใจ เป็นห่วงคุณแม่ ท่านก็กรุณาเว้นให้ครับ..”
“แหม..เจ้านายดีๆแบบนี้ ต้องหาทางตอบแทนท่านอย่างเต็มที่นะลูก “
ทัพพีคดข้าวร้อนๆใส่จานอย่างบรรจง สำรับข้าวหลากหลายอยู่บนโต๊ะ สีนวลนั่งลงหลังจากคดข้าวให้ไรวินท์กับวารีเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามนั่งทานอยู่ที่โต๊ะชานระเบียง หน้าเรือนเล็ก
ไรวินท์ในชุดลำลอง สีหน้าสดชื่นยิ้มแย้ม เสียงดังพูดคุยเอาอกเอาใจวารีเป็นพิเศษจนวารีมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต่างกับสีนวลที่เริ่มยิ้มได้เป็นระยะๆ
“รับประทานสิครับแม่ ฟังผมพูดมากจนหิวแล้ว เอานี่ครับ ผัดโป๊ยเซียนของโปรดแม่ รับเยอะๆ”
“เบาๆ เบาๆ ฉันยังไม่หายดี..รับได้ไม่มากนักดอก นู่น ตักให้เมียแกบ้างนู่น”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ได้สิครับ” ไรวินท์หันไปมองสีนวล ก่อนเอื้อมตักยำไปใส่จานให้ “ ..ยำไข่ปลาดุกจ้ะนวล นวลก็ต้องบำรุงมากนะ จะได้แข็งแรงๆไงล่ะ”
ทุกคนหัวเราะยิ้มแย้มเบิกบาน วารีมองทั้งสองคน ไรวินท์หัวเราะสดใสและสีนวลที่มีสีหน้าชื่นใจอยู่เงียบๆ

รูปถ่ายขาวดำคุณหลวงฯในกรอบทอง ที่คนจัดดอกไม้กำลังเอาพวงมาลัยมาล้อม และที่พื้นข้างหน้า พวกคนจัดดอกไม้กำลังลงมือจัดกันอย่างเร่งรีบ มุมหนึ่ง คุณนายประสมร้องห่มร้องไห้สะอื้นตาแดงอยู่กับสุดสวาทที่สีหน้านิ่ง ไม่มีอาการเศร้าโศกยืนคอยประคองตัวคุณนายไว้ ไรวินท์มา มองหา แล้วตรงเข้าไปไหว้ที่จุดธูปหน้าศพ
สุดสวาทเห็นไรวินท์ รีบหันมาพูดเบาๆเชิงออกคำสั่งกับคุณนายประสมที่ไม่มีกระจิตกระใจจะฟัง “คุณแม่อย่าเอาแต่ร้องไห้ มีเรื่องต้องทำอีกมากวันนี้ คุณพ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ใครต่อใครรู้จักกันทั่วเมือง ก็ต้องไปเรียนบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายให้ทราบกัน ลูกทำคนเดียวไม่ไหวแน่ คุณแม่ต้องช่วยลูกด้วย” สุดสวาทผละไปรอไรวินท์ที่กำลังปักธูป กราบ และลุกมา
“ท่านจากไปกะทันหันมากนะครับ”
“ค่ะ เสียตั้งแต่ตอนดึกเมื่อคืน..นี่เราสองคนแม่ลูกก็ยังตั้งหลักกันไม่ทัน ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป”
“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอก”
“คุณไรวินท์ช่วยดิฉันรับแขกหน่อยเถอะคะ” สุดสวาทคว้าแขนจับจอง “ดิฉันคนเดียวคงรับไม่ทั่วถึง”
ไรวินท์มองสุดสวาท อึดอัดใจ

มุมหนึ่งหลังศาลาตั้งศพ ไรวินท์ยืนซุบซิบๆสั่งๆบางอย่างกับหนุ่มข้าราชการหน้าห้อง ก่อนยื่นจดหมายน้อยให้ไปที่หน้าซองเขียนว่า.. “มาลาตี” หนุ่มข้าราชการหน้าห้องรับจม. แล้วพยักหน้ารับแม่นมั่น รีบออกไป ไรวินท์มองตาม ลุ้นๆ รู้สึกรุ่มร้อนใจ
ตกค่ำที่ศาลาสวดศพ ผู้คนทะยอยเข้ามาร่วมงานสวด สุดสวาทยืนต้อนรับแขกเหรื่ออยู่ภายใน ไรวินท์มายืนต้อนรับอยู่หน้าศาลาสวด หันชะเง้อมองหาใครบางคนอยู่เป็นระยะๆ ญาติสุดสวาทกลุ่มหนึ่ง 2-3 คน รวมทั้งเผดิมกับสมรผู้เป็นภรรยาเดินมา การแต่งตัวดูยากจนกว่าสุดสวาทอย่างเห็นได้ชัด ไรวินท์ขยับเข้าไปรับ ไหว้ กำลังจะทักทายเชื้อเชิญ
สุดสวาทรีบเข้ามาแทรก ดักหน้า “เชิญค่ะ อาเล็ก(เผดิม) อาสมร” สุดสวาทยกมือไหว้ มองญาติทั้งสองแบบหัวจรดเท้าแบบผ่านๆ
“เชิญข้างในครับ”
มาลาตีในชุดดำล้วน หน้าซีดเซียวแต่สวยเศร้าๆเดินเข้ามา ไรวินท์เห็นมองด้วยความดีใจ สิ้นสุดการรอคอย เกือบจะปรี่เข้าไปรับ แต่ห้ามใจไว้ทัน หยุดฝีเท้าลงเสียก่อน
สุดสวาทหันมาเห็นมาลาตี มองๆว่าเป็นใคร
“อ้าว นั่นลูกสาวแม่มะลินี่นา”
“ไหน”
สุดสวาทหันเชิดหนีทำเป็นไม่เห็น แสดงความรังเกียจออกนอกหน้าทันที มาลาตีเดินมาไหว้สุดสวาทนอบน้อม รวมทั้งไหว้ไรวินท์ที่ยืนอยู่ด้วย ก่อนยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาไปมา “คุณพี่สุดสวาท.. ดิฉันเสียใจมากค่ะ..เสียใจที่ไม่มีโอกาสได้รักษาพยาบาลคุณพ่อ ดิฉันได้แต่มาขอขมากราบศพท่าน คุณพี่โปรดอนุญาตด้วย”
“นี่เธอ ไม่ต้องมาพูดมาก มาร่วมงานศพ ฉันห้ามไม่ได้ แต่ไปหาที่นั่งให้ลับหูลับตาคนหน่อยไป..แล้วอย่ามาประกาศตัวว่าเป็นลูกคุณพ่ออีกล่ะ ฉันอายแทน”
ไรวินท์กระซิบกับสุดสวาทพยายามปราม “คุณสุดสวาทครับ..เบาๆ”
“ดิฉันจะอายเรื่องอะไร ก็ดิฉันเป็นลูกคุณพ่อ”
“หนอย นี่จะประจานคุณพ่อไปถึงไหน เธอน่ะมันไม่ใช่ลูกที่คุณพ่อจะอวดใครๆได้ ถ้าเห็นแก่ท่านละก็ ..ช่วยปิดปากไว้ด้วย อย่ามาให้คนเขารู้ว่าเป็นลูกเมียน้อย ขายหน้า เข้าใจไหม”
คนบริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียวทันที มาลาตีเศร้า ร้องไห้มากขึ้น ไรวินท์สีหน้าไม่ดี

แพรขาวรู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวาย นอนกระสับกระส่าย พลิกไปมา ชมพูนอนสงบอยู่ห่างออกไป
ไรวินท์มองอยู่ข้างเตียง ถอนใจเบาๆ “ละครชีวิตฉากเผชิญหน้าแบบนี้..มันคงน่าสนใจมากสินะ..มาสิ แพรขาว..มาดูแบบต่อหน้าต่อตากันเลยดีกว่า ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าระหว่างสุดสวาท กับมาลาตี สายตาเธอจะเห็นว่าใครดี ใครร้าย”

แพรขาวค่อยคลายการกระวนกระวาย สงบ แล้วนิ่งไป
แพรขาวเดินงงๆ หน้าตื่นมา มองรอบๆ แล้วก้มลงมองดูตัวเอง เห็นว่าอยู่ในชุดดำไปงานศพ ข้างหน้า พวกแขกงานศพ กำลังมุงอะไรอยู่
“เบาๆหน่อยเถอะ แม่สวาท สงสารเด็ก เธอควรเห็นแก่คุณพ่อบ้าง เอะอะไปมันก็ขายหน้า เขา หนูมาลาตียังไงก็เป็นน้องสาวแม่สวาทอยู่ดี”
แพรขาวค่อยๆแทรกเข้าไปดูอย่างสงสัย แขกเหรื่อเหล่านั้นมองมาที่สุดสวาทที่กำลังหน้าแดงเป็นฟืนเป็นไฟ กับมาลาตีที่ร่ำไห้น่าเวทนาสงสาร แพรขาวร่วมแทรกเข้ามามุงห่างๆด้วย
“ดิฉันไม่เคยนับเด็กนี่เป็นน้องค่ะ อาเล็กโปรดทราบด้วย เรื่องในครอบครัวเรา คนอื่นไม่ทราบเรื่องก็อย่ามาพูด”
“ก็รู้ ทำไมอาจะไม่รู้ล่ะว่าเด็กคนนี้เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกับแม่สวาทเหมือนกัน เฮ้อ..มา” เผดิมว้ามือมาลาตี ดึงมา “มากับอา ไปนั่งฟังสวดด้วยกัน”
“อาเล็ก! อาเล็กเอาเด็กนี่มาเปรียบกับดิฉันไม่ได้ ถ้าอาเล็กเอามันไปนั่งด้วยก็เท่ากับไม่ให้เกียรติดิฉัน”
แพรขาวมองดูความดุของสุดสวาทอย่างตะลึง ไรวินท์ยืนซีดอยู่ข้างๆ แพรขาวมองดูหน้าไรวินท์อดีตอย่างจับสังเกตว่าจะทำยังไง
“หึๆ..โอ๊ย คนอย่างอาเป็นคนยากจน หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเกียรติอะไรจะให้ใครได้ นึกถึงก็แต่พี่ชาย วิญญาณคงอยากเห็นหน้าลูกๆทุกคนก่อนจะไปสู่สุขคติ”
“ขอบพระคุณค่ะคุณอา ที่เมตตาหลาน”
คนเริ่มซุบซิบกัน มองสุดสวาทอย่างตำหนิ
“อาถึงจะยากจะจนไม่เทียมพี่ๆน้องๆ แต่ก็ไม่ลำเอียงเข้าข้างใคร ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก หลานก็เป็นลูกคนหนึ่งของพี่ไผทผู้ล่วงลับ.. อาก็คิดอย่างนี้แหละ ไปเถอะหลาน”
แพรขาวมองหน้าเผดิมอย่างทึ่ง เผดิมกับเมียดึงมาลาตีออกไป มาลาตีเหลือบมองตาสุดสวาทอย่างมีชัย สุดสวาทแทบเต้น มาลาตีเดินผ่านไรวินท์ พร้อมกับทิ้งหางตาอย่างอ่อนหวานให้ไรวินท์อย่างมีนัย ไรวินท์ได้แต่มองตามเงียบๆ แพรขาวดูอาการของทุกคนอย่างตื่นตาตื่นใจ
สุดสวาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ประจานตามหลังไปเสียงดัง ให้ทุกคนฟังอย่างไม่ไว้หน้า “อาเล็กนี่ก็พิลึก ชอบทำตัวขวางโลก พี่น้องถึงไม่ค่อยจะเอา ดีที่คุณพ่อยังเคยเมตตาให้เงิน ให้ทองบ้าง สงสารว่ายากจนกว่าเพื่อน เป็นดิฉันเห็นจะไม่รับประทานหรอกค่ะ พึ่งพาอาศัยไม่ได้เลย”
“คุณสุดสวาท! ท่านเป็นอานะครับ”
สุดสวาทกัดฟัน อาฆาตไม่ยอม ฟึดฟัดเดินไป ไรวินท์ส่ายหน้าเบาๆ เดินตามสุดสวาท แต่ชะเง้อหามาลาตี มาลาตีชายตามา แพรขาวมองสองคนนี้สลับกันด้วยความตื่นเต้น แขกเหรื่อ ญาติๆซุบซิบมองๆ มาลาตี แพรขาวตัดสินใจ ตามไปใกล้ๆเพื่อดูมาลาตีให้ถนัดตา มาลาตีที่ดูเด่นชวนมอง กำลังเดินไปนั่งกับเผดิมและเมียที่มุมหนึ่ง แพรขาวเผอิญมาหยุดอยู่ข้างๆญาติหญิง 2 คน
“แหม หน้าตาผิวพรรณดี สวยกว่าพี่สาวเสียอีก”
“แม่สุดสวาทสวยที่ไหนล่ะอา ดีแต่แต่งตัวแพงๆ แต่งหน้าทำผมหรูหราเป็นเศรษฐีนี แล้วชอบมองคนแบบหัวจรดเท้า อาไม่เห็นรึ”
“จริง แม่น้องสาวนั่นน่าเอ็นดูกว่ามาก เดี๋ยวฉันจะลุกไปทักพี่เล็กแกเสียหน่อย”
“ไปสิอา”
ญาติหญิงทั้งคู่พากันลุกผ่านแพรขาวไปหาเผดิม เพื่อจะได้ดูหน้ามาลาตีชัดๆ แพรขาวมองตามไป แล้วชักอยากรู้เรื่องฝั่งสุดสวาทบ้าง หันกลับไปชะเง้อหาไรวินท์ แล้วค่อยๆเดินเนียนๆไปดูทางไรวินท์และสุดสวาทบ้าง
สุดสวาทเดินมานั่งลงกับไรวินท์ที่แถวหน้าของพิธี ไม่วายเหลียวหันไปมองมาลาตี แพรขาวเดินมา แล้วมานั่งแถวหลังสองคนนี้เนียนๆ แอบจับตาดู
สุดสวาทเห็นญาติหญิงเข้าไปนั่งพูดคุยทักทายกับเผดิมและมาลาตี มาลาตีก็ไหว้นอบน้อมส่งยิ้มหวานน่าเอ็นดู สุดสวาทกระฟัดกระเฟียด โกรธเสียงสั่นทันที
“ดู..ดูนั่น อาวรรณไปคุยกับนังนั่น แหม พูดคุยกันเต็มปากเต็มคอ แล้วยังแม่สุณีอีกคน อุ๊ย ไปยื่นหน้ายื่นตาพูดด้วย แล้วนั่นอาเล็กก็อีก ไปกวักมือเรียกใครมานั่งร่วมวงด้วยนั่น บ้าไปแล้วคนพวกนี้!”
“คุณสุดสวาท..โมโหไปก็ไม่ได้อะไร คุณหลวงท่านรู้ท่านจะนอนตายตาไม่หลับ ..”
แพรขาวเอียงหูฟังสุดฤทธิ์
“จะไม่ให้โมโหได้ยังไง ญาติเราแท้ๆ ไปสนิทสนมกับนังนั่นได้ลงคอ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 7/3 วันที่ 14 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ