อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 8 วันที่ 17 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 8 วันที่ 17 มี.ค.59

ทรายสอนหวายจากการเล่นบาส เธอโยนบาสใส่หวายอย่างแรงหวายรับไม่ทันกระแทกเข้าที่ท้องอย่างจัง ทำเช่นนี้หลายครั้ง ถามหวายว่าเจ็บไหม หวายเจ็บ ทรายโยนให้อีกและร้องเตือนให้หลบ หวายหลบทันจึงไม่เจ็บ

“ที่ไม่เจ็บ ก็เพราะหวายหลบทัน อะไรก็ตามที่พุ่งเข้ามาหาเราด้วยความแรง ถ้าเรายืนรอเพื่อปะทะมันเราก็เจ็บ แต่ถ้าเรารู้ทันและเลี่ยงมันได้ เราก็ไม่เจ็บ อารมณ์โกรธก็เหมือนกัน มันพุ่งเข้ามาปะทะเราทั้งเร็วทั้งแรง แต่ถ้าเรามีสติรู้ทัน หลบเลี่ยงแล้วออกให้ห่างสิ่งเร้าความโกรธได้ เราก็ชนะ แต่เราจะรู้ทันตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อเรามีสติ เราจะฝึกการมีสติได้ด้วยการฝึกสมาธิ”

หวายสนใจการฝึกสมาธิ ทรายจึงพาไปวัด ฝึกกับพระที่วัด หวายค่อยๆเรียนรู้และสงบเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกลับไปฝึกที่บ้าน ยอดยุทธถามว่าทำอะไร อย่าบอกนะว่าทำเหมือนแม่ไปวันๆ เอาแต่เข้าวัด หวายรับอารมณ์ของพ่อได้อย่างสงบ ยอดยุทธที่ร้อนมาจึงเย็นกลับไป



กรถามว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือ ทรายบอกว่าตามทฤษฎีเป็นแบบนี้ที่เหลืออยู่กับความใส่ใจของแต่ละคน เราต้องดูกันต่อไปว่าจะสำเร็จหรือไม่

ooooooo

พีรดาดีใจมากที่มินนี่ได้แคสต์ละครฮอตแห่งปี มินนี่มือหนึ่งถือบทละคร อีกมือเล่นไอโฟน

พีรดาเร่งให้รีบอัพด่วนให้โลกรู้ แต่มินนี่ยังไม่รู้เลยว่าตนได้เล่นบทไหน พีรดาบอกว่าบทเปเป้นางเอก มินนี่ตกใจว่าบทนางเอกต้องกอดกับผู้ชายด้วย บอกว่าตนไม่เอาไม่เคยกอดกับผู้ชายคนไหนเลย

“ใจเย็นค่ะ เดี๋ยวแม่บอกให้ทีมงานใช้มุมกล้องก็แล้วกัน ไม่ต้องกอดจริง” ช่างแต่งหน้าบอกว่าพระเอกคือพี่เคน เคนจิ มินนี่ก็ตื่นเต้นตาโต จากกลัวกลายเป็นดีใจสุดๆ

มินนี่กับเคนแคสกันในชุดนักเรียน ทั้งสองกอดกันดื่มด่ำมาก ผู้กำกับพอใจสั่งคัตเคนปล่อยมือแล้ว แต่มินนี่ยังหลับตาพริ้มหน้าฟินสุดๆ ผู้กำกับบอกให้คัตอีกก็ยังไม่ปล่อยมือจนผู้กำกับตะโกน “คัตตตตต!!! คัตนานแล้ว”

มินนี่จึงสะดุ้งปล่อยเคน เคนจ้องหน้ามินนี่ในระยะประชิด มินนี่เขินจนต้องหลบตา

หลังจากเคนเปลี่ยนชุดออกมา มินนี่มองเคลิ้ม เคนเดินเข้ามาหายิ้มอบอุ่นบอกว่า “เรา...เป็นเฟรนด์กันแล้วนะ” มินนี่เขินแต่ชวนเซลฟี่กัน เคนโอบเอวมินนี่เข้าแนบชิดทันที มินนี่เขินแต่ไม่ขืน แล้วกดรัวอย่างเมามันสี่แอ็กรวด

ขณะที่คุณออยผู้จัดนั่งพักในห้องวีไอพีของสตูดิโอกับพีรดานั้น พีรดาคุยว่าเวอร์จิ้นภาค 1 นี่กระแสแรงสุดยอด วัยรุ่นดูกันทั้งประเทศ คุณออยคุยว่าเราคิดใหม่ทำใหม่น้ำเน่าตบตีแย่งสามีไม่มี คุณออยคุยฟุ้งถึงการแสดงว่า

“ยุคนี้สมัยนี้มันต้องเห็นกันจะจะ มันจึงจะเป็นกระแส ภาคแรกแค่ชายชาย หญิงหญิง ภาคใหม่นี่เรามีหญิงเปลี่ยนเป็นชายแล้วกลับมารักกับชายแต่งหญิง สังคมมันซับซ้อน ต้องตีแผ่ให้เห็นจริง ไม่กั๊ก!!”

ระหว่างฟังคุณออยคุย แรกๆพีรดาก็ทำหน้างงๆ พอฟังไป...ฟังไป ก็อึ้ง แต่ก็อวยเอาใจ คุณออยคุยติดลมว่า

“กอดจริงจูบจริงไม่มีสแตนด์อิน ฉากจูบจริงชาย-ชายนี่ แจ้งเกิดเคนเลยนะ ดังข้ามคืนเลย!!”

“เอ่อ...เคนที่ว่าเนี่ย ใช่เคนเดียวกับที่มีคลิปหลุดฉากชวนสาวฟีเจอริ่ง “เยสเราหน่อยนะ” ใช่ไหมคะ ภาพไม่เห็นหน้าแต่เขาว่ากันว่าเสียงเหมือนม้าก มาก”

“ฮึๆ อย่าคิดมากค่ะ” คุณออยยักไหล่ขำๆ “เรื่องของเด็กๆ ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ เราห้ามไม่ได้ หน้าที่เราคือ...หากินจากความดังของเขาพอค่ะ”
คุณออยหัวเราะร่วน พีรดาหัวเราะตามเฝื่อนๆอย่างไม่แน่ใจ

แคสเสร็จ เคนชมมินนี่กับคุณออยว่าน้องใหม่หุ่นเซี้ยะมาก คุณออยแนะนำให้รู้จักกับพีรดาว่าเป็นคุณแม่มินนี่ เคนสวัสดีและเรียกคุณแม่ ชมมินนี่ว่าน่ารักมากถ้าได้ร่วมงานกันตนจะดูแลน้องเต็มที่เลย พีรดาบอกว่าไม่เป็นไร “พี่” ดูแลเองได้ คุณออยดูออก เดินมาโอบไล่เคนบอกว่าวันนี้เหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องแคสอีกหลายคน เดี๋ยวตนไปส่ง

พอคุณออยพาเคนเดินไป พีรดามองตามเบ้หน้าใส่พึมพำอย่างหมั่นไส้

“หูตาแพรวพราวตั้งแต่เด็ก ไว้ใจไม่ได้!”

ขณะนั้นเองมีเสียงเตือนจากมือถือพีรดาเธอพึมพำว่า “อัพเร็วมากลูก” แล้วเปิดดูภาพหน้าจอที่มินนี่เพิ่งอัพ IG เป็นรูปสี่แอ็กที่มินนี่แนบชิดกับเคนพร้อมข้อความใต้ภาพ “คู่จิ้นคู่ใหม่...รู้ยัง!!” ในภาพดูเหมือนจะจุ๊บกัน พีรดาช็อก!

ooooooo

ทรายเอาสมุดสำหรับบันทึกพฤติกรรมของโชกุนไปให้ภูทองบันทึกอย่างละเอียดว่าโชกุนโกหกเรื่องอะไร วันที่ เวลาไหน ตามตารางทุกครั้งด้วย ภูทองถามว่าต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ เด็กก็โกหกไปตามประสาเล็กๆน้อยๆไม่ใช่เรื่องใหญ่

ทรายติงว่าทำบ่อยๆก็จะติดเป็นนิสัย แล้วลากลับ พอดีโทรศัพท์ภูทองดัง เขาดูหน้าจอหยุดคิดก่อนรับสาย เป็นสายทวงหนี้จากเฮียเจ้าหนี้ ภูทองโกหกเป็นน้ำไหลไฟดับว่าตนไม่ลืม แต่ขณะนี้กำลังขับรถกลับจากเชียงใหม่

ทรายจะเรียกแท็กซี่ ในกระเป๋ามีแต่แบงก์พันจึงย้อนกลับเข้าไปจะแลกเงิน ได้ยินภูทองคุยโทรศัพท์กับเฮียเจ้าหนี้ว่า

“เฮียครับ ตอนนี้ผมขับรถอยู่ คุยไม่ถนัดเลยครับ... ใจเย็นๆครับเฮีย คือผมเพิ่งถึงลำปางเองเนี่ยยังอยู่บนเขาอยู่เลย คงไปโอนเงินให้ไม่ทันวันนี้จริงๆครับ...ใช่ครับ... โอ๊ะๆ สัญญาณไม่ดีแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะครับเฮีย สัญญาณจะหายแล้วเนี่ย...โอ๊ะ...” ภูทองร้องแล้วกดตัดสายเลย

ทรายอึ้งกับพฤติกรรมของภูทอง คิดหนัก ตัดสินใจหันหลังออกไปก่อนที่ภูทองจะเห็น ทรายออกจากร้านไปภูทองไม่เห็น แต่ดุจฤทัยขับรถมาพอดีเธอกะพริบไฟรถเรียก แต่ทรายตัดสินใจเดินไปเลย มีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง

ดุจฤทัยเข้าไปในร้าน ทะเลาะกับภูทองเพราะตนให้โชกุนออกจากโครงการแล้วแต่เขาแอบเซ็นให้โชกุนเข้าโครงการอีกทำให้ทรายมาติดตามโชกุนถึงที่นี่เท่ากับหักหน้าตน โชกุนได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงก็มุดไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะเอามือปิดหูหลับตาน้ำตาไหลเป็นทาง ดุจฤทัยกับภูทองยังทะเลาะกันเอาเป็นเอาตาย โดยไม่รู้ว่าโชกุนซุกตัวร้องไห้อยู่ใต้โต๊ะ

ฝ่ายนพลักษณ์กังวลเรื่องกรกับทราย โทร.ปรึกษาสมภพ วันนี้สมภพถามกรเรื่องโครงการผูกสาแหรกว่าเป็นอย่างไรบ้าง กรเล่าอย่างสบายใจว่าอยู่ระหว่างปรับพฤติกรรม ปิดเทอมนี่จะยากหน่อย แต่เราพยายามแบ่งงานกันทำ

สมภพถามว่าเขากับทรายเป็นอย่างไรบ้าง

“ดีครับ เราทำงานเข้าขากันได้ดี ผมเรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก ระหว่างที่เขาปรับพฤติกรรมเด็กๆ เหมือนผมได้ปรับพฤติกรรมไปด้วย สนุกดีครับ”
พอกรรู้ว่านพลักษณ์กังวลเรื่องเขากับทราย กรยืนยันว่าตนกับทรายผ่านปัญหามาด้วยกัน ถ้าจะมีอะไรมากกว่าความเป็นเจ้านายกับลูกน้องก็คือความเป็นเพื่อน สมภพพูดอย่างโล่งใจว่ากรมั่นใจอย่างนั้นตนก็จะได้บอกแม่เขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรมากกว่าเพื่อน

ตังเมถูกจับตัวใส่รถตู้ไปที่บ้านใหญ่ นวลสราญบอกว่าปิดเทอมนี้ให้มาอยู่กับพ่อที่บ้านแม่ใหญ่ ตังเมไม่ยอมอยู่ ไม่ยอมลงจากรถ เจ๊บ้วยจึงให้คนลากตัวลงมา ตังเมร้องไห้อ้อนวอนให้แม่ช่วยด้วย นวลสราญกลับบอกว่าให้เชื่อฟังพ่อ อย่าดื้อกับพ่อ มองตังเมที่ถูกลากลงจากรถเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะขยับเข้าช่วย ได้แต่หันหน้าหนีไม่กล้ามอง

ในห้องที่จัดให้ตังเมอยู่ ชัยภูมิบอกว่าอยากได้อะไรให้บอกแม่ใหญ่ และอย่าคิดทำอะไรเพราะในห้องนี้ไม่มีของมีคม ไม่ต้องพยายาม เมื่อชัยภูมิออกไป ตังเมเริ่มเอามือทึ้งผมตัวเอง และทุบทำร้ายตัวเองระบายความอัดอั้น

ooooooo

วันนี้กรไปบ้านทรายทำทีเอานาฬิกาไปให้สักทองซ่อม สักทองจึงเชิญทานข้าวด้วยกัน น้ำทิพย์บอกว่าวันนี้มีแต่อาหารที่เหลือจากเมื่อวาน กรบอกว่าตนทานได้ จากนั้นก็กระวีกระวาดช่วยยกอาหารมาที่โต๊ะ

ระหว่างทานข้าว ทรายกับกรคุยกันไม่หยุดตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องความสำคัญของการทานอาหารด้วยกันของคนในครอบครัว กระทั่งเรื่องละคร จนน้ำทิพย์กับสักทองแอบคุยกันว่า สองคนนี้คุยกันได้ทุกเรื่องจริงๆ

เมื่อทรายกลับมาทำโครงการผูกสาแหรกต่อ อำนาจทนไม่ได้เข้าพบนพลักษณ์เสนอว่าหลายปีที่ทำงานร่วมกันมา ผอ.คงทราบว่าตนทำได้มากกว่าทางด้านวิชาการ งานด้านบริหารตนก็มีความสามารถ อาจจะมากกว่าผู้บริหารบางคนด้วยซ้ำ พูดถึงโรงเรียนว่าเราได้ร่วมกันสร้างมาด้วยกัน ตนไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของ “เด็ก” ที่ทำงานไม่เป็น อำนาจเสนอก่อนลุกไปว่า

“ผมคิดว่าถึงเวลาที่ ผอ.จะต้องพิจารณาให้ผมเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหาร จะตำแหน่งเดียวกับท่านรองหรือสูงกว่านั้นก็ได้ ผมให้เวลา ผอ.ตัดสินใจ แต่ผมจะให้เวลา ผอ.คิดไม่นาน ผมจะมาขอคำตอบ”

นพลักษณ์มองตามอำนาจไปอย่างหนักใจ รู้ว่ากำลังถูกอำนาจบีบ!

ooooooo

ในวันฟังผลสอบที่โรงเรียน ลุงพลบอกหวายว่าพ่อเขารู้เรื่องลุงเซ็นรับทราบเรื่องพักการเรียนและช่วยกันปิด แต่พ่อรู้และอาละวาดหนักเพราะเพื่อนมาฟ้องพ่อ พอลุงพลบอกรูปร่างลักษณะของเพื่อนที่มาฟ้องพ่อ หวายก็รู้ทันทีว่าคือแดน

เมื่อไปฟังผลสอบเจอแดนที่โรงเรียน หวายแค้นจะเข้าไปชก ทราย ครูน้อยร้องห้ามแต่กรตะโกนว่า “ลูกบาส!” ทำให้หวายยั้งคิดจำที่ทรายเคยสอนขณะเล่นบาสว่าให้มีสติเสมอ หวายชะงัก แทนที่จะชกแดน หวายกลับบอกว่า

“ขอบใจมากที่มึงไปบอกพ่อ กูจะได้ไม่ต้องปิดบัง...ขอบใจ!!”

กรและทรายต่างดีใจถือว่านี่เป็นชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมแต่ก็เป็นแค่เริ่มต้นข้างหน้ายังมีภารกิจอีกมากที่จะต้องทำต่อไป

แม้ว่าในช่วงปิดเทอมเด็กในโครงการจะไม่ได้ใกล้ชิดทรายและกร แต่เด็กที่อยู่ในโครงการ ต่างก็ได้รับรู้จากความเป็นจริงที่รู้เห็น...

ตังเมไปอยู่บ้านใหญ่ แม้ว่าแม่ใหญ่และลูกๆ จะหมางเมินกับตังเมแต่ชัยภูมิก็ห่วงใยเมื่อตังเมไม่ลงไปทานอาหารที่โต๊ะก็ขึ้นไปตาม ตังเมบอกว่าตนไม่หิว ก็พูดทิ้งไว้ก่อนออกไปว่าอย่าคิดทำอะไรบ้าๆอีกล่ะ แม้การพูดจะกระด้างแต่ก็ห่วงใย

ส่วนโชกุน อยู่กับภูทองที่ผับร่ำสุรา ภูทองถูกนักเลงทวงหนี้ทวงแล้วไม่ได้เงินก็รุมทำร้าย โชกุนที่แอบดูอยู่ พอมันไปโชกุนวิ่งไปหาพ่อถามว่า “พ่อเจ็บไหมครับ” แม้ภูทองจะเจ็บแต่บอกลูกว่าพ่อไม่เจ็บ เตือนว่าวันหลังอย่าตามพ่อมามันอันตราย

ตรีทิพย์ที่ให้ปิ๊กปิ๊กไปอยู่กับจักรินทร์ก็กำชับให้สอดส่อง ถ้าเห็นพ่อซื้อของอะไรให้ใครให้รีบบอกแม่ ปิ๊กปิ๊กรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ต้องทำตัวเป็นสายลับ และเมื่อเจอความจริงที่พ่อพาปลาทองผู้หญิงอีกคนเข้ามา ปิ๊กปิ๊กรู้สึกเหมือนถูกขโมยพ่อไป ความรู้สึกนี้ทำให้ปิ๊กปิ๊กหยิบตุ๊กตาไม้ที่ตั้งโชว์ใส่กระเป๋า ขณะเดินผ่านอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ทำอย่างไม่รู้ตัว แต่ว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อย่างชัดเจน!

ooooooo
เพื่อกันกรออกจากทราย นพลักษณ์ให้กรไปงานแนะนำตัวและประมูลภาพของจีลูกเพื่อนที่สมัยเด็กมาเล่นที่บ้านบ่อย หนูจีเป็นเด็กน่ารักคบกันไปเผื่ออนาคตอาจเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นอย่างอื่น กรคิดหนักและแล้วก็ปิ๊งความคิดบางอย่าง

กรชวนทรายไปงานโดยไม่บอกว่างานอะไร ทรายจึงแต่งตัวในชุดลำลองแต่เรียบร้อย พอกรมารับในชุดสูทหล่อเท่ ทรายจะเปลี่ยนชุดใหม่เขาบอกให้ไปอย่างนี้ดีแล้ว

ในงาน กรให้ทรายช่วยดูท่าทางของแขกที่มาในงาน ทรายอ่านภาษากายของแต่ละคนแล้วสรุปให้เขาฟังแต่บอกว่านี่เป็นแค่สถิติที่เขารวบรวมไว้ไม่ได้ถูกเป๊ะ ทุกครั้งต้องดูสถานการณ์ประกอบด้วย

ในงาน นักข่าวขอถ่ายรูปคู่กรกับหนูจี แขกที่มาในงานต่างชมว่าทั้งคู่สมกันมากถ้าได้แต่งงานกันต้องเป็นงานช้างแน่ๆ ทรายได้ยินแล้วก้มมองตัวเอง รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างตนกับกรขึ้นมาทันที...

พีรดาพามินนี่ไปงานอีเวนต์เปิดตัวสาหร่ายให้เด็กๆมาชิมฟรี ขณะเตรียมตัวขึ้นเวทีที่ข้างบันได มินนี่ ได้รับไลน์จากเคน ความคิดก็ฟุ้งซ่านจดจ่ออยู่กับการแชตกับเคน พีรดาเตือนให้หยุดแชตทำงานก่อน แต่มินนี่ หยุดไม่ได้ยังคงแชตกับเคนอย่างอินสุดๆจนพีรดา

แย่งโทรศัพท์ไป และถึงคิวมินนี่ออกไปพอดี มินนี่จึงออกไปตอบคำถามพิธีกรอย่างจืดชืด ขณะนั้นทรายพยายามแหวกผู้คนเข้าไปข้างเวที พีรดาเห็นเข้ากระซิบอะไรกับทีมงาน ทรายเลยถูกเชิญให้ออกไปด้านนอกเพราะตรงนี้เป็นพื้นที่สำหรับดารานักแสดงห้ามคนอื่นเข้า

พิธีกรสัมภาษณ์และขอให้มินนี่เซลฟี่กับแฟนคลับ เธอชูแขนขึ้นทำท่าร่าเริงเผยให้เห็นใต้วงแขน ไอซ์ซิ่งซึ่งจับตาดูอยู่เอารูปนี้ไปเติมสาหร่ายไว้ใต้วงแขนแล้วอัพขึ้นเฟซพิมพ์ข้อความว่า “สาหร่ายมินนี่ แซ่บเว่อร์นะคะ” แล้วนั่งดูผลงานตัวเองอย่างสะใจ มีคอมเมนต์กดไลค์ทั้งด่าและขำเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ขณะนั่นเองไอซ์ซิ่งเห็นรถหรูแล่นเข้ามาจอดรู้สึกคุ้นตา ค้นดูพบว่าเป็นรถของฉัตรพ่อของมินนี่ที่เธอเคยแอบถ่ายไว้ ไอซ์ซิ่งเขม้นมอง เห็นฉัตรโอบเอวคิมเดินข้ามถนนมาอย่างหวานๆ ไอซ์ซิ่งเอะใจพึมพำ

“ใครว่ามีแต่ผีเห็นผี ชะนีน้อยอย่างเราก็เห็นเหมือนกัน อิอิ”

เห็นฉัตรกับคิมเดินเข้าไปในอาคาร ไอซ์ซิ่งรีบเก็บของตามไปทันที...

ooooooo

ไอซ์ซิ่งตามฉัตรและคิมเข้าไปในซุปเปอร์มาเกต หลบตามมุมและชั้นวางของแอบถ่ายรูป ฉัตรเข็นรถคิมเลือกของคุยกันกะหนุงกะหนิง พอเห็นปลอดคนก็เข้าไปเลือกซื้อถุงยางอนามัยกัน จ่ายเงินที่แคชเชียร์แล้วก็ช่วยกันหิ้วของเดินออกไป

ไอซ์ซิ่งรอจังหวะแล้ววิ่งตามไปจนทั้งสองกำลังเอาของใส่ท้ายรถไอซ์ซิ่งจึงเข้าไปทัก

“สวัสดีค่ะ” พอฉัตรหันมองก็ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ หนูเป็นเพื่อนมินนี่ ไม่ทราบว่าคุณน้ารู้จักมินนี่หรือเปล่าคะ”

“มินนี่ ลูกสาวยูหรือเปล่า?” คิมถามฉัตร

ไอซ์ซิ่งชะงักกึก ฉัตรส่งสายตาให้คิมไปรอที่รถ แล้วตัวเองหันถามไอซ์ซิ่งว่าเรียนที่เดียวกับมินนี่หรือ

ไอซ์ซิ่งบอกว่าซี้กันเลย ฉัตรจึงฝากให้ดูแลมินนี่ด้วย

“จะดูแลให้เต็มที่เลยค่ะคุณพ่อ” ฉัตรชะงักแต่ไม่ปฏิเสธรีบขึ้นรถไปเลย ไอซ์ซิ่งนิ่งคิด...ไม่ปฏิเสธแปลว่าใช่ ยิ้มร้ายอย่างคึกคะนองทันที

ooooooo

เย็นแล้ว ขณะโชกุนเล่นเกมอยู่ในห้องอย่างสนุกสนานนั้น ได้ยินเสียงคนมาเรียก “ไอ้ภู...ไอ้ภู...” โชกุนแง้มประตูดูเห็นนักเลงทวงหนี้สองคนมาตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าร้าน

โชกุนตกใจเพราะคราวที่แล้วพ่อบอกมันว่าตนถูกลอตเตอรี่อีกสองวันขึ้นเงินแล้วมาเอาได้เลย วันนั้นมันขู่ว่า “คราวหน้า ถ้ากูมาแล้วไม่ได้เงิน มึงตาย!” พอดีคอมพิวเตอร์มีเสียงเตือนภัยบอกว่าตัวละครอยู่ในภาวะคับขัน โชกุนรีบวิ่งมาปิดเสียง พอปิดเสียงก็ได้ยินนักเลงพูดกันว่าหรือภูทองจะหนีไปแล้ว อีกคนบอกว่า “ชีวิตมันมีแค่ร้านนี้ แต่ถ้ามันไม่มีเงินอีก กูเอามันตาย!” โชกุนตกใจศอกไปโดนของหล่นเสียงดัง นักเลงได้ยินเดินตรงมาตามเสียง

โชกุนตกใจกลัวตัวสั่น คิดหาทางออก เห็นรูปพ่อ ตั้งอยู่ก็คว้ามากอด พอมันเปิดประตูโชกุนก็แผดเสียงร้องไห้ลั่น นักเลงงง ถามว่าร้องไห้ทำไม โชกุนบอกว่าพ่อตายแล้ว มันถามว่าโกหกหรือเปล่า

“ฮือๆ ผมไม่ได้โกหก พ่อตายแล้วจริงๆ ฮือๆ วันก่อนพี่สองคนตีหัวพ่อ พอพี่กลับไป พ่อก็ปวดหัว หมอบอกว่าพ่อเลือดออกในสมองตาย ฮือๆๆ”

นักเลงสองคนตกใจ มันโอ๋โชกุนว่าไหนๆพ่อก็ตายแล้ว ฝากเงินไปทำบุญให้พ่อด้วย เอาเงินให้แล้วรีบชวนกันกลับ พอมันออกไปแล้ว โชกุนหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง มองเงินในมือยิ้มทั้งน้ำตาแล้วเก็บเงินใส่กระเป๋าเสื้อ

นักเลงสองคนกลัวความผิดชวนกันกลับ พอออกไปหน้าร้าน ภูทองขับรถเข้ามาจอดพอดี มันรู้ว่าถูกหลอกย้อนกลับไปทันที

ภูทองมาเห็นโชกุนตายังแดงช้ำถามว่าร้องไห้ทำไม โชกุนบอกว่าไม่ได้ร้อง พลางคุยอวดว่าเมื่อกี๊ตนช่วยพ่อด้วย ภูทองงงๆ เหลือบเห็นเงินในกระเป๋าถามว่าเอาเงินมาจากไหน โชกุนบอกว่ามีพี่คนหนึ่งฝากไปทำบุญ

“พี่? ใคร? แล้วทำบุญอะไร”

“ทำบุญงานศพมึงไง ไอ้ภู!” นักเลงตะคอกใส่ “สอนลูกดีนักนะมึง...เฮ้ย ลากคอมันมา!”

โชกุนกอดพ่อไว้แน่น นักเลงกระชากภูทองเหวี่ยงลงที่พื้น ภูทองตะโกนให้โชกุนหลบไป แล้วมันก็รุมกันซ้อมภูทอง โชกุนหลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์ร้องไห้โฮสงสารพ่อ

มันซ้อมภูทองจนหนำใจแล้วพากันกลับ ภูทองเอาถุงน้ำแข็งประคบรอยช้ำบนใบหน้า โชกุนเอาน้ำให้พ่อกิน ภูทองถามว่าทำไมโกหกว่าพ่อตาย ทีแรกโชกุนก็ปฏิเสธ พอถูกดุและถามว่าอยากให้พ่อตายหรือ ก็ร้องไห้โฮยอมรับว่า

“โชไม่ได้อยากให้พ่อตาย โช...โชแค่พูดเอาตัวรอด โชไม่ได้โกหก ก็พ่อเคยบอกโชว่า ถ้าพูดความจริงมันพังร้าน พังบ้านเราแน่ โชแค่อยากช่วยพ่อ ก็เลยพูดให้เขากลับไป...ฮือ...ฮือ...”

โชกุนกอดพ่อร้องไห้โฮๆ ภูทองเอามือลูบหัวลูกอึ้ง เครียด....

เมื่อโชกุนหลับแล้ว ภูทองออกมามองไปรอบร้านที่ข้าวของเละเทะและมีป้าย “ปิด” วางอยู่หน้าร้าน เขาหยิบสมุดบันทึกพฤติกรรมของโชกุนที่ทรายให้ขึ้นมาดูด้วยแววตาครุ่นคิด

ooooooo

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 8 วันที่ 17 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ